<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทาน &#039;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา&#039; วันสำคัญสากลของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา วันสำคัญสากลของโลก พ.ศ. ๒๕๖๔ พระราชทาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานบัตรอวยพรเนื่องในวันวิสาขบูชา ให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการส่งบัตรอวยพรแก่กันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2463 &amp;nbsp; และครบรอบ 100 ปีใน พ.ศ. 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา วันสำคัญสากลของโลก พ.ศ. ๒๕๖๔ พระราชทาน&amp;rdquo; ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ ที่ทรงอธิบายถึง พระราชมรดกทางปัญญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ก็คือ แนวพระราชดำริเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เมื่อแปลตามหลักนิรุกติศาสตร์จะได้ความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความพอเพียง เป็นกิจอันประเสริฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp;(สนฺตุฏฺฐี เสฏฺฐกิจฺจํ) ซึ่งเป็นหลักใจที่เป็นกลาง ๆ ในการดำเนินชีวิตที่ทุกคนปฏิบัติได้ ปฏิบัติถึง และปฏิบัติให้เป็นผลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงขยายความให้เกิดความชัดเจนอีกว่า ความจริงคุณสมบัติของหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประกอบด้วย ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และความมีเหตุผล ก็คือหลักการทางพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า ไตรสิกขานั่นเอง กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศีล&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่แปลว่า ปกติ เป็นการดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนตนและสังคม มีชีวิตที่เป็นปกติ เรียกว่า รู้จักดำเนินชีวิตอย่าง&amp;nbsp;&amp;ldquo;พอประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp;คือมีกายวาจาที่สมดุล ไม่ใช้กายวาจาของตนสร้างความเดือดร้อนทั้งแก่ตนและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเจริญสติที่ต่อเนื่องจนเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมาธิ&amp;rdquo;&amp;nbsp;คือ ความตั้งใจมั่น จะก่อให้เกิดผล&amp;nbsp;&amp;ldquo;มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การตื่นรู้ ที่นำไปสู่การพัฒนา ก่อให้เกิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;มีเหตุผล&amp;rdquo;เรียกอีกอย่างว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติการที่แท้จริงก็คือ พัฒนาพฤติกรรมทางกายวาจาให้มีความพอประมาณ หรือความปกติ พัฒนาสติต่อเนื่องจนมีจิตที่ตั้งมั่นเรียกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมาธิ&amp;rdquo;มีผลทำให้มีภูมิคุ้มกัน และปฏิบัติเรียนรู้จนเกิดการตื่นรู้ เห็นทุกอย่างตามเหตุปัจจัย ทำให้กระบวนการคิดประกอบด้วยหลักการของเหตุและผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ทุกกิจกรรมของมนุษยชาติควรประกอบด้วยหลักการแนวพระราชดำริที่ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความพอเพียง เป็นกิจอันประเสริฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp;กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กิจกรรมใดที่ประกอบด้วยหลักแห่งความพอเพียง คือหลักแห่งความสมดุลเป็นพื้นฐาน ก็เรียกได้ว่า เป็นกิจอันประเสริฐ เป็นกิจที่นำไปสู่ความสงบสุขของตนและผู้อื่นในสังคมเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในกรณีปีใดมีอธิกมาสจะกำหนดในเดือน 7 อันเป็นวันคล้ายดิถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับบัตรอวยพรเนื่องในวันวิสาขบูชา เพื่อให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการส่งบัตรอวยพรแก่กันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทำนองเดียวกับการอวยพรในวันสมโภชพระคริสตสมภพ จึงทรงริเริ่มการพระราชทานบัตรอวยพรวันวิสาขบูชาแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนัก เป็นครั้งแรกเมื่อ พุทธศักราช 2463&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ได้รับพระราชทานบัตรอวยพร ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมใจกันสนองพระราชนิยมด้วยการจัดทำบัตรถวายพระพร เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเช่นกัน ลักษณะของบัตรถวายพระพรแต่ละฉบับ มีขนาด ลวดลาย และข้อความที่แตกต่างกันไป มีทั้งข้อความเป็นคาถาภาษาบาลี ความเรียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรองประเภท โคลง หรือกลอน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรอวยพรวันวิสาขบูชา สะท้อนให้เห็นถึงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชปรารถนาให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา พร้อมส่งความปรารถนาดี ด้วยภาพและข้อความอันเป็นมงคล ทำให้ผู้ได้รับเกิดความปีติยินดี ก่อให้เกิดสามัคคีธรรม และน้อมนำใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นสรณะนำทางชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104130</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทาน, วันวิสาขบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acccf0b87b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานสิ่งของผู้สูงอายุ บำเพ็ญประโยชน์วันเฉลิมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์เชิญเครื่องอุปโภคบริโภค-เวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทานไปมอบแก่ผู้สูงอายุ พร้อมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในสถานสงเคราะห์ ศาสนสถาน และชุมชน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ต่างๆ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง เป็นประธาน เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 311 คน&amp;nbsp; ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก ธีระพล คล้ายพันธ์ เป็นประธาน เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน&amp;nbsp; 175 คน ณ บ้านผู้สูงอายุบางแค 2 เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันทหารที่ 4 รักษาพระองค์ กองพันทหารม้าที่ 29&amp;nbsp; รักษาพระองค์ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนจิตรลดา หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บริเวณโดยรอบสถานสงเคราะห์ทั้ง 2 แห่ง โดยการทำความสะอาดถนน ตัดแต่งกิ่งไม้ และเก็บขยะกับวัชพืชในคูระบายน้ำ ปรับภูมิทัศน์ให้สะอาดสวยงาม สบายตา ร่มรื่น ไม่เป็นแหล่งที่อาศัยของสัตว์มีพิษและยุง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีสุขภาพจิตใจที่แจ่มใสด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงที่วัดประสาทบุญญาวาส เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ และประชาชนจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ ร่วมกันทำความสะอาดศาสนสถาน ฉีดล้างทำความสะอาด ตัดแต่งกิ่งไม้ และเก็บกวาดบริเวณโดยรอบ เพื่อให้มีความสะอาด สวยงาม ร่มรื่น&amp;nbsp; และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่นเดียวกับที่ชุมชนท่าน้ำสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หน่วยราชการในพระองค์ ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน และชาวชุมชนท่าน้ำสามเสน ร่วมกันทำความสะอาดพื้นถนน ทางเดินเท้า เก็บกวาดบริเวณโดยรอบชุมชน เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษและยุง ทำให้เกิดความสะอาดและสวยงามแก่ชุมชนอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีความสุข ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะต้องดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรงและมีโภชนาการที่ดี อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทานไปมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่างๆ มาโดยตลอด แม้แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก็ยังทรงห่วงใยและเอาพระราชหฤทัยใส่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72048</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทาน, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยราชการในพระองค์, เครื่องอุปโภคบริโภค-เวชภัณฑ์ทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15a28e9ddf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ในหลวงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าว5สายพันธุ์แจกปชช.วันพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จัดขึ้นเป็นงานเฉพาะเพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่การผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศไทย มุ่งหมายบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เมื่อย่างเข้าสู่ต้นฤดูกาลเพาะปลูกทุกปี นับตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกันคือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง ถึงแม้ว่าในปี 2563 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่ได้จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องจากประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งมีมาตรการและข้อปฏิบัติทางสาธารณสุขหลายประการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้จากเดิมที่สำนักพระราชวังได้กำหนดให้ประกอบพระราชพิธีในวันอาทิตย์ที่ 10 และวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 โดยนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานในฤดูทำนาปี 2562 และพันธุ์พืชต่าง ๆ มาเข้าประกอบพิธี พร้อมทั้งพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดอาราธนาให้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานในการประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นประธานฝ่ายพราหมณ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 10 พฤษภาคม โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระคันธารราษฎร์ใหญ่ (ประทับนั่ง) และพระคันธารราษฎร์จีน (ประทับนั่ง) ที่ประดิษฐาน ณ หอพระคันธารราษฎร์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประธานในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 10 พฤษภาคม &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น. โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้หว่านข้าว เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีพุทธศักราช 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในปีนี้กรมการข้าวได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 5 พันธุ์ จำนวน 1,458 กิโลกรัม เข้าพิธีในพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม เป็นการทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เพื่อให้ปลอดจากโรคและเจริญงอกงามสมบูรณ์ ซึ่งเป็นข้าวนาสวนที่มีคุณลักษณะและความโดดเด่นในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่สามารถทนแล้งได้ดีพอสมควร คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ผลผลิตประมาณ 363 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม และทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม 2) ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าที่นุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตสูงประมาณ 650 - 774 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง 3) กข43 เป็นข้าวเจ้าที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น 95 วันเมื่อปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทานดี ข้าวสุกนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ให้ผลผลิตประมาณ 561 กิโลกรัมต่อไร่ และค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 4) กข6 เป็นข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอมลำต้นแข็งปานกลาง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล คุณภาพการสีดี 5) กข79 เป็นข้าวที่มีอมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง 5 พันธุ์จะนำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ สามารถรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป สำหรับประชาชนที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทานสามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 29 แห่ง ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, พระราชทาน, วันพืชมงคล, เมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูก, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7eea9a29d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039;พระราชทานรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ 8 คัน ให้ศูนย์แพทย์ชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สื่อสาร จำนวน 8 คัน ให้แก่ ศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ ศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนแยกค่ายสิรินธร สัมพันธ์...โรงพยาบาลยะลา จ.ยะลา, ส่วนแยกค่ายอิงคยุทธบริหาร สัมพันธ์ โรงพยาบาลปัตตานี จ.ปัตตานี, ส่วนแยกค่ายลพบุรีราเมศวร์ สัมพันธ์ โรงพยาบาลเทพา จ.สงขลา, ส่วนแยกจังหวัดนราธิวาส สัมพันธ์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระราชทานแก่ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 4 แห่ง...ได้แก่ โรงพยาบาลสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี, โรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา, โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก และโรงพยาบาลแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และนายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทาน ที่อาคาร บก. หน่วยราชการในพระองค์ อาคาร 2 พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65135</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทาน, ร.10, รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb13f7cc0d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงห่วงโควิด19 พระราชทานอุปกรณ์การแพทย์/สั่ง26หน่วยงานเหลื่อมเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19 แก่ 5 โรงพยาบาล รวม 92 เครื่อง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โฆษก ศบค.เผยนายกฯ ขอบคุณความร่วมมือจาก ปชช.และทุกฝ่ายร่วมป้องกันการแพร่ระบาดโควิด &amp;quot;มท.&amp;quot; ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการ จว.พื้นที่เสี่ยง-กทม.-ปริมณฑล-อุบลฯ-สงขลา-ภูเก็ต-3 จังหวัดชายแดนใต้ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกำชับติดแอปเฝ้าระวังติดตามบุคคลกลับจาก กทม. ด้าน ผบ.ทสส.ส่งหนังสือถึง 26 หน่วยงานรัฐ-วิสาหกิจปรับลดเวลาและวันทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในการนี้พลเรือโทวิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และพลเรือตรีสุมิตร แดงดีเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นตัวแทนรับมอบของพระราชทานในเบื้องต้น ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจ Puritan Bennett รุ่น 980 จำนวน 1 &amp;nbsp;เครื่อง, เครื่องช่วยหายใจ Puritan Bennett รุ่น 840 จำนวน 3 เครื่อง, เครื่องช่วยหายใจ Draeger รุ่น &amp;nbsp;Carina จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องช่วยหายใจ Maquet รุ่น SERVO-s จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว จำนวน 13 เครื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีต่อกรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ ตลอดจนประชาชน บุคลากรของกรมแพทย์ทหารเรือ กราบถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาท และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเป็นสรรพสิริมงคล และจะมุ่งมั่นดำเนินภารกิจดูแลผู้ป่วย ประชาชนที่ทุกข์ร้อน และจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานเพื่อพัฒนางานบริการทางการแพทย์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวหลังประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ป่วยวิกฤติแก่ รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า, รพ.ภูมิพลอดุลยเดช และ รพ.ตำรวจ เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤติจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งประกอบด้วย เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดัน 42 เครื่อง, เครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด 50 เครื่อง รวมทั้งหมดจำนวน 92 &amp;nbsp;เครื่อง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กระทรวงกลาโหม (กห.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และทุกโรงพยาบาล จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดในการดูแลช่วยเหลือชีวิตประชาชนที่ได้รับผลกระทบวิกฤติจากภัยโรคระบาดครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ฯ ซึ่งเป็นวันที่สองหลังจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), ปลัดกระทรวงที่รับผิดชอบงาน 5 กลุ่ม และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม แต่ไม่มีระดับรองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และฝ่ายการเมืองเข้าร่วมเหมือนวันที่ 26 มี.ค. โดยเป็นการรายงานการติดตามงานทั้งในด้านสาธารณสุข การควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์ การต่างประเทศ และช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ การแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคง &amp;nbsp;การปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท และภาพรวมหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผลบังคับใช้เข้าวันที่สอง
ยกระดับเข้มพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีเพียงผู้รับผิดชอบกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะต้องการประชุมกับฝ่ายปฏิบัติเพื่อปรับให้รูปแบบการทำงานรวดเร็วขึ้น และนำไปสู่การปฏิบัติที่แท้จริง &amp;nbsp;พร้อมสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าประชุมด้วยทุกครั้ง เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม รวมทั้งตัวแทนจากกระทรวงการคลังต้องเข้าร่วมด้วย &amp;nbsp;เพราะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อจะได้รับทราบแนวปฏิบัติตามที่สั่งการให้ตรงตามวัตถุประสงค์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุม &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชื่นชมประชาชนที่ให้ความร่วมมือมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 เช่น การเว้นระยะห่างในการนั่งรถโดยสารประจำทาง และการเว้นระยะห่างในการนั่งรับประมานอาหาร เป็นต้น &amp;nbsp;พร้อมกันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้เตียงรองรับผู้ติดเชื้อเพียงพอ มีการปรับปรุงโรงแรมให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 250 เตียง ซึ่งในส่วนนี้จะใช้รองรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยซึ่งเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ อีกทั้งในส่วนของเวชภัณฑ์มีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนจำหน่วยชุดตรวจแบบสอดเข้าโพรงจมูกเพิ่มเติม 12 บริษัท และชุดเจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันอีก 3 &amp;nbsp;บริษัท อย่างไรก็ตามมีงบกลาง 1,500 ล้านบาทให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานกลางจัดซื้อจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แจกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้จังหวัดที่มีผู้ป่วยมากและความเสี่ยงสูง ต้องยกระดับการป้องกันให้เข้มข้นขึ้นทุกมาตรการ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชลบุรี ระยอง อุบลราชธานี และที่เน้นหนักมากเป็นพิเศษ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึงภูเก็ต ซึ่งมาตรการต่างๆ แล้วแต่ทางจังหวัดจะไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงการเคอร์ฟิว ด้านกระทรวงการต่างประเทศเตรียมประชุมในวันที่ 30 มี.ค.เพื่อจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำนำคนไทยกลับจากประเทศอิตาลี จากนั้นจะประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหามาตรการดูแลเนื่องจากเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ ผบ.ทสส.ระบุว่ามาตรการตั้งด่านต่างๆ นั้น ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี แต่ก็จำเป็นต้องตั้งจุดตรวจเพื่อให้ประชาชนอยู่กับบ้านมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มจุดตรวจเป็นทั้งหมด 377 จุด ซึ่งประชาชนจะต้องคุ้นชินกับสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ เพื่อทำให้ข้าศึกที่มองไม่เห็นลดลงด้วยการอยู่ในเคหสถาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการพูดเรื่องเคอร์ฟิว แต่นายกรัฐมนตรีให้อำนาจผ่านกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าฯ &amp;nbsp;พิจารณามาตรการต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่นการประกาศปิดชายหาดหรือสถานที่อื่นๆ หรือกรณียังมีการรวมกลุ่มของประชาชนต่างจังหวัดในแต่ละวัน&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2563 เรื่องการจัดโครงสร้างของ &amp;nbsp;ศบค. โดยมีการจัดโครงสร้างภายใน ดังนี้ 1.สำนักงานเลขาธิการ มีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ที่นายกฯ มอบหมายเป็นหัวหน้าสำนักงาน 2.สำนักงานประสานงานกลาง ให้เลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าสำนักงาน 3.ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวหน้าศูนย์ 4.ศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าศูนย์ 5.ศูนย์ปฏิบัติการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าศูนย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสินค้า ให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าศูนย์ 7.ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และดูแลคนไทยในต่างประเทศ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าศูนย์ 8.ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหัวหน้าศูนย์ 9.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าศูนย์ และ 10.ศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูล มาตรการแก้ไขปัญหาจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าศูนย์ โดยทั้ง 10 ศูนย์ต้องรายงานให้นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ได้รับทราบ และนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์สามารถปรับปรุงโครงสร้างได้ นอกจากนี้ ผอ.ศูนย์ยังสามารถแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย &amp;nbsp;ด้านธุรกิจ และด้านอื่นๆ อีกตามสมควร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การประชุม ศบค.ที่ก่อนหน้านี้นายกฯ ให้มีการประชุมทุกวันในช่วงนี้เพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามงานนั้น สำหรับวันเสาร์และอาทิตย์นี้จะไม่มีการประชุม แต่จะมีการแถลงข่าวเวลา 11.00 น.&amp;nbsp;
กทม.ปิดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพฯ แถลงว่า คณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.พิจารณาให้มีการปิดสถานที่เพิ่มเติมและอนุโลมให้เปิดสถานที่เพิ่มเติม โดยสถานที่ปิดเพิ่มเติม คือ 1.สนามแข่งขันทั้งคนและสัตว์ เช่น สนามแข่งขันนกพิราบและนกเขา 2.สนามเด็กเล่นทั้งสวนสาธารณะและในหมู่บ้าน &amp;nbsp;3.สถานที่แสดงมหรสพ และสถานที่มีการละเล่นสาธารณะ เช่น ลานแสดงดนตรีในพื้นที่สาธารณะ 4.พิพิธภัณฑ์ และ 5.ห้องสมุด ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-30 เม.ย.63 นอกจากนี้ยังให้มีสถานที่ปิดเพิ่มอีก คือ ห้องประชุมหรือห้องจัดเลี้ยงในโรงแรม หรือสถานที่รับจัดเลี้ยง เช่น บ้านทรงไทย ซึ่งการแต่งงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.นี้จะได้รับผลกระทบ แต่ขอให้เข้าใจ กทม.เพราะหากมีการแพร่ระบาดจากงานแต่งงาน พลาดแล้วเรียกคืนไม่ได้ รวมถึงให้ปิดร้านสนุกเกอร์ คลินิกเสริมความงาม สถานเสริมความงามที่ประกอบเวชกรรม ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.เป็นต้นไป และปิดสถานที่รับเลี้ยงเด็กของรัฐและเอกชน จะมีผลในวันที่ 31 มี.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่อนุโลมเปิดได้ คือ 1.พื้นที่จัดให้รับประทานอาหารในโรงพยาบาล แต่ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 2.ตลาด หรือตลาดนัด อนุญาตให้ร้านดอกไม้ขายได้ 3.พื้นที่หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจในห้างสรรพสินค้า เช่น ไปรษณีย์ในห้าง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ความว่าได้รับการประสานจาก ศบค.ว่าสืบเนื่องจากการปิดห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ทำให้ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่ในห้างทั่วไปต้องปิดไปด้วย จึงมีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถไปใช้บริการเมื่อโทรศัพท์มือถือมีปัญหาได้ โดยเฉพาะกรณีซิมการ์ดโทรศัพท์เสีย &amp;nbsp;(ซิมดับ) หรืออุปกรณ์มือถือชำรุด กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาผลกระทบต่อประชาชน จึงขอให้จังหวัดพิจารณาการผ่อนผันให้ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ หรือระบบสื่อสารในห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องการใช้แอปพลิเคชันเพื่อเฝ้าระวังติดตามบุคคลที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับภูมิลำเนา ให้จังหวัดดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ให้อำเภอสั่งการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชนสำหรับชุมชนในเขตเทศบาล ขอความร่วมมือให้ผู้ที่เดินทางกลับติดตั้งแอปพลิเคชัน AOT Airports 2.หากพบว่าเมื่อแอปพลิเคชันแจ้งเตือนการขาดหาย หรือออกนอกพื้นที่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติตามที่ได้สั่งการไว้ก่อนหน้านี้
แจ้ง 26 หน่วยงานปรับลดเวลาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ลงนามหนังสือวันที่ 26 มี.ค.63 แจ้งไปยัง 26 หน่วยงาน เพื่อปรับลดเวลาและวันทำงานของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรหรือองค์การมหาชน หรือหน่วยงานอิสระ ตั้งแต่ 27 มี.ค.เป็นต้นไป ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ตามมาตรการที่ สธ.กำหนดและการเว้นระยะห่างทางสังคม ดังนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายกราชบัณฑิตยสภา, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, อัยการสูงสุด, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ประธานวุฒิสภา, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา, ประธานศาลปกครอง, เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, &amp;nbsp;ประธานสภาพัฒนาการเมือง, เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และนายกพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้ปิดอาคารรัฐสภา โดยอ้างถึงความกังวลของข้าราชการกลัวติดไวรัสโควิด-19 ว่า อาคารรัฐสภาไม่สามารถปิดได้เพราะเป็นสถานที่ราชการรวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆก็ไม่สามารถปิดได้เช่นกัน เพียงแต่ขอความร่วมมือ เช่น ไม่เดินทาง ไม่อยู่ในที่แออัดเกินไป ส่วนข้าราชการบางส่วนที่ไปทำงานตามอาคารเช่าต่างๆ เท่าที่ไปตรวจเยี่ยมมามีสภาแออัด ซึ่งก็ได้มีการปรับให้ส่วนหนึ่งกลับไปทำงานที่บ้าน เพื่อให้เกิดความไม่หนาแน่นเกินไป ซึ่งตนก็เห็นด้วย ส่วนใหญ่การทำงานของคณะกรรมาธิการไม่มีการประชุมแล้ว แต่ก็เหลือเพียงคณะกมธ.ป.ป.ช. ก็ต้องให้เกียรติเขาในการพิจารณาว่าจะประชุมต่อไปหรือไม่ เพราะเชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะแล้ว ส่วนจะสั่งให้ปิดเลยเป็นไปไม่ได้ ต้องทำงานตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังรับมอบแอลกอฮอล์คุณภาพจาก &amp;nbsp;ปตท.จำนวน 30,000 ลิตร เพื่อมอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ไปผลิตยาว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อนุมัติงบกลาง 1,500 ล้านบาท ให้กระทรวงสาธารณสุขไปบริหารจัดการซื้ออุปกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ ในการควบคุมและแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งกระทรวงจะได้โอนงบประมาณให้องค์การเภสัชกรรมไปสั่งซื้ออุปกรณ์เหล่านี้จากทั้งจีนและญี่ปุ่นในแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ได้ประมาณ 340,000 เม็ด เพียงพอใช้กับประชาชน 6,000 คน โดยจะใช้ในผู้ป่วยรายที่มีอาการหนัก ปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ส่วนในรายที่มีอาการไม่รุนแรงก็รักษาตามอาการ ขณะเดียวกันจะมีการจัดซื้อหน้ากากอนามัยแบบ N95 และชุด PPE เพิ่มเติมเพื่อใช้สำหรับป้องกัน รวมอย่างละ 2 ล้านชิ้นเพื่อให้เพียงพอ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61177</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ช่วยผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์ทางการแพทย์, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องมือแพทย์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dff700f7b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระปรีชาด้านการทหารของพระบรมราชินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ &amp;nbsp;พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี 3 มิ.ย. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชประวัติด้านการทรงงานราชการปี พ.ศ.2553 ทรงดำรงตำแหน่งรักษาราชการนายทหารยุทธการฝ่ายยุทธการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยการมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองกิจการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปี พ.ศ.2555 ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส. จากนั้นทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2556 ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (2)/ผู้บังคับการหน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส. ต่อมาทรงดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ นอกจากนี้ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการโรงเรียนมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2557 ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการหน่วยมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2559 ทรงดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์, ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์(อัตราพลเอก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2560 ทรงดำรงตำแหน่งรองสมุหราชองครักษ์กรมราชองครักษ์ (อัตราพลเอกพิเศษ), ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเผยแพร่พระราชประวัติกรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำ 2 ภาษาได้แก่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษประชาชนสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ www.prd.go.th หรือ www.phralan.in.th ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ในวันที่ 3 มิ.ย.2562 &amp;nbsp;เวลา09.00 น.- 17.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, พระบรมราชานุญาต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทาน, พระราชประวัติ, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี, สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf341a22ebf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพระบรมราชานุญาตเผยแพร่พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2562 ดังนี้ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ2521 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี นิเทศศาสตรบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อปี พ.ศ.2543 ต่อมา ปี พ.ศ.2543-2546 ทรงงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับเครื่องบิน บริษัทแจลเวย์ จำกัด จากนั้นปี พ.ศ.2546-2551 ทรงงานในตำแหน่ง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2562 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเผยแพร่พระราชประวัติกรมประชาสัมพันธ์จัดทำ 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ &amp;nbsp;ประชาชนสามารถติตตามได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ http://www.prd.go.th&amp;nbsp;หรือwww.phralan.in.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวยังมีข้อความเชิญชวน ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 มิ.ย 2562 เวลา 09.00 น.- 17.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37388</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 มิิ.ย., พระราชทาน, พระราชประวัติ, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190601/image_big_5cf24494b868f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
