<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอบคุณพี่จ่าแซม ‘ณรงค์ศักด์ิ’อ่านคำอาลัยแทนหมูป่า/พระราชทานยศ‘นาวาตรี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานยศ &amp;quot;นาวาตรี&amp;quot; แก่ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; พร้อมเครื่องราชฯ เป็นกรณีพิเศษ ขณะที่งานพิธีพระราชทานเพลิงศพมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก &amp;nbsp; &amp;quot;พล.อ.สุรยุทธ์&amp;quot; เป็นผู้แทนพระองค์ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์กล่าวคำไว้อาลัยจากใจทีมหมูป่าฯ วันนี้เหมือนมีชีวิตใหม่ ได้กลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากพี่จ่าแซม ที่พยายามช่วยเหลือสุดความสามารถ ขอบคุณพี่จ่าแซม พวกเราจะจดจำพี่จ่าแซมตลอดไป บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ถ้ำหลวงจิตอาสาทะลัก คนละไม้คนละมือเรียบกริ๊บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่อง พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าเอก สมาน กุนัน ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ชั้นที่ 3 สังกัดกองเรือยุทธการ เป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดี และได้อุทิศความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จนกระทั่งตนเองเสียชีวิต มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน องค์กร และนานาประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ นาวาตรี เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่จ่าเอก สมาน กุนัน และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก เป็นกรณีพิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561 &amp;nbsp; ประกาศ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ น.ต.สมาน กุนัน หรือ น.ต.แซม เป็นกรณีพิเศษ ที่วัดบ้านหนองคู ต.หนองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางญาติมิตร ข้าราชการ ทีมกู้ภัย และประชาชนที่เดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทหารกองเกียรติยศจากมณฑลทหารบกที่ 27 จำนวนกว่า 1 กองร้อย เคลื่อนศพ น.ต.สมาน
&amp;nbsp;อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือหน่วยซีล จากศาลาวัดหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ขึ้นเมรุชั่วคราว
องคมนตรีเป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 16.15 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) กล่าวคำไว้อาลัยแทนทีมหมูป่าฯ ว่า วันนี้เหมือนมีชีวิตใหม่ ได้กลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากพี่จ่าแซม ที่พยายามช่วยเหลือสุดความสามารถ ขอบคุณพี่จ่าแซม พวกเราจะจดจำพี่จ่าแซมตลอดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้นำดอกไม้จันทน์จากครอบครัวน้องๆ 13 ทีมหมูป่าฯ ไปวางที่หน้าหีบศพของวีรบุรุษถ้ำหลวงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้แทนรัฐบาล เป็นผู้เชิญผ้าไตรประทานของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จำนวน 5 ไตร ทอดในพิธีพระราชทานเพลิงศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เผยว่า ขอให้ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดได้ภาคภูมิใจในตัว น.ต.สมาน และการใดที่จะดูแลครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของ น.ต.สมานได้ รัฐบาลก็พร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีลูกหลาน ญาติ และเพื่อนทหารเรือของน.ต.สมาน ร่วมทำพิธีบวชหน้าไฟด้วย โดยมีสามเณรร่วมบวชหน้าไฟ 18 รูป มีพระครูประภัสร์สิทธิคุณ เจ้าคณะอำเภอจตุรพักตรพิมาน เป็นผู้ทำพิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการบวชหน้าไฟครั้งนี้ มีรุ่นน้องทหารเรือของ น.ต.สมาน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับ น.ต.สมาน ขณะที่รุ่นพี่ร่วมหมู่บ้านก็ได้ร่วมพิธีบวชหน้าไฟเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอรำลึกถึง น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมระบุข้อความว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร่วมส่ง &amp;ldquo;นาวาตรีสมาน กุนัน&amp;rdquo;..... สู่สวรรค์ คุณความดีของท่าน จะอยู่ในใจเราชั่วนิรันดร์&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดหน่วยแพทย์เยียวยาใจเคลื่อนที่ชุดใหญ่ ร่วมกับ รพ.ใน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพกายและใจครอบครัวและญาติของจ่าแซม และประชาชนที่ไปร่วมไว้อาลัยอย่างเต็มที่และดีที่สุด โดยจะทำการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเรื่องของความโศกเศร้า เนื่องจากการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของจ่าแซม เป็นความสูญเสียของคนไทยทุกคน ซึ่งความรู้สึกอาลัยต่อการสูญเสียของคนหมู่มาก อาจเหนี่ยวนำให้เกิดความโศกเศร้าที่แพร่ถึงกันได้
ความภาคภูมิใจไทยทั้งชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า อีกด้านหนึ่งของความสูญเสียจ่าแซมคือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เพราะวีรกรรมและคุณความดีเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เป็นตัวอย่างของการทำความดีเพื่อผู้อื่นอย่างเต็มความสามารถโดยไม่คิดถึงแม้ตนเอง จ่าแซมถือเป็นสัญลักษณ์ของจิตอาสา เป็นผู้ที่สร้างความผาสุกทางจิตใจให้คนอื่นในยามที่เกิดภาวะคับขัน หรือเกิดวิกฤตการณ์ ภัยพิบัติต่างๆ ขอให้คนไทยร่วมกันแปรเปลี่ยนความเศร้าโศกหรือความอาลัยต่อการจากไปของจ่าแซม ให้เป็นพลังในการทำความดี เป็นพลังของจิตอาสา ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่มีการแบ่งกั้น ยิ่งห่วงหามากเท่าใด ก็จะยิ่งทำความดีไปกว่านั้น จะช่วยเยียวยาให้พ้นจากความเศร้าโศกและความอาลัยได้ เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของตนเองและครอบครัวด้วย จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งน้ำใจ ผู้คนมีมิตรไมตรีต่อกันอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ในมุมมองของจิตแพทย์ ความเศร้าโศกจากการสูญเสียนับเป็นภาวะวิกฤติทางจิตใจอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สามารถพลิกฟื้นภาวะวิกฤติให้เป็นพลังได้เช่นกัน โดยการผันตัวเองมาเป็นผู้ร่วมกอบกู้วิกฤติ โดยเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น เกิดเป็นความภาคภูมิใจ เป็นการเยียวยาจิตใจตนเองที่ดีและยั่งยืน อีกทั้งเกิดการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น โดยจะได้ผลดีที่สุดเมื่อการช่วยเหลือนั้นไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน คำชมเชย และช่วยเหลือโดยไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ การเป็นจิตอาสา ควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เป็นการบ่มเพาะความงอกงามทางจิตใจของเด็ก เสริมสร้างให้เกิดคุณธรรมและจริยธรรม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีมุมมองโลกในแง่บวก ช่วยเหลือสังคม สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมไทยในยุค 4.0 ได้อย่างมีความสุข และช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอแนะนำให้พ่อแม่ใช้โอกาสช่วงที่สังคมไทยและทั่วโลกกล่าวขานยกย่องจ่าแซมเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนช่วยทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย สอนลูกหลาน โดยยกเอาภาพของแซมที่เห็นตามสื่อ เป็นภาพสัญลักษณ์ของการทำความดีเพื่อผู้อื่น และควรสอนด้วยการลงมือพาเด็กทำจริง ปฏิบัติไปพร้อมๆ กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะการสอนคุณธรรม จริยธรรมโดยตรงให้แก่เด็กนั้น เด็กอาจยังไม่เข้าใจ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตนให้เห็น&amp;quot; นพ.ณัฐกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า ในแต่ละปีแพทยสภาจะมีคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมในทุกๆ ด้าน ไม่เฉพาะทางด้านการแพทย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแพทย์จำนวนมากที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบของการทำความดี&amp;nbsp;
หมอภาคย์แพทย์ดีเด่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีความพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแพทยสภา ทางคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแพทย์ต้นแบบทำคุณงานความดี ก็ได้มีการคัดเลือกมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่ง พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผอ.พัน.สร.3 ซึ่งเป็นหนึ่งในแพทย์ที่มีการทำคุณงามความดีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะเท่าที่เราเห็นภารกิจกู้ภัยนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช 13 คน ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนได้จนสำเร็จเท่านั้น แต่ภารกิจดังกล่าวมาชัดเจนในช่วงนี้ ซึ่งความเป็นจริง พ.ท.นพ.ภาคย์ เป็นคนที่ทำคุณความดีต่อสังคมมาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ แพทยสภาจะมีการประกาศเชิดชูอย่างเป็นทางการ ร่วมกับแพทย์ท่านอื่นๆ ในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้แพทย์ทั่วประเทศได้ยึดเป็นแบบอย่าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เราทุกคนต่างมีหน้าที่ สามารถทำความดีได้ในแบบของตน และเนื่องจากแพทยสภาเป็นหน่วยงานที่ดูแล ดังนั้นตนอยากฝากไปถึงแพทย์ทั่วประเทศ ว่าเราสามารถทำคุณความดีได้ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ วัน ทั้งการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงสังคมด้านอื่นๆ ดังที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร &amp;nbsp;อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีพระราชดำรัสว่านอกจากการเป็นแพทย์แล้ว ต้องมีความเป็นคนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้กันนี้ มีการเผยแพร่คลิปของทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คน ที่ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อให้แพทย์ดูอาการหลังจากเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเป็นเวลานานนับครึ่งเดือน โดยให้สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีแนะนำตัวทีละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยน้องโน้ต ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี กล่าวว่า ตอนนี้สุขภาพดีครับ ขอบคุณที่ช่วยพวกผมครับ ด้านน้องดอม ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี กล่าวว่า สุขภาพดีครับ อยากกินข้าวขาหมู อยากจะบอกว่าขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องเติ้ล ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง อายุ 14 ปี กล่าวว่า สุขภาพแข็งแรงดีครับ อยากกินข้าวผัดกะเพราะหมูกรอบครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ, น้องบิว ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี กล่าวว่า สบายดีครับ (เบ่งกล้ามโชว์) อยากขอบคุณทุกคนครับที่เป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้องนิค นายพิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี กล่าวว่า ร่างกายแข็งแรงดีครับ อยากกินข้าวหมูกรอบกับข้าวหมูแดงครับ ขอบคุณที่มาช่วย และขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ครับ, น้องไนท์ นายพีรภัทร สมเพียงใจ อายุ 16 ปี แข็งดีครับ อยากกินหมูกระทะครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งมาให้ พร้อมกับชู 2 นิ้ว
Thank you so much
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น้องมิกซ์ ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี กล่าวว่า แข็งแรงครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ขอบคุณที่เข้าไปช่วยเหลือครับ ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วครับ ปลอดภัยแล้วครับ, น้องดุล ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี กล่าวว่า สุขภาพเริ่มดีแล้วครับ อยากทานเคเอฟซีครับ ตอนนี้วาดภาพเพื่อนร่วมทีมอยู่ครับ I&amp;rsquo;am Adul. Now I&amp;rsquo;am very fine, Thank you so much.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่น้องไตตั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ขวบ กล่าวว่า ร่างกายเริ่มเป็นปกติแล้วครับ อยากกินซูชิครับ ขอขอบคุณพี่ๆ หน่วยซีลที่เข้ามาช่วยผม แล้วก็ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้จนถึงวันนี้ครับ, น้องตี๋ นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี กล่าวว่า อยากกินข้าวผัดหมูกรอบครับ ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้ พวกผมขอขอบคุณครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องพงศ์ ด.ช.สมพงศ์ ใจวงศ์ อายุ 13 ปี กล่าวว่า แข็งแรงดีแล้วครับ อยากกินกะเพราไข่ดาว ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ ขอบคุณคนทั่วโลกที่มาช่วยผมครับ Thank you., น้องมาร์ค ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี กล่าวว่า สบาย แข็งแรงดีแล้วครับ อยากกินสเต๊กครับ ขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ให้กำลังใจ ผมจะแข็งแรงและสู้ต่อไปครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคนสุดท้าย โค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มแข็งแรงดีเป็นปกติแล้วครับ ตอนนี้ทานข้าวได้ปกติครับ เมนูที่อยากกินที่สุดคือข้าวผัดหมูกรอบ ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ขอบคุณทุกกระทรวงที่คอยช่วยเหลือตลอด แล้วก็ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พี่ๆ หน่วยซีล คุณหมอทุกคน ต้องขอบคุณมากครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวหลังจากเยี่ยมให้กำลังใจทีมหมูป่าฯ ว่า ล่าสุดทุกคนมีสภาพร่างกายที่ฟื้นตัวตามลำดับ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ดี อยู่ระหว่างให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน ตามแผนการรักษา ทุกคนมีสภาพจิตใจดี ครอบครัวและญาติเข้าเยี่ยมแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจไม่พบเชื้อโรคติดต่อที่เป็นอันตราย ทุกคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นคนละประมาณ 2 กิโลกรัม คาดว่าจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 นี้ โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วง 2 เรื่องคือ เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ต้องระวังการติดเชื้อจากคนหมู่มากที่เข้าไปเยี่ยม เนื่องจากทีมหมูป่าฯ ยังอยู่ในระยะพักฟื้น อาจจะติดเชื้อได้ง่าย &amp;nbsp;
ฟื้นฟูจิตใจอย่างน้อย 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเรื่องที่สองคือ ทีมหมูป่าฯ อาจจะถูกเชิญไปสัมภาษณ์หรือออกรายการต่างๆ โดยทีมจิตแพทย์ได้แนะนำให้ทีมหมูป่าฯ ได้รับการฟื้นฟูจิตใจอย่างน้อย 1 เดือน ให้เขาได้อยู่กับครอบครัวและเพื่อนก่อนพ้นช่วงรักษาบาดแผลทางใจ โดยทีมแพทย์ยังคงดูแลอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการปรึกษากับคณะทำงานต่อไปถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน ไม่ควรถามคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ โดยขอให้คำนึงถึงจิตใจเด็กเป็นสำคัญ ในการนี้ได้เปิดคลิปวิดีโอที่น้องๆ ได้เริ่มวาดภาพและแนะนำตัวรายบุคคล โดยเด็กๆ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี หน่วยซีล แพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำลังใจจากประชาชนทุกคนที่เป็นห่วง &amp;nbsp;พร้อมบอกว่าอยากรับประทานอาหารที่ชอบและอยากทานมากที่สุดเมื่อหายดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ได้ทำพิธีเปิด โครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังทำพิธีเปิดจิตอาสาจำนวนกว่า 4,000 คน ร่วมทำงาน Big Cleaning Day บริเวณภายในถ้ำหลวง และโดยรอบถ้ำหลวง ในการทำความสะอาดเก็บขยะ ทำความสะอาดพื้นที่และปรับภูมิทัศน์ รวม 5 จุดพร้อมกัน จิตอาสาชาวอำเภอแม่สายและข้างเคียงกว่า 4,000 คนได้เดินทางมายังถ้ำหลวงตั้งแต่เช้า เพื่อทำความสะอาดปรับปรุงและฟื้นฟูบริเวณถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และพื้นที่โดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการทำความสะอาดวันนี้มี 5 จุดพร้อมกัน จุดแรกคือ บริเวณหน้าถ้ำหลวง, จุดที่ 2 คือผาหมี เป็นจุดที่เหล่าจิตอาสาจะไปช่วยกันรื้อฝายกันน้ำ รวมทั้งท่อที่นำไปวางเพื่อเบี่ยงทางน้ำไม่ให้เข้าถ้ำ ที่ทำไว้ในช่วงภาระกิจช่วยทั้ง 13 ชีวิต, จุดที่ 3 กิ่วคอนาง เป็นจุดที่ทั้งกั้น และเบี่ยงทางน้ำไม่ไห้ไหลเข้าถ้ำ, จุดที่ 4 ขุนน้ำนางนอน เป็นจุดที่ระบบสูบน้ำต่างๆ มารวมกัน และจุดที่ 5 วัดในบริเวณถ้ำหลวงรวม 3 วัด เป็นสถานที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ และไว้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือในการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจิตอาสาจะกระจายกำลังเข้าพื้นที่ทั้ง 5 จุด และกำหนดระยะเวลาดำเนินการทำความสะอาด เก็บรื้อถอนเต็นท์ อุปกรณ์ท่อน้ำรอบๆ บริเวณทั้งหมด รวมทั้งเก็บกวาดขยะในบริเวณหน้าถ้ำ รวม 2 วันคือ วันที่ 14 และ 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างตั้งใจเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีด้วยหัวใจ ในกิจกรรมในครั้งนี้
ขอบคุณเกษตรกรผู้เสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับทราบความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร 4 ตำบล ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เสียสละพื้นที่ปลูกพืชเป็นที่รับน้ำเพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ ต้นพันธุ์ลิ้นจี่ มะเขือ พริก เชื้อรากำจัดโรคข้าว ไส้เดือนฝอยชนิดผง ปุ๋ย และน้ำหมักชีวภาพ พร้อมทั้งจัดบริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถอีแต๋น เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นอกจากนี้ จะมีการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ ผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรงในเร็วๆ นี้ รวมมูลค่าความช่วยเหลือราว 1.4 ล้านบาท รวมทั้งจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ในการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว 2 สายพันธุ์ คือ ข้าวขาวทิพย์ 105 และสายพันธุ์ กข 6 จำนวน 14 ตัน ให้แก่เกษตรกรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ รับทราบว่ามีเกษตรกร 19 ราย ที่ไม่ขอรับเงินช่วยเหลือ เพราะตั้งใจเสียสละเพื่อช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนให้สามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย จึงแสดงความชื่นชมและขอบคุณจากใจจริง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีที่ทุกคนมีต่อเพื่อนมนุษย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ขัวศิลปะบ้านขัวแขร่ ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองฯ &amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ผู้ออกแบบและสร้างวัดร่องขุ่นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ชื่อดังของจังหวัดเชียงราย พร้อมศิลปินขัวศิลปะแขนงต่างๆ เกือบ 100 ชีวิต ร่วมกันแถลงข่าวการสร้างศาลา และปั้นรูปประติมากรรมจ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ขนาด 1 เท่าครึ่งของตัวจ่าแซม ซึ่งเป็นผู้สละเสียชีวิตในถ้ำหลวงขณะดำน้ำนำขวดอากาศเข้าไปยังถ้ำหลวงเพื่อช่วยทีมหมู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจารย์เฉลิมชัยยังร่วมกับศิลปินขัวศิลปะยังร่วมกันวาดภาพฮีโร่ ภาพประวัติศาสตร์เพื่อให้โลกจดจำมิตรภาพและความร่วมมือที่ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นภาพรวมบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมเข้าไปช่วย 13 ชีวิตในถ้ำหลวง มีความกว้าง 3 เมตร ความยาว 13 เมตร หลังวาดเสร็จจะโชว์ที่ขัวศิลปะ และนำไปเก็บที่วัดร่องขุ่น ก่อนจะนำไปโชว์ที่ถ้ำหลวง หลังสร้างศาลาเสร็จนำไปโชว์ที่ศาลา &amp;nbsp;ซึ่งกำลังจะสร้างไว้ที่หน้าถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำทางนอน ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยบอกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็จะสามารถเปิดศาลาพร้อมภาพวาดให้นักท่องเที่ยวชมได้ สำหรับการสร้างรูปปั้นประติมากรรมจ่าแซม และวาดภาพฮีโร่ รวมทั้งศาลาตนเองใช้งบส่วนตัวจำนวน 10 ล้านบาท
ขอสัญชาติหมูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรณีการพิจารณาให้สัญชาติแก่ทีมหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 คน พบว่า ไม่มีสัญชาติไทย 4 คน โดยเป็นเด็ก 3 คน และผู้ฝึกสอน 1 คน ประกอบด้วย ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี, ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี, นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี และ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก อายุ 25 ปี ทั้งนี้สาเหตุที่บุคคลทั้ง 4 คนไม่ได้สัญชาติไทย เนื่องจากมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งข้อมูลที่ตรวจพบปรากฏว่าทั้ง 4 คนไม่ได้แจ้งการเกิด ไม่มีสูติบัตร ในส่วนของเด็ก 3 คน ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนราษฎรในกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ตามมติ ครม. วันที่ 18 ม.ค.2548 โดยมีเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ขณะที่โค้ชเอกมีหนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาลแม่สาย แต่ไม่ได้แจ้งเกิด และไม่ได้จัดทำทะเบียนราษฎร จึงไม่มีเลขประจำตัว 13 หลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การขอสัญชาติไทยของทั้ง 4 คน จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ.สัญชาติ โดยแม้บิดามารดาของทั้ง 4 คนไม่ใช่คนสัญชาติไทย แต่ทั้ง 4 คนเกิดในดินแดนประเทศไทย ดังนั้นสำคัญที่หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย ได้แก่ สูติบัตร หรือใบเกิด หรือหนังสือรับรองการเกิดที่นายทะเบียนออกให้ หรือ ท.ร.20/1 ขณะนี้ประเด็นการขอสัญชาติไทยของทั้ง 4 คน จึงต้องเริ่มต้นด้วยการพิสูจน์ว่าเกิดในประเทศไทย และเมื่อได้รับสูติบัตรหรือหนังสือรับรองการเกิดจากนายทะเบียนแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขอมีสัญชาติไทยต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.อาทิตย์กล่าวต่อว่า สำหรับระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการรับคำขอมีสัญชาติไทยพร้อมพยานหลักฐานครบถ้วน จนถึงการพิจารณาอนุมัติของนายอำเภอ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็น ไม่ว่าด้วยเหตุใด สามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน เมื่อรวมแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วัน ทั้งนี้ กรมการปกครองยืนยันหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการใช้ปฏิบัติกับทุกคนที่มีปัญหา และข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน ไม่ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ประโยชน์กับเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมี หรือบุคคลอื่นใดหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13408</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าแซม, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, นาวาตรีสมาน กุนัน, พระราชทานยศนาวาตรี, พระราชทานเพลิงศพ, หนังสือพิมพ์, อนุพงษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49dca31bb2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
