<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ออกแบงก์ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธปท.&amp;rdquo; ออกธนบัตรที่ระลึกเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 จำนวน 2 ชนิด โดยชนิดราคา 1,000 บาท จำนวน 10 ล้านฉบับ ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 20 ล้านฉบับ เริ่มเปิดแลกตั้งแต่ 12 ธ.ค.นี้ &amp;quot;โพล&amp;quot; เผย ปชช.ส่วนใหญ่รักในหลวง&amp;nbsp; หนุนต้านข่าวใส่ร้ายคุกคามสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และยังเป็นการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ ตลอดจนพระราชพิธีที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทย โดยจะนำออกใช้ในวันที่ 12 ธ.ค.2563 ซึ่งเป็นวันครบ 1 ปีของการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ธนบัตรที่ระลึกชุดนี้มี 2 ชนิดราคา คือ 1,000 บาท จัดพิมพ์จำนวน 10 ล้านฉบับ และ 100 บาท จัดพิมพ์จำนวน 20 ล้านฉบับ โดยธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท มีรูปทรงแนวตั้ง ใช้หมึกพิมพ์แม่เหล็กสามมิติเปลี่ยนสีได้เป็นลักษณะต่อต้านการปลอมแปลง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ใช้อยู่ในธนบัตรแบบปัจจุบัน ส่วนชนิดราคา 100 บาท มีลักษณะโดยรวมและลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา 100 บาท แบบ 17 ที่ใช้หมุนเวียนในปัจจุบัน โดยปรับโทนสีธนบัตรให้เป็นสีเหลือง สำหรับภาพด้านหลังธนบัตรทั้ง 2 ชนิดราคา เป็นภาพจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนบัตรที่ระลึกทั้ง 2 ชนิดราคา สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ประชาชนสามารถแลกตามมูลค่าที่ตราไว้หน้าธนบัตรได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) หรือไอแบงก์ และสำหรับชนิดราคา 100 บาท สามารถกดจากตู้กดเงินสดอัตโนมัติที่มีป้ายสัญลักษณ์ได้อีก 1 ช่องทางด้วย โดยธนบัตรที่ระลึกทั้ง 2 ชนิดราคา เตรียมกระจายให้กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว โดยธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินสามารถแลกรับธนบัตรที่ระลึกทั้ง 2 ชนิดราคาได้ที่ศูนย์จัดการธนบัตรของ ธปท.&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธปท. กล่าวว่า ภาพรวมปริมาณการพิมพ์ธนบัตรเพื่อออกใช้ในระบบในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2-3% ลดลงจากปกติที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-6% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีทางการเงินที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนหันไปใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น แต่เชื่อว่าหากถึงจุดหนึ่งที่มีสถานการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น ความต้องการใช้ธนบัตรก็จะปรับเพิ่มขึ้น เพราะคนต้องการใช้ธนบัตรมากกว่าการทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่องประชาชนรักในหลวง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,214 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย.2563 พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.5 เชื่อว่าประชาชนผู้มีใจเป็นธรรมรักในหลวง รองลงมาคือร้อยละ 97.9 สำนึกว่าในหลวงทรงงานอยู่เบื้องหลังช่วยเหลือประชาชนและวิกฤติชาติ เช่น ช่วย 13 ชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง แก้วิกฤติโควิด-19 แก้ปัญหาที่ทำกินของเกษตรกร และ โคกหนองนาโมเดล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.4 สำนึกว่าในหลวงทรงเสี่ยงชีวิต และสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล ในขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.3 สำนึกว่าในหลวงทรงสละทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อประชาชนด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ และการศึกษา เป็นต้น และส่วนใหญ่ร้อยละ 96.9 สำนึกว่าในหลวงทรงรักประชาชนอย่างเท่าเทียม แม้แต่ในกลุ่มผู้มีอคติ ถูกยุยงปลุกปั่น ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อจำแนกแบ่งเป็นกลุ่มเยาวชนและกลุ่มที่ไม่ใช่เยาวชน ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90.4 ของกลุ่มเยาวชน และร้อยละ 97.7 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน สำนึกว่าในหลวงทรงสละทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อประชาชนด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ และการศึกษา นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 91.8 ของกลุ่มเยาวชน และส่วนใหญ่ร้อยละ 97.3 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน สำนึกว่าในหลวงทรงรักประชาชนอย่างเท่าเทียม แม้แต่ในกลุ่มผู้มีอคติ ถูกยุยงปลุกปั่น ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 อยากเห็นประชาชนพิจารณาแยกแยะเรื่องส่วนตัวของประชาชนแต่ละคนเองว่าเป็นอย่างไร และส่วนใหญ่ร้อยละ 98.1 อยากเห็นประชาชนผู้มีสัมมาทิฏฐิ จิตใจบริสุทธิ์เป็นกลางแท้จริง ต่อต้านข่าวใส่ร้าย ต่อต้านการคุกคามในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลโพลนี้ชี้ชัดว่าประชาชนรักในหลวง ส่วนที่เหลือคือคนส่วนน้อยที่เห็นต่าง แต่ต้องให้ความสำคัญความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติของกลุ่มคนเห็นต่างด้วย จะประมาทไม่ได้ เพราะคนส่วนน้อยกำลังใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือยุยงปลุกปั่นทำคนไทยแบ่งเป็นสองขั้ว สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาที่ลุกลามบานปลายได้ โดยผลโพลนี้สุ่มสำรวจกับคนในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล จึงเป็นเสียงของคนที่มีตัวตนแท้จริง ไม่ใช่คนอวตารในโลกโซเชียล และไม่มีการเสนอตัว ไม่มีการจัดตั้งฝูงคนเข้ามาตอบแบบสอบถามในการสำรวจนี้&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนบัตรที่ระลึก, ธปท., พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc1111695fb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จจักรพรรดิญี่ปุ่นประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกาศเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อพระราชอาคันตุกะที่รวมถึงสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำประเทศ และผู้แทนจากมากกว่า 180 ประเทศ และองค์กรทั่วโลกเมื่อวันอังคาร โดยมีพระบรมราชโองการว่าจะทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและความสามัคคีของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ นำกล่าวถวายพระพรทรงพระเจริญ เบื้องหน้าพระพักตร์สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562&amp;nbsp; / Japanese Government / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562 ว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น หรือ &amp;quot;โซกุอิ โนะ เร&amp;quot; ซึ่งจัดขึ้นภายหลังพระราชพิธีเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นองค์จักรพรรดิพระองค์ใหม่ของญี่ปุ่นที่จัดอย่างเรียบง่าย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ เป็นพระราชพิธีที่มีความซับซ้อนกว่าตามโบราณราชพิธี และเป็นการประกาศสถานะของพระองค์ต่อชาวโลกอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีที่พระราชวังอิมพีเรียลมีพระราชอาคันตุกะและข้าราชบริพารรวมประมาณ 2,000 คนร่วมพิธี ซึ่งรวมถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ พิธีหลักจัดภายในท้องพระโรงต้นสน โดยสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ซึ่งฉลองพระองค์ตามราชประเพณีโบราณ ทรงประทับบนพระราชบัลลังก์ทากามิกูระ ที่มีความสูง 21 เมตร และมีน้ำหนักราว 8 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะมีพระบรมราชโองการประกาศการเถลิงถวัลยราชสมบัติความว่า พระองค์จะปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และจะทรงปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบในฐานะสัญลักษณ์ของชาติและความสามัคคีของประชาชน พระองค์ทรงหวังอย่างจริงใจว่าญี่ปุ่นจะพัฒนายิ่งขึ้น และนำมาซึ่งมิตรภาพและสันติภาพของประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนสวัสดิภาพและความเจริญของมนุษยชาติผ่านสติปัญญาและความมานะบากบั่นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เป็นตัวแทนนำกล่าวถวายพระพร โดยถวายคำมั่นสัญญาว่าพสกนิกรชาวญี่ปุ่นจะถวายความเคารพองค์พระจักรพรรดิในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศและความสามัคคีของพสกนิกร ปิดท้ายด้วยการร้องสรรเสริญบันไซ (ทรงพระเจริญ) 3 ครั้ง ก่อนที่ทหารจะยิงสลุต 21 นัดเพื่อเฉลิมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศภายในท้องพระโรงระหว่างพระราชพิธีนั้นค่อนข้างเงียบ โดยมีเพียงเสียงฆ้องและเสียงกลองส่งสัญญาณพิธีช่วงต่างๆ รวมถึงเสียงทุ้มต่ำ ที่ส่งสัญญาณให้พระราชอาคันตุกะจากมากกว่า 180 ประเทศและสถาบันยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ หลังเสร็จพิธีเมื่อพระวิสูตรปิดลง สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีเสด็จพระราชดำเนินออกจากท้องพระโรงอย่างเงียบเชียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 59 พรรษา ทรงเป็นจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นที่มีพระราชสมภพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงขึ้นครองราชย์ภายหลังสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระราชบิดา ทรงสละราชบัลลังก์เมื่อปลายเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการสละราชบัลลังก์ครั้งแรกในรอบ 2 ศตวรรษของราชวงศ์ดอกเบญจมาศ โดยพระองค์ทรงให้เหตุผลว่าการเจริญพระชนมพรรษามากขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำหนดไว้ยาวนานหลายวัน โดยได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ เผชิญปัญหาจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ที่กระหน่ำญี่ปุ่นเมื่อ 10 วันก่อนหน้านั้น คร่าชีวิตคนอย่างน้อย 82 คน เพิ่มภาระในการจัดการภัยพิบัติและทำให้รัฐบาลเลื่อนพระราชพิธีริ้วขบวนฉลองบรมราชาภิเษกไปเป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน กระนั้นสถานีเอ็นเอชเครายงานว่า รัฐบาลยังคงใช้กำลังตำรวจ 26,000 นาย ในการดูแลความปลอดภัยพิธีเมื่อวันอังคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48640</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพรรดิญี่ปุ่น, ญี่ปุ่น, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daefeb578d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงสาธารณสุขเชิญร่วมงาน “ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ กระทรวงสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 กระทรวงสาธารณสุข ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม โครงการ &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ กระทรวงสาธารณสุข พบกับบูธกิจกรรมให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ จำนวน 2,000 โด๊ส บริการตรวจสุขภาพตา บริการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุตรวจประเมินข้อเข่าเสื่อม บริการตรวจสุขภาพด้วยเครื่องตรวจอัจฉริยะ บริการทดสอบ ซ่อม เครื่องวัดความดันโลหิต/เครื่องวัดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด คัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน ผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกสุขภาพ อบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และ สาธิตป้องกันเด็กจมน้ำ ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณถนนสาธารณสุข&amp;nbsp; 2 กระทรวงสาธารณสุข เวลา 09.00-14.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป จะจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 3 กิจกรรม ได้แก่ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (คีตะมวยไทย 10 ท่า) พร้อมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และ กิจกรรมปั่นจักรยานออกกำลังกาย และกิจกรรมเดิน-วิ่งทางเลือกสุขภาพ รอบกระทรวงสาธารณสุข ระยะทาง 5 กิโลเมตร คาดว่ามีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41723</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, สุขภาพ &quot;, ออกกำลังกาย, ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36d1df65748.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปิติ เพจพรรคการเมืองพร้อมใจเปลี่ยนรูปหน้าปกเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ แต่&#039;อนาคตใหม่&#039;เงียบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7 พ.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ผ่านมา มีนักการเมืองหลายพรรคต่างสวมเสื้อสีเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมกันหลากหลาย โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสา รวมถึงการเฝ้ารับเสด็จฯตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า เพจเฟซบุ๊กของพรรคการเมืองเกือบทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ฯลฯ ได้เปลี่ยนรูปภาพหน้าปกเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมกลอนถวายพระพร &amp;nbsp;กันอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนรูปภาพหน้าปกแต่อย่างใด ยังคงใช้รูปนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พร้อมข้อความขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่มาตั้งแต่หลังเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35164</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคการเมือง, พระบรมฉายาลักษณ์, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, เปลี่ยนสเตตัส, เพจพรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd0d10f9c0bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พสกนิกรทะลักจุดคัดกรองสะพานมอญบอก&#039;เหนื่อยแค่ไหนก็จะมา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.62- ที่จุดคัดกรองสะพานมอญ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนี้ (6 พ.ค.) มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาจุดคัดกรองกันจำนวนมาก โดยหลายคนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. และพักค้างแรมในบริเวณใกล้เคียงเพื่อจะมาถึงจุดเป็นคนแรกๆ ซึ่งแค่เพียงช่วงสาย ท้ายแถวได้ยาวไปจนบรรจบกับจุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม ขณะที่ประชาชนยังทยอยเดินทางมากันมาต่อเนื่อง ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดจุดคัดกรอง จะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาล จากสำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร และจิตอาสา ที่คอยแจกยาดม พิมเสน ยาสามัญประจำบ้านต่างๆ ตลอดจนมีเครื่องปั๊มหัวใจ เครื่องวัดความดัน ไว้ในกรณีพบผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมไปถึงหน่วยเคลื่อนที่เร็วจากกรมสุขภาพจิต ที่คอยสำรวจตามจุดต่างๆ และพร้อมจะเคลื่อนเร็วเมื่อมีการร้องขอว่าพบบุคคลที่มีอาการทางจิต นอกจากนี้ ตรงจุดคัดกรองยังมีเจ้าหน้าที่จัดเตรียมอาหารพระราชทาน และเครื่องดื่ม คอยแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ ประชาชนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อดทนได้แม้แดดจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องการชื่นชมพระบารมี และอยู่ร่วมในนาทีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทองอ่อน มีคุณ อายุ 70 ปี ประชาชนจาก จังหวัดอุดรธานี ที่ยืนต่อแถวผ่านจุดคัดกรอง เผยถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า รู้สึกปลาบปลื้มและดีใจอย่างมาก ที่ได้มาเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และได้ร่วมอยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้ชื่นชมพระบารมี ซึ่งแม้อากาศจะร้อน แดดจะแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ย่อท้อ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาร่วมให้ได้ เหนื่อยแค่ไหนก็มา ทั้งนี้ ตนเองมีอายุมากแล้ว เวลาเดินทางไกลๆ จะเจ็บขา แต่เมื่อมาถึงในงานก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที ไม่มีอาการเจ็บใดๆ นอกจากนี้ ยังรู้สึกประทับใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่คอยดูแลประชาชนเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35126</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรอง, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พสกนิกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190506/image_big_5ccfdc9132e18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพประทับใจ &#039;สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี&#039;ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.62 -&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นับได้ว่าเป็นความประทับใจของประชาชนไทย ที่ได้รับชมความงดงามของพระราชพิธีอันสำคัญของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35061</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190504/image_big_5ccd9af217724.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปทรงประกาศเป็นพุทธศาสนูปถัมภก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.62 - เวลา&amp;nbsp;16.38&amp;nbsp;&amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า ทรงพระมาลาเส้าสูง เสด็จลงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราชมเหศวร และเสด็จฯ ไปยังเกยหน้าพระทวารเทเวศรรักษา ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศ&amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 1 ริ้วขบวนฯ ส่วนนำกลับหลังหัน เจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 2 ริ้วขบวนฯ แบกอาวุธ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ผู้อำนวยการขบวนพระบรมราชอิสริยยศ กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวน เจ้าพนักงานรัวกรับให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปลื้องพระมาลาเส้าสูง แล้วเสด็จขึ้นชานพระอุโบสถ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี กราบบังคมทูล พระกรุณาทรงพระราชอุทิศเครื่องราชสักการะ ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน รูปเงิน เทียนทอง ให้ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยเชิญไปถวายเป็นพุทธบูชาปูชนียสถานสำคัญตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ 10 แห่ง ได้แก่ พระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี,&amp;nbsp;พระพุทรชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก,&amp;nbsp;พระบรมธาตุ วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย,&amp;nbsp;พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน,&amp;nbsp;พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม,&amp;nbsp;พระบรมธาตุ วัดพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช,&amp;nbsp;พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม,&amp;nbsp;พระธาตุ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่,&amp;nbsp;พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร,&amp;nbsp;พระธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพแล้วจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร,&amp;nbsp;พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระสังฆราช ถวายศีล จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก&amp;nbsp;ความว่า &amp;ldquo; ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ แต่เดิมมาข้าพระพุทธเจ้าได้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสและได้นึกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณด้วยวิธีนั้นๆ ฉะนั้น บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าได้เถลิงถวัลย์ราชสมบัติ บรมราชาภิเษกแล้ว จึงขอมอบตัวแด่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้า จะได้รับการจัดการและให้การคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนาโดยชอบธรรมตลอดไป ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญขอพระสงฆ์จงจำไว้ด้วยดีว่า ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด&amp;nbsp;&amp;ldquo; พระสงฆ์ 80 รูป เปล่งสังฆวาจา &amp;quot;สาธุ&amp;quot; 3 ครั้ง แล้วถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงกราบหน้าเครื่องนมัสการ เสด็จออกจากพระอุโบสถไปยังปราสาทพระเทพบิดร เสด็จเข้าปราสาทพระเทพบิดร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จออกจากปราสาทพระเทพบิดร ทรงพระมาลาเส้าสูง เสด็จฯ ไปยังประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประทับพระราชยานพุดตานทองเข้าขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 1 ริ้วขบวน ฯ ส่วนนำกลับหลังหัน เจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 2 ริ้วขบวน ฯ แบกอาวุธ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ผู้อำนวยการขบวนพระบรมราชอิสริยยศ กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าพนักงานรัวกรับ ครั้งที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเจ้าพนักงานรัวกรับให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงเปลื้องพระมาลาเส้าสูง เสด็จเข้าพระที่นั่งราชกรัณยสภา เพื่อประทับพักพระราชอิริยาบถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา&amp;nbsp;17.58&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี&amp;nbsp;เสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางบันไดมุขกระสัน พระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อเสด็จถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร,&amp;nbsp;พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ที่พระแท่นมณฑลมุก ทรงกราบ จุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ รวม 22 พระโกศ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฏลมหาเศวตฉัตร ได้แก่ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก,&amp;nbsp;รัชกาลที่ 1-9,&amp;nbsp;สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี,&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี,&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีสุลาลัย,&amp;nbsp;สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี,&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ,&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า,&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7,&amp;nbsp;สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก,&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี,&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร,&amp;nbsp;สมเด็จพระราชปีตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร,&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าๆ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สวดมาติกา จบแล้ว เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 11 รูป เที่ยวแรก ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 11 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ เสด็จ ฯ ไปทรงทอดผ้าไตร ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ แล้วออกจากพระที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบรมอัฐิและพระอัฐิ เสด็จฯ ไปทรงกราบพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทลงทางบันไดมุขกระสัน พระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงพระดำเนินไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เสด็จขึ้นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาททางบันไดทิศตะวันออก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้วงระหว่างที่ขบวนพระราชอิสริยยศ ไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าพนักงานตั้งบายศรีแก้ว ทอง เงิน พราหมณ์เบิกแว่น ข้าราชบริพารในพระองค์รับแว่นเวียนเทียนสมโภชหมู่พระมหามณเฑียรใช้เวลา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีพสกนิกรทุกหมู่เหล่ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น โดยพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองและถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแสดงความจงรักภักดีและร่วมกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ให้ประชาชน พสกนิกรน้ำตารื้นด้วยความปลื้มปิติในหัวใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35053</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190504/image_big_5ccd74e10578d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
