<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ซัด คสช.เป็นคนผูกก็ต้องเป็นคนแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 2561 - นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งเสนอ 3 ทางออกให้ใช้พระราชบัญญัติ &amp;nbsp; พระราชกำหนด &amp;nbsp;และมาตรา 44 แก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ว่าหลังจากนายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลประชุมร่วมกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;และสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วคงทราบดีว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง และควรใช้วิธีการอะไรในการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคนั้นๆ ทางรัฐบาลก็คงนำข้อเสนอต่างๆ จากที่ประชุมรายงานให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบหลังจากนี้ก็อยู่ที่ &amp;nbsp;คสช.จะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะ &amp;nbsp;คสช.เป็นผู้แต่งตั้งแม่น้ำ 5 สาย และขณะเดียวกัน &amp;nbsp;คสช.ก็ออกคำสั่งหัวหน้า &amp;nbsp;คสช.หลายฉบับที่กลายเป็นเงื่อนไขให้ต้องมาหาทางออกแก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้งกันอยู่ทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหานี้มีจุดกำเนิดมาจาก &amp;nbsp;คสช.ทั้งสิ้น ถ้า คสช.ตัดสินใจแก้ปัญหาถูกวิธีก็มีโอกาสที่ทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามโรดแมป &amp;nbsp;แต่ถ้า คสช.แก้ปัญหาไม่ถูกวิธีก็มีโอกาสที่ปัญหาจะบานปลายออกไป &amp;nbsp;กลายเป็นวัวพันหลัก &amp;nbsp;จนยากต่อการแก้ไข และอาจสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก ดังนั้นการหาทางออกแก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป เพื่อให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.จึงเป็นความรับผิดชอบของ คสช.โดยตรง&amp;rdquo;นายองอาจกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11503</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, พระราชกำหนด, พระราชบัญญัติ, มาตรา 44, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a76905edce78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะแล้ว!ปรับโฉมสภาพัฒน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.2561 &amp;ndash; การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 4/2561 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip;. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แก้ไขเพิ่มเติมตามมติที่ประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2561 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแล้วให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) พิจารณา ก่อนเสนอ สนช.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ สศช.ประกอบด้วย 1.กำหนดให้มี &amp;ldquo;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;rdquo; ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคนและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 15 คน และให้ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการสภา และให้เลขาธิการ สศช.เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยกำหนดให้ประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำหนดให้สภาสามารถมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พิจารณา หรือผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญมาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการสภาด้วยก็ได้ โดยให้ผู้ที่ได้รับเชิญมามีฐานะเป็นกรรมการสภาสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น &amp;nbsp;และกำหนดให้ สศช.มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และให้ความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในแต่ละด้านตามกรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;ทำหน้าที่ยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเสนอต่อสภาพิจารณา โดยต้องมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำมาประกอบการยกร่างด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่จะกำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดให้มีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ดำเนินงานในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของสภา ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ทำหน้าที่วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นที่สภามอบหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บทเฉพาะกาล ให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2521 ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพลางก่อน และให้โอนบรรดาภารกิจ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;รวมทั้งให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามประกาศพระราชโองการ เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ลงวันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ที่ใช้อยู่ในวันก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ถือว่าเป็นแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และยังให้คงใช้ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11214</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม.สัญจร, พระราชบัญญัติ, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f952fae692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศรวดเดียว!กฎหมาย20ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติ, พระราชกำหนด และพระราชกฤษฎีกาพร้อมกันถึง 20 เรื่อง โดยพระราชบัญญัติที่สำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ,พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 พ.ศ.2561,&amp;nbsp;พระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ.2561, พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพระราชกำหนดมีทั้ง พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ,พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2561, ส่วนพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551 พ.ศ.2561, พระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ. 2559 พ.ศ.2561 ,พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) พ.ศ.2561 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 655) พ.ศ.2561, &amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 656) พ.ศ.2561,&amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 657) พ.ศ.2561,&amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 658) พ.ศ.2561 และ&amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 659) พ.ศ.2561 ฯลฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิจิทัล, พระราชกฤษฎีกา, พระราชกำหนด, พระราชบัญญัติ, ยาสูบ, ราชกิจจานุเบกษา, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
