<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกจะต้องอิจฉาไทย (อีก)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างนี้ต้องฉลอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;๒๘ วัน&amp;quot; ติดต่อ ในประเทศไทย โควิดเป็น ๐!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เห็น &amp;quot;ยอดรวม&amp;quot; ทั้งโลก พุ่งหลัก ๑๐ ล้าน ทะยานสู่ล้านที่ ๒ ชนิดแรงไม่ตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ฉลองไม่ลง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งกูรูแพทย์เตือน อย่ากระดี๊-กระด๊ากันมากไป การ์ดตกเมื่อไหร่ รอบ ๒ มาแน่ วางแก้วกึกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามาจริงๆ ผมว่า จะมาจากภายนอก ส่วนภายในกันเอง ไม่น่านะ เพราะคนไทย เท่าที่สังเกต เรื่องอื่นพอหยวนได้ แต่เรื่องการ &amp;quot;สวมหน้ากากอนามัย&amp;quot;..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยจริงจัง &amp;quot;มาตรฐานโลก&amp;quot; ถึงขนาดนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งการเข้มงวดตรวจตรา ทุกกิจการร้านค้า-ร้านขาย แหย่เท้าเข้าไป ต๊กใจ...พนักงานโดดออกมาสกัด แล้วยิงเปรี้ยงกลางแสกหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตะโกน ๓๖ จุด...จากนั้น ถึงจะปล่อยให้เข้าร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งร้านอาหารด้วยแล้ว พ่อเจ้า-แม่เจ้า กว่าจะได้กิน มากพิธี พอๆ กะตอนบวงสรวง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเผลอ ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ผ่านการยิงแสกหน้า จะถูกโวย ยังกะมีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ นะ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าร้อยละ ๙๐ ที่ครัดเคร่งสวมหน้ากากอนามัย ไม่ว่าจะขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ ฉุยฉายตามถนนทุกวันนี้ หน้ากากอนามัย เป็นอวัยวะงอกชิ้นที่ ๓๓ ในร่างกายไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตามต่างจังหวัด เป็นไงไม่รู้ ยังไม่กล้าออกนอกสายสิญจน์ไปไหน ไปก็กลัวเขาจะจับถ่วงหม้อ ๑๔ วัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหล่านี้ เป็นเรื่องดี......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่งอารยะคนในชาติ วิสัยทัศน์ทะลุรากประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรู้จักแยกแยะเรื่องราว ว่าการณ์ใด ต้องครัดเคร่ง ยึดส่วนรวมเป็นศูนย์กลาง การณ์ใด ทำแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น ก็สบายๆ ตามใจคือไทยแท้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่นี้ มันยอดประชาธิปไตยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างสหรัฐฯ อารยะหรือเถื่อนก็คิดเอา แค่หน้ากากอนามัยคนละอัน เซฟชีวิตทั้งเขา-ทั้งเราได้ทั้งประเทศ แค่นี้ยังคิดไม่เป็น ปล่อยให้ตายเป็นแสนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครสวมหน้ากากอนามัยก็ไล่กระทืบเขา คิดเอา นี่..ต้นแบบประชาธิปไตย หรือปลายยุคมนุษย์ถ้ำ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ บ้านเรา ใครๆ เขาเที่ยวห้าง......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมเที่ยวโรงพยาบาล เห็นแล้วไม่ว่าโรงพยาบาลไหน ผู้คนเหมือนรังมด-รังปลวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนต้องทำให้คิด......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายการสาธารณสุขประเทศเรา คืออะไร และอย่างที่เป็น บ่งถึงก้าวหน้าหรือก้าวหลัง?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าว่าก้าวหน้า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงก้าวเฉพาะด้านธุรกิจโรงพยาบาลและการสาธารณสุขที่มุ่งเฉพาะด้านรักษา แต่การเสริมสร้างสมดุลชีวิตด้วยสุขภาพ-อนามัย &amp;quot;ก้าวหลัง&amp;quot; ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ เน้นแก้ปลายเหตุ ปล่อยให้ประชาชนอมโรคก่อน แล้วตามรักษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เน้นต้นเหตุ คือทำอย่างไรให้ประชาชนป่วยน้อย โดยมุ่งเน้นป้องกันโรค ด้วยเสริมสร้างสุขภาพอนามัยแต่แรกเริ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพจึงเป็นอย่างทุกวันนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนป่วยคือลูกค้าโรงพยาบาลและการสาธารณสุขใช้ตัวเลขป่วยนั้นมุ่งไปที่งบประมาณ นโยบายจึงออกลักษณะใช้คนป่วยเป็นดีมานด์ผ่านโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลจึงเหมือน &amp;quot;สุสานคนเศร้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละคนที่ไป ล้วนแต่แบกทุกข์-แบกโรคกันจนงอม ตื่นกันแต่มืด-แต่ดึก ไปรวมเป็นกองผักเหี่ยวเฉา คนละครึ่ง-ค่อนวัน ได้พบหมอซักคนละ ๕ นาที ก็เหมือนได้พบพระมาลัย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นคนเจ็บ-คนป่วยมากๆ ว่าสงสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอเห็นหมอ-พยาบาล-เจ้าหน้าที่ ที่ต้องดูแลคนไข้ ๑ ต่อ ๑๐๐ ขึ้นไป ต้องขยักสงสาร ปันให้หมอ-พยาบาลด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดชาติหน้า-ฉันใด ขออย่าได้เป็นหมอ-เป็นพยาบาลเล้ยยย เจ้าประคุณ มันโคตรเหนื่อย จะกินข้าวซักคำ ก็เห็นตาดำๆ จับเจ่า จ้องรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะเป็น ขอเป็นหมอทำสวย หรือไม่ก็ หมอผ่าตัดแปลงเพศ เพราะพวกที่มา มาแบบแฮปปี้ ตอนกลับ ยิ่งแฮปปี้ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เหมือนหมอรักษาคนไข้....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละคนที่มา เปื่อยมา แล้วกลับไปเปื่อยต่ออีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องโควิด-๑๙ นี่ ต้องทำตัวเป็นคน ๒ ใจ ใจหนึ่งจำทนไปก่อน อีกใจ ทำสบายๆ ฝืนชินยุค New Normal อย่างน้อยครึ่งปี อย่างมากเป็นปีๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ดูแล้ว ที่ประเทศโน้นคุย-ประเทศนี้คุย ว่าพบยา พบสูตรวัคซีน เตรียมผลิต เมื่อนั่น เมื่อนี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเข้าจริง มีเนื้อซัก ๑๐ นอกนั้น น้ำซะ ๙๐!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อวัคซีน การทดลองมันเหมือนขั้นตอนปฏิบัติโรงไฟฟ้าระบบนิวเคลียร์ คือจะ &amp;quot;ลัดขั้นตอน&amp;quot; ใดๆ ไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เร็วที่สุด ใช้เวลาเป็นปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งตอนนี้ วิเคราะห์-วิจัยกันแล้ว เจ้าโควิดมันไม่ได้มีสายพันธุ์เดียว ที่พบในจีน ในยุโรป มันร้อยพ่อ-พันแม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ประเทศไหนผลิตวัคซีนออกมา ก็ต้องดู เขาใช้สารพันธุกรรมของเชื้ออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงตรงนี้ ต้องชมประเทศเราเอง วันนี้ การรอคอยวัคซีน เป็นการรอคอยที่ไม่เลื่อนลอยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธงชัย สะบัดชายไหวๆ เห็นวิบๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๒๒ มิ.ย.๖๓) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์เฟซถึงความก้าวหน้าการทดลองวัคซีนว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนเข็มแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ลิงทุกตัวสุขภาพแข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-สร้างภูมิคุ้มกันได้ระดับที่น่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนเข็มที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ฉีดในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ในอีก ๒ สัปดาห์ คาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคโควิด-๑๙ เพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนเข็มที่ ๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ฉีดในเดือนกรกฎาคม ๖๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดทดสอบมนุษย์ ในตุลาคม ๖๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ ผมได้ร่วมแถลงข่าวผ่าน VDO Conference ถึงความคืบหน้าการทดลองทดสอบวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำคณะผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชน ไปติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบรายละเอียดของการทดสอบ เพื่อให้คำแนะนำและเตรียมรายละเอียดการดำเนินงานในขั้นต่อไปครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากได้ทดลองวัคซีนโควิด-19 โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ &amp;ldquo;ชนิด mRNA&amp;rdquo; ในลิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข็มที่หนึ่ง ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า ลิงทุกตัว มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนักวิจัยได้ทำการเจาะเลือดของลิงมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือ antibody&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวดีมากที่พบว่า..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิงที่ได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่น่าพอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่สองในวันนี้ (22 มิ.ย.63) แล้วจะเจาะเลือดมาตรวจเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 จะมีระดับเพิ่มขึ้นในอีกประมาณสองสัปดาห์นับจากนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะฉีดเข็มที่สามต่อไปในเดือน ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ การวิจัยและพัฒนาเป็นไปตามแผนงาน เมื่อวิเคราะห์ประเมินผลการทดสอบในลิงทั้งในด้านผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและด้านความปลอดภัยเสร็จแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ต่อไป โดย วช.ได้ตกลงให้ทุนวิจัยเพิ่มเติมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถเริ่มสั่งผลิตวัคซีนชนิดนี้ให้พร้อมสำหรับทำการทดสอบในมนุษย์ไว้แล้ว หากเป็นไปตามที่คาดไว้ จะทำการทดสอบในมนุษย์ได้ประมาณเดือน ต.ค.&amp;ndash;พ.ย.ตามแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ โดยมอบให้ อว. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งโดยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ในขณะนี้ ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้วครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เก็บมาบอกเพื่อให้มีกำลังใจ..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝืนชีวิตที่มีความหวังรออยู่ เหมือนทนหิวแลกหุ่นสลิม คุ้มค่ามิใช่หรือ?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถึงขั้นทดลองกับคนในเดือนตุลา-พฤศจิกา หมายความว่า อย่างช้า กลางปี ๖๔ ไทยเรา &amp;quot;โลกอิจฉา&amp;quot; อีกแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข็มแรก ฉีด ๓ มะกอกกับแก๊งก่อนเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นวัคซีนป้องกันโรคบ้าประชาธิปไตยลงตีนนะ!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69437</URL_LINK>
                <HASHTAG>New Normal, นพ.นคร เปรมศรี, พระมาลัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
