<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ถาม&#039;ป๊อกยะบุตร&#039;จบปริญญาเอกกฎหมายเพียงเพื่อเอามาโกหกหลอกลวงคนหน้าโง่แค่นั้นเองหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ก.พ.64-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ประมุขของชาติไม่ใช่บุคคลธรรมดา&amp;rdquo;
อย่าปล่อยให้ป๊อกยะบุตรแหกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๊อกยะบุตร เป็นรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ทางด้านกฎหมาย ที่มักพูดเรื่องกฎหมายเหมือนคนไม่รู้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๊อกยะบุตร เสนอว่า การคุ้มครองพระมหากษัตริย์ให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนบุคคลธรรมดาก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความจริง คือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;1 ผู้ที่เป็นประมุขของประเทศ ไม่ว่าประเทศใดในโลก ทั้งที่เป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี มิใช่บุคคลธรรมดา แต่อยู่ในฐานะประมุขของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;2 ป๊อกยะบุตร ควรเอาปริญญาไปคืน แล้วกลับไปเรียนวิชาหลักกฎหมายพื้นฐานของนักศึกษาปี 1 ใหม่ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ &amp;ldquo;เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐในประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของชาติ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐในประมวลกฎหมายอาญา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่างกับการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ที่ไม่เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐในประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;3. ทำไมถึงใช้กฎหมายหมิ่นประมาทของบุคคลธรรมดากับพระมหากษัตริย์ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบที่นักศึกษาเรียนกันมาตั้งแต่ปี 1 ยังตอบได้คือ พระมหากษัตริย์ไม่สามารถฟ้องร้องผู้ใดได้ เหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายปกป้ององค์พระประมุขไม่ให้ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull;4 ป๊อกยะบุตร หลอกว่า &amp;ldquo;ยกเลิก ม.112 จะช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ได้อย่างไร หากคณะทรราษฎร์ปลดแอกและตลาดหลวง ระดมผีดิบไร้สมองและจิตวิญญาณ จัดทัวร์มาลง และฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ ด้วยคดีความที่ให้ร้ายป้ายสีมากมากมโหฬาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับมาดีๆ เถอะว่า ทั้งตัวป๊อกยะบุตรเอง และสาวกผีดิบผู้ที่มีเป้าประสงค์จะยกเลิก ม.112 ไม่ได้มีจะประสงค์ที่จะช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีจุดประสงค์ตรงกันข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โกหกคนหน้าโง่ได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอกจริงมั้ยป๊อก เพราะตัวเองไม่ได้หน้าโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๊อกยะบุตร เอ้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนกฎหมายมาจนจบปริญญาเอกเพียงเพื่อจะเอามาโกหกหลอกลวงคนหน้าโง่แค่นั้นเองหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลอกคนไทยได้ทั้งเมืองว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยกเลิก ม.112 จะช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลอกตัวเองไม่ได้ใช่มั้ยละ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตัวเองมีปริญญาเอกด้านกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเอง ไม่ได้โง่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลอกตัวเองไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลอกได้แต่พวกหน้าโง่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงมั้ยละป๊อก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91825</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, ป๊อกยะบุตร, พระมหากษัตริย์, ม.112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_6019fef2613b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หยุด!&#039;ปิยบุตร&#039;ข้องใจทำไมพระมหากษัตริย์ไม่ปฎิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64- นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดเมื่อคืนที่ผ่านมา ตั้งหัวข้อการปฎิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและตำแหน่งกษัตริย์ โดยระบุรายละเอียดว่า เหตุใดประมุขของรัฐในแทบทุกประเทศต้องมีการปฎิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความและเนื้อหาของถ้อยคำปฎิญาณตนมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต้องปฏิญาณเพื่อแสดงสัญลักษณ์ใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ต้องปฎิญาณตนต่อหน้ารัฐสภาหรือในที่สาธารณะ ประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็ต้องปฎิญาณตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในประเทศไทยผู้เข้ารับตำแหน่งต่างๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญหรือตำแหน่งที่ต้องใช้อำนาจรัฐก็ล้วนต้องทำการปฏิญาณตน แต่มีตำแหน่งเดียวที่ไม่ได้กำหนดไว้!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91013</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600f5783b29f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;เฉ่งพวก&#039;กาเหว่าดับคาจอ&#039;โกหกอีกแล้วว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนมีกองทหารในสังกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63-นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า &amp;nbsp;โกหกกันอีกแล้ว!!!! หลอกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ในโลกนี้ ไม่มีที่ไหนมีกองทหารในสังกัด!!! ความจริงเป็นอย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ประมุขแห่งรัฐไม่ว่า พระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี มีฐานะเป็นจอมทัพ เป็นผู้มีอำนาจประกาศสงคราม และบัญชาการกองทัพทั้งสิ้น ดังนั้นกองทัพทั้งหลาย จึงเป็นกองทัพอยู่ภายใต้ประมุขแห่งรัฐ และเป็นหน่วยทหารภายใต้ประมุขแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ประมุขแห่งรัฐ ไม่ว่าพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีจะเป็นผู้มีอำนาจในการประกาศสงคราม ดังนั้นจึงเป็นผู้บัญชาการของกองทัพโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ตำแหน่งยศทางทหารทั้งหมด ประมุขแห่งรัฐเป็นผู้มอบและแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ประเทศไทย ถูกบิดเบือนหลักการนี้มาตั้งแต่คณะราษฎร์ยึดอำนาจ และเอาอำนาจนี้ ไปเป็นอำนาจของนักการเมือง แต่ก็ยังยอมรับว่าพระมหากษัตริย์เป็นจอมทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ระบบการปกครองของประเทศไทย พระมหากษัตริย์ทรงมีหน่วยทหาร 2 ประเภท มาตั้งแต่โบราณกาลแล้วคือ ทหารมหาดเล็กและทหารรักษาพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พวกกาเหว่าว่าพระมหากษัตริย์ ทำไมต้องมีหน่วยทหารในสังกัดนั้น ก็เพราะไม่รู้เรื่อง เหมือนกาเหว่าที่ดับคาจอโทรทัศน์นั่นแหละ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, นายไพศาล พืชมงคล, พระมหากษัตริย์, ม็อบ3 นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a10c9bc07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตบิ๊กข่าวกรองฯชี้ทางการเยอรมันไม่บ้าจี้​ตามม็อบ3 นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า มันมากเกินไป เมื่อวานนี้​ ม็อบร้อยชื่อชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมันที่ถนนสาธร​ พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย​ เนื้อหาในจดหมายเป็นการใส่ร้าย​ กล่าวหาพระเจ้าแผ่นดินอย่างมีอคติชัดเจน​ เข้าข่ายผิด​กฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญฉบับปี​ 2560​ มาตรา​ 6 บัญญัติชัดเจนว่า​ องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ​ ผู้ใดจะละเมิดมิได้​ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้​ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญ​ ฉบับปี​ 2475​ ฉบับที่คณะราษฎรจัดทำขึ้น​ มาตรา​ 3 ก็บัญญัติไว้ในทำนองเดียวกัน​ ไม่ผิดเพี้ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มม็อบกล่าวหา​ จาบจ้วงอย่างรุนแรง​ ไร้หลักฐาน​ ไม่มีมูลความจริงว่า​ องค์พระประมุขบังคับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองให้สูญหาย​ กล่าวหาว่า​ องค์พระประมุขสั่งราชการจากแผ่นดินเยอรมัน​ และเรียกร้องให้ทางการเยอรมัน​ PNG. ในหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเยอรมันและรัฐบาลเยอรมันมีความสัมพันธ์และมีความเข้าอกเข้าใจคนไทยเป็นอย่างดี​ คนเยอรมันมีความรู้สึกที่ดีๆกับคนไทยและราชวงศ์​ นับตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเสด็จประทับเยอรมันสองครั้ง​ ตลอดจนการเสด็จเยือนเยอรมันของล้นเกล้ารัชกาลที่​ 9 ตลอดจนการเสด็จประทับเยอรมันของในหลวงองค์ปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นความลับและได้รับการต้อนรับอย่างดีจากรัฐบาลและคนเยอรมัน​ ตลอดจนรัฐบาลรัฐบาวาเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ​ PNG. จะกระทำต่อนักการทูตและบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐเจ้าของดินแดน​ และทางการเยอรมันคงไม่บ้าจี้​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาว่า​ องค์พระประมุขทรงสั่งราชการจากแผ่นดินเยอรมัน​ ต้องเข้าใจให้ตรงกันนะ​ องค์พระประมุขทรงอยู่เหนือการเมือง​ ไม่ได้ทรงบริหารราชการแผ่นดินใดๆเลย​ การลงพระปรมาภิไธย​ต่อกฎหมายใดๆ​ เป็นราชภารกิจในแบบพิธีเท่านั้น​ ไม่ใช่ในเนื้อหาของการบริหารราชการ​ ทรงทำในฐานะประมุขมิใช่ผู้บริหารรัฐบาลแบบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาในเรื่องมาตรา​ 112 ลุงตู่ก็ชี้แจงผ่านสื่อและรับรู้กันทั่วไปอยู่แล้วว่า​ ในหลวงไม่มีพระประสงค์ให้ดำเนินคดีกล่าวโทษผู้ใดในความผิดตามมาตรา​ 112​ และตั้งแต่มีการม็อบมาจนถึงปัจจุบัน​ มีหลายเหตุการณ์ที่หมิ่นเหม่ว่าจะผิดตามมาตรา​ 112 แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่เคยกล่าวโทษใครในความผิดมาตราดังกล่าวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนทั่วประเทศ​ กลุ่มพลังเงียบได้เคลื่อนไหวแสดงตัว​ ประกาศความจงรักภักดีให้เห็นแล้ว​ คนส่วนใหญ่ของประเทศยังต้องการรักษาไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์​ ใครจะคิดล้มล้างเปลี่ยนแปลงไม่ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81917</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, พระมหากษัตริย์, ม็อบ3นิ้ว, สถานทูตเยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35e35ad8c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระจ่าง!&#039;นิพิฏฐ์ &#039;ไขข้อกฎหมาย พระมหากษัตริย์มิได้ทรงรับรองการยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พระมหากษัตริย์มิได้ทรงรับรองการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้เข้าใจผิดเยอะว่า เวลามีการยึดอำนาจแล้ว ทำไมพระมหากษัตริย์ต้องรับรองการยึดอำนาจด้วย บางคนกล่าวไปไกลถึงว่า พระมหากษัตริย์ &amp;quot;เซ็นต์รับรอง&amp;quot; ผมขอคลายความสงสัยนี้ ด้วยการอธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน เรื่องนี้อาจเข้าใจยากหน่อยเพราะเป็นการอธิบายหลักรัฐศาสตร์ และ หลักนิติศาสตร์ ไปในคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ เรียกว่าอำนาจ&amp;quot;รัฏฐาธิปัตย์ &amp;quot; นั้น ในประเทศไทยก่อนปี 2475 อำนาจสูงสุดนี้อยู่ที่พระมหากษัตริย์ แต่อำนาจนี้หมดไปในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เมื่อได้มีการยึดอำนาจนี้จากพระมหากษัตริย์ ถามว่า ตอนนั้น เมื่อยึดอำนาจเสร็จแล้วพระมหากษัตริย์ทรงรับรองการยึดอำนาจหรือเปล่า ? ก็เปล่า ไม่ทรงต้องรับรองอะไร เพราะอำนาจนั้นหลุดจากมือของพระมหากษัตริย์ ไปอยู่ในมือของคณะราษฎรแล้ว จะไปรับรองอะไรได้อีก ผลจากการยึดอำนาจก็มีหลักเพิ่มขึ้นใหม่ ว่า ต่อไปนี้พระมหากษัตริย์จะทำอะไรต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และผู้ที่เสนอเรื่องให้พระองค์ลงพระปรมาภิไธย ต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ตนเสนอ ตามหลักที่เรียกว่า&amp;quot; The King Can Do No Wrong&amp;quot;(พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำผิด) หมายความว่า ผู้เสนอเรื่องและรับสนองฯต้องรับผิดในเรื่องที่ตนเสนอไป ดังนั้น การยึดอำนาจ&amp;quot;หลังจากปี 2475 &amp;quot; ย้ำว่า หลังปี 2475 จึงเป็นการยึดอำนาจไปจากรัฐบาลที่ปกครองอยู่ มิใช่ยึดอำนาจไปจากพระมหากษัตริย์ เพราะพระมหากษัตริย์ถูกยึดอำนาจไปก่อนนั้นแล้ว คำสั่งของผู้ยึดอำนาจจึงกลายเป็นกฎหมายทันทีโดยไม่ต้องผ่านสภา พระมหากษัตริย์ก็อยู่ใต้อำนาจนั้นเช่นเดียวกัน หากพระมหากษัตริย์ไม่ลงพระปรมาภิไธย ผู้ยึดอำนาจก็ต้องล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไปเลย เพราะถือว่า ไม่มีพระมหากษัตริย์ หรือ ประมุขแล้ว จึงเห็นว่า การยึดอำนาจหลัง 2475 พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขไม่มีทางเลือกใด นอกจากต้องลงพระปรมาภิไธย ตามหลักพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการยึดอำนาจในปี 2475 และพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ ผู้ยึดอำนาจ มีทาง เลือก 2 ทาง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ไม่ให้ประเทศนี้มีพระมหากษัตริย์อีกต่อไป หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ยึดอำนาจคงเห็นว่า ประเทศนี้ไม่มีพระมหากษัตริย์คงไม่ได้ วุ่นวายแน่ จึงต้องหาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่มาครองราชย์ต่อ เราจึงเห็นความโกลาหนนี้เกิดขึ้นทันทีหลัง ร.7 สละราชสมบัติ คณะราษฎร พยายามทุกวินาทีก็ว่าได้ที่ต้องหาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่มาครองราชย์ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกล่าวโดยสรุป หลัง 2475 พระมหากษัตริย์ มิได้มีอำนาจปกครอง(ทางรัฐศาสตร์)และมิได้มีอำนาจทางกฎหมาย(ทางนิติศาสตร์) อีกต่อไปแล้ว การยึดอำนาจหลัง 2475 จึงมิใช่การยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์(เพราะมิได้มีอะไรให้ยึดแล้ว) แต่เป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ครองอำนาจอยู่ การลงพระปรมาภิไธยหลังจากการยึดอำนาจ(ที่บางคนเรียกว่าเซ็นต์) จึงเป็นการลงเพราะพระองค์ยังคงเป็นพระประมุขแห่งรัฐ และทรงอยู่ใต้กฎหมาย ตามหลัก The King Can Do No Wrong เท่านั้นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81407</URL_LINK>
                <HASHTAG>The King Can Do No Wrong, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, พระมหากษัตริย์, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e326b63f17db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ10ข้อลัทธิปลดแอก! มะรืนนี้รู้ใครกันแน่ที่จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 63 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;quot;ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ของลัทธิปลดแอก&amp;quot; โดยระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเอกสารข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่เพียงแต่เห็น ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ แบบสรุป ไม่ได้เห็นฉบับเต็มว่าเอกสารข้อเรียกร้อง 10 ข้อนั้นมี 2 หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าแรกเป็น ความนำ เป็นข้อความที่เลียนถ้อยคำและสำนวนประกาศของคณะราษฎร ตอนยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลวงประดิษฐ์มณูธรรมเป็นผู้ร่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาในหน้าแรก เป็นการกล่าวหาพระมหากษัตริย์ต่างๆนานา ซึ่งไม่สู้จะเป็นธรรมเท่าใดนัก เช่น กล่าวหาว่า&amp;nbsp; เมือมีการทำรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์จะทรงลงพระปรมาภิไธยรับรองการทำรัฐประหารให้ชอบด้วยกฎหมายทุกครั้ง และกล่าวหาว่า พระมหากษัตริย์คือรากเหง้าของปัญหาทางการเมืองตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความอื่นๆ เป็นข้อความที่ใช้ข้อความที่รุนแรง ไม่สามารถจะนำมาเขียนในที่นี้ได้ ใครที่บอกว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อ เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่เกินเลย มีเหตุผล ควรไปอ่านเอกสารหน้า 1 ก่อน จะเห็นว่า เอกสารหน้า 1 มีข้อความที่จัดได้ว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันมะรืน (14 ตุลาคม) จะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มลัทธิปลดแอกอีกครั้ง ก่อนจะถึงวันนั้น เราลองพิจารณาข้อเรียกร้อง 10 ข้อของลัทธิปลดแอกกันดูด้วยใจเป็นธรรม ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลจริงหรือไม่ เพื่อความสง่างามของพระมหากษัตริย์จริงหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่นี้จะคัดลอกข้อความตามเอกสารต้นฉบับทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ ที่ว่าผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องกษัตริย์มิได้ และเพิ่มบทบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎร สามารถพิจารณาความผิดของกษัตริย์ได้ เช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2476 นายถวัติ ฤทธิเดช จากสมาคมกรรมกรรถราง เตรียมจะยื่นฟ้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อศาลพระราชอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาท จากข้อความพระบรมราชวินิจฉัยเรื่อง เค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นเหตุสำคัญของการก่อกบฏของพระองค์เจ้าบวรเดช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยกเลิกมาตรานี้ รู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีสาวกลัทธิปลดแอกหาเรื่องฟ้องร้องพระมหากษัตริย์กันเป็นว่าเล่น และการให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาความผิดของพระมหากษัตริย์ แน่ใจแล้วหรือว่าสมาชิกทุกคนในสภาผู้แทนราษฎรจะมีความเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา และไม่ทำให้พระมหากษัตริย์ต้องเสื่อมเสียพระเกียรติอย่างร้ายแรง อย่างไม่เป็นธรรม นี่หรือคือการทำเพื่อความสง่างามของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งเปิดให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ได้ และนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกเลิกมาตรา 112 เป็นความไม่เป็นธรรมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่ง เพราะสำหรับสามัญชน ยังมีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ระบุว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ไม่อาจเป็นโจทย์ฟ้องประชาชนได้ จึงทรงใช้มาตรา 326 ไม่ได้ การยกเลิกมาตรา 112 จึงแปลว่าใครจะใส่ความ ทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติอย่างไรก็ได้ ทำไมคนธรรมดายังมีกฎหมายคุ้มครองได้ ทำไมพระมหากษัตริย์จึงมีไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ว่ามาตรา 112 ถูกคนใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ก็เพียงแต่กำหนดเสียใหม่ว่า ผู้ที่จะทำหน้าที่ดำเนินคดีกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานอัยการ เท่านั้นก็แก้ปัญหานี้ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยกเลิกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพราะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป ไม่ควรนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง ตามที่เรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ยกเลิก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2561 และให้แบ่งออกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง และทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่เป็นของส่วนตัวของกษัตริย์อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นสำนักงานทรัพย์สิน พระมหากษัตริย์ และเรียกทรัพย์สินส่วนพระองค์ ว่าทรัพย์สินในพระองค์ และเรียกทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ว่าทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ ซึ่งแบ่งแยกกันชัดเจนอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ปรับลดงบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้สถาบันกษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้สถาบันพระมหากษัตริย์ มีหลายรูปแบบ ทั้งที่จัดสรรตรง และที่แฝงอยู่ในโครงการตามพระราชดำริซึ่งแฝงอยู่ในหน่วยราชการต่างๆ โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า สำนักงบประมาณ ครม. และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว ทำไมจึงเจาะจงจะปรับลดงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงอย่างเดียว โดยไม่แตะต้องหน่วยราชการอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ยกเลิกส่วนราชการในพระองค์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ชัดเจนเช่น หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ให้ย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่น และหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น เช่น คณะองคมนตรีนั้นให้ยกเลิกเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การย้ายหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ไปไว้กับหน่วยอื่น ทำเพื่อถวายความปลอดภัย หรือถวายความไม่ปลอดภัยกันแน่ ส่วนคณะองคมนตรี จะมีความจำเป็นหรือไม่ ควรเป็นพระราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด เพื่อกำกับให้การเงินของสถาบันกษัตริย์ อยู่ภายใต้การตรวจสอบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำลัทธิปลดแอกเรียกร้องเสรีภาพ แต่กลับต้องการลิดรอนเสรีภาพพระมหากษัตริย์ และลิดรอนเสรีภาพของประชาชนที่ต้องการบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย&amp;nbsp;ถามว่าหากมีคนเอาเงินมามอบให้แกนนำของลัทธิปลดแอก ให้เอาไปใช้ตามแต่จะเห็นสมควร อย่างนี้ต้องมีการตรวจสอบหรือไม่ว่านำไปใช้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นการลิดรอนเสรีภาพของพระมหากษัตริย์อีกเช่นกัน ประชาชนทำได้ แต่พระมหากษัตริย์ทรงทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ยกเลิกการประชาสัมพันธ์ และการให้การศึกษาที่เชิดชูสถาบันกษัตริย์แต่เพียงด้านเดียวจนเกินงามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่า บางครั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เผยแพร่ เชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ อาจมีการเผยแพร่ที่มากเกินไป ซึ่งพระมหากษัตริย์เองก็อาจไม่มีพระราชประสงค์ให้ทำเช่นนั้น แต่การเผยแพร่พระราชกรณีกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เป็นสิ่งที่ควรกระทำ การออกกฎหมายห้ามทำเช่นนั้น ก็ดูจะมากเกินไป แต่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ควรต้องพิจารณาการเผยแพร่ให้พอเหมาะพอสม ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. สืบหาความจริงเกี่ยวกับการเข่นฆ่าราษฎรที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือมีความข้องเกี่ยวใดๆ กับสถาบันกษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้คำว่าเข่นฆ่าราษฎร โดยปราศจากหลักฐานใดๆ มีนัยยะของการกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม บุคคลที่หมายถึงทั้งหมด ที่ไปอยู่ต่างประเทศอาจสูญหายไป อย่างไร ด้วยเหตุผลใดก็ยังไม่มีใครทราบแน่ บางคนก็ไม่มีความสำคัญพอที่จะสร้างผลกระทบใดๆ ได้ การพุ่งเป้าไปที่พระมหากษัตริย์ จึงเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ห้ามมิให้ลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหารครั้งใดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องการให้พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีการทำรัฐประหารสำเร็จ กลับห้ามลงพระปรมาภิไธยรับรองการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทำรัฐประหาร ซึ่งประกาศตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เพราะยึดอำนาจไว้ได้แล้ว พระมหากษัตริย์ยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ หากไม่ให้ลงพระปรมาภิไธย แล้วจะให้ทรงทำอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยนี้ ไม่มีทางที่จะมีการทำรัฐประหารได้ หากไม่มีเงื่อนไขที่สุกงอม ดังนั้น แทนที่จะหาทางทำอย่างไรไม่ให้นักการเมืองสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการทำรัฐประหาร กลับห้ามพระมหากษัตริย์มิให้ทรงลงพระปรมาภิไธย นับว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรมต่อพระมหากษัตริย์อีกข้อหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อนี้ หากทำได้สำเร็จทั้ง 10 ข้อ ก็ไม่ต่างจากการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์สักเท่าใดเพราะพระมหากษัตริย์จะถูกควบคุมและถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ยิ่งกว่าประชาชนธรรมดาคนหนึ่งเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้แม้เพียงข้อเดียว เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีความรู้สึกว่าพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและเทิดทูนกำลังถูกย่ำยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้การเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาคอยดูกันว่าการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ว่าม้วนเดียวจบคือใครจบ มะรืนนี้รู้กัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80224</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ข้อเรียกร้อง, พระมหากษัตริย์, ม็อบ14ตุลา, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านกฎหมายก่อนชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๔ ตุลาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยืนยันว่าจะชู ๓ นิ้วระหว่างขบวนเสด็จฯ ในหลวงผ่านถนนราชดำเนิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งแรกที่ผู้ชุมนุมต้องทำความเข้าใจคือ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้บัญญัติว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;........&amp;quot;การถวายความปลอดภัย&amp;quot; หมายความว่า การรักษาความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป และให้
หมายความรวมถึงการรักษาความปลอดภัยสําหรับผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้แทนพระองค์ซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป และบุคคลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นพระราชอาคันตุกะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความปลอดภัย&amp;quot; หมายความว่า การรักษาความปลอดภัยและการถวายพระเกียรติต่อพระองค์ หรือบุคคลที่ต้องมีการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยของพระราชฐาน ที่ประทับหรือที่พัก การรักษาความปลอดภัยในขณะที่เสด็จไปหรือไปยังที่ใด รวมตลอดถึงการรักษาความปลอดภัยของยานพาหนะ และสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้อง.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวนอีกครั้งกับประโยคที่ว่า....&amp;quot;การรักษาความปลอดภัยและการถวายพระเกียรติต่อพระองค์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ชุมนุมจึงต้องพึงระวัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำลายพระเกียรติ ขณะขบวนเสด็จฯ ผ่านจะมีความผิดตามกฎหมายตามมา&amp;nbsp;
-------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายอาญา มาตรา ๑๐๘ บัญญัติว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพ ของพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะกระทำการประทุษร้าย ต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็น การช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๑๐๙ ผู้ใดปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือฆ่า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์ พระราชินีหรือรัชทายาท หรือเพื่อฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระราชินีหรือรัชทายาท หรือจะฆ่าผู้ สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๑๑๐ ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพ ของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้ สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือ จำคุกตั้งแต่สิบหกปีถึงยี่สิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าการกระทำนั้นมีลักษณะอันน่าจะเป็นอันตรายแก่พระชนม์หรือ ชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือ เสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือรู้ว่ามีผู้จะประทุษร้าย ต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือ ประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สิบสองปีถึงยี่สิบปี
------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ที่ต้องพลิกกฎหมายมาเตือนกัน เป็นผลสืบเนื่องจากแกนนำผู้ชุมนุมไร้ความรับผิดชอบ แสดงความเห็นมันปาก ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างความเกลียดชังต่อองค์พระประมุข มีการดำเนินการมาอย่างเป็นระบบในโลกโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนักสุดถึงขั้นอาฆาตมาดร้าย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแกนนำผู้ชุมนุมก็มีส่วนร่วมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ๑๔ ตุลาคม เป็นหน้าที่ของผู้ชุมนุม แกนนำผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาไม่แล้ว จะเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80187</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมวงศานุวงศ์, พระมหากษัตริย์, พระรัชทายาท, พระราชินี, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
