<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>21พ.ค.&#039;สมช.&#039;ถกเลิกพรก.ฉุกเฉินหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 &amp;ndash; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เวลา 11.00 น.วันที่ 21 พ.ค. สมช.มีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่ได้มีประกาศในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และได้ขยายเวลาประกาศบังคับใช้จะครบกำหนดวันที่ 31 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าว &amp;nbsp;โดยการพิจารณาของ สมช.ไม่ได้ใช้โพลใดๆ เป็นตัวตัดสิน แต่ใช้สถานการณ์โควิด-19 ด้านสาธารณสุข เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ณ วันนี้ มีผลจากมาตรการต่างๆเดือนที่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ดีขึ้นในวันนี้เป็นผลจากห้วงที่ผ่านมา ถ้าเราจะตัดสินใจทำอะไรเพื่อทำให้อนาคตดีขึ้น ต้องดูสถานการณ์ดีหรือไม่ดีวันนี้เป็นตัวตัดสิน รวมถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ดูหลายอย่างด้วย สำคัญต้องถามจากสาธารณาสุขเป็นหลัก เพราะให้ความสำคัญสาธารณสุขเป็นหลัก ถ้าต้องการเครื่องมือนี้ต่อไปก็โอเค หรือถ้าพ.ร.บ.โรคติดต่อทำได้ก็ได้โอเค โดยการประชุมได้เชิญตัวแทนจากสาธารณสุขและภาคเอกชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลการประชุมวันที่ 21 พ.ค.ถือเป็นแค่มติ สมช.ต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.แต่หาก ครม.เห็นเป็นอย่างอื่นก็แล้วแต่สำหรับการประชุม ศบค.ปกติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.จะประชุมทุกวันศุกร์ ซึ่งต้องรอหนังสือยืนยันการประชุม ศบค.อย่างเป็นทางการก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66439</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก., พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สมช., เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1321a0f942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาบิ๊กตู่แถลงรายละเอียดพ.ร.ก.ฉุกเฉินบ่ายนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการออกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะเข้าสู่ระยะ 3 แล้วใช่หรือไม่ ว่า ไม่ต้องสนใจตรงนั้น ไม่ต้องสนใจระยะ 3 เพราะเป็นสิ่งที่แพทย์กำหนดไว้สำหรับดูอาการและความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ที่ระบาดจากคนไทยสู่คนไทย ซึ่งเวลานี้ยังไม่ปรากฏแพร่หลายมาก แต่สถานการณ์ของโรคและอะไรหลายอย่างจึงทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ขอให้รอนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แถลงในช่วงบ่ายวันนี้ และจะแถลงต่อจากนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มาตรการเบื้องต้นที่จะออกมาบังคับประชาชนมีอะไรบ้าง นายวิษณุ กล่าว รอให้นายกฯ แถลงเสร็จสิ้นก่อน จะได้แถลงต่อ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจหรือไม่ เพียงแต่นายกฯ ได้แจ้งในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ว่าจะมีการแถลง ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นประธาน ศอฉ.โควิด-19
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60827</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aca21a51b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
