<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเลิกพรก.ฉุกเฉิน สมช.นัดถกยึดข้อมูลสธ.เป็นหลัก/รพ.ม.อ.ใช้พลาสมาได้ผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานหน้ากากผ้าฝีพระหัตถ์แก่นายกฯ-ภริยา ผบ.เหล่าทัพ &amp;nbsp;และคณะแพทย์ ศบค. เผยติดเชื้อโควิดเพิ่ม 1 ราย เจอในสถานกักตัวของรัฐ ไทยแชมป์สวมหน้ากาก-ล้างมือมากที่สุดในอาเซียน พบกองถ่ายหละหลวมมาตรการป้องกันมากสุด &amp;quot;สธ.&amp;quot; มั่นใจเทคโนโลยีไทยรับสถานการณ์โควิดไม่ด้อยกว่าประเทศไหน ข่าวดี! รพ.สงขลานครินทร์ใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยหนักหายเป็นรายแรกของภาคใต้ ชี้เป็นการรักษาทางเลือกไม่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโควิดได้ทุกราย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งสต๊อก Favipiravir กว่า 5 แสนเม็ดรับมือคลายล็อก ศธ.ชง ศบค.พิจารณาเปิดโรงเรียน ยันยังคงไว้ที่ 1 ก.ค. จับตา สมช.ถกต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ?ระบุยึดหลัก สธ.เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล คุณจันทนี ธนรักษ์ ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญหน้ากากผ้าฝีพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี พระราชทานแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะแพทย์ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปพบกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับทราบข้อมูลและรับฟังข้อเสนอต่างๆ จากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคม ก่อนโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพบนเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเดินทางไปพบกับสมาคมธนาคารไทย ได้รับทราบข้อมูลและรับฟังข้อเสนอต่างๆ จากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคม ซึ่งเป็นการพูดคุยที่มีประโยชน์มาก ผมขอขอบคุณที่ทุกท่านได้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่มีต่อประเทศ และขอบคุณที่ได้แสดงออกถึงความตั้งใจและความพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก และพี่น้องประชาชนคนไทยในช่วงเวลานี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพเชฟที่บาห์เรน พบในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่กักตัวของรัฐที่ กทม. เดินทางกลับมาจากบาห์เรนเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 18 พ.ค. เป็นผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ แต่มาจากระบบการตรวจเชื้อของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานที่เราวางไว้อยู่แล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,034 ราย หายป่วยสะสม 2,888 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา 90 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 56 ราย นอกจากนี้ ข้อมูลวันที่ 15 พ.ค. ประเทศไทยได้มีการตรวจเชื้อไปแล้ว 328,073 ตัวอย่าง ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 167 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเทียบการตรวจต่อ 1 ล้านประชากร ของเราอยู่ที่ 4,926 ต่อ 1 ล้านประชากร เหนือกว่าญี่ปุ่น และเวียดนาม โดยสัดส่วนเมื่อตรวจ 100 คน จะพบ 0.92% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยังไม่พอใจตัวเลขสามแสนตัวอย่าง ต้องการตรวจให้ได้มากกว่านี้ ดังนั้นใครที่มีความเสี่ยงขอให้เข้ารับการตรวจได้เลย&amp;quot;
ลงทะเบียนไทยชนะคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 4,986,332 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;324,910 ราย ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องการวิจัยวัคซีนของประเทศไทย ศูนย์วิจัยวัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ซึ่งขณะนี้ประสบความสำเร็จในการทดลองกับหนู และจะนำไปทดสอบกับลิงในสัปดาห์หน้า โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อให้เราเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้มีวัคซีนใช้ และเตรียมประสานการผลิตวัคซีนชุดแรกกับโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกากับแคนาดาเพื่อนำไปทดสอบในคน คาดการณ์ว่าจะใช้ได้ในปี 2564 นอกจากนี้บริษัท Yougov จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนใน 6 ประเทศอาเซียน จำนวน &amp;nbsp;12,999 ตัวอย่าง พบว่าประเทศไทยมีพฤติกรรมสวมหน้ากากและล้างมือมากที่สุดในอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า ตัวเลขการลงทะเบียนใน www.ไทยชนะ.com เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 &amp;nbsp;พ.ค. มีร้านค้าลงทะเบียน 67,904 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 5,077,978 คน ขณะที่ผลการตรวจกิจการ/กิจกรรม ประจำวันที่ 19 พ.ค. ตรวจทั้งสิ้น 17,588 กิจการ/กิจกรรม พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 5 &amp;nbsp;กิจการ/กิจกรรม ซึ่งเราจะมีมาตรการตักเตือน แนะนำ ตรวจซ้ำ ถ้ายังไม่ปรับปรุงจะนำไปสู่การปิดกิจการ ส่วนผู้ที่ปฏิบัติตามมาตรการแต่ไม่ครบ มีจำนวน 1,863 กิจการ/กิจกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเว้นระยะห่าง 45.6% รองลงมาคือ จำนวนผู้ใช้บริการ 17.4% จุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;15.2% สำหรับกิจการ/กิจกรรมที่อยู่ในข่ายนี้มากที่สุดคือ โทรทัศน์ กองถ่าย 20% สถานออกกำลังกาย &amp;nbsp;16.5% ร้านตัดผม 13.9% ห้องสมุด 12.9% ส่วนผลการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิว คืนวันที่ 19 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 20 พ.ค. มีผู้ออกนอกเคหสถาน 301 คน ลดลงจากคืนก่อน 13 คน ชุมนุม มั่วสุม 26 คน ลดลงจากคืนก่อน 11 คน ซึ่งการดื่มสุรายังเป็นการกระทำผิดที่มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดแพลตฟอร์มไทยชนะต้องเก็บข้อมูลเช็กอินของประชาชนไว้ถึง 60 วัน นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อธิบดีกรมควบคุมโรคให้ชุดข้อมูลว่า เราใช้ประสบการณ์จากกรณีสนามมวยที่มีผู้ติดเชื้อถึง 4 รุ่น แต่ละรุ่นใช้เวลา 14 วัน เมื่อรวมกันแล้วจะใช้เวลา 60 วัน หรือ 2 เดือน ทุกอย่างมีหลักการและเหตุผลทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ติดเชื้อโควิดจะแสดงอาการเพียง 20% และไม่แสดงอาการ 80% เมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ป่วยในประเทศไทยที่มีอยู่ 3,034 ราย แสดงว่าเรามีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอีก 1.2 &amp;nbsp;หมื่นรายหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คงไม่ใช่บัญญัติไตรยางศ์ที่เอาตัวเลขมาเทียบเคียงง่ายๆ แบบนั้น &amp;nbsp;เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนวณ ตอนนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งแสดงอาการและไม่แสดงอาการเท่าไรไม่ทราบ เพราะเราจะยึดตัวเลขผู้ป่วยที่มีการยืนยันและตัวเลขสะสม ส่วนกระบวนการคิดให้ทางนักระบาดวิทยาเป็นผู้ให้ข้อมูลดีกว่า แต่มันไม่ได้สรุปง่ายๆ ว่าเรามีป่วยแล้ว 1.2 หมื่นราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการผ่อนปรนออกมาเคลื่อนไหว เช่น &amp;nbsp;สนามมวย ร้านนวดแผนไทย ศบค.จะมีข้อแนะนำอย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เป็นที่รับทราบว่าทุกคนต้องหาเลี้ยงชีพ ศบค.มีการคุยกันในรายละเอียดเรื่องนี้ในทุกแง่ทุกมุม และมาแบ่งการผ่อนคลายเป็นระยะต่างๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการผ่อนคลายขณะนี้ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการให้ดี และหากตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังอยู่หลักเดียวเรื่อยๆ ก็มีโอกาสจะได้รับการผ่อนคลายในระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป ขอย้ำว่าในระหว่างนี้อย่าปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ ฝากให้ช่วยคิดมาตรการและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่ติดโรค
เทคโนโลยีของไทยไม่แพ้ชาติใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข? (สธ.) นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ช่วงก่อนหน้านี้เคยพบโรคไข้หวัดใหญ่สเปนระบาด มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 40 ล้านคน ขณะนี้เป็นช่วงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในยุคใหม่ที่เป็นยุคดิจิทัล มีความเชื่อมั่นว่าความพร้อมด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น และเราก็ไม่อยากเห็นผู้เสียชีวิตของทั้งโลกในช่วงโควิด-19 ในหลัก 40 ล้านคนเหมือนไข้หวัดใหญ่สเปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้อะไรที่ต้องเร็ว อะไรที่ต้องเยอะ จะต้องจัดการอย่างไรให้อยู่หมัดอยู่มือภายใต้เทคโนโลยีที่สูง &amp;nbsp;โดยจะต้องใช้แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันมารองรับในการควบคุมจัดการดูแลรักษาโรค ไปจนถึงมาตรการผ่อนปรนของผู้ประกอบการ ดังนั้นแอปต่างๆ จะมีมาเป็นระยะ&amp;quot; นพ.บัญชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า แอป &amp;quot;หมอชนะ&amp;quot; มีการประสานงานกับแพลตฟอร์ม &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; ซึ่งดำเนินการโดย ศบค. เป็นแอปที่เกิดจากหลายภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม ด้านความปลอดภัยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาดูแลกำกับ ในส่วนระบบการระบุตัวตนจะถูกเก็บรักษาเพื่อใช้ในการสอบสวนโรคเกี่ยวกับประวัติการเดินทาง โดยการใช้แอปหมอชนะจะช่วยบันทึกการเดินทาง และในวันหนึ่งอาจจะมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาว่า เมื่อ 5 วันก่อนมีผู้ป่วยยืนยันที่เดินทางทับเส้นทางกันหรือใกล้กันในระยะที่แอปบันทึกไว้ แต่จะไม่มีการระบุตัวตนของผู้ป่วย หลังจากนั้นจะมีคำเตือนขึ้นมา เช่นการแนะนำให้กักกันตัวเองที่บ้าน การเข้าตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งมีการประเมินความเสี่ยงของตนเอง เพื่อลดการซักประวัติคัดกรองภายในโรงพยาบาล ลดการใช้เวลาในการซักถามข้อมูล รองรับมาตรการผ่อนคลายในระยะต่างๆ ที่จะมีผู้คนเดินทางมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้สำเร็จว่า ก่อนหน้านี้มีการขอให้ผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 &amp;nbsp;บริจาคพลาสมา เนื่องจากผู้ที่หายป่วยแล้วสุขภาพกายแข็งแรงขึ้นภายใน 60 วัน สามารถไปที่สภากาชาดไทยหรือทุกที่เพื่อบริจาคเลือด โดยเชื่อว่าเลือดจะมีภูมิคุ้มกัน แต่ระดับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา โดยสถาบันบําราศนราดูรเป็นที่แรกที่ใช้พลาสมา โดยใช้เลือดจากคนขับแท็กซี่ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้พลาสมาสามารถพัฒนาต่อให้ใกล้เคียงกับยา จึงเป็นเรื่องดีถ้าหากว่าสามารถที่จะรักษาผู้ป่วย ช่วยให้ตอบสนองต่อการดูแลรักษาพยาบาล โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูลว่าโรงพยาบาลไหนมีความสำเร็จในการใช้พลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะมีคนไทยที่กลับมาจากประเทศรัสเซียกับประเทศบราซิลจำนวน 400 คน ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทั่วโลก ประเทศบราซิลและประเทศรัสเซียมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่ามาตรการกักกันของรัฐมีความเข้มข้นมาก ส่วนการติดเชื้อภายในประเทศขอให้ประชาชนช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ความร่วมมือในการเข้าไปใช้สถานประกอบการหรือกิจการต่างๆ ที่ได้มีการผ่อนปรน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 4 ของการผ่อนปรนในระยะที่ 2 จึงอยากเห็นกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าที่มีร้านอาหารมากมายได้ให้ความร่วมมือ โดยให้ประชาชนเช็กอินเมื่อเข้าใช้บริการและมีการประเมินผลถึงความปลอดภัย ความสะอาดตามมาตรการต่างๆ ของรัฐ&amp;nbsp;
ใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา รศ.นพ.ศรัญญู ชูศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ทำการรักษาผู้ป่วยโควิดไปแล้ว 30 ราย โดยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยหรือคนไข้อาการวิกฤติ สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิดโดยใช้พลาสมาจากผู้ป่วยโควิดที่หายเป็นปกติ และประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของภาคใต้นั้น ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศชาย ซึ่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ส่งทีมแพทย์และพยาบาลเดินทางไปรับตัวผู้ป่วยรายนี้มาจาก จ.นราธิวาสเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการหนัก ปอดอักเสบรุนแรง ออกซิเจนในเลือดและค่าการหายใจแย่ลง เกิดเป็นอาการหายใจล้มเหลวและต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้หลังจากมีการให้ยารักษาสูตรมาตรฐานหรือยาต้านไวรัสเป็นเวลา 3 วัน ผู้ป่วยก็ไม่ได้มีอาการดีขึ้น และเป็นเวลาเดียวกันกับที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้รับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโควิดกับโรงพยาบาลและหายป่วยเป็นคนแรก ทีมแพทย์จึงตัดสินใจในการใช้พลาสมาที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้จำนวน 600 ซีซี มาทำการรักษาผู้ป่วยวิกฤติชาว จ.นราธิวาสรายดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โดยวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้พลาสมานั้นเป็นวิธีการรักษาทางเลือก และใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาตามสูตรมาตรฐานหรือยาต้านไวรัสเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้แพทย์ได้ให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยไปทั้งหมด 2 โดส หรือครั้งละ 200 ซีซี ติดต่อกันเป็นจำนวน 2 ครั้ง และผลปรากฏว่า ในระยะเวลา 3-4 วัน ผู้ป่วยก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในวันที่ &amp;nbsp;4 หลังได้รับพลาสมา และพักฟื้นจนกระทั่งหายเป็นปกติ และสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้วเมื่อวานนี้ &amp;nbsp;การรักษาด้วยพลาสมานี้เป็นเพียงแค่รายการการรักษาเคสแรกเท่านั้น และไม่ใช่ว่าผู้ป่วยโควิดทุกคนจะสามารถรักษาด้วยพลาสมาแล้วจะหายเป็นปกติได้ทุกราย&amp;quot; รศ.นพ.ศรัญญูกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แพทย์ได้ขอเชิญชวนให้ผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายเป็นปกติแล้วร่วมบริจาคพลาสมาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยเฉพาะในรายที่วิกฤติหรือมีอาการหนัก ซึ่งหากมีความเข้ากันได้ก็จะสามารถใช้รักษาผู้ป่วยให้หายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่ สธ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2563 &amp;quot;ไทยรู้ สู้วิกฤติ&amp;quot; เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในและต่างประเทศ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-?19 พร้อมปาฐกถาพิเศษและเสวนาทางไกล &amp;quot;PP&amp;amp;P โอกาสในวิกฤติ&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุทินกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของคนไทยและความทุ่มเทเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยลง ปัจจัยสำคัญคือความเข้มแข็งและมั่นคงของระบบสาธารณสุข ทั้งระบบเฝ้าระวังรับรู้เร็ว โต้ตอบจัดการโรคทันท่วงที การตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับประเทศ มีคณะกรรมการโรคติดต่อทั้งระดับส่วนกลางและระดับจังหวัด ความเข้มแข็งในการตรวจคัดกรอง ณ ท่าอากาศยานทุกแห่ง ด่านชายแดนและด่านท่าเรือ หน่วยคัดกรองโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาล และการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;
21 พ.ค.เคาะ พรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งมี อสม.ทั่วประเทศกว่า 1,040,000 คนช่วยค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว นำเข้าสู่ระบบแยกกักและจัดการดูแลกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยง เพื่อการควบคุมการแพร่เชื้อโดยไม่ต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ &amp;nbsp;การปรับปรุงโรงพยาบาลรัฐหรือโรงแรมของเอกชนให้เป็นโรงพยาบาลสนาม สำรองยารักษาและเตรียมการจัดหาและผลิตวัคซีน รวมทั้งศักยภาพในการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีอย่างน้อย 1 ห้องแล็บ &amp;nbsp;1 จังหวัด ขณะนี้มี 167 แห่ง ศักยภาพการตรวจได้ถึง 50,000 ตัวอย่างต่อวัน ซึ่งผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจะได้รับการตรวจโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากติดเชื้อโควิด-19 รักษาฟรี ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และขณะนี้ไทยเข้าสู่ระยะการผ่อนปรน ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาและรับรองมาตรฐานการดำเนินงานของสถานประกอบการและสถานที่สาธารณะเพื่อเปิดให้บริการอย่างปลอดภัย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอนุทินได้เสวนาทางไกลกับ ดร.อู่ จิ้ง กรรมาธิการสาธารณสุข มณฑลซานซี &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน และ ดร.ฌอน วาซู ผู้อำนวยการศูนย์คลินิกโรคติดต่อแห่งชาติ สิงคโปร์ หลังการประชุมนายอนุทินกล่าวว่า เป็นการหารือมาตรการรับมือการระบาดของโควิดของประเทศต่างๆ ซึ่งนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยน เป็นความรู้และทราบว่าล้วนใช้วิธีใกล้เคียงกัน คือต้องเข้มข้นในมาตรการเว้นระยะห่าง ขณะที่ภาครัฐก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องของยา ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหา Favipiravir สะสมไว้ทั้งสิ้นกว่า 5 แสนเม็ด &amp;nbsp;แบ่งใช้ไปแล้วบ้าง แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการ ยาตัวนี้มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นยังเก็บพลาสมา และยาชนิดต่างไว้ด้วยเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษา ขณะที่ Remdesivir และ Chloroquine สั่งให้นำมาสต๊อกไว้แล้วเช่นกัน แต่ไม่อยากให้ใครต้องใช้ยา เพราะไม่อยากเห็นการติดเชื้อเพิ่ม นอกจากนั้นถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่ไม่ประมาท ได้ให้ทุกจังหวัดต้องมีโรงพยาลาลโควิด-19 เพื่อรับมือสถานการณ์ไม่คาดคิดหลังคลายล็อก&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เสนอให้พิจารณาเปิดโรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องมีการเสนอให้ศบค.เป็นผู้พิจารณาสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ว่าจะสามารถเปิดโรงเรียนได้หรือไม่ ซึ่ง ศธ.ได้เสนอเรื่องให้ ศบค.ไปแล้ว อีกทั้ง ศธ.ก็กำลังศึกษากลุ่มโรงเรียนต่างๆ ว่าโรงเรียนไหนมีความพร้อม หรือมีศักยภาพในการบริหารจัดการโรงเรียนได้ในสถานการณ์โควิด-19 นี้ เพราะการเปิดโรงเรียนจะต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในกลุ่มโซนสีแดง แต่ขณะนี้กำหนดการเปิดภาคเรียนที่ &amp;nbsp;1/2563 ก็ยังคงเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมตามเดิม อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติ เราทุกคนยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 21 พ.ค. สมช.มีกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามที่ได้มีประกาศในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และได้ขยายเวลาประกาศบังคับใช้จะครบกำหนดวันที่ 31 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมประมาณเวลา 11.00 น.จะมีการแถลงข่าว โดยการพิจารณาของ สมช.ไม่ได้ใช้โพลใดๆ เป็นตัวตัดสิน แต่ใช้สถานการณ์โควิด-19 ด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ต้องเข้าใจก่อนว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ณ วันนี้มีผลจากมาตรการต่างๆ เดือนที่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ดีขึ้นในวันนี้เป็นผลจากช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราจะตัดสินใจทำอะไรเพื่อทำให้อนาคตดีขึ้น ต้องดูสถานการณ์ดีหรือไม่ดีวันนี้เป็นตัวตัดสิน รวมถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ดูหลายอย่างด้วย สำคัญต้องถามจากสาธารณสุขเป็นหลัก เพราะผมให้ความสำคัญสาธารณสุขเป็นหลัก ถ้าต้องการเครื่องมือนี้ต่อไปก็โอเค หรือถ้า พ.ร.บ.โรคติดต่อทำได้ก็ได้โอเค โดยการประชุมได้เชิญตัวแทนจากสาธารณสุขและภาคเอกชนเข้าร่วม ผลการประชุมถือเป็นแค่มติ สมช.ต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม. แต่หาก ครม.เห็นเป็นอย่างอื่นก็แล้วแต่ สำหรับการประชุม ศบค.ปกติที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.จะประชุมทุกวันศุกร์ ซึ่งต้องรอหนังสือยืนยันการประชุม ศบค.อย่างเป็นทางการก่อน&amp;quot; พล.อ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 5 &amp;nbsp;มกราคม - 19 พฤษภาคม 2563 มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 225 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 203 ราย (ไม่มีกลับบ้านเพิ่ม) เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) จำหน่าย 1 ราย (ไม่มีจำหน่ายเพิ่ม) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 18 ราย ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 6,504 ราย (รายใหม่ 72 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 69 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66482</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, พรก.ฉุกเฉิน, พระราชทานหน้ากากผ้าฝีพระหัตถ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec5364e08e5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
