<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’แจงต้องลาออกหากพ.ร.ก.โรคติดต่อถูกคว่ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;22 ก.ย.2564 &amp;nbsp;- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รายงาน โดยอธิบายเหตุผลที่ต้องออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวให้มากขึ้นในการบริหารงานด้านสาธารณสุขท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 และเพื่อทำให้เป็นการบริหารงานด้านสาธารณสุขโดยตรง เพราะไม่เคยมีที่จะให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมากำกับงานด้านสาธารณสุขเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะ ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ และขณะเดียวกัน ก็ต้องเสนอต่อสภาเพื่อให้สภาเห็นชอบ แต่คงต้องเสนอเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาแล้วในเดือน พ.ย. เนื่องจากไม่อยากขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายวิษณุยังระบุด้วยว่า ถ้า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองจากสภา รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมา ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ จะต้องหารือกับนายกฯ อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉบับนี้แล้ว จะส่งผลให้ไม่ต้องขยายระยะเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117481</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, พระราชกำหนด, พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558, รองนายกรัฐมนตรี, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b248cc480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดีตกุนซือบิ๊กป้อม’แฉเตรียมสอดไส้พรก.เหมาเข่งในกฎหมายโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;ขบวนการจัดหา-บริหารจัดการวัคซีนผวาคุก!!! หลังจากร่างพระราชกำหนดจำกัดความรับผิด หลุดไปถึงมือฝ่ายค้านและเป็นข่าวอื้อฉาว จึงถูกประชาชนคัดค้านต่อต้านอย่างกว้างขวาง จนเดินหน้าไม่ได้&amp;nbsp;ล่าสุด จะมีการแก้ไขกฎหมายโรคระบาด โดยนำเรื่องนี้ไปพ่วงไว้ในการแก้ไขกฎหมายโรคระบาดนั้น &amp;nbsp;คาดว่าจะส่งเข้าสภา ในเร็วๆนี้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมว่าเมื่อเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติ จะต้องดำเนินกระบวนการตามรัฐธรรมนูญคือต้อง &amp;quot;ฟัง&amp;quot; ความเห็นประชาชนทุกขั้นตอน ซึ่งวงการต่างๆย่อมจ้องจับตา ออกความเห็นเรื่องนี้กันแล้ว!!! และเมื่อเข้าสู่สภา ไม่ใครก็ใครคงถูกจับแก้ผ้า ให้ประชาชนทั้งประเทศรุมยำกันแน่!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, พระราชกำหนด, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37559033a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาทิตย์&#039;เตือนสติอย่าผลีผลามกู้อนาคตอาจระบาดรอบ4-5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า หากย้อนกลับไปดู พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 3 ส่วน งบสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;เยียวยา 5.5 แสนล้านบาท และฟื้นฟูอีก 4 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ประเด็นที่น่าสนใจในงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาทเดิมมีการอนุมัติเงินไปกว่า 1.2 แสนล้านบาท เหลือเงินอีก 2 แสนล้านบาท และมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีกกว่า 1 แสนล้านบาท รวมมีการใช้จ่ายกว่า 2 แสนล้านบาท ใช้จ่ายไปเพียง 40 เปอร์เซนต์ หลายโครงการต้องขอยกเลิก ขอเปลี่ยนแปลง แต่เรื่องที่ใหญ่กว่าคือบางโครงการที่ต้องช่วยเหลือคนเดือดร้อน สภาพัฒน์เป็นผู้อนุมัติล่าช้าไม่ทันการเพราะยึดกฎ ยึดระเบียบในช่วงวิกฤต จนชาวบ้านถามมาว่า ทำไมเอาคนไม่เดือดร้อนมาแก้ปัญหาคนเดือดร้อน การกำหนดสัดส่วนใช้เงินต้องชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งใจจะฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ เตรียมวงเงินที่จะซื้อวัคซีน 1.35 หมื่นล้านบาท จากงบกลางส่วนหนึ่งรวมกับงบเงินกู้ของ 1 ล้านล้านที่กู้มาแล้ว ถามว่าทำไมไม่ใช้เงินกู้นี้ไปจัดซื้อวัคซีน3 หมื่นล้านบาทถ้าไม่พอก็ใส่เพิ่มไป6 หมื่นล้าน วันนี้สับสนที่สุดคือเรื่องวัคซีนทุกจังหวัดได้ไม่ตรงตามความต้องการ อ.สังขบุรี จ.กาญจนบุรี ถึงมีข่าวว่าได้แค่ขวดเดียว ทำไมเราไม่จัดการใช้เงินกู้นี้ไปซื้อวัคซีนเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า เงินนี้ไม่ควรนำไปใช้ทำโครงการไร้ประสิทธิภาพอื่นใดเลย ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าการระบาดรอบที่ 4 จะเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร คนที่ฉีดครบโดส 2 เข็มไปแล้วจะต้องฉีดเข็มที่ 3 ที่ 4 อีกหรือไม่ &amp;nbsp;เงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ เป็นหนี้ที่ชนเพดาน ต้องทุ่มเททำเรื่องวัคซีน ต้องจัดการ และกระจายให้ดีทั่วถึง ไม่เหลื่อมล้ำ และเพียงพอ อย่าเอาการเมืองมาบริหารวัคซีน หรือการเมืองนำการแพทย์ แต่ต้องเอาการแพทย์นำการเมือง ต้องไม่มีโควตาพรรคการเมืองที่เอาคนรวยไปฉีดก่อนประชาชน จนมีข่าวกลุ่มวีไอพีไปฉีดโดยใช้โค๊ด รุ่งเรือง หรือมีการซื้อขายคิวฉีดวัคซีน หรือบางพรรคการเมืองที่ได้โควต้ามีข่าวหนาหูมาก ไม่ใช่พรรคเดียว ไม่ทราบเรื่องนี้เท็จจริงอย่างไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเรื่องอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องสร้างความกระจ่างชัดในเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน อย่าเอาเรื่องวัคซีนไปสร้างฐานการเมือง มันต้องฉีดตามหลักระบาดวิทยา ใครที่ควรได้ก่อนต้องได้ &amp;nbsp;ถ้าเราใช้เงินกู้ที่ต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนนี้มาฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่จำเป็นต้องมีวัคซีนทางเลือก เพราะวัคซีนทางเลือกจะมีได้ก็ต่อเมื่อวัคซีนที่ให้ประชาชนเพียงพอแล้ว ถ้าวัคซีนปกติยังไม่พอแล้วมาสร้างวัคซีนทางเลือกเรากำลังสร้างเรื่องชนชั้น ความเหลื่อมล้ำและอภิสิทธิ์ชนเข้ามาในเรื่องนี้ และเงินกู้จำนวนนี้ควรจะต้องไปใช้ในนโรงพยาบาลสนามอีกด้วย เช่น จ.ตรังติดอันดับคนติดโควิดในระดับ 1 ใน 10 ของประเทศ และตัวเลขยังไม่หยุด มีคลัสเตอร์ในโรงงานใหญ่อีก2 แห่ง และโรงพยาบาลสนามวิกฤต แต่เอาเงินในส่วนของจังหวัด 50 ล้านมาช่วยไม่ได้ ดังนั้นควรต้องใช้เงินกู้นี้ไปดูแลโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ จะทำให้แต่ละจังหวัดสามารถดูแลจัดการ ดูแลชีวิตความเป็นความตายของประชานได้ทันท่วงที เพราะชีวิตของผู้คนคือการฟื้นฟูชีวิต การฟื้นฟูสังคมที่แท้จริง &amp;nbsp;ตนเห็นว่าเอาเงินกู้นี้มาทุ่มเทในเรื่องวัคซีนให้ทั่วถึงเท่าเทียมจะเป็นการฟื้นฟูและดูแลชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน 5 แสนล้านบาท, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเต, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, พระราชกำหนด, ส.ส.ตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c061db82eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;อวยสุดลิ่มพ.ร.ก.เงินกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทว่า การที่ ครม.ตราพระราชกำหนด มีความจำเป็น การจะไปรอให้ออกเป็นพระราชบัญญัตินั้นช้าไม่ทันการณ์ การแพร่ระบาดโควิดระลอก3 ต่อเนื่องรุนแรง จึงต้องเร่งแก้ไข เยียวยาให้ประชาชนที่กำลังได้รับความทุกข์ อย่างเร่งด่วน ขอชื่นชมนายกฯ ที่กล้าตัดสินใจ เป็นนักปฏิบัติ ออก พ.ร.ก.มาช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ที่มีการตั้งข้อสังเกต ทำไมไม่รอ พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะกว่าจะออกได้คงออกได้ในเดือนตุลาคม แต่ประชาชนรอไม่ได้ และตาม พ.ร.ก.นี้ ช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนทุกสาขาอาชีพกว่า 3 แสนล้านบาท อาจทำให้นักการเมืองบางคนเป็นห่วง นายกฯ ช่วยเหลือประชาชนแล้ว คะแนนเสียงเขาจะลดลง ขออย่าเอาการเมืองมาเกี่ยวเลย ในส่วนของวงเงินที่จะมาใช้งานทางสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท นำไปเน้นทางด้านวัคซีนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนตัวขอสนับสนุนการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯ ของบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ถือเป็นการมองการณ์ไกล ตอนนี้ก็มีการจัดซื้อวัคซีน ไฟเซอร์ จอหน์สันแอนด์จอห์นสัน ตามที่ประชาชนอยากได้ เมื่อนายกฯประกาศวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ เราจะพ้นวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิดของประเทศไทย นำหน้าหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้เกิดจาก นายกฯที่เป็นนักปฏิบัติ ส่วนฝ่ายโจมตีก็โจมตีไป แต่ทั้งหมดพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง ในเรื่องวัคซีน ประเทศไทย เราชนะแน่ในสงครามโควิด เรามีทั้งโรงงานผลิตวัคซีนดีเยี่ยมติดอันดับโลก ส่วนเรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7แสนล้านบาทนั้น จะรอจากพรบ.งบประมาณรายจ่ายไม่ได้ ทั้งนี้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 5แสนล้านบาท และรวมกับ พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี ยังไม่เกิน60 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าต่ำมาก หากเทียบกับบางประเทศสูงไปถึง 200 เปอร์เซ็นต์ แต่ของเรายังควบคุมสัดส่วนเงินกู้ให้อยู่ในระดับปกติได้ หากเรารอ พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี เปรียบเหมือนรอน้ำไกล กว่าจะใช้ได้อีก 5 เดือน ประชาชนรอไม่ได้ ส.ส.ไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ว่า ประชาชนล้วนรอความช่วยเหลือเม็ดเงินที่จะเป็นกำลังใจ ส่งไปให้ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ ประชาชนต่างรออยู่ ถ้าไม่มี พ.ร.ก.เงินกู้มา ประชาชนจะอยู่อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมือง ขอให้นายกฯตระหนักว่า ประชาชนส่งกำลังใจ มีความหวัง ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ถ้าไม่ท้อถอย มุ่งมั่นอย่างนี้ เอาความเดือดร้อนประชาชนเป็นเป้าหมายแก้ไขให้หมดสิ้นไป ท่านทำให้ประชาชน ไม่ต้องกลัวใคร คนดีทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ขอให้ส.ส.ที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ช่วยกันออกเสียงลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.เงินกู้ ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105766</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.), พระราชกำหนด, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c04867de7a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน!เพื่อไทยไม่เอาด้วยกู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ วงเงิน 5แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นคนแรกว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังขอให้สภาพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกฯ ไปใช้ โดยไม่มีรายละเอียด ตาม 3 แผนงานหลัก ที่ระบุว่าจะนำไปใช้งานด้านสาธารณสุข การแพทย์ จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน 3 แสนล้านบาท และเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1.7 แสนล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว การกู้เงินของรัฐบาล 1 ล้านล้านบาท สาธารณสุขได้รับการจัดสรรมา 3 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของการบริหารจัดการอุปกรณ์การแพทย์ ยาและวัคซีน มาอย่างล่าช้า เครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลที่จะรักษาไม่เพียงพอ ประชาชนที่ติดเชื้อนอนรอเตียง รอรถพยาบาลมารับไปรักษา เป็นไปอย่างล่าช้า จนเกิดความสูญเสีย สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมีเงิน แต่กลับบริหารล้มเหลวทางการบริหารจัดการ ขณะที่วงเงินการเยียวยา 3 แสนล้านในปีที่แล้วที่ตั้งไว้ เน้นที่จะไปแจกเพียงอย่างเดียว มีใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หากใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพ คนต่างจังหวัดที่เดือดร้อน ไม่เฉพาะโควิด แต่ยังเจอโรคการแพร่ระบาดในวัว โรคลัมปีสกิน ไม่มีการหาวัคซีนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร &amp;nbsp;สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม พบว่า มีการอนุมัติน้อยมาก เพียง 7.1 หมื่นล้านเป็นเพียงร้อยละ28 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่บอกจะนำไปฟื้นฟู ขอถามว่าทำไมเศรษฐกิจแย่ลง จีดีพีลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทครั้งนี้ เอาไปใช้ช่วยเหลือ 3 ด้านเหมือนปีที่แล้ว พรก.เงินกู้นั้น ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน การแพร่ะระบาดไวรัสโควิดเกิดตั้งแต่ มี.ค.2563 ปัญหายังไม่จบ จึงขอเสนอให้เปลี่ยนจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มาเป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2564 เพื่อให้สภาตรวจสอบรายละเอียดได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ความคุ้มค่าสูงสุด เพราะการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทมานั้น ประชาชนจะต้องร่วมเป็นหนี้ ร่วมกันใช้หนี้ในอนาคต เรามี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ.2561 ที่ป้องกันการใช้จ่ายเงินเกินตัว นายกฯ เคยประกาศนโยบาย การเงินการคลังของรัฐการกำหนดกรอบหนี้สาธารณะ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ต้องไม่เกินร้อยละ 60 แต่สุดท้ายวันนี้ กลับมากู้เพิ่ม ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ของเดิมเงินยังเหลือ 2.9หมื่นล้านบาท ที่ยังใช้ได้ ส่วนก้อนใหม่ 5แสนล้านบาท ในสิ้นปีงบประมาณ ก.ย. คงใช้ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท เพราะใช้ไม่ทัน ขอให้ไปเปลี่ยน พ.ร.ก.เงินกู้จาก 5 แสนล้านบาท มาเป็น พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี2564 จะได้ให้สภาตรวจสอบ ให้เกิดความคุ้มค่าจากเม็ดเงินที่ได้ไปกู้มา รวมทั้งมีการนำงบกลางไปใช้ในเรื่องไม่จำเป็น แต่ในเรื่องจัดหาวัคซีน บอกจะมาใช้เงินกู้ จึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.เงินกู้&amp;rdquo;นายยุทธพงศ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105765</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พระราชกำหนด, รัฐสภา, ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0482f32c1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุนคลังรับถังแตก!จำเป็นต้องกู้5แสนล้านมาสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ วงเงิน 5แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มาต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ แต่พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการระบาดในระลอกใหม่ได้ เงินทุนสำรองจ่ายที่เหลืออยู่ มีไม่เพียงพอ ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2564 นั้น รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดจากเชื้อโควิด-19 หากจะรอแหล่งเงินจากงบประมาณปี 2565 จะไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบประมาณปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตราพ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ มีสาระสำคัญคือ การให้อำนาจกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2565 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3หมื่นล้านบาท 2.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3แสนล้านบาท 3.แผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 วงเงิน 1.7แสนล้านบาท การตราพ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ มีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม รัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ตัวเลขหนี้ของไทย &amp;nbsp;สิ้นเดือน เม.ย.2564 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105764</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พระราชกำหนด, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c04845e6e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลอ้าง3เหตุผลโหวตคว่ำพรก.กู้5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (กก.) ล่าวถึงจุดยืนพรรคในการโหวตพระราชกำหนดเงินกู้ 5 แสนล้านบาทว่า &amp;nbsp;พรรคก้าวไกลเข้าใจถึงการเงินการคลังของประเทศ มีช่องว่างอนุญาตให้รัฐบาลนี้กู้เงินเพิ่มเติมได้อีก และจากการประชุมพรรคมีมติยืนยันพรรคก้าวไกล ไม่เห็นชอบอนุญาตให้รัฐบาลนี้กู้เงินเพิ่มเติมอีก 5 แสนล้านบาท มีเหตุผล 3 ประการ คือ 1.ความล้มเหลว เห็นจากการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา งบสาธารณสุขที่เบิกจ่ายได้ล่าช้า เยียวยาประชาชนที่ไร้ประสิทธิภาพ และฟื้นฟูประเทศที่ไม่เกิดผล พรรคก้าวไกลจะอภิปรายสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร สะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลนี้ ซึ่งเมื่อครั้งอภิปราย พ.ร.ก.1 ล้านล้านบาท พรรคก้าวไกล ได้เสนอให้กักเงินไว้ 1 แสนล้านบาท เพื่อเร่งจัดหาวัคซีนให้มีความหลากหลาย และกระจายวัคซีน รวมถึงยังต้องเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรองรับการแพร่ระบาด &amp;nbsp;แต่รัฐบาลนี้ก็ไม่ได้จัดการข้อเสนอเหล่านั้นจนนำพาประเทศให้มาถึงจุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ความมักง่าย รัฐบาลต้องการให้รัฐสภาผ่าน พ.ร.ก.เงินกู้ ฉบับนี้แต่ไม่มีแผนการใช้เงิน มีเพียงกระดาษ 5 แผ่น เท่านั้น จึงไม่สามารถพิจารณาอนุมัติได้ &amp;nbsp;หากรัฐบาลเห็นว่าจำเป็นต้องใช้เงินในการเยียวยาประชาชนจริงๆ ให้ถอน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ออก แลเวไปทำแผนการใช้เงินให้ชัดเจน แล้วจัดทำเป็นพระราชบัญญัติกลับสู่สภา และพรรคก้าวไกลยินดีที่จะพิจารณาผ่าน พ.ร.บ.ฉบับนั้นด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ความเสียหาย การผ่าน พ.ร.ก.ฉบับนี้เปรียบเสมือนเป็นการต่ออายุต่อลมหายใจให้กับรัฐบาลนี้ ที่จะสร้างความบอบช้ำให้กับประเทศมากขึ้นไปอีก จากแผนงบประมาณในปีหน้า เห็นแล้วว่าการจัดเก็บรายได้ อาจล้มเหลวอีก และต้องกู้เงินอีกซึ่งรัฐบาลจะต้องแก้ไขอัตราการกู้ที่ไว้ให้เพิ่มได้อีก ดังนั้น ทางออกตอนนี้คือหยุดรัฐบาลนี้ หยุดการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ และยืนยันว่าพรรคก้าวไกลจะลงมติคว่ำไม่ให้พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่านแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก., นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, พรรคก้าวไกล, พระราชกำหนด, เงินกู้ 5 แสนล้านบาท, ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b45218aa38d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
