<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพรปีใหม่ 2564 แก่ชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63 - เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอำนวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แก่ประชาชนชาวไทย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความว่า&amp;nbsp;เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ทุกๆ ท่าน ให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความเป็นมงคลโดยทั่วกัน คนไทยเรามีวัฒนธรรมอันแสดงถึงความดี ความงาม และความเจริญ เป็นพื้นฐานของชีวิตจิตใจอยู่ วัฒนธรรมทั้งนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่ในขนบธรรมเนียม&amp;nbsp;ประเพณี พิธีกรรม ภาษา ศิลปะ วิทยาการต่างๆ และนิสัยจิตใจ ทำให้คนไทยไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ ณ ที่ใด ก็เชื่อมโยงผูกพันกันได้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีใหม่นี้จึงขอให้คนไทยทุกคนได้พิจารณาให้เข้าใจถึงคุณค่าของความดี ความงาม และความเจริญทั้งปวง ความมั่นคง หนักแน่นในความถูกต้อง ด้วยเหตุผลและความจริง และช่วยกัน สืบสาน รักษา ให้ดำรงอยู่ไม่ขาดสาย และสร้างเสริม ต่อยอด ให้รุ่งเรือง ไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้น พร้อมทั้งตั้งตัว ตั้งใจให้มั่นคงแน่วแน่ ที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานให้ดีให้ถูกต้อง ด้วยความมีสติ รู้ตัวและด้วยปัญญา รู้เหตุรู้ผล แม้ประเทศจะตกอยู่ในสภาวะที่ต้องเผชิญโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนก็สามารถนำพาให้ผ่านพ้นวิกฤตนั้นไปได้ ความรู้ ความเข้าใจและความร่วมมือร่วมใจโดยพร้อมเพรียงกัน จะนำพาชาติบ้านเมืองให้เกิดความผาสุก มั่นคง และเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ พร้อมด้วยบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;จงคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้มีกำลังกายแข็งแรง กำลังใจเข้มแข็ง&amp;nbsp;กำลังปัญญาเฉียบคม สามารถนำพาตน นำพาส่วนรวมและประเทศชาติให้บรรลุถึงความสุขความเจริญได้โดยทั่วกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปีใหม่ 2564, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชดำรัส, พระราชทานพรปีใหม่, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fedd523104c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ร.10 พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะเฝ้าฯ &#039;ทุกบาทที่ถวายนำไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขปชช.&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;พระราชทานพระราชดำรัสในโอกาสที่คณะบุคคลต่างๆ&amp;nbsp;เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และน้อมเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2563&amp;nbsp;และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2563&amp;nbsp;ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก็ขอขอบใจที่ได้มีความรักและภักดีต่อชาติบ้านเมือง และประชาชนของประเทศเรา ขอบใจที่ได้สนับสนุน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำบุญร่วมกันในกลุ่ม ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน ทำบุญร่วมกันคืออะไร คือทุกบาททุกสตางค์ที่ถวายก็ได้ร่วมกันนำปัจจัยไปแก้ปัญหา ช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข หรือเสริมสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อความสุขส่วนรวมของประชาชน ซึ่งน่าจะมีหรือน่าจะทำ แก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หรือทำให้ชีวิตและขวัญกำลังใจของประชาชนดีขึ้น อันนี้ก็ถือว่าป็นแก้วสารพัดนึก ที่จะทำให้ประเทศชาติและประชาชนมั่นคง มีความสุข ขวัญดี ก็ถือว่าท่านได้ร่วม แล้วก็ได้ช่วยเป็นกำลังให้แก่ประเทศชาติและประชาชน อันนี้ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกปลื้ม ซาบซึ้ง แล้วก็ได้ไช้ไปเยอะในโครงการต่างๆ ที่ได้ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ขอขอบคุณ และขอให้บุญกุศลต่างๆ ที่ท่านได้ทำนี้ ทำให้ท่านมีความสุข ความเจริญ และความสบายใจตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายพระพรชัยมงคล, พระราชดำรัส, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3540d9eaed1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในหลวงมีพระราชดำรัสแก่รัฐมนตรีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสแก่รัฐมนตรีใหม่ ให้มีกำลังใจและกำลังปัญญา ตลอดจนมีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำปฏิญาณ เพื่อสร้างความสุขให้ส่วนรวมและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.29 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่รัฐมนตรีใหม่ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ความว่า &amp;quot;ขอถือโอกาสนี้ให้พรด้วยความปรารถนาดี ให้ทุกท่านได้มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ตลอดจนมีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อความสุขของประชาชน ความสุขของส่วนรวม ประชาชน ส่วนรวม ภาพรวม และความเรียบร้อย สงบสุข ตลอดจนความสมบูรณ์พูนสุขของประเทศชาติ และราชอาณาจักร ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่ท่านจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ก็ขอให้โชคดี และมีกำลังใจ ขอให้กำลังใจทำในสิ่งที่ถูกแล้วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; รัฐมนตรีใหม่ใน ครม.ประยุทธ์ 2/2 ทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อถ่ายรูปทำบัตรรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีจากโควตาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาถึงเป็นกลุ่มแรก ทั้งนางนฤมล, นายอนุชา, นายสุชาติ, นายสุพัฒนพงษ์ และนายปรีดี ในขณะที่นายเอนกเดินทางมาถึงเป็นคนสุดท้าย ส่วนนายดอนนั้นมาสมทบภายหลังร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ท้องสนามหลวงเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 08.30 น. นายกฯ นำ ครม.ใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และต่อมารัฐมนตรีใหม่พร้อมคู่สมรสได้เดินทางไปลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางนฤมลให้สัมภาษณ์หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ว่า ในหลวงมีรับสั่งให้กำลังใจและให้มีพลังทำสิ่งที่ถูกต้อง ให้ประชาชนมีความสุข เราทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้เตรียมนโยบายอะไรไว้บ้าง นางนฤมลกล่าวว่า ขอรอรับนโยบายจากนายกฯ และนายสุชาติก่อน ส่วนปัญหาตัวเลขแรงงานว่างงานก็ต้องรอนโยบายจากนายกฯ ด้วยเช่นกัน ส่วนความสนใจในกรมใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ และ รมว.แรงงานมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเอนกได้เดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ โดยได้ขึ้นสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงมาไหว้ศาลพระภูมิและศาลตายายประจำทำเนียบฯ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ให้พรขอให้ทำหน้าที่ให้ดี ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ส่วนการทำงานในหน้าที่รัฐมนตรี ก็ขอให้ช่วยๆ กัน ส่วนนโยบายในการทำงานก็ค่อยว่ากัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ใหม่, ปรับครม., พระบาทสมเด็จพระเจ้า, พระราชดำรัส, พระราชดำรัสแก่รัฐมนตรีใหม่, ร.10, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f34062541e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้พิพากษาปรามอย่าเอาพระราชดำรัส ตีความเป็นพระบรมราชวินิจฉัยปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ให้ความเห็นทางวิชาการกรณี&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ว่า กระบวนการยุติธรรมมีหลายระดับ อันได้แก่กระบวนการยุติธรรมของเอกชน เช่น ประชาชนกับประชาชนมีข้อพิพาทในทางแพ่ง ในทางแรงงาน ในทางนิติกรรมสัญญา ในทางข้อขัดแย้งคดีผู้บริโภค คดีพาณิชย์ คดีภาษีอากร และคดีต่างๆ ในทางแพ่งก็จะใช้กระบวนการพิจารณาที่มีเฉพาะ&amp;nbsp; ในส่วนคดีอาญาก็เป็นเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา หรือที่เรียกว่ากฎหมายมหาชน เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ประกอบด้วยศีลธรรมอันดี และการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อบัญญัติข้อห้ามทางกฎหมายที่มีบทบัญญัติลงโทษในทางอาญา ก็จะมีวิธีพิจารณาในทางอาญาเป็นบทกฎหมายที่ ใช้ระงับข้อพิพาทในทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อพิพาทในคดีที่ใช้กฎหมายมหาชน โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎกติกาที่ใช้บังคับในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ระบุถึงวิธีการใช้อำนาจ การแบ่งแยกอำนาจ และการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้ใช้อำนาจฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นต้น หากมีความขัดแย้งความไม่เห็นตรงกัน หรือการตีความขัดกันในกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีกลไกและวิธี ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยผ่านทางองค์กรต่างๆ ที่จะวินิจฉัย และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นศาลที่ตั้งขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและต้องยุติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องเกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรีต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่และมีผลอย่างไร เช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็มีหน้าที่ในการรับวินิจฉัยคดีดังกล่าว กรณีเช่นนี้ก็ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมในชั้นความขัดแย้งเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกฎกติกาและวิธีพิจารณาความเกี่ยวกับคดีรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง กลไกต่างๆ ในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือว่าถูกต้องและยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการยุติธรรมเช่นนี้ก็เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือที่มีระบบการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อขจัดข้อขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่างกันในทางการเมือง เพื่อให้เรื่องที่ขัดแย้งนี้ยุติกันอย่างสันติวิธี เรื่องเช่นนี้ มิใช่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องที่น่าตกใจแต่อย่างใด เพราะอารยประเทศและนานาประเทศก็ใช้กระบวนการยุติธรรมเช่นนี้อย่างเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องการที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าเพื่อรับฟังพระราชดำรัสของในหลวง วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นเรื่องที่พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการให้คำแนะนำฝ่ายบริหารให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไรที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ ในฐานะองค์พระมหากษัตริย์ในระบอบรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ซึ่งถือว่าพระมหากษัตริย์มิได้อยู่เหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญ และทรงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นการบังควรที่จะนำเรื่องนี้ไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยต่อไป&amp;nbsp; เพราะถือเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะเสนอข่าวในลักษณะคาดเดาหรือคิดเอาเองว่าเรื่องจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่เป็นการบังควรที่จะนำเรื่องการที่ พระมหากษัตริย์พระราชทานคำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารมาปะปนกับเรื่องคดีเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญในเรื่องที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;nbsp; เพราะประเทศประชาธิปไตยทั่วไปก็มีแนวทางและกระบวนการดำเนินไป ตามการเมืองการปกครองประชาธิปไตยที่กระทำกันอยู่ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่หลังจาก ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชดำรัสให้กำลังใจและแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารนั้น นับว่าเป็นพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ที่จะให้โอวาท ให้กำลังใจและแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหารเพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน ซึ่งถือเป็นพระราชประเพณีที่ทรงปฏิบัติเช่นนี้มาแทบทุกสมัย ทุกรัชกาล ในโอกาสที่ฝ่ายบริหาร หรือ ข้าราชการระดับสูง บางประเภทเช่น ศาล อัยการ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ พระมหากษัตริย์ก็มีพระราชอำนาจในการอวยพรให้กำลังใจและแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมถึงการที่ ครม. ชุดนี้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทาน พระกระแสดำรัสไปครั้งนี้ ก็เป็นโบราณราชประเพณีที่กระทำมาในหลายรัชกาลของพระมหากษัตริย์ไทยแทบทุกพระองค์ รวมทั้งการเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม. ในหลายๆ คราวที่ผ่านมา ก็มีพระราชกระแสเช่นนี้ ดังนั้นฝ่ายการเมืองและประชาชน จึงไม่บังควรที่จะนำเรื่องนี้ไปยุ่งเกี่ยวหรือปะปนกับกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่ควรจะนำไปตีความว่าพระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องวิธีการถวายสัตย์ปฏิญาณ เพราะพระองค์จะไม่ทรงเข้ายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระบวนการยุติธรรมอันเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะต้องไปดำเนินการผ่านศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีองค์กรอิสระ หรือสภานิติบัญญัติเป็นผู้ส่งเรื่องไปนั้น ก็เป็นกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีกฎกติกากำหนดไว้โดยชัดเจนและเรียบร้อย เป็นไปตามระบอบการเมืองการปกครองประชาธิปไตยสากลที่ปฏิบัติกันอยู่ในประเทศทั่วโลกกระบวนการนี้เรียกว่าดูโปรเซส หรือการปฏิบัติตามหลักนิติธรรม ในประเทศที่ใช้กฎหมายปกครองหรือที่เรียกว่า นิติรัฐ คือประเทศที่ใช้กระบวนการยุติธรรม มีกฎหมายเป็นหลักในการปกครองบ้านเมืองที่ชัดเจน และเป็นบรรทัดฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝ่ายการเมืองก็ดีหรือประชาชนไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์และนำเรื่องดังกล่าวไปคาดการณ์คาดคะเนหรือพูดคุยเป็นข่าวลือในทางที่ไม่ดีหรือเสียหาย เพราะสิ่งนี้ไม่มีทางจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีรัฐธรรมนูญและกฎกติกาในลักษณะของประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปยุ่งเกี่ยวปะปนกับเรื่องความถูกผิดของกระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม.ชุดนี้ และไม่ควรบังอาจไปถือเอาว่าพระมหากษัตริย์ได้มีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับความถูกผิดของการถวายสัตย์ปฏิญาณในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นายศรีอัมพร กล่าวย้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44476</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ถวายสัตย์, นายก, นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์, ผู้พิพากษา, พระบรมราชวินิจฉัย, พระราชดำรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf1635ae6de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสให้ครม.บริหารประเทศด้วยความถูกต้องและความเรียบร้อยตามสถานการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินยัง พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่าขอถือโอกาสนี้ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ &amp;nbsp;ความมั่นมุ่ง ที่จะปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ &amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุข &amp;nbsp;ความมั่งคงของประเทศชาติ ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานใดๆก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆก็ต้องมีปัญหาเพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ หรือแก้ไขตรงเป้า ตรงจุด และมีความเข้มแข็ง อดทน ขอให้คณะรัฐมนตรี รัฐบาลมีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี ด้วยความถูกต้องต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.บิ๊กตู่2, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, พระราชดำรัส, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2de12b57fca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2018 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2018 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงอำนวยความยุติธรรมกับประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค. 61 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นาย ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมจำนวน 162 คนเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเเก่ผู้พิพากษาด้วย ว่า ทุกครั้งในการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณผู้พิพากษาจะน้อมรับพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ&amp;nbsp; ซึ่งเเนวทางที่พระองค์ท่านทรงพระราชทาน สำนักงานศาลยุติธรรมจะนำไปเผยเเพร่ให้กับผู้พิพากษาทั้งประเทศได้รับทราบ ว่าพระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ&amp;nbsp; กล่าวต่อว่าซึ่งในครั้งนี้ทรงพระราชดำรัสหลายเรื่องเกี่ยวกับการใช้กฎหมาย การกระทำในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ทั้งในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้เเก่ประชาชน นับเป็นเรื่องที่สำคัญเเละจะเป็นประโยชน์กับความสงบเรียบร้อยเเละความมั่นคงของประเทศ ซึ่งผู้พิพากษาทั่วประเทศจะน้อมนำกระเเสพระราชดำรัสไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4214</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชดำรัส, ศาล, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180303/image_big_5a9a704dcd0cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
