<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ-อีสานผนึกกำลังยื่นหนังสือเอาผิดพวกจาบจ้วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 พ.ย.63 - &amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.วังเหนือ จ.ลำปาง นายอานนท์ แสนน่าน ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ร่วมกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ &amp;ldquo;นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ&amp;rdquo; อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และ กองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน ร่วมจัดงาน &amp;ldquo;รวมลานบ้าน ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัวฯ&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนจากอำเภอต่างๆ ของจังหวัดลำปางร่วมรับฟังจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น นายอานนท์ แสนน่าน ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ นางนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน ร่วมกันอ่านแถลงการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ยื่นหนังสือต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นตัวแทนมารับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ ได้กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือ เสื้อหลากสี ทุกคนมารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของกลุ่ม 3 นิ้ว ที่จาบจ้วงและหวังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เราคือคนไทยผู้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงวันนี้เราได้สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็น &amp;quot;หมู่บ้านแสดงรักษาพระองค์&amp;quot; เดินทางมาทำกิจกรรม &amp;ldquo;รวมลานบ้าน ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัวฯ&amp;rdquo; ในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มตั้งแต่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง และ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากนั้นจะเดินทางลงใต้เพื่อจัดกิจกรรมแบบเดียวกัน ซึ่งในวันนี้ได้ยื่นหนังสือผ่าน &amp;quot;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;quot; ถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเรียกร้องมิให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ และ เร่งรัดดําเนินคดีต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จาบจ้วง ด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์พร้อมทั้งเร่งรัดปฏิรูปกระบวนการศึกษาของชาติให้สอดคล้อง กับขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีและวัฒนธรรมของคนในชาติผ่าน &amp;quot;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;quot; ข้อเรียกร้อง กองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 เรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่มี การเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการทํา ประชามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หากจะทําการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ&amp;nbsp;
นี้ รัฐบาลต้องจัดทําประชามติ เพื่อให้ประชาชน ตัดสินใจว่าเห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบ เพราะอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่เป็นของประชาชน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และห้ามแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ทุกมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ขอให้รัฐบาลจัดการปฏิรูปหลักสูตรกระบวนการศึกษาให้สอดคล้อง กับขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีและวัฒนธรรมของไทย เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี แฝงเข้ามาบ่อนทําลาย รากเหง้าของชนเผ่าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 เรื่องขอให้รัฐบาลดําเนินการ กับบุคคล คณะบุคคล หรือกลุ่ม การเมืองที่จาบจ้วงล่วงเกินหมิ่นประมาท ด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติของกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ภาคเหนือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84488</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดยืนปกป้องสถาบัน, พระพุทธะอิสระ, หมู่บ้านเสื้อแดง, อานนท์ แสนน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb78d5c676c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;วอนสาวกให้อภัย&#039;จตุพร&#039; ชมมีจิตสำนึก-รู้ผิดชอบไม่หนีคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย.61 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ระบุบ้านเมืองจักเดินหน้าไม่ได้เลย หากคนในชาติ ยังมัวแต่อาฆาตเคืองแค้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอพุทธะอิสระ เขียนถึงคุณจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่เขามีอีกด้านหนึ่งที่เปลี่ยนไป ดูเขาจริงใจ และอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายท่านก็แสดงทัศนะเข้ามามีทั้ง เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายท่านก็แสดงทัศนะเข้ามา ด่าว่า คุณจตุพร อย่างหยาบคาย ด้วยการขุดคุ้ยพฤติกรรมอันน่ารังเกียจในคดี ของเขามาด่าว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระอยากให้ท่านทั้งหลายลองใช้หลักคิดเดียวกันนี้ คิดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธรรมกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มอดีตรักษาการณ์สังฆราชรถเถื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มของอลัชชีที่พุทธะอิสระนำเรื่องมาโพนทะนาจนเขาเหล่านั้น ต้องไปนอนในคุกกันอยู่ทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกลุ่มนักการเมืองขี้ฉ้อบางคน ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพวกกลุ่มเหล่านี้ ต่างก็จ้องที่จักก้นด่า สาปแช่ง ต่อพุทธะอิสระอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจักทำดีขนาดไหน คนพวกนี้ก็จักรุมด่า จงเกลียดจงชัง ไม่เว้นแม้แต่เราแสดงธรรม คนพวกนี้ก็ยังเข้ามาด่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อคุณจตุพร เขามีจิตสำนึก รู้ผิดชอบ ไม่หลบหนียอมติดคุกติดตะราง แล้วทำไมท่านทั้งหลาย จึงยังไม่ให้อภัยต่อเขาหละ เพื่อประโยชน์แห่งความปรองดอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีที่ผ่านมา พุทธะอิสระต้องเผชิญอยู่ในท่ามกลางพายุ แห่งอารมณ์ร้ายเหล่านี้ จนรู้สึกได้ว่า หากขืนปล่อยไปแบบนี้ บ้านเมืองนี้จักอยู่กันอย่างไร จักเดินหน้าไปแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วความหวัง ความฝันที่พวกเราลงทุนลงแรง ร่วมกันต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งบ้านเมืองที่มั่งคั่ง มั่นคง สุขสงบ พระธรรมวินัยที่บริสุทธิ์ มันจักเกิดขึ้นได้กระนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะด้วยหลักคิดเช่นนี้แหละ พุทธะอิสระถึงได้ยอมลงทุนเข้าไปติดคุก แต่โดยดี โดยไม่เคยคิดจักตำหนิติโทษผู้ใดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่ยอมที่จักสารภาพรับผิด ในสิ่งที่เรามิได้กระทำ ก็ย่อมเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของสังคม และเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระอยากบอกแก่ท่านทั้งหลายว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหนๆ พวกเราก็ลงทุนลงแรงต่อสู้กันมาขนาดนี้ ด้วยความหวังความฝัน ที่อยากเห็นบ้านเมืองสุขสงบ เจริญรุ่งเรือง มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพวกเราทำไม ไม่ลองลดทิฐิตนเองลงสักเล็กน้อย ยอมที่จักรับฟังแล้วค้นหาสิ่งดีๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของคนที่เราไม่ชอบ ให้พบ เพื่อที่เราท่านทั้งหลาย จักได้อยู่ร่วมกับเขาได้ หรือไม่ก็ให้โอกาสเขาที่จักได้อยู่ร่วมกับเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความผิดที่เขากระทำ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย และตัวเขาเองที่จักต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างนี้จักไม่ดีกว่าหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองจักได้สุขสงบเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระรู้สึกเบื่อที่จักอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แตกแยก เต็มประดาแล้ว และหากท่านทั้งหลายคิดจัดแสดงความเห็น นั้นก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ควรจักแสดงความเห็นด้วยข้อเท็จจริง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องของเรื่องนั้นๆ ที่เป็นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เอะอะอะไร ก็เอาแต่ใส่อารมณ์กันอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอวิงวอนให้ท่านทั้งหลายพิจารณาดูบริบทของสังคม และเรื่องนั้นๆ ให้ถี่ถ้วนแล้วจึงแสดงความคิดเห็น ส่วนจักเชื่อในเรื่องนั้นๆ หรือไม่ แค่ไหน ก็สุดแล้วแต่สติปัญญาของแต่ละบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พูดเช่นนี้ พุทธะอิสระหาได้มีเจตนาปกป้องคุณจตุพรไม่ แต่ไม่อยากเห็นท่านทั้งหลาย ต้องตกอยู่ในท่ามกลางวังวนพายุแห่งอารมณ์ร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนดังที่พุทธะอิสระเผชิญมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายสิ่งที่สูญเสีย คือบ้านเมืองจักอยู่ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศนี้ แผ่นดินนี้เปรียบได้ดังบ้านหลังใหญ่ หากคนในบ้านเอาแต่จ้องจะทะเลาะวิวาทกัน สุดท้ายบ้านก็แตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนแหละ คนในบ้านแม้จักเป็นลูกที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน แต่ก็ยังมีทั้งดีและเลว เช่นนั้นเราก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎบ้าน กบิลเมืองจัดการไป หากเราจักต้องมีส่วนร่วม ก็ร่วมได้สามอย่างคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ช่วยกันทำให้กฎบ้าน กบิลเมืองศักดิ์สิทธิ์ สามารถบังคับใช้ได้อย่างซื่อตรง เที่ยงธรรมจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. ช่วยกันชี้เบาะแส โพนทะนา บอกกล่าว ให้คนในบ้านได้รับรู้ว่าคนในบ้านของเรานี้มันมีพฤติกรรม ที่เป็นอันตรายต่อบ้านหลังนี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. หากใช้ทั้งสองข้อแล้วยังไม่ได้ผล ทีนี้คนในบ้านนี้ก็ต้องจับมือกันขับไล่ คนที่ไม่ยอมรับกฎบ้าน กบิลเมืองและทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านหลังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้คือหลักคิด ที่ท่านทั้งหลาย ควรจักมีเพื่อความสุขสงบของบ้านเมืองนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21949</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, พระพุทธะอิสระ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5beb9e6507eb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039; เล่าเรื่อง &#039;จตุพร&#039; มิตรภาพเกิดขึ้นในยามยาก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย. 61 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ &amp;quot;พระพุทธะอิสระ&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ระบุว่า มิตรภาพ ที่เกิดขึ้นในเวลาที่เรายากลำบาก ย่อมยั่งยืนกว่า มิตรภาพที่เกิดขึ้นในเวลาที่เราสุขสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเรื่องคำสั่งมหาเถร ห้ามบุคคลผู้อยู่ในระหว่างคุมความประพฤติบวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่สำนักงานพุทธศาสนา มีประกาศคำสั่งออกมาตอนเย็นๆ เจ้ากุ๊ดซี้ ก็ให้เด็กนำเอาโทรศัพท์มายื่นให้พร้อมแจ้งว่า คุณจตุพรแกนนำ นปช. โทรมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันรับโทรศัพท์มาพูดคุย คำแรกที่คุณจตุพรกล่าวคือ กราบนมัสการหลวงปู่ครับ ท่านเป็นยังไงบ้าง ผมได้ข่าวว่า มหาเถรออกคำสั่งมิให้ผู้ที่ต้องคำพิพากษา แล้วรอลงอาญาคุมความประพฤติบวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นนั้นท่านจะเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันตอบแก่คุณจตุพรไปว่า ไม่เห็นเป็นไร การที่มหาเถรออกกฎมาเช่นนั้น ถือว่าเป็นการดีต่อพระธรรมวินัยในอนาคตเสียด้วยซ้ำ จักได้มีการคัดกรองบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ให้เข้ามาทำความเสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันข้างหน้าพระสงฆ์จักได้งามสง่า เป็นที่น่าศรัทธาในสังคม ซึ่งเรื่องนี้ฉันก็ได้ประกาศออกไปก่อนที่จักมีคำสั่งนี้มา ร่วมอาทิตย์แล้วว่า จะยังไม่กลับไปห่มผ้าเหลือง จนกว่าจะหมดเวลาคุมความประพฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่มาได้ถึงวันนี้ จะอยู่ต่อไปอีกปีหนึ่งในชุดขาว จักเป็นอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไงจิตใจฉันก็ยังเป็นพระอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณจตุพร จึงถามย้ำว่า ท่านไม่เป็นไรแน่นะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะว่า ไม่เป็นไร ประเทศชาติต้องมาก่อน ความสงบสุขของสังคมภายในประเทศ และความงดงามของพระธรรมวินัย ต้องสำคัญกว่าบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนที่ฉันบอกแก่คุณไงล่ะว่า ประชาชนต้องมั่งคั่ง ประเทศชาติต้องมั่นคง สถาบันต้องปลอดภัย คนไทยต้องเป็นสุข นั่นแหละคือสิ่งที่นักการเมืองอย่างพวกคุณควรจักทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเราก็สนทนากันอีกหลายเรื่องจิปาถะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคุณจตุพร แจ้งว่า สัปดาห์หน้าหากมีเวลาจักขอเข้ามากราบเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันตอบเขาไปว่า ยินดี คงต้องแจ้งมาก่อนว่า ฉันอยู่หรือเปล่า เหตุที่นำเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้เห็นภาพอีกด้านหนึ่งของแกนนำ นปช. ที่เราท่านทั้งหลายคนอาจจะรู้สึกจงเกลียดจงชังไม่ชอบขี้หน้าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เขาก็ยังมีอีกด้านหนึ่ง ที่เราท่านทั้งหลาย ยังมองไม่เห็น ไม่เคยได้สัมผัส ซึ่งเป็นด้านที่จริงใจ มีไมตรี และถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรม ซึ่งก็ถือว่าเป็นการรักษาบรรยากาศของความปรองดอง ให้ได้เห็นในแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสิ่งที่คุณจตุพรแสดงออกมาต่อพุทธะอิสระ ตลอดเวลาที่รู้จัก สนทนา พบปะพูดคุยกันหลายครั้ง ยิ่งทำให้เห็นถึงความจริงใจ ตั้งใจ ที่จักทำสิ่งดีๆ ให้แก่คนรอบข้างและบ้านเมืองนี้ หากมีคนคอยพูดคุยชี้แนะเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณในน้ำใจที่คุณๆ ทั้งหลายและคุณจตุพรมีให้ต่อฉัน ทั้งที่สถานะของพุทธะอิสระในเวลานี้ดุจดังคนล้มละลายในสายตาของผู้อื่นที่เฝ้ามองประมาณว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้อะไร ไม่เหลืออะไร อยู่เพื่อเตรียมตัวตายแน่ๆ แต่ก็ยังได้รับน้ำใจจากพวกท่านทั้งหลาย ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันข้างหน้าหากมีเวลาจักหยิบเอาปฏิสัมพันธ์ที่คุณจตุพรมีต่อฉัน และฉันมีต่อคุณจตุพรมาเล่าสู่กันฟัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, พระพุทธะอิสระ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ, หลวงปู่พุทธะอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181110/image_big_5be631f379eb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดอาการป่วย!อดีตพระพุทะอิสระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.2561 &amp;ndash; แอดมินเพจพระพุทธะอิสระ ได้โพสต์ถึงผลการวินิจฉัยอาการอาพาธขององค์หลวงปู่พุทธะอิสระ ว่า ทางตาด้านขวา พบว่าจอประสาทตาแหว่งเป็นหลุมจวนเจียนจะขาด และมีแนวโน้มว่าหลุมจะกว้างมากขึ้น เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจอประสาทตา จึงแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดจอประสาทตาข้างขวา แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น 1 เดือน ซึ่งต้องอยู่ในอิริยาบท นอนคว่ำหน้าสลับนอนตะแคงเท่านั้นเป็นเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องกระดูกสันหลังที่หลวงปู่มีอาการอาพาธมาเป็นเวลายาวนาน บัดนี้มีอาการกำเริบปวดทั้งวันทั้งคืน ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูก นำหลวงปู่ตรวจด้วยเครื่อง MRI พบว่ามีกระดูกสันหลังข้อที่ 2 และ 3 ทับเส้นประสาท ซึ่งแพทย์ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกแนะนำว่า การผ่าตัดน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากหลังผ่าตัดอาจมีผลกระทบต่อกระดูกสันหลังจะไม่สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้ดังเดิม แม้จะลดอาการเจ็บปวดลงได้ก็ตาม จึงแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าอาการเจ็บปวดจะบรรเทาและเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักในการกดทับข้อกระดูกไม่ให้ไปบีบเส้นประสาทซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บปวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมายังศิษยานุศิษย์ขององค์หลวงปู่ให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อผ่อนคลายความกังวล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระดูกสันหลัง, ตาขวา, พระพุทธะอิสระ, อาพาธ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b7900b624a80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประณามตร.จับผู้ถูกกล่าวหาโดยมิชอบเสนอให้อัยการเห็นชอบออกหมายเรียก-หมายจับ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.61- เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า เป็นการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ พร้อมกับเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี กำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน และให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับยกตัวอย่างว่าหลายคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีแต่ตำรวจเสนออกหมายจับโดยอ้างเพียงว่าสามารถทำได้เป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปี ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญและป.วิอาญา และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่กลับเลือกปฏิบัติในคดีที่โทษจำคุกสูงเกินสามปีกับตำรวจบางนายโดยไม่มีการเสนอศาลออกหมายจับแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉบับที่ 11/ 2561
&amp;nbsp;
เรื่อง&amp;nbsp; ประณามการกระทำของตำรวจที่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ&amp;nbsp; และขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับ
&amp;nbsp;
เนื่องจากได้เกิดเหตุการณ์การดำเนินคดีอาญาที่นำไปสู่การเสนอศาลออกหมายจับบุคคลหลายกรณี ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 28 อยู่เสมอๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และครูปรีชา ใคร่ครวญ ในกรณีการสอบสวนคดีหวย 30 ล้าน โดยกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จ การจับกุมตัวนายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที พิธีกรช่องนิวส์วัน ข้อหาหมิ่นประมาทและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีพฤติการณ์หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกหมายจับและใช้กำลังตำรวจล้อมบ้านจับตัว พ.ต.ท.สันธนะ&amp;nbsp; ประยูรรัตน์&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าร่วมกันกรรโชกทรัพย์&amp;nbsp; การออกหมายจับและจับตัวอดีตพระพุทธะอิสระ โดยตำรวจพังกุฏิเข้าไปจับขณะนอนหลับ รวมทั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในช่วงที่ผ่านมา และกรณีล่าสุดคือการออกหมายจับ แล้วจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ โดยการใช้กำลังบังคับกดคอลงกับพื้นบนสถานีตำรวจ ขณะพาผู้เสียหายไปใช้สิทธิตามกฎหมายในการแจ้งความร้องทุกข์
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ไม่ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคดีจะเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นที่ทราบกันดีว่า&amp;nbsp; บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี&amp;nbsp; ทุกคนยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ&amp;nbsp; ซ้ำส่วนใหญ่ยังพร้อมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้รัฐพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนอีกด้วย&amp;nbsp; แต่ตำรวจกลับไม่ยอมรับรู้ถึงการพร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว&amp;nbsp; และได้เสนอศาลออกหมายจับ&amp;nbsp; โดยอ้างเพียงว่าสามารถกระทำได้&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา&amp;nbsp; 66 (1) ไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
ในขณะเดียวกันหลายคดีที่มีโทษจำคุกสูงเกินสามปี แต่ตำรวจก็ไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ เช่น คดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีโทษจำคุกถึงสิบปี&amp;nbsp; คดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ฉ้อโกงประชาชน (ตำรวจ 192 นาย) และอีกหลายคดีที่ตำรวจไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ หรือแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&amp;nbsp; แต่กลับใช้วิธีแจ้งให้มารับทราบข้อหาและไม่ต้องมีการประกันตัวเหมือนประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบัญญัติมาตรา 66 (1) นี้ได้กลายเป็นจุดอ่อนให้ตำรวจสามารถเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม โดยใช้เป็นเหตุในการเสนอศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้ง่าย&amp;nbsp; แม้กระทั่งบางคดีบุคคลนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเลย&amp;nbsp; และไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าได้มีใครไปกล่าวหาตนในเรื่องอะไรที่ใด ศาลได้ออกหมายจับตนแต่เมื่อใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว&amp;nbsp; ตำรวจก็สามารถนำไปใช้จับผู้ถูกกล่าวหาด้วยวิธีการต่างๆ บางกรณีก็เป็นการแกล้งให้บุคคลเดือดร้อนได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าไปจับในบ้านพักอาศัยโดยแจ้งให้สื่อไปทำข่าว&amp;nbsp; การจับในสาธารณสถาน หรือสถานศึกษาต่อหน้านักเรียน เช่น กรณี ครูปรีชา ใคร่ครวญ หรือแม้กระทั่งสัญจรอยู่ตามทางสาธารณะยามวิกาล ควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจที่เสนอศาลออกหมาย ซึ่งอาจเป็นต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง&amp;nbsp; สร้างความเดือดร้อนหวาดกลัวให้เกิดกับประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างยิ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าในที่สุดผู้ถูกออกหมายจับจะเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่&amp;nbsp; แต่ไม่ได้เป็นไปตามตัวบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp; 29 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้สันนิษฐานว่า&amp;nbsp; ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด&amp;nbsp; และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าบุคคลใดกระทำความผิด&amp;nbsp; จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp; ในการจับ&amp;nbsp; ตำรวจก็มักไม่ได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 83 ในเรื่องการแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแจ้งให้ญาติพี่น้องทราบถึงการถูกจับทันทีอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp; วิธีการควบคุมตัวที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสาม และ&amp;nbsp; ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86&amp;nbsp; บัญญัติว่า &amp;ldquo;ให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนีเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลายกรณีกลับมีการใช้กำลังบังคับ และใช้เครื่องพันธนาการ ทั้งที่ผู้ถูกจับไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความเสียหาย ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เป็นธรรมต่อประชาชนอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้นานาชาติมองว่า ไทยเป็นประเทศที่ล้าหลัง เพราะกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่มีความเป็นมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องมายัง พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 1. สั่งกำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp; รวมทั้งวิธีการจับในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพและชื่อเสียงของบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอาญาของประเทศให้มีมาตรฐานสากล ด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจสอบพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกผู้ต้องหา และเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี เช่นเดียวกับการปฏิบัติในนานาอารยประเทศทั่วโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;21 มิถุนายน 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11838</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police  Watch, ครูจอมทรัพย์, ครูปรีชา, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที, พ.ต.ท.สันธนะ  ประยูรรัตน์, พนักงานสอบสวน, พนักงานอัยการ, พระพุทธะอิสระ, สภาทนายความ, สุกิจ พูนศรีเกษม, หมายจับ, หมายเรียก, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b61f9603d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสก โลโซ&#039;จวกบิ๊กตู่ขอโทษทำไม แก้ปัญหาปากท้องดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสกโลโซ นักร้องชื่อดัง ได้โพสต์ภาพและแชร์ข่าวในเฟซบุ๊ก &amp;quot;SEK LOSO&amp;quot; ถึงกรณี นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ บุกจับกุมภายในวัดเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อเวลา 18.27 น.โพสต์ว่า &amp;ldquo;LOSO POLL ผมว่าก็สมควรแล้วนี้ เป็นถึงผู้นำประเทศจะไปขอโทษคนอย่างนี้ทำไม? หรือแฟนคลับว่าไงช่วยบอกที!?!&amp;rdquo; ต่อมาในเวลา 18.36 น.โพสต์อีกว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาชนลำบากยากจน ธุรกิจประเทศย่ำแย่ ใยท่านไปให้ราคากับมารศาสนาเยี่ยงนี้!?! เอาเวลาไปแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชะและไปบริหารประเทศดีกว่าไหม!!?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10115</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักร้อง, พระพุทธะอิสระ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ, เฟซบุ๊ก, เสกสรรค์ ศุขพิมาย, เสกโลโซ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa1c87d037c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาแฉปล่อยคลิปจับ&#039;พุทธะอิสระ&#039;หวังลดศรัทธา&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chuchart Srisaeng ถึงกรณีการเข้าจับกุมพระพุทธะอิสระว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามพร้อมด้วยอาวุธร้ายแรงบุกเข้าจับกุมพระพุทธอิสระโดยได้ดำเนินการเปรียบเสมือนกับท่านเป็นมหาโจรหรือหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการนำคลิปขณะปฏิบัติการจับกุมมาเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่างออกมายืนยันว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกระทำตามยุทธวิธีและเหมาะสมดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมพระพุทธอิสระที่กุฏิในวัดอ้อน้อย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่า ขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก และพลเอกประยุทธได้ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไปแล้วว่าต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งยังได้ฝากขอโทษนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหม ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตักเตือนถึงการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจกระทบต่อความรู้สึกของศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้พลเอกประวิตรอยากขอโทษประชาชนแทนตำรวจชุดปฏิบัติการและเน้นย้ำไปแล้วไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตร ไม่สงสัยบ้างหรือว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเฉพาะการจับกุมพระพุทธอิสระที่รับปฏิบัติตามพระบัญชาของอดีตสมเด็จพระสังฆราชสมเด็จพระญาณสังวรให้ท่านพยายามขจัดลัทธิธรรมกายให้ได้และท่านก็ได้ดำเนินการตลอดมาจนประสบความสำเร็จได้ระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น แต่ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปทำการจับกุมพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ในคดีโกงเงินทอนวัดซึ่งบางองค์มีความสนิทสนมกับธรรมชโยเป็นพิเศษกลับได้รับการปฏิบัติอย่างนอบน้อมสุภาพเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรคิดดูเถอะว่า การนำคลิปที่ไม่มีบุคคลใดอาจเข้าไปถ่ายภาพได้จึงไม่อาจนำเผยแพร่ได้ ผู้ที่นำมาเผยแพร่ก็น่าเชื่อว่าคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ถ่ายภาพหรือผู้ที่ได้เข้าร่วมจับกุมนั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำมาเผยแพร่โดยย่อมเล็งเห็นผลได้อยู่แล้วว่า จะถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงแน่นอนและผลที่ตามมาก็คือทำให้ประชาชนไม่พอใจและเสื่อมศรัทธา คสช.และรัฐบาลลงไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรกรุณาคิดดูว่า การกระทำดังกล่าวคือการวางแผนทำลายการชื่นชม ความเลื่อมใสและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ คสช.และรัฐบาลได้อย่างแนบเนียนที่สุดใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10114</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chuchart Srisaeng, ชูชาติ ศรีแสง, พระพุทธะอิสระ, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20f58ba9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
