<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง หลักธรรมเติมพลังชีวิตสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำพูดที่อาจทำให้ผู้สูงอายุที่ได้ฟังรู้สึกหมดกำลังใจ หรือแม้แต่คนวัยเก๋าหลายคน ก็อาจรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะคำกล่าวที่สะท้อนว่าคนแก่เปรียบเสมือนไม้ใกล้ฝั่ง จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกต่อไป รอเพียงวาระสุดท้ายมาถึง ต่างจากคนหนุ่มสาวที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตามทันโลก แต่อย่าลืมว่าอันที่จริงแล้ว คนทุกเพศทุกวัยจำเป็นต้องมีความพากเพียร และเรียนรู้ทั้งอุปสรรครวมถึงสิ่งต่างๆ รอบตัว เหมือนกับคนหนุ่มสาว เพื่อให้กำลังใจคนวัยเก๋าใช้ชีวิต ในช่วงบั้นปลายอย่างมีความสุข ไร้ซึ่งความกังวลจากสิ่งเร้าภายนอกที่มากระทบใจ พระราชญาณกวี (ท่านปิยะโสภณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก มาให้หลักธรรมะเติมพลังใจแก่คนวัยเกษียณไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระราชญาณกวี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระราชญาณกวี บอกว่า &amp;ldquo;ในทางธรรมะแล้ว ผู้สูงอายุไม่ใช่ผู้ที่เป็นไม้ใกล้ฝั่ง เพราะอันที่จริงแล้วคนวัยนี้ก็จำเป็นต้องมีความพากเพียร และเรียนรู้อุปสรรคเหมือนกับคนวัยหนุ่มสาว เพียงแต่ว่าวิธีในการเรียนรู้และทำความเข้าใจชีวิตอาจจะแตกต่างกับเด็กหรือคนรุ่นลูกหลาน โดยใช้หลักชีวิต 3 ประการ คือ &amp;ldquo;เรียนรู้อารมณ์&amp;rdquo; อันที่สองคือ &amp;ldquo;เรียนรู้การเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; สุดท้ายคือ &amp;ldquo;เรียนรู้การปล่อยวาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลวงพ่ออยากแนะนำคนสูงวัยที่เมื่ออายุมาก และไม่ได้อยู่กับลูกหลาน หรือบุตรหลานอยู่ต่างประเทศ ต้องอยู่ตามลำพังกับเครือญาติ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่ต้องอยู่กับผู้อื่นในสถานรับดูแล เป็นต้น ส่วนมากก็มักคาดหวังว่าลูกจะมาหา ทำให้ท่านต้องเฝ้านั่งรอนอนรอ ตรงนี้ต้องปรับวิธีคิดใหม่ว่า แทนที่เราจะน้อยใจลูกหลาน แต่การใช้คนที่อยู่รอบข้างเราเป็นเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนวัยเดียวกัน, เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง หรือญาติสนิท ตรงนี้เราก็จะมีความสุข ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะรอลูกหลานมาหา นั่นจึงเท่ากับการที่เรา &amp;ldquo;เรียนรู้การปล่อยวาง&amp;rdquo; ที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การมีชีวิตอยู่กับสิ่งรอบตัว เช่น เพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุในสถานรับเลี้ยงดูแล ถือเป็นการเรียนรู้อารมณ์ และเรียนรู้การปล่อยวาง โดยที่ไม่ต้องรอคอยลูกหลานมาเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของ &amp;ldquo;การเรียนรู้อารมณ์&amp;rdquo; ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอายุมากขึ้นอาจทำให้ยิ่งเป็นคนอารมณ์ร้อนขี้หงุดหงิด ถ้าลองปรับมุมมองใหม่ว่า หากเราอารมณ์เย็น หรือเป็นคนแก่ที่อารมณ์ดี ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ ที่สำคัญเมื่ออยู่ใกล้กับใครก็ให้ผูกมิตรกับคนคนนั้น คิดในทางตรงกันข้าม หากอยู่ร่วมกับคนอื่น และผู้สูงอายุไปดุด่า หรือแสดงความเอาแต่ใจ นั่นยิ่งทำให้คนรอบข้างเบื่อเรา สุดท้ายแล้วผู้สูงวัยก็จะไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และนั่นจะทำให้ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนขอนไม้ที่ใกล้จมน้ำ แต่ถ้าเราเรียนรู้การมีที่พึ่งทางใจ โดยไม่เอาคนเป็นที่ตั้ง แต่มีความสุขกับสิ่งที่อยู่รอบตัว จึงนับเป็นการสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ก็ให้เอาบุญกุศลเป็นที่พึ่งทางใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การเรียนรู้อารมณ์ที่สำคัญของคนสูงวัย หรือการเป็นคนที่มีอารมณ์เย็น ย่อมทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงมีความรู้สึกที่ดี ซึ่งเริ่มได้ง่ายๆ จากการผูกมิตรกับคนใกล้เคียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สุดท้ายคือการที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้อง &amp;ldquo;เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของชีวิต&amp;rdquo; เพราะในทุกๆ วันนั้นมีคนแก่ คนเจ็บ และคนตายทุกวัน ดังนั้นถ้าพรุ่งนี้เรายังลืมตาตื่นขึ้นมาได้ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้ว ในมุมกลับกันเวลาที่เราเข้านอน และคิดในหัวอยู่ตลอดเวลาว่าพรุ่งนี้ต้องตายแน่ ก็จะทำให้รู้สึกหดหู่ ท้อแท้ ไม่มีพลังชีวิต แต่ถ้าคิดว่าแค่เราได้ลืมตาขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นกำไรชีวิต แน่นอนว่าย่อมทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่ภาระ &amp;nbsp;ไม่ใช่เวรกรรม แต่เป็นเพราะสิ่งดีงามที่เราได้สั่งสมไว้ นั่นจึงให้เรามีชีวิตอยู่แบบยืนยาว แต่ถ้าหากวันสุดท้ายมาถึง เราก็จะสามารถรับมือกับมันได้โดยไม่ยึดติด สิ่งที่หลวงพ่อแนะนำมา ก็เป็นไกด์ไลน์ชีวิต ที่ขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะมีชีวิตอยู่อย่างไร&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29924</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พระราชญาณกวี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73e8b947461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างวัดให้มีคุณค่า-คิดหวังให้น้อย วัคซีนแก้โรคซึมเศร้าลดฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;ldquo;ธรรมสถาน&amp;rdquo; แหล่งพักพิงใจที่ช่วยลดปัญหาโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุและคนทั่วไป โดยอาศัยหลักธรรมะของพระพุทธเจ้าในการช่วยคลายทุกข์ อีกทั้งสร้างความปล่อยวางให้ชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเกือบแซงหน้าญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศโซนยุโรป กับปัญหาการ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันพบได้ทั้งทุกช่วงวัย รวมถึงวัยสูงอายุ และพบได้เกือบทุกวัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า เหงา จากการที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง รวมถึงการที่ผู้สูงวัยเจ็บป่วยและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน กระทั่งคนสูงวัยบางรายที่ประสบปัญหากับธุรกิจและหน้าที่การงานจึงเลือกที่จะคิดสั้น แต่อย่าลืมว่าทุกปัญหาย่อมมีทางป้องกันและแก้ไขเสมอ โดยเฉพาะการหันหน้าพึ่ง &amp;ldquo;พระพุทธศาสนา&amp;rdquo; อย่างการสวดมนต์ หรือนั่งสมาธิภาวนา แต่การป้องกันโรคซึมเศร้าทั้งปวงนั้นต้องเริ่มจากการปรับวัดให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของผู้สูงวัยให้สามารถรับมือการภาวะ &amp;ldquo;คิดสั้น&amp;rdquo; ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระราชญาณกวี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้มีผู้ที่โทร.เข้ามาปรึกษาหลวงพ่อค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับเรื่องการ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; จากความทุกข์เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่สำหรับเคสของผู้สูงอายุนั้นจะประกอบด้วย 3 ด้านหลักๆ คือ &amp;ldquo;ว้าเหว่&amp;rdquo; จากการที่ต้องอยู่คนเดียว หรือแม้แต่ผู้ที่เกษียณอายุราชการและต้องอยู่ลำพัง โดยขาดการเข้าสังคม รองลงมาคือ &amp;ldquo;เจ็บป่วย&amp;rdquo; โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาต่อเนื่อง อย่างโรคหัวใจ, อัมพฤกษ์ อัมพาต, ขาไม่ดี, ตาบอดมองไม่เห็น ที่ทำให้ท่านต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างทรมาน ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้ผู้สูงอายุอยากคิดสั้น เพราะไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน ประการสุดท้ายคือ &amp;ldquo;พลัดพราก สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก&amp;rdquo; กระทั่งการถูกโกงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำธุรกิจ ทำให้สิ้นหวังจนไม่ต้องการอยู่บนโลกใบนี้ เพราะคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงไป ไม่เหลืออะไรแม้แต่สมบัติที่สร้างสมมาตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากมูลเหตุฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเองหรือแม้แต่คนวัยหนุ่มสาว จึงนำมาสู่การ &amp;ldquo;ทบทวนสติ&amp;rdquo; โดย การที่คนหลัก 5 หลัก 6 ฝึกสติได้ทั้งจากที่บ้านและที่วัด เพราะการที่คนชราได้มานั่งสงบและทำสมาธิภาวนา อีกทั้งได้เห็นอารามยามค่ำคืน ก็จะทำให้ขบคิดได้ว่า แม้แต่พระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ ก็ยังสละทรัพย์สมบัติ ดังนั้นทุกคนจึงควรปล่อยวางจากทรัพย์สินนอกกาย จากตรงนี้จึงอยากให้ผู้สูงอายุย้อนกลับไปมองว่า ทุกวันนี้เรายังมีบ้านอยู่ มีอาหารรับประทานไม่ได้ขาดแคลนหรือไม่ ดังนั้นการที่ถูกโกงทรัพย์สินไป ทั้งจากลูกหลานและคนใกล้ชิด หรือถูกหลอกลวงจากโลกออนไลน์ให้ทำธุรกิจต่างๆ กระทั่งถูกฉ้อโกงเสียเงินจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ธรรมะที่เกิดขึ้นจากการเข้าวัดปฏิบัติธรรมจะช่วยทำให้ท่านไม่คิดสั้นอีกต่อไป หรือปล่อยวางมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากทุกวันนี้มีสื่อที่รบเร้าให้คนทำอะไรได้อย่างง่ายๆ เป็นต้นว่า เด็กสามารถดูการก่ออาชญากรรมผ่านทางยูทูบได้ ตลอดจนการอาศัยสื่อออนไลน์และความทันสมัยก่อการทุจริตคดโกงผู้อื่น กระทั่งนำมาสู่การแก้แค้นโดยการเอาชีวิตผู้อื่น และตามด้วยการปลิดชีพตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นวิธี &amp;ldquo;เติมสติ&amp;rdquo; ให้คนหนุ่มสาว รวมถึงผู้สูงอายุ รับมือกับปัญหาการคิดสั้นฆ่าตัวตาย หลวงพ่อขอเสนอไอเดีย ให้แต่ละวัดมี &amp;ldquo;ธรรมสถาน&amp;rdquo; เพราะการที่เราเปลี่ยนวัดจำนวนกว่า 300 แห่งใน กทม.ให้มีคุณภาพ มีสถานที่สำหรับทำสมาธิภาวนา โดยเปิดหลักสูตร 2, 3, 7 วัน มีห้องน้ำ และศาลานอนแยกหญิงชาย, มีชั่วโมงของการฟังเทศน์สอนใจดีๆ รวมถึงมีห้องโถงทำกิจกรรม เช่น การสอนดนตรีบำบัด, โยคะบำบัด, ศิลปะบำบัด โดยให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในช่วงหลังเกษียณมาเป็นวิทยากรหรือผู้สอน คนในวัยเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดสังคม อีกทั้งทำให้คนหลัก 5 หลัก 6 ไม่เหงา ไม่ซึมเศร้า เมื่อต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง ก็เป็นการลดความว้าเหว่ในใจได้ ที่สำคัญผู้มาปฏิบัติธรรมต้องไม่เสียค่าใช้จ่าย ตรงนี้หากภาครัฐลงทุนสร้างธรรมสถานดังกล่าวให้กับวัด ก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ดึงผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้ที่มีปัญหาชีวิตเข้าวัด โดยมีจุดประสงค์ของการสร้างความผ่อนคลาย โดยใช้หลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวจับ ซึ่งมันจะช่วยลดการฆ่าตัวตาย ในกลุ่มของคนสูงอายุและคนทั่วไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การคิดและคาดหวังให้น้อยจะช่วยลดแรงปะทะจากการไม่สมหวังให้น้อยลงเช่นกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ป้องกันการคิดปลิดชีพตัวเองอย่างการ &amp;ldquo;คิดหรือคาดหวังในเรื่องต่างๆ ให้น้อยลง&amp;rdquo; ก็น่าจะเป็นหนทางป้องกันความไม่สมหวังและลดการสูญเสียได้ หลวงพ่อยกตัวอย่าง ผู้สูงอายุที่เขาอยู่ในต่างจังหวัด เขาจะมีความคาดหวังในเรื่องต่างๆ น้อยลง เมื่อนั้นแรงปะทะจากความไม่สมหวังก็จะน้อยเช่นกัน ที่สำคัญการที่คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ความไม่สมหวัง และมีความทุกข์เป็นอาจิณอยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะสามารถรับมือกับเรื่องร้ายได้ พูดง่ายๆ ว่าเขาจะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าผู้สูงอายุที่อยู่ในเมืองกรุง ที่มักจะไม่สามารถทนกับการถูกบีบคั้นต่างๆ ได้ หรือไม่สามารถอดทนรอได้ แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย จึงทำให้คนชรามีสุขภาพจิตที่เปราะบางกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากใช้ธรรมะเป็นตัวช่วยลดการคิดสั้นแล้ว การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการที่พ่อแม่ในเมืองกรุงสอนลูกหลานให้รู้จัก 3 สิ่งต่อไปนี้ คือ &amp;ldquo;รู้จักหิวเป็น&amp;rdquo; และต้อง &amp;ldquo;รู้จักลำบากเป็น&amp;rdquo; สุดท้ายคือ &amp;ldquo;การอยู่ท่ามกลางความยากลำบากและความขาดแคลนให้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้ง 3 เรื่องที่หลวงพ่อบอกมาจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และพบกับเรื่องที่ไม่สมปรารถนา เมื่อนั้นเขาก็จะไม่ประทุษร้ายตัวเองและผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณท่ามกลางสติและมีความสุข กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7940</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่ออาชญากรรม, คุณภาพชีวิต, ถูกฉ้อโกง, ทบทวนสติ, ปัญหาการฆ่าตัวตาย, พระราชญาณกวี, พลัดพราก, วัยสูงอายุ, โรคซึมเศร้า, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1c003cf6e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
