<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกไพรมารีโหวตบัญชีรายชื่อ จับตาเอื้อ &quot;พลังประชารัฐ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระแสข่าวมาต่อเนื่องว่า คสช.อาจใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปมปัญหาไพรมารีโหวตด้วยการยกเลิก หรืออาจเปลี่ยนไปทำในระดับภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ท่ามกลางข้อสังเกตเอาใจ &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; ภายใต้การนำกลุ่มสามมิตร ใช่หรือไม่ที่บัดนี้ยังไม่มีจุดยืนใดๆ กับประเด็นนี้ ที่ประกอบไปด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในรัฐบาล คสช.  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งพรรคขนาดกลาง หรือแม้พรรคขนาดใหญ่ที่เสแสร้ง แต่แท้จริงแล้ว อาจเห็นด้วยเฉพาะแค่ทำไพรมารีโหวตในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งหากไปถามจี้ใจดำแบบระบบบัญชีรายชื่อ ก็มั่นใจว่าไม่มีใครอยากได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากปิดช่องอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพรรค ไม่สามารถส่งผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ คนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งนายทุนพรรค อยู่ในบัญชีลำดับต้นๆ เพื่อมีโอกาสได้เป็น ส.ส.ตามความต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กลับเอาอำนาจที่มีอยู่เดิมไปฝากไว้กับสมาชิกพรรคตามจังหวัดต่างๆ ในเขตที่พรรคส่ง ส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคเหล่านี้ก็ไม่รู้จักและไม่มีเชื่อมโยงกับผู้สมัครบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจัดมาให้เลือก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ประเด็นนี้จะมีการโยนเหรียญออกมาถามทางกันมาอย่างกว้าง ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังจัดทำร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 เพื่อป้อน คสช. ตัดสินใจในปมปัญหาดังกล่าว ควบคู่กับคลายล็อกทางการเมืองในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันมีความพยายามออกมาดักคอและตีกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะจากฝั่งแม่น้ำสาย สนช. ผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่นี้ คือ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง แสดงความเห็นว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากไม่มีการทำไพรมารีโหวตจะเสี่ยงต่อการขัด รธน. และขัดต่อเจตนาของ คสช.ที่ต้องการปฏิรูปการเมือง ส่วนถ้าใช้ไพรมารีโหวตรายภาคแทน จะกลับไปเหมือนเดิม ดูไกลเกินไปที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมคัดเลือกผู้สมัคร ในที่สุดทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิมคือ อำนาจการคัดเลือกผู้สมัครจะกลับไปอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคและนายทุน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์กันว่าอาจส่งผลลบแก่ คสช. ที่ไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้ว่าหากยกเลิกระบบไพรมารีโหวต แล้วเวลาที่ สนช.ไปขยายเพื่อเตรียมตัวเลือกตั้ง สอดไส้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. ที่จะมีผลบังคับใช้ภายหลัง 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่คสช.บอกว่า 60 วันแรกเตรียมไว้ให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง และอีก 30 วันให้พรรคการเมืองทำไพรมารีโหวต จะเตะถ่วงเวลาไว้ทำไม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นเหล่านี้ คสช.ต้องเอาไปคิด วิเคราะห์ แยกแยะว่า หากยกเลิกไพมารีโหวตไปทั้งหมด เพื่อเอาใจพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคขนาดกลาง หรืออื่นๆ จะคุ้มหรือเสียมากกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกัน หาก คสช.ยืนยันตามหลักเดิมคือปล่อยให้เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 145 ที่ยังคงให้ทำไพรมารีโหวต ทั้งแบบ ส.ส. เขต 350 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 เขต ก็อาจจะเป็นอุปสรรคในการวางตัวผู้สมัครต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะจากฝั่ง &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; ที่กำลังไปไล่ดูดอดีต ส.ส.เข้ามาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ใช่หรือไม่ และยังอาจสร้างกระทบต่อพรรคขนาดกลาง พรรคพันธมิตรทหาร ที่กำลังเตรียมการหาทุน&amp;nbsp; และวางตัวผู้สมัคร ส.ส ว่าจะอยู่ในลำดับที่เหมาะสมอย่างไร เพราะคาดหวัง ส.ส.บัญชีรายชื่อจากการเลือกตั้งระบบใหม่ คือ ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่เชื่อว่าคะแนนเสียงจากบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยจะถูกตัดออก เพราะได้โควตา ส.ส.เต็มเพดานแล้ว และจะไหลมาสู่บัญชีรายชื่อส.ส.ของพรรคระดับกลางและพรรคเล็ก เพื่อผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ทางออกที่ดีสุดคือพบกันครึ่งทาง ด้วยการยืนยันหลักไพรมารีโหวตในระบบเขตเช่นเดิม คือให้แต่ละพรรคมีสมาชิกประจำจังหวัด 100 คน เพื่อคัดเลือกผู้สมัครในเขตต่างๆ ในจังหวัดได้ทั้งหมด หรือหากจะส่งผู้สมัครส.ส. 350 เขต ก็ควรมีสมาชิกจังหวัดละ 100 คนทุก 77 จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อาจเลือกยกเลิกไพรมารีโหวตในระบบบัญชีรายชื่อ และเปิดทางให้คณะกรรมการบริหารพรรควางตัวผู้สมัคร ได้ตามความต้องการ และที่สำคัญยังไม่ขัด รธน. เพราะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อไม่ต้องมีเรื่องภูมิลำเนาเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นคุณสมบัติ เช่น ส.ส.แบบแบ่งเขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสนอพบกันครึ่งทางเช่นนี้ สุดท้าย คสช.จะเป็นผู้ให้คำตอบ ท่ามกลางข้อสันนิษฐานว่าพรรคพลังประชารัฐและภาคเครือข่ายทหารได้ประโยชน์ใช่หรือไม่.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคพันธมิตรทหาร, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b58964ce22e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งกม.ปราบโกง ทำคดีจบรวดเร็ว ปัดยื้อนาฬิกาหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กกุ้ย&amp;quot; ชูหลักสูตรต้านทุจริต ความหวังแก้โกงสังคมไทย ฝัน 5 ปีเห็นผล ดัชนีคอร์รัปชันแตะ 50 คะแนน ชี้ กม.ป.ป.ช.ใหม่ทำคดีจบเร็วกว่าเดิม เสียงแข็งปัดยื้อนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม มั่นใจเอกชนต่างประเทศให้ข้อมูลแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ความหวังในการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาการทุจริตจะอาศัยการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ เพราะด้านการป้องกันการทุจริตมีความสำคัญไม่แพ้กัน หากดำเนินการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเก็บเงินที่เกิดจากการทุจริตกว่าแสนล้านบาทต่อปีมาพัฒนาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น 5 หลักสูตรในการศึกษาทุกระดับ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 วิชา คือ 1.การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3.จิตพอเพียงต้านทุจริต &amp;nbsp;และ 4.พลเมืองและการรับผิดชอบต่อสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะเด็กไทยในอนาคตจะมีจิตสาธารณะ &amp;nbsp;รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ จะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านการทุจริตของประเทศในอนาคต คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และภายใน 5 ปีจะเห็นผลว่าการต่อต้านการทุจริตของไทยจะดีขึ้นอย่างแน่นอน หวังว่าค่าดัชนีรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะมีคะแนนถึง 50 คะแนน&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาการทุจริตล่าช้า เหตุเพราะก่อนหน้านี้มีคดีสะสมใน ป.ป.ช.จำนวนมาก ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช.มีบุคลากร 2,500 คน รัฐบาลได้เพิ่มอัตรากำลังให้อีก 700 &amp;nbsp;คน เชื่อว่าจะทำให้การสะสางคดีค้างเก่าแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เพิ่งมีผลบังคับใช้นั้น จะทำให้บริบทการทำงานเข้มข้นขึ้น รวดเร็วขึ้น เพราะถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีกรอบเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนของ ป.ป.ช. และกรอบเวลาในการฟ้องคดีของอัยการสูงสุดด้วย ซึ่งจะเร่งรัดให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่จะทำการทุจริตเกรงกลัว นอกจากนี้ยังป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ ป.ป.ช.กำหนดมีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนตำแหน่งที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนดให้ยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลให้สัมภาษณ์ว่า คดีค้างเก่าใกล้หมดอายุความ ป.ป.ช.ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะตามกฎหมายใหม่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ขยายเวลาได้อีก 1 ปี ถ้าไม่แล้วเสร็จต้องมีเหตุผล หากไม่ทำถือว่าเจ้าหน้าที่บกพร่อง โดยในปีงบประมาณต่อไปจะมีการระบุชัดเจนว่าคดีไหนเป็นคดีที่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ 3 กลุ่ม คือ 1.รับเรื่องใหม่ที่ต้องทำด้วยความรวดเร็ว 2.เรื่องที่รับไว้นานและใกล้ขาดอายุความ และ 3.เรื่องที่รับไว้นานแล้ว และทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำแล้วจะเป็นการป้องปรามการทุจริตได้ ส่วนกรณี ป.ป.ช.มีอำนาจในการส่งข้อเสนอแนะเตือนฝ่ายบริหารเรื่องนโยบายนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ง่ายนัก เพราะก่อนที่ ป.ป.ช.จะส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลจะต้องศึกษาข้อมูล ต้องมีรายละเอียดเพียงพอ มีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน และจะต้องมีมติ 2 ใน 3 เพื่อที่จะส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล จะส่งไปแบบไม่มีมูลไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งจะมีลักษณะคล้ายกับกรณีที่ ป.ป.ช.เคยส่งคำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว แต่ตามกฎหมายใหม่จะมีความเข้มข้นมากกว่า หากหน่วยงานที่มีหน้าที่ได้รับข้อเสนอแนะแล้วไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;หากคณะรัฐมนตรีได้ข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช.อาจจะส่งหน่วยที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ แต่หากหน่วยงานนั้นๆ ทำตามข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ไม่ได้ จะต้องส่งคำชี้แจงกลับมายัง ป.ป.ช.&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้รายงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และที่ประชุมมีมติใช้ระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินว่า เอกสารหรือข้อมูลที่มีอยู่ในตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงจำเป็นที่จะต้องไปขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาแต่ละยี่ห้อว่านาฬิกายี่ห้อนี้ โมเดลนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ ได้ขายให้ใครไป เพื่อเป็นการยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คาดว่าใช้เวลาไม่นานในการรอข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะเป็นการขอความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่การขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ บริษัทส่วนใหญ่เป็นเอกชนที่พร้อมให้ข้อมูลหากมีข้อมูลตามที่เราประสานขอไป โดยกรอบเวลาที่รอข้อมูลจากต่างประเทศไม่มีกำหนดแน่ชัด แต่หากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศปฏิเสธให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ต้องมาพิจารณาหาหนทางอื่น ซึ่งหากไม่มีหนทางอื่นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องวินิจฉัยตามข้อมูลหลักฐานเท่าที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มองว่าเป็นการยื้อเวลาออกไปอีกนั้น พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ไม่คิดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาคดีดังกล่าวยื้อเวลา เพราะกรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาได้เล่าให้ฟังว่า หากทำไม่ครบถ้วนแล้วรีบสรุปไปจะเป็นประเด็นอีก เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;ดังนั้นพยายามที่จะหาข้อมูลให้ครบถ้วนครบประเด็น แต่กรณีดังกล่าวเกิดความติดขัด คือไม่ได้รับข้อมูลจากในประเทศ จะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะซ้ำรอยกรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ที่สถาบันทางการเงินต่างประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า กรณีดังกล่าวค่อนข้างช้าเพราะเป็นการขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ หรือมีกรณีที่บางประเทศในยุโรปไม่ยอมให้ข้อมูล เพราะมีเงื่อนไขว่าประเทศไทยยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ แม้ไทยจะมีกฎหมายที่กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีสามารถให้คำมั่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีสินบนโรลส์-รอยซ์มีความคืบหน้าไปบ้าง ยังคงดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน &amp;nbsp;เพราะบางเรื่องบางประเด็นเป็นเรื่องที่เกิดมานานพอสมควร ทำให้พยานเอกสารหลักฐานค่อนข้างจะหายาก และต้องระวังผลกระทบในการดำเนินคดีของประเทศนั้น เราพยายามเจรจาทำความเข้าใจ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ แต่อาจจะไม่ครบถ้วนตามที่ขอ ส่วนข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าเพียงพอที่จะชี้มูลความผิดหรือไม่ เพราะคณะทำงานจะต้องรายงานข้อมูลที่มีให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรณีบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ทางการของไทยมูลค่า 20 ล้านบาทนั้น คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งเป็นองค์คณะขึ้นมาพิจารณา โดยมีข้อมูลหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายการรับสินบน ล่าสุดมีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว 4-5 คน เรารู้ตัวหมดแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดูพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13973</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8a2887d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพรมารีโหวตรายภาค ส่อเอื้อ &#039;พรรคพลังดูด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; มีความคืบหน้าออกมาเล็กๆ น้อยๆ เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมายอมรับถึงกระแสข่าวที่ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ให้พรรคการเมืองสามารถจัดประชุมใหญ่เพื่อทำไพรมารีโหวต และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถแบ่งเขตการเลือกตั้งว่าเป็นความจริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ล่าสุด กกต.ได้มีการประชุมพิจารณากันไปเมื่อวันที่ 9 ก.ค. และได้ข้อสรุปคือ 1.ให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคหาสมาชิกพรรคให้ความเห็นต่อ กกต.ในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดทำไพรมารีโหวต 2.ให้อำนาจ กกต.ในการออกหลักเกณฑ์และระเบียบให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่มีการประกาศใช้และให้ดำเนินการเรื่องของการแบ่งเขตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; แต่ กกต.ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องไพรมารีโหวตว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีความเห็น 4 แนวทางคือ ข้อ 1 ทำไพรมารีโหวตแบบจังหวัด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 145 ข้อ 2&amp;nbsp; ยังไม่เริ่มใช้ไพรมารีโหวต ข้อ 3 การทำไพรมารีโหวตแบบภาค ข้อ 4 หากไม่ใช้การทำไพรมารีโหวตจะใช้รูปแบบใดมารองรับแทน เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 สุดท้ายผู้ที่จะให้คำตอบก็คือ คสช.ที่จะต้องเป็นคนปลดล็อก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; แต่หากประเมินจากกระแสที่มีการโยนเหรียญถามทางและพูดกันมากคือ ข้อเสนอให้ทำไพรมารีโหวตเป็นรายภาค เมื่อมองผิวเผินอาจเห็นข้อดีเพราะช่วยให้พรรคการเมืองใหม่ พรรคขนาดกลาง และขนาดเล็กที่ยังไม่มีความพร้อมจัดตั้งสาขาพรรคเป็นรายภาคจำนวน 4 ภาค หรือภาคละ 500 คน และส่งผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 350 เขตได้ทั่วประเทศ แทนที่จะต้องมีสมาชิกพรรคจังหวัดละ 100 คน ทั่วประเทศ ใน 77 จังหวัด จึงจะสามารถส่งได้ครบทุกเขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; แต่ข้อเสียก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะอาจขัดเจตนารมณ์ของกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.ต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่ตัวเองลงสมัคร แต่อนุญาตให้ลงเขตไหนก็ได้ในจังหวัดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; แต่หากเปิดโอกาสให้ทำไพรมารีรายภาค ถามว่าสมาชิกพรรคในจังหวัดหนึ่งจะไปรู้จักผู้สมัครในอีกจังหวัดห่างไกลได้อย่างไร เช่นพรรคการเมืองหนึ่งตั้งสาขาพรรคจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อคัดเลือกผู้สมัครส.ส.ในรายภาค ถามว่าจะไปรู้จักและเชื่อมโยงผู้สมัครในจังหวัดอุดรธานีหรือจังหวัดเลยได้หรือไม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; สอดคล้องกับความเห็นของ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษา คสช. ให้เหตุผลว่าให้ทำไพรมารีโหวตระดับภาคแทนนั้น &amp;ldquo;เหมือนนำคนกลุ่มเดียวมาทำไพรมารีโหวตซึ่งไม่ได้บอกอะไรเพราะมี 4 ภาค แต่ต้องครอบคลุมถึง 77 จังหวัด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อฟังจาก อ.มีชัยก็สามารถตีความว่า ไพรมารีโหวตเป็นรายภาคเปรียบเสมือนการยกเลิกไพรมารีโหวตไปในตัวนั่นเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ดังนั้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบสุดๆ ก็หนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. หากจะแก้ไขเพราะต้องอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช.มาตรา 44 เพราะนอกจากถูกมองว่าสิ่งที่ สนช.ในฐานะแม่น้ำ 5 สายคิดค้นออกมาไม่เวิร์กแล้ว ยังถูกโจมตีว่าปฏิรูปการเมืองล้มเหลวกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ ต่อวีซ่าให้บุคคลทรงอิทธิพลภายในพรรคคัดเลือกผู้สมัครได้เช่นเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; อาจถูกแปลความได้ว่าเอาใจพรรคพลังดูด หรือพรรคพลังประชารัฐที่เชื่อมโยงกับ คสช.ภายใต้การนำของกลุ่มสามมิตร คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในรัฐบาล คสช.ที่ยังไม่มีจุดยืนใดๆ&amp;nbsp; ต่อเรื่องไพรมารีโหวต ซึ่งในทางการเมืองสันนิษฐานได้ว่าไม่เห็นด้วยกับระบบดังกล่าวเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังตั้งคำถามอีกได้ว่า ทำไม คสช.เลือกคลายปมเฉพาะไพรมารีโหวตเท่านั้น ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆ เรียกร้องให้ปลดล็อกคำสั่งต่างๆ เพื่อให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้, กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน หรือเลื่อนเลือกตั้งให้ได้ภายในปีนี้ ฯลฯ กลับไม่ยอมฟังเสียงเหล่านี้บ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การยืนบนหลักการไพรมารีโหวตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา145 &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; น่าจะถูกด่าน้อยที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13170</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, พรรคไทยรักไทย, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีชัย ฤชุพันธุ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b44d03d21558.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล-กกต.จ่อถก14มิ.ย. ชงใช้ม.44แก้ปมไพรมารีฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; ขอความเห็นใจ คสช.แก้คำสั่ง 53/2560 รีบปลดล็อกพรรคการเมือง หวั่นทำไพรมารีโหวตไม่ได้ ขณะที่รัฐบาล-กกต.นัดถก 14 มิ.ย.แก้ปมแบ่งเขต-ไพรมารีโหวต เสนอใช้ ม.44 ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งก่อนเหตุ กม.ไม่เปิดช่อง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; แนะ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ต้องปฏิบัติตนให้สมเกียรติกับตำแหน่งนายกฯ ชี้เป็นบุคคลสาธารณะต้องรักษามาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการเตรียมแก้ปัญหาในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีผลกระทบต่อจำนวนสมาชิกพรรค และการทำระบบเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.(ไพรมารีโหวต) ว่า ตนสนับสนุนให้แก้ไขเนื้อหา แทนการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือใช้มาตรา 44 เพื่อดำเนินการ เนื่องจากหากไม่แก้ไขในประเด็นดังกล่าวอาจทำให้เป็นปัญหาต่อการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะการส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งกำหนดให้ต้องใช้ระบบไพรมารีโหวตซึ่งผูกเข้ากับจำนวนสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้พรรคชาติไทยพัฒนามีสมาชิกที่ยืนยันเพียงกว่า 4,000 คน ดังนั้นหากจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบทุก 350 เขต จำเป็นต้องหาสมาชิกเพิ่มให้ได้อย่างน้อย 8,000 คนถึง 10,000 คน ไม่เช่นนั้นเราจะทำไพรมารีโหวตไม่ได้ ผมขอความเห็นใจอย่างน้อยขอให้ คสช.ปลดล็อกให้ตอนนี้พรรคการเมืองเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ได้ เพราะหากไม่ยอมปลดล็อกไม่เฉพาะพรรคการเมืองในระบบที่จะมีปัญหาเท่านั้น แต่พรรคใหม่อย่างพรรคประชารัฐก็จะเจอปัญหาเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับระบบไพรมารีโหวตที่ผู้เขียนกฎหมายยกให้เป็นกลไกมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นแนวทางของการปฏิรูปประเทศนั้น ตนมองว่าไพรมารีโหวตที่นำมาใช้แม้จะได้รับการยอมรับในสหรัฐอเมริกา แต่ที่ผ่านมายังพบปัญหา อย่างไรก็ตามการนำรูปแบบของต่างประเทศมาใช้โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยทางสังคมไทยคือปมปัญหาสำคัญ ทั้งนี้การทำไพรมารีโหวตในประเทศจำเป็นต้องใช้เวลา ทั้งการหาตัวแทนที่จะลงแข่งขันในพื้นที่ที่จะทำไพรมารีโหวต การลงพื้นที่ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบใหม่แก่สมาชิกพรรคในพื้นที่ รวมถึงการชี้แจงถึงการต้องออกมาเลือกผู้แทนของตนเองถึง 2 ครั้งผ่านไพรมารีโหวตของพรรค กับการแข่งขันในสนามการเมืองใหญ่ และรวมถึงนำระบบไพรมารีโหวตผูกเข้ากับ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก ทำให้เป็นประเด็นที่ต้องยิ่งใช้เวลาชี้แจงและทำความเข้าใจมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลและ คสช.จะเชิญพรรคการเมืองไปหารือในเดือนมิถุนายนนี้ว่า สำหรับพรรคอื่นตนคงตอบแทนไม่ได้จะไปร่วมหรือไม่ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้นยินดีให้ความร่วมมือเหมือนทุกครั้งที่เคยได้รับเชิญ ถ้าเป็นเรื่องที่บ้านเมืองได้ประโยชน์ ส่วนรูปแบบรายละเอียดจะมีถ่ายทอดสดหรือไม่ขึ้นอยู่กับ คสช.ประสงค์จะให้ไปคุยเรื่องอะไร รูปแบบที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร ในส่วนประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเงื่อนไข ถ้าเป็นการพูดคุยกันในเรื่องที่สร้างสรรค์พรรคก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าถามว่าวันนี้บรรยากาศเอื้อหรือไม่เอื้อต่อการพูดคุย คสช.และรัฐบาลควรจะต้องประเมิน ความจริงได้ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเชิญพรรคการเมืองเดือนนี้ ผมจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ได้ดำเนินการไปตามที่รัฐบาลพูดก่อนหน้านี้ ในทางตรงกันข้ามถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ ตรงนั้นต่างหากที่จะทำให้รัฐบาลต้องออกมาอธิบายทำไมถึงเปลี่ยนใจ&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
ใช้ ม.44 แก้ปมไพรมารีโหวต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีการเดินสายดูดอดีต ส.ส.ของบางพรรคการเมืองว่า ความจริงเรื่องการพยายามที่จะดูดคนสังคมก็รับทราบกันอยู่โดยทั่วไป เหมือนกับที่ตนเคยพูดว่าหลังรัฐประหาร ถ้ามีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการดำรงอำนาจต่อไป เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องเคยเกิดขึ้นมาแล้วเกือบทุกครั้ง และครั้งนี้ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น ความต่อเนื่องยังมีปราฏอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงไม่แปลกใจอะไร แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทุกครั้ง ก็มีทั้งคนเข้าคนออกก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หน้าที่ของเราก็คือทำอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนให้มากขึ้น พรรคต้องเตรียมไม่เฉพาะตัวบุคคล ยังต้องเตรียมการเรื่องนโยบาย การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เมื่อเลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว พรรคจะเป็นที่พึ่ง เป็นความหวังสำหรับอนาคตของประเทศได้ ผมเชื่อว่า คนจำนวนไม่น้อยยังศรัทธาในอุดมการณ์พรรคอยู่&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การเดินสายดูดอดีต ส.ส.ในแต่ละพื้นที่จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าในอนาคตแรงดูดจะมากน้อยถอยลงไปหรือไม่ แต่เท่าที่ตนติดตามสถานการณ์จนถึงขณะนี้ การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวยังคงมีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำหรับการหารือนอกรอบระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับรัฐบาลเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งและการทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง ก่อนที่รัฐบาลจะนำไปถกกับพรรคการเมืองในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นั้น นายวิษณุ เครืองงาม รองนายกรัฐมนตรี ได้นัด กกต.หารือในช่วงบ่ายของวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งในประเด็นที่จะมีการหารือเรื่องของการแบ่งเขต และปัญหาการปฏิบัติของพรรคการเมืองตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นั้น สำนักงาน กกต.ได้มีการทำข้อสรุปปัญหา อุปสรรค ซึ่งก็จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณาเบื้องต้นในการประชุม กกต.วันที่ 12 มิ.ย. ก่อนที่จะมอบหมายให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนไปหารือกับรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งในประเด็นปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น สำนักงาน กกต.ได้ศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ แล้วเห็นว่ากฎหมายไม่เปิดช่องให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับ และหากรอไปถึงเวลาดังกล่าวโดยรัฐบาลไม่มีการปลดล็อกหรือแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก็จะกระทบต่อการทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมือง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาของพรรคการเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับการทำไพรมารีโหวตนั้น ก็จะมีการนำเสนอว่าผู้สมัคร และพรรคการเมืองยังไม่รู้ว่าจะมีการแบ่งเขตอย่างไร และเมื่อรัฐบาลยังไม่มีการปลดล็อกคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 และคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 รวมทั้งแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ก็จะทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถหาสมาชิกในเขตนั้นๆ เพื่อที่จะมาทำหน้าที่กรรมการสาขาหรือตัวแทนประจำจังหวัด ไม่สามารถประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อตั้งสาขาพรรค &amp;nbsp;ตั้งตัวแทนประจำจังหวัด ตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครได้ &amp;nbsp;ประชุมเพื่อหามติว่าจะส่งกี่เขต ส่งแบบบัญชีรายชื่อเท่าไร เห็นชอบรายชื่อผู้สมัครที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาหรือไม่ &amp;nbsp;
ต้องปฏิบัติตนให้สมเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเชื่อว่าพรรคใหญ่ที่มีศักยภาพยังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ส่วนพรรคตั้งใหม่ไม่อาจคาดการณ์เวลาได้ ดังนั้นหากรัฐบาลยังคงยึดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่จะให้มีการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรก ก็จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้การแบ่งเขตเลือกตั้งเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งก็สามารถใช้อำนาจตาม ม.44 ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตได้ก่อนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ใช้บังคับได้ &amp;nbsp; ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องมีการปลดล็อกหรือผ่อนคลายให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมในบางเรื่องที่ไม่ได้เป็นการหาเสียงเพื่อนำไปสู่กระบวนการทำไพรมารีโหวต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี แต่ตนก็มีความเป็นมนุษย์ที่ต้องมีผิดพลาด มีโกรธและโมโห แต่หลายคนก็ทำลายเกียรติของนายกฯ ว่า ตอนตนเป็นนายกฯ ก็เจอคำถามที่ไม่น่าถาม &amp;nbsp;แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ให้สมกับเกียรติของนายกฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พูด 2 เรื่อง คือ เป็นมนุษย์กับมีเกียรติ ซึ่งตนเห็นด้วยในเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบกับตำแหน่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ดำรงตำแหน่งนั้นต้องปฏิบัติตนให้สมกับการที่จะต้องได้รับเกียรตินั้น ถ้าจะเอาทั้งเรื่องตำแหน่งนายกฯ ห้ามใครละเมิดเกียรติ กับความเป็นมนุษย์สามารถจะแสดงออกเหมือนกับคนอื่นได้นั้น &amp;nbsp;ผมเห็นว่าอาจจะผิดก็ได้และไม่สอดคล้องกัน เพราะขณะนี้คนอาจจะบอกว่าไม่เป็นไร คนที่ดำรงตำแหน่งแล้วใช้ความเป็นมนุษย์ มันสะใจคนมากกว่า ซึ่งก็มีหลายประเทศทำอย่างนี้ เช่นสหรัฐอเมริกา ชัดเจนมากที่ผู้นำถูกวิจารณ์ ผมอาจจะหัวโบราณก็ได้ เพราะยังมองว่าถ้าเรายังอยากจะรักษาเกียรติของตำแหน่ง เราก็ต้องไม่อนุญาตให้เป็นมนุษย์เหมือนกัน ความเป็นมนุษย์เป็นในส่วนภายใน เมื่อสวมเกียรติตรงนี้อยู่ต้องรักษามาตรฐาน ซึ่งช่วงหลังดูเหมือนท่านก็พยายามปรับตัว&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เมื่อโกรธสุดขีดนายกฯ จะปิดห้องตัวเองแล้วตะโกนโหวกเหวกอยู่คนเดียว หรือจะระบายกับใครก็ทำได้ แต่เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะเราจะต้องช่วยกันรักษาเกียรติ ช่วยกันรักษามาตรฐาน บรรทัดฐานต่างๆ ก็ต้องฝึกฝนให้มีความอดทน ถึงต้องมีธรรมะของนักปกครองที่จะต้องมีเรื่องขันติ อุเบกขา ก็หวังว่านายกฯ จะอารมณ์ดีขึ้นและพยายามทำความเข้าใจกับสภาพการเมือง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช., จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทยพัฒนา, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, มาตรา 44, วิษณุ เครืองงาม, สำหรับการหารือนอกรอบระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8c6f20c24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯไม่ใช่เทวดา บิ๊กตู่ฮึ่มหยามเกียรติผู้นำ ชี้4ปีรัฐบาลผลงานเข้าตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดใจทำงานมา 4 ปี ยอมรับมีความผิดอย่างเดียวที่มีความเป็นมนุษย์สูง มีโมโห โกรธ เพราะไม่ใช่เทพเทวดา ลั่น! ยอมไม่ได้โซเชียลมีเดียให้ร้ายด่าผรุสวาท ทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีนายกฯ ของประเทศไทย &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; เผยนายกฯ ไม่ติดใจ นศ.มหา&amp;#39;ลัยดังทำคลิปล้อเลียน คสช. แต่ถามหาจรรยาบรรณครูอาจารย์ ใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมืองปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง ด้าน ปชป.-พท.พร้อมลุยเลือกตั้งหลังศาล รธน.ชี้ขาดคำสั่ง 53/60 ไม่ขัด รธน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า อยากบอกสื่อ &amp;nbsp;ประชาชนทั้งประเทศ บอกบรรดานักการเมือง กลุ่มต่างๆ นักวิชาการ เด็ก นิสิต นักศึกษา ว่าวันนี้เราควรต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สร้างสิ่งที่ดีออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ มากกว่าจะไปทำสิ่งที่ไม่ดี ผิดกฎหมาย หรือทำอะไรที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าประเทศของเราไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งตนพูดมาแล้วหลายครั้งว่า เรื่องสำคัญที่สุดคือการมีเสถียรภาพของประเทศ วันนี้บ้านเมืองไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการปิดถนน แต่สิ่งที่เราเจออยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทย แต่ยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้อาจสร้างกระแสความนิยมในการบริโภคได้ แต่ประเทศไทยเสียหาย ตนก็พูดได้เพียงเท่านี้ ไม่ได้ไปบังคับอะไรใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เข้ามาวันนี้ ผมอยากจะบอกว่าผมคิดของผมเอง ขอพูดให้ฟังว่า 4 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามที่จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด คือการทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ เป็นตำแหน่งที่สำคัญ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ เป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า ผมบอกเสมอว่าตัวเองก็มีความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นความผิดของผมมีเพียงอย่างเดียวที่ผมรู้คือ ความเป็นมนุษย์ ซึ่งความเป็นมนุษย์จะต้องมีความผิดพลาด มีโมโห มีโกรธ นี่คือความเป็นมนุษย์ของผม เพราะฉะนั้นในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมติออกมา ผมเป็นมนุษย์ ผมเป็นคน และผมทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ผมก็ต้องเป็นของผมแบบนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า แต่ผมทำหน้าที่ตรงนี้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีสำหรับประเทศและต่างประเทศ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าหลายคนพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของนายกฯ ซึ่งไม่ใช่ผม เพราะนี่คือนายกฯ ของประเทศไทย เทียบง่ายๆ นี่คือผู้นำในการบริหารประเทศ แล้วพวกสื่อก็เขียนกันไปกันมาจนตำแหน่งนี้ fail (ล้มเหลว) ไปทั้งหมด พวกคุณทำกันไปเพื่ออะไร แล้ววันข้างหน้าคุณคิดกันว่านายกฯ ประเทศไทยต้องเป็นอย่างนี้หรือ ต้องถูกด่าถูกว่า ให้ร้าย ใช้คำผรุสวาทตามโซเชียลมีเดียอย่างนี้หรือ สื่อต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้นพอคนเข้ามาก็เป็นแบบเดิม ก็ไม่รู้จะทำกันไปทำไม ทำไปแล้ว ทำดีก็ไม่ได้ดี ทำไม่ดีก็ได้ดี อย่างนี้แล้วแต่พวก แล้วแต่ชอบ ผมว่าแบบนี้ประเทศไทยไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าผมมีความผิด คือการมีความเป็นมนุษย์สูง และผมได้นั่งทบทวน 4 ปีที่ผ่านมาว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ คือผมทำหน้าที่ของผม แต่ก็กำลังนึกว่า แล้วผมกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ ต่อสู้เพื่อจะไปสู่ตำแหน่งที่ผมไม่เคยอยากเป็นมาก่อน เพื่อจะรักษาอำนาจ ผลประโยชน์ของผมหรือ ผมว่ามันไม่ใช่ ถ้าผมจะทำเรื่องนี้มีอย่างเดียวจะทำเสร็จหรือไม่เสร็จ แล้วทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่ แต่ผมไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องต่อสู้เพื่อให้ได้อยู่นาน ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่ประชาชน จะเห็นว่าวันนี้อะไรดีขึ้น อะไรที่มันแย่ลง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันมีปัญหาเยอะ เราอาจจะแก้ได้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้แก้เลยไม่ใช่หรือ ที่ผ่านมาปัญหาต่างๆ หลายเรื่องไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหา ทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ การแก้ไขกฎหมาย ถือเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นขอให้สื่อทุกคนช่วยกันด้วย ผมไม่ได้รังเกียจสื่อ ผมไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราเป็นประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ทำลายประเทศไทยของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ การบิดเบือน การใช้ความรู้สึกในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครอยากทำงานให้ท่านหรอก จะมีแค่บางพวกเท่านั้นที่อยากทำให้ เอาใจคนเป็นกลุ่มๆ ไป แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกฯ ตรงนี้เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ หน้าที่ที่สำคัญคือดูแลประชาชนทั้งประเทศ
ฉุน นศ.ทำคลิปล้อเลียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าจะพรรคไหน จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ตรงกลาง เพื่อจะบังคับวิถีให้ทุกอย่างลงไปสู่ทุกจังหวัด ถึงทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ซึ่งมันไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และวางพื้นฐานที่ดีไว้ให้ ก็น่าจะดีกว่าที่ไม่มีอะไรเลย มันจะกลายเป็นอย่างที่ทุกคนพูดว่ามันสูญเปล่า ผมไม่เห็นมันจะสูญเปล่าตรงไหน เพราะผลงานก็ปรากฏออกมาเยอะแยะไปหมด เป็นร้อยเป็นพัน แต่ท่านก็มาบอกว่าสูญเปล่า ท่านบอกว่าลงจากหลังเสือ ผมไม่ได้คิดว่าผมขึ้นเสือที่ไหนมา หรือเป็นเสือที่ไหน วันนี้ผมขอพูดเปิดใจหน่อยก็แล้วกัน แล้วผมจะดูต่อไปแล้วกันว่าจะได้รับความร่วมมือแค่ไหนอย่างไร เพราะถ้ามันพูดกันไม่รู้เรื่องวันหน้าก็ไม่พูดกัน ก็แค่นั้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ไปอารมณ์เสียคอลัมน์ไหนมา นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้อารมณ์เสียอะไร ก็อารมณ์แบบนี้ ความเป็นมนุษย์ไง ตนก็ต้องให้รู้ว่านี่คือความเป็นมนุษย์ของตนเอง นายกรัฐมนตรีไม่ใช่เทพเทวดา มนุษย์จะเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเป็นเทวดามันไม่รู้หรอก พอแล้ว เบื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอล้อเลียนการทำงานของรัฐบาลประกอบเพลง &amp;ldquo;คืนความสุขให้ประเทศไทย&amp;rdquo; ของนิสิตคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในโลกออนไลน์ว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร โดยเฉพาะกับนิสิตที่ต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ แต่รู้สึกเป็นห่วงที่เด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่ที่ไม่หวังดี นำเรื่องการทำงานเพื่อประเทศชาติมาล้อเล่นอย่างไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ทราบว่านิสิตที่ทำคลิปดังกล่าวได้ออกมาขอโทษสังคมแล้ว เพราะเจตนาที่แท้จริงเพียงแค่ต้องการทำงานส่งอาจารย์เท่านั้น และอยากให้ผู้ที่แชร์ออกไปช่วยลบคลิปดังกล่าวด้วย เนื่องจากนิสิตไม่อยากให้กลายเป็นประเด็นดังในสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังคุกรุ่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ เชื่อว่านิสิตมีจิตสำนึกที่ดี จึงออกมาขอโทษ แต่สังคมควรตั้งคำถามกับอาจารย์วิชาการเมืองการปกครอง ที่มอบหมายให้เด็กทำคลิปมากกว่า ว่าทำไมจึงใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง และการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เพราะสังคมคาดหวังอย่างมากว่าครูอาจารย์ต้องมีจรรยาบรรณที่ดี เป็นผู้ปลูกฝังสิ่งดีงามให้แก่ลูกศิษย์ และไม่ยุยง ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังในบ้านเมือง โดยนายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ แต่ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วยว่าจะเป็นเช่นไร หากเป็นความเห็นเชิงสร้างสรรค์ ช่วยจรรโลงสังคม ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อการปลดล็อกทางการเมืองหรือไม่ &amp;nbsp;ว่า ในเมื่อผลวินิจฉัยออกมาแล้วไม่ผิดแล้วมันเป็นยังไง ส่วนเรื่องการปลดล็อกเป็นเรื่องของตนที่จะพิจารณา หากจะปลดก็ต้องปลดเป็นกิจกรรมไป ถ้าปลดล็อกทั้งหมดท่านรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหา ตอบมาสิ แต่เดี๋ยวก็จะปลดล็อก ซึ่งต้องมีการพิจารณาหารือกันว่าจะปลดล็อกอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ให้อิสรเสรีแล้ว ใครจะรับรองกับตนได้มันจะไม่เกิดเหตุเดิมขึ้นอีก
ถกพรรคการเมืองไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มันด่ากันตามถนนหนทางเดินกันทั่วไปหมด รับได้หรือไม่ ถ้าสื่อรับไม่ได้ก็ต้องช่วยผมให้ทุกคนออกมารับประกันว่าการหาเสียงจะต้องประกาศนโยบายที่ตรงตามกฎหมายกำหนด ไม่ใช่มองว่ากฎหมายที่ออกมาเป็นการบังคับ มาตัดสิทธิมาเพิ่มภาระ แล้วที่ผ่านมาไม่มีเรื่องพวกนี้แล้วเป็นอย่างไร ก็ลองมีเสียบ้างไม่ได้หรือ ประเทศนี้มันต้องมีกฎเกณฑ์ มีกฎหมาย กติกา การที่ผมจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาพิจารณาอยากอยู่ต่อเพื่อมีอำนาจ ผมไม่เคยคิดว่าผมมีอำนาจ ถ้าคุณพูดแต่เรื่องอำนาจและผลประโยชน์ กลายเป็นทุกคนเหลวแหลกไปหมด ไม่เช่นนั้น ทุกคนที่อยู่ในการเมือง ก็ต้องมีอำนาจและผลประโยชน์ แล้ววันหน้าจะเป็นอย่างนั้นอีกหรือ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นกฎกติกาทั้งหมดไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ถ้าท่านต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ก็ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง ต้องระมัดระวังความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะทำให้เกิดปัญหา ทั้งการจราจร ความขัดแย้ง การปลุกระดมประชาชน สิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขั้นตอนแรกคือการเตรียมความพร้อมเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จากนั้นเป็นเรื่องการปลดล็อกที่จะหาเสียงอะไรต่างๆ ขอถามว่า ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรในการหาเสียง มีหาเสียงในสิ่งที่ดีๆ หรือไม่ ด่ากันโจมตีกันไปมา แทนที่จะพูดในสิ่งที่พรรคจะทำอะไร ตัวเองจะทำอะไร ถ้าเป็นแบบนี้มันไปไม่ได้ จะกลายเป็นว่าเริ่มบรรทัดฐานตั้งแต่การเลือกตั้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเข้าไปเป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน ฉะนั้น บางอย่างมันต้องมีการร่วมมือกันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีเงื่อนไข อยากคุยก็มาคุย การคุยทำไมต้องมีเงื่อนไข ถ้าไม่มาก็อย่ามา ตนไม่ได้ง้อให้ใครมา ถ้าไม่มาประชาชนและสื่อก็ตัดสินว่าทำไมไม่มา&amp;quot; นายกฯ กล่าวถึงการนัดพูดคุยกับพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่มีเงื่อนไขว่าจะมาร่วม ถ้าได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย นายกฯ กล่าวว่า ขอดูก่อน ขอดูความจริงใจก่อน สำหรับหาเสียงจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด โดยต้องขออนุญาตเป็นครั้งๆ ไป แต่บางอย่างอาจไม่ต้องขอ การปลดล็อกมันต้องเป็นแบบนั้น บางอย่างต้องขอ บางอย่างไม่ต้องขอ ซึ่งต้องหาวิธีในการกำหนดให้บ้านเมืองมันสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ก่อนจะไปถึงประชาธิปไตยตีกันเละ ตรงนี้จะมีใครรับรองกับตนได้บ้าง สื่อถ้ารับรองไม่ได้ ก็ต้องพูดออกไป ไม่ใช่มากดดันรัฐบาลอยู่แบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการนำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นายกฯ กล่าวว่า จะทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อยู่ในระยะเวลาที่กำหนด หน้าที่นี้มีคนทำอยู่แล้ว สื่อมีหน้าที่สร้างการรับรู้เข้าใจ อย่าไปปลุกปั่นกันขึ้นมาอีก แค่นั้น มันมีเวลากำหนดว่ากี่วัน ถ้าทูลเกล้าฯ ถวายขึ้นไปแล้ว สมมติมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา แล้วอย่างไร จะมาบีบเร่งกันว่าลงมาแล้วต้องรีบทำ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า ก.พ.62 ตอนนี้ร่างดังกล่าวยังไม่ถึงตน ส่งมามันจะยากอะไร ตนก็เซ็นแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย&amp;nbsp;
ร้อง คสช.ปัญหาไพรมารีโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองร้องเรียนถึงปัญหาการจัดทำไพรมารีโหวตไปยัง คสช. หลังจากนี้ คสช.อาจจะส่งเรื่องมาให้ตนเพื่อหาทางออก เมื่อถึงวันนั้นอาจต้องเรียกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาหาทางออกร่วมกัน ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น หากมีการพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ แล้วอาจจะเห็นถึงปัญหา แต่เรื่องที่พรรคเล็กสมาชิกน้อย ตนมองว่าไม่เป็นปัญหา เพราะเขายังหาสมาชิกได้ แต่เลิกระบบไพรมารีโหวตนั้นยาก ส่วนจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่ ตนไม่อยากพูดมันจะมีวิธีการอื่นหรือไม่ โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44 เริ่มต้นทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อรัฐบาลปลดล็อกแล้ว พรรคการเมืองจะสามารถจัดทำไพรมารีสำหรับการเลือกตั้งทันหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าปลดล็อกเขาก็เดินหน้าหาสมาชิก ซึ่งอาจจะทำทันก็ได้ วันนี้เขามีสมาชิกน้อยแต่ยังหาได้อยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่ง 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ทุกอย่างจะเดินไปตามโรดแมป แต่ตอนนี้กำลังรอศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยของ ส.ว.อย่างเป็นทางการ เมื่อส่งมาทางสภาก็จะส่งให้นายกฯ ตอนนี้รอเพียงนายกฯ นำร่างกฎหมายลูกทั้ง ส.ส.และส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย หลังจากนั้นเมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ ก็จะนับหนึ่งไปสู่การเลือกภายใน 150 วัน ทุกอย่างดำเนินตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญหมดแล้ว ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่จะทำให้โรดแมปเปลี่ยนแปลงได้ เพราะตอนนี้ข้อกังวล ความเห็นต่างๆ ก็ถูกทำให้ชัดเจนแล้ว ก็ต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ จะได้มีการเลือกตั้งตามกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า หลังจากนี้พรรคการเมืองก็มีหน้าที่จัดหาสมาชิก ทุนประเดิม และทำสาขาพรรค แต่ก็ยังทำไม่ได้ เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อกคำสั่งที่ 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2558 ซึ่ง กกต.ไม่สามารถก้าวล่วงได้ว่าจะมีการปลดล็อกเมื่อไหร่ ในฐานะที่ตนเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายพรรคการเมือง ก็ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาไปที่ คสช.แล้ว เช่น กรณีที่ไม่มีสาขาพรรค ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ แต่จะแก้ไขหรือไม่เป็นดุลพินิจของ คสช. กรณีที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. สนับสนุนให้ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้หลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ต้องการมีเวลาในการเตรียมเลือกตั้งมากที่สุด ซึ่งยังไม่เคยมีการเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณา และ กกต.ก็ยังไม่มีความคิดที่จะเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้สั่งให้สำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศเตรียมการแบ่งเขตไว้แล้วแต่ต้องดูจำนวนประชากรที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง และต้องมีการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมการไว้ก่อน หากทำในระยะกระชั้นชิดก็อาจไม่ทัน
นักการเมืองพร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคคงทำอย่างอื่นไม่ได้ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด และขอน้อมรับ กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งเมื่อชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์จะเหลือสมาชิกที่ยืนยัน 97,755 คน หลังจากนี้จะต้องหาสมาชิกเพิ่ม แต่การจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ หัวหน้า คสช.ต้องปลดล็อกคำสั่งนี้ และขณะนี้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว ก็ควรปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการได้ตามกฎหมาย เพราะมีหลายเรื่องที่สามารถให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายได้ เช่น การจัดประชุมเตรียมการรับสมัครสมาชิกพรรค จัดตั้งสาขาพรรค การรับเงินบริจาคให้พรรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่กระทบความมั่นคงอยู่แล้ว แต่หาก คสช.กังวลเรื่องความมั่นคงในกิจกรรมได้ ก็ควรออกคำสั่งเฉพาะกิจกรรมนั้นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ทุกฝ่ายต้องเคารพและถือปฏิบัติตามที่ศาลสั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นที่สุดและยุติแล้ว พรรคการเมืองแม้จะมีความยากลำบากในการถือปฏิบัติ แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับคำสั่งนี้ จากนี้ไปถนนทุกสายจะได้มุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และจะไม่มีอะไรมากระทบต่อโรดแมปเลือกตั้งอีก จากนี้ไป คสช.ต้องผ่อนปรนให้เกิดบรรยากาศของการเตรียมการเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง คำสั่งหรือประกาศใดที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องเร่งยกเลิกโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง พร้อมคณะ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการผู้ตรวจฯ เพื่อตอบโต้ต่อหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯ ลงวันที่ 3 พ.ค.2561 กรณีให้พิจารณาคำร้องเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ขัดรัฐธรรมนูญตามคำร้องหรือไม่ แต่ผู้ตรวจฯ ไม่ส่งศาล โดยวินิจฉัยไว้ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 279 บัญญัติรับรองให้ประกาศคำสั่งการกระทำของหัวหน้า คสช. ที่ใช้บังคับอยู่ในก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ หรือที่ออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา 265 วรรคสอง ไม่ว่าจะเป็นประกาศคำสั่งหรือการกระทำที่มีผลใช้บังคับในรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า ขอยืนยันให้ผู้ตรวจฯ ปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือพิจารณาคำร้องและส่งต่อให้ศาลตีความตามหน้าที่ว่าคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับนั้น นายวิษณุ เครืองาม กล่าวว่า ยังไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ความคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว เขากำลังไล่ทบทวนอยู่ ซึ่งมีการแก้ไขในเนื้อหาสาระจำนวนมาก เช่น เรื่องจำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และวิธีในการเลือก เพื่อให้สอดคล้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่นั้น ตอบไม่ถูก เพราะเมื่อเสร็จในขั้นตอนคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และส่งไปที่ สนช. ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาที่ ครม.ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนเดือน ก.ค.-ก.ย. อยู่ในชั้นการพิจารณาของ สนช. ต่อจากนั้นเป็นขั้นตอนของการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย กล่าวถึงความคืบหน้ากฎหมายท้องถิ่นจะมีการนำเข้า สนช.ว่า เรากำลังตามอยู่ เห็นว่ากำลังมีการแก้ไขอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา แต่สิ่งที่ สนช.ต้องพิจารณาในสัปดาห์หน้ามีเรื่องสำคัญคือแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะผ่าน ครม. ความพยายามทุกฝ่ายที่พยายามจะทำงานทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแมป ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี เพราะมียุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปผ่านแล้วหลังเลือกตั้งรัฐบาลก็จะได้มาขับเคลื่อนประเทศตามแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ บ้านเมืองก็จะไปด้วยดี ส่วนปัจจัยภายนอกตนยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรมากระทบโรดแมป อย่าไปกังวล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10836</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนความสุขให้ประเทศไทย, ณัฏฐา มหัทธนา, ทำคลิปล้อเลียน คสช., นิสิตคณะรัฐศาสตร์, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ล้มเหลว, วิษณุ เครืองาม, ศุภชัย สมเจริญ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17e508c2b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมยํ้าไม่เลื่อนเลือกตั้งทันกพ.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ชื่นชมศาล รธน.ผ่านกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. โว สนช.ทำงานด้วยความรอบคอบ &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยทูลเกล้าฯ ถวายไม่เกินปลาย มิ.ย.นี้ ระบุเลือกตั้งภายใน 11 เดือนตามกรอบเวลา &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ย้ำไม่เลื่อนโรดแมป พยายามให้ทัน ก.พ.62 แต่ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; ฟันธงโอกาสทัน ก.พ.62 มีแค่ 30% คสช.ดำเนินคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เบ็ดเสร็จ 62 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แจกเอกสารเพื่อเผยแพร่ความคิดเห็นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ระบุว่า ขอชื่นชมศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยด้วยมติเอกฉันท์ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และขอขอบคุณการตีความที่ยึดมั่นในหลักแห่งกฎหมาย หรือหลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นที่เป็นปัญหา 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ประเด็นเรื่องการตัดสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองกรณีไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ สนช.ได้เพิ่มขึ้น และได้ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีประเด็นข้อกฎหมายใดในเรื่องการตัดสิทธิ เพียงแต่มีข้อพิจารณาว่าสมควรตัดสิทธิผู้ไม่ไปออกเสียงเลือกตั้งเพียงใด 2.ประเด็นเรื่องการช่วยเหลือคนพิการในการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สนช.ได้เพิ่มขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้สิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าการจัดให้มีความช่วยเหลือดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอกสารของนายพรเพชรระบุเพิ่มเติมว่า สนช.เห็นด้วยว่าการตีความกฎหมายไม่ใช่การตีความตามตัวหนังสือหรือถ้อยคำตามความเข้าใจในภาษาธรรมดา แต่ต้องคำนึงถึงหลักแห่งกฎหมาย สนช.ได้ทำงานด้านนิติบัญญัติด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตรากฎหมายไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และได้ผ่านการทดสอบของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายครั้ง เช่น คำถามพ่วงของรัฐธรรมนูญการออกเสียงประชามติ พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต &amp;nbsp;พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เป็นต้น ดังนั้น สนช.จะยึดมั่นในการทำงานด้วยหลักแห่งกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพรเพชรเปิดเผยว่า ตนได้ส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนร่าง พ.ร.ป.ส.ส. คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการให้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเมื่อได้รับเอกสารแล้ว ก็จะนำส่งนายกฯ ต่อไป และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเร่งรัดส่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาให้แก่ สนช. เพื่อให้ทันกับโรดแมปเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้สภาต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นสภาต้องแจ้งมายังรัฐบาล โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีการจัดพิมพ์ร่างกฎหมายดังกล่าวไว้แล้ว 1-2 วันก็สามารถทูลเกล้าฯ ถวายได้เลย คาดว่าจะสามารถทูลเกล้าฯ ถวายได้ก่อนปลายเดือนมิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากทูลเกล้าฯ ถวายกฎหมายลูกการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.แล้ว จะมีการเลือกตั้งภายใน 11 เดือนหลังจากนั้นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ แต่กรอบเวลาตามโรดแมป 11 เดือน ตนไม่ขออธิบาย เพราะพูดไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม โรดแมปดังกล่าวไม่สามารถเลื่อนออกไปจากนี้ได้ แต่ทำให้สั้นลงได้
เลือกตั้งทัน ก.พ.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ก็ไม่มีผลกระทบกับโรดแมปเลือกตั้ง ส่วนการพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง โดยหลักควรจะปลดล็อกได้ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และเป็นที่รู้แน่ว่า ในช่วง 150 วันในการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง ต้องปลดล็อกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะหาเสียงไม่ได้ แต่จะปลดล็อกเมื่อไหร่ ไม่ทราบ การทำไพรมารีโหวตของพรรคการเมืองสามารถดำเนินการได้ทันทีหลังจาก คสช.ประกาศปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ถ้ามาคุยด้วยกันจะได้ตอบคำถามนั้น ถ้าไม่มาก็คุยกันเอง ประกาศวันเลือกตั้งเองฝ่ายเดียว แล้วบอกว่าไม่รู้นะ เราเตือนคุณแล้ว คนกำหนดวันคือ กกต. โดยจะฟังความทุกฝ่าย เจอ คสช.มาก็ฟังความเห็น คสช. เจอพรรคการเมืองก็ฟังพรรคการเมือง แต่ถ้าไม่มาก็คงต้องฟังกันเอง แล้วอย่ามาว่ากัน&amp;quot; นายวิษณุกล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองระบุไม่เข้าร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรอบเวลาตามโรดแมปเลือกตั้ง 11 เดือนนั้น ประกอบด้วยระยะเวลาในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้มีพระบรมราชวินิจฉัย 3 เดือน เมื่อประกาศใช้ กฎหมายลูก ส.ส.แล้ว ตามบทเฉพาะกาลกฎหมายจะมีผล 90 วันหลังจากนั้น และจะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.ป.ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญที่เกรงว่าจะไม่ทันกรอบโรดแมปเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า ตนยืนยันว่าโรดแมปการเลือกตั้งไม่เลื่อน และทันเดือนกุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นมิมิตหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนคิดว่าโอเค และย้ำว่าไม่เลื่อนเลือกตั้ง ก็สบายแล้ว โอเค ถ้า คสช.หมดหน้าที่ ก็หมดหน้าที่ เป็นไปตามโรดแมป ซึ่งตนหวังให้เลือกตั้งเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า แต่กฎหมายกำหนดกรอบเวลา 150 วันก่อนการเลือกตั้ง ควรจะปรับเวลาเป็น 90 วัน เพื่อให้ทัน เดือนกุมภาพันธ์ 62 หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ปรับ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย 150 วันก็ต้อง 150 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถ้ากำหนดแบบนั้นจะไม่ทัน กุมภาพันธ์ จะเลื่อนเป็นเมษายน 2562 รองนายกฯ ประวิตรย้ำว่า &amp;ldquo;เอาน่ะ เขาพยายามจะทำให้ทัน ส่วนจะใช้มาตรา 44 หรือไม่ ผมคิดว่าไม่ต้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการหารือพรรคการเมืองก่อนกำหนดวันเลือกตั้งว่า เชื่อว่าไม่เลื่อน คาดว่าจะหารือประมาณปลายเดือนมิถุนายน ส่วนที่หลายพรรคย้ำจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมการหารือ ตนคิดว่าสื่อก็รู้อยู่แล้ว ยังมาถามอีก ก็จะหารือเท่าที่พรรคการเมืองตอบรับมาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.ก็จะดำเนินการยกร่างระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ โดยร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ทางสำนักงานได้ดำเนินการยกร่างคืบหน้าไปกว่า 90% คาดว่าภายใน 1 เดือนนับจากนี้จะแล้วเสร็จ ส่วนโรดแมปเลือกตั้งต้องดูว่าร่าง พ.ร.ป.ส.ส.จะประกาศและมีผลใช้บังคับเมื่อใด ซึ่งเวลานั้น กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ อาจจะใช้เวลาไม่เต็มกรอบเวลาดังกล่าวก็ได้ เพราะที่ผ่านมาก็เคยใช้เวลาจัดการเลือกตั้งทั้ง 60 วัน และ 90 วันมาแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งเมื่อใด กกต.ก็มีความพร้อม &amp;nbsp;
ก.พ.62 โอกาสแค่ 30%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า โอกาสได้เลือกตั้ง ก.พ.ปี 62 มีร้อยละ 30 แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.ป.ส.ส.ไม่มีส่วนใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนที่จะเกิดขึ้นจริงในวันใด เป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย (ยกเว้นขั้นตอนในพระราชอำนาจที่มิอาจเร่งรัด) ต้องจริงใจในการเดินหน้าประเทศสู่การเลือกตั้ง โดยหวังว่าคงไม่มีเรื่องการใช้อภินิหารทางกฎหมายใดๆ มายื้อการเลือกตั้งออกไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า คสช.และรัฐบาลและ กกต.จะบริหารเวลาอย่างไรให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพื่อมิให้เกิดปัญหา จึงขอเสนอ คสช.ว่า ช่วง 90 วันนับจาก พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ควรออกประกาศให้ กกต.ปฏิบัติงานเกี่ยวกับแบ่งเขตการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองก็สามารถทำกิจกรรมเพื่อเตรียมเรื่องสมาชิกพรรค เตรียมจัดหาผู้สมัคร การจัดไพรมารีโหวต การเตรียมพร้อมการหาเสียงเพื่อเข้าสู่ระยะที่สามอีกไม่เกิน 150 วัน หากไม่ออกประกาศจะทำให้ระยะเวลา 90 วันผ่านไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้และไม่เกิดประโยชน์ใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุระบุว่า ถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมพูดคุยก็อย่ามาว่ากัน ว่าเรามีเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมพูดคุยตามที่เคยแสดงความชัดเจนไปแล้ว แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตกลงกันอย่างไรก็ว่ากันไป มีอำนาจจะทำอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ขอให้ทุกอย่างชอบธรรมและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเราก็ไม่ว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรัฐบาลจะเลื่อนการเชิญพรรคการเมืองหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในเดือน มิ.ย.ออกไปว่า เป็นเรื่องปกติ ในคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 บอกว่าจะเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้ นั่นคือหารือด้วยก็ได้ หรือไม่หารือก็ได้ อย่างไรก็ตาม การพบปะพูดคุยกับตัวแทนขององค์กรกลุ่มต่างๆ ก็ต้องทำหลังจากที่ร่าง พ.ร.ป.ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะเลื่อนออกไปก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่ากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของโรดแมป เมื่อมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับครบแล้ว ก็ต้องนับ 90 วันของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. บวกอีก 150 วัน ซึ่งถ้านับไปตามนี้ ใช้เวลาเต็มที่ทุกขั้นตอนก็จะไปตกประมาณเดือน พ.ค.2562 แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาเต็มพิกัด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้เวลาภายใน 45 วัน หรือภายใน 60 เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปตามนี้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งเดือน ก.พ.กับ พ.ค.62 ไม่มีอะไรต่างกันมาก บวกลบ 2-3 เดือน ก็มีความเป็นไปได้ แต่คิดว่าถ้ายังอยู่ใน ก.พ.62 ก็ยังอยู่ได้ ตามระยะเวลาที่ให้ไว้&amp;nbsp;
อยากเลือกตั้ง 62 คนอ่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกกรม และผู้สนับสนุนกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก ร่วมกันส่งจดหมายเรียกร้องทางการไทยให้ยุติการดำเนินคดีต่อกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจำนวน 15 คน และภายหลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 62 คน ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 5 ก.ค.2561 ตลอดจนยกเลิกและปรับปรุงกฎหมาย ไปจนถึงคำสั่งต่างๆ ให้ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน เช่น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ รวมถึงอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตนโดยไม่ถูกข่มขู่หรือคุกคาม เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีของประเทศไทยที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพยายามอธิบายตามข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจหลักกฎหมาย และหลักการปฏิบัติ ยืนยันว่า คสช.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนฝ่ายกฎหมาย ดำเนินตามกรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร หรือ เลือกปฏิบัติและไปกลั่นแกล้งใคร ทั้งนี้ ไม่รู้สึกหนักใจอะไร สิ่งใดเป็นข้อเรียกร้องและอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ ถ้าอะไรที่ทำได้ เช่น ปัญหาปากท้องก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ข้อเรียกร้องใดขัดกฎหมาย คสช.จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น ทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราอธิบายทำความเข้าใจกับคนทั้งประเทศว่าบ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ ดังนั้นขอเวลาที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามที่ทุกคนปรารถนา ในต้นปี 2562 เมื่อเลือกตั้งแล้วจะมีรัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งทางรัฐบาลคสช.จะส่งผ่านอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินให้รัฐบาลใหม่ ส่วน คสช.จะหมดอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่ยังมีคนไทยจำนวนไม่มากอยากให้เลือกตั้งโดยเร็ว ทาง คสช.ขอความร่วมมือว่า การเคลื่อนไหวใดๆ ควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หากทำผิดกฎหมาย คสช. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่คณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่มาร่วมชุมนุมในคดีซึ่งมีพฤติการณ์ไม่อยู่ภายใต้การใช้สิทธิและเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มีแกนนำ 21 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยกระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และถูกดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่, การชุมนุมขัดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดตาม ป.วิอาญามาตรา 215 มั่วสุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวาย, &amp;nbsp; ความผิดตาม ป.วิอาญามาตรา 216 เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมขัดขืนไม่เลิกการชุมนุม และกระทำผิด พ.ร.บ.จราจร นอกจากนี้ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ รวม 41 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, บุญเลิศ คชายุทธเดช, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffd145ea2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
