<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามล่าเมธีส่อวืด 3วันยังไร้คำตอบ งงเยอรมนีเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ชี้ม็อบพระเคลื่อนไหวแค่ในโลกออนไลน์ ยอมรับ 3 วันรอคำตอบขอตัว &amp;quot;พระพรหมเมธี&amp;quot; เยอรมนียังเงียบ งงไม่รู้ติดขัดตรงไหน เชื่อไม่เป็นแบบอย่างให้พระหนีคดีหลบออกนอกประเทศตาม &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เตรียมฟันเพจปล่อยข่าวเท็จใส่ร้าย จนท. &amp;quot;อพช.&amp;quot; บุกร้องผู้ตรวจฯ ยื่นความเห็นเสนอศาล รธน.ตีความ พรบ.คณะสงฆ์ จับพระสึกก่อนคดีถึงที่สุดขัดรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวถึงกรณีมีผู้โพสต์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียระบุ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยเตรียมนำพระสงฆ์ออกมาชุมนุมเพื่อคว่ำบาตรรัฐบาลในวันที่ 25 มิ.ย. เหตุจับพระสึกก่อนศาลพิพากษาความผิดในคดีทุจริตเงินทอนวัดและคดีอื่นๆ ว่า พระก็ออกมาบอกแล้วว่าไม่ยุ่ง ส่วนใหญ่ก็มีแต่ตามในโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาก็ว่ากันไป พระรูปไหนผิดก็ว่าไปตามผิด พระรูปไหนถูกก็ว่าไปตามถูก ซึ่งการเคลื่อนไหวปลุกระดมคงไม่มี&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปต่างประเทศถึง 2 ครั้ง &amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งหลบหนีไปประเทศเยอรมนีและยื่นขอลี้ภัย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาดำเนินการไปตามขั้นตอน และ 3 วันก็ไม่ใช่การได้ตัวแต่เป็นการให้คำตอบ ซึ่งตนได้ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณา &amp;nbsp;ซึ่งเขาก็บอกว่าจะพยายามทำให้ได้ภายใน 3 วัน ซึ่งครบกำหนดเวลา 3 วันเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ทราบว่าติดขัดตรงไหน เพราะไม่ได้ไปนั่งทำกับเขา คงต้องปล่อยให้เขาพิจารณาแล้วกัน &amp;nbsp;ทุกอย่างต้องทำไปตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งคงต้องตรวจสอบในรายละเอียดกันอีกที&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถ้าหากไม่สามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้ จะถือเป็นตัวอย่างให้พระรูปอื่นที่กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันใช้วิธีการหลบหนีออกนอกประเทศเหมือนกันหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดเผื่อไปในทางเลวร้ายตลอด อย่าเพิ่งไปถามอย่างนั้น ถ้าถามอย่างนั้นตนก็ตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้เผื่อไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวถึงกรณีมีบุคคลอ้างตัวเป็นสำนักข่าวชินบัญชร โพสต์ข้อความทำนองจะมีการจับกุมพระมหาเถรสมาคมทุกรูป และควบคุมตัวเจ้าคณะจังหวัดไว้ที่ค่ายทหารทุกจังหวัด และประกาศใช้มาตรา 44 ให้พระสงฆ์สามเณรงดออกจากวัดตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 05.00 น.ของอีกวันในช่วงสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ก่อนงานเข้าพรรษา จนกว่าจะมีการปฏิรูปสงฆ์แล้วเสร็จ และให้ลี้ภัยไปใน 11 ประเทศที่มีสนธิสัญญาว่า ข้อความทั้งหมดไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ข้อความที่โพสต์นั้นเป็นข้อความที่รุนแรง ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการจับกุมแต่อย่างใด และตำรวจเตรียมดำเนินคดีสำนักข่าวดังกล่าวตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในฐานความผิดนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์กับกลุ่มคนหรือเพจเฟซบุ๊กที่สร้างข่าวลือในลักษณะนี้ โดยประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) &amp;nbsp;ตรวจสอบต้นทางของข่าวที่มีลักษณะปลุกปั่น สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนและสังคม ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข้อความดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา &amp;nbsp;มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ข้อหาความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &amp;nbsp;และให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องคดีทุจริตเงินทอนวัดนั้น ผบก.ป.กล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่การมาแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ทั้งนี้ได้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ พศ.ที่กระทำผิดไปแล้ว 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ.แจ้งวัฒนะ องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช.) นำโดยพระมหาทนงค์ วิสุทฺธสีโล เลขานุการ อพช. พร้อมคณะสงฆ์เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส เพื่อร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ &amp;nbsp;พ.ศ.2505 มาตรา 29 ว่าด้วยพนักงานสอบสวนมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศได้ ถ้าพระภิกษุรูปดังกล่าวถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และมาตรา 30 ว่าด้วยให้พนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้มีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุที่ต้องจำคุกตามคำพิพากษาสละสมณเพศเสียได้ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือร้องเรียนดังกล่าวอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ระบุว่าในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดไม่ได้ รวมถึงการควบคุมหรือคุมขังให้กระทำได้เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนี ด้วยเห็นว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 15 จัตวา, มาตรา 26, มาตรา 28 ระบุว่าการสละสมณเพศเป็นการลงโทษสำหรับพระภิกษุสามเณรผู้กระทำความผิดคำวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว แต่มาตรา 29 และมาตรา 30 กลับสามารถลงโทษด้วยการสละสมณเพศก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ไม่ให้ลงโทษอาญาก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 2 มาตราดังกล่าวยังขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญในมาตรา 27 ระบุไว้ว่า ทุกคนจะต้องได้รับสิทธิและเสรีภาพความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม และไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะแตกต่างเรื่องเพศ เชื้อชาติ &amp;nbsp;ความเชื่อเรื่องศาสนา หรือความคิดเห็นด้านการเมืองที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ&amp;quot; หนังสือร้องเรียนระบุตอนท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหาทนงค์กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว หากเห็นว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ อพช.จะดำเนินการขอคุ้มครองชั่วคราวในเรื่องของกฎหมายคณะสงฆ์ ก่อนจะเตรียมยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเดินทางมายื่นเรื่องในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีพระภิกษุสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ก่อนหน้านี้ แต่เป็นการศึกษาจากการดำเนินคดีกับพระภิกษุในหลายๆ กรณีที่ผ่านมา ขอยืนยันไม่ได้เป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;quot; เลขานุการ อพช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มพระภิกษุของ อพช.จะเดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นด ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ อพช.ยื่นเรื่องไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน เพื่อให้พิจารณาก่อนที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11634</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระมหาทนงค์ วิสุทฺธสีโล, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วรกร พงศ์ธนากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27bfd1b46c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
