<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ &#039;สุรยุทธ์&#039; เป็นประธานพิธีหว่านเมล็ดพันธ์ุข้าวในแปลงนาสาธิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนาสาธิต&amp;nbsp;และให้ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ณ บริเวณแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เดินทางถึงบริเวณแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง - เงิน รอรับ ประธานองคมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นออกไปประกอบพิธีหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนาสาธิตฯ เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 เมื่อปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบพิธีหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเสร็จแล้ว จากนั้น ประธานองคมนตรี เดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานองคมนตรี, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, พิธีหว่านข้าวในแปลงนาสาธิต, วันพืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098f7f7a42f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชพิธีเนื่องใน&#039;พืชมงคล&#039; 2563 ประเพณีบำรุงขวัญเกษตรกรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;เป็นพระราชพิธีซึ่งจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทยกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา&amp;nbsp;อาชีพหลักของคนไทย&amp;nbsp;แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่น&amp;nbsp;ๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น&amp;nbsp;โดยพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;มีพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน&amp;nbsp;คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์&amp;nbsp;ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์&amp;nbsp;ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเรื่อยมางานแรกนาขวัญมีแต่เพียงพิธีทางศาสนาพราหมณ์เท่านั้น จนกระทั่งถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่าง&amp;nbsp;ๆ ทุกพิธี&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงได้เริ่มมีขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&amp;nbsp;โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;จึงมีชื่อเรียกรวมกันว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;rdquo; ​การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2479 แล้วว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชพิธีขึ้นใหม่และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ด้วยเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชพิธีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของเกษตรกรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระสังฆราชทรงปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานที่วัดพระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในปี 2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เนื่องจากประเทศไทยและนานาประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ซึ่งมีมาตรการและข้อปฏิบัติทางสาธารณสุขหลายประการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้&amp;nbsp;จากเดิมที่สำนักพระราชวังได้กำหนดให้ประกอบพระราชพิธีในวันอาทิตย์ที่ 10 และวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 โดยนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานในฤดูทำนาปี 2562 และพันธุ์พืชต่าง ๆ มาเข้าประกอบพิธี พร้อมทั้งพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทุกสาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;​ในแต่ละปีได้มีการกำหนดว่า ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีนี้&amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีทั้งหาบทองและหาบเงิน&amp;nbsp;จะทำการคัดเลือกจากบรรดาข้าราชการหญิงโสด&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นไป&amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกเทพีในแต่ละปีจะดูที่ความเหมาะสมต่าง ๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;ที่เป็นทางการ&amp;nbsp;คือ โสดและได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว&amp;nbsp;ที่ไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อายุพอสมควร สุขภาพดี ส่วนสูงพอเหมาะหรือสูงใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;เทพีคู่หาบทอง ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวกันยารัตน์ เศวตนันทิกุล&amp;nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนางสาวชลธิชา ทองอ่อน&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาบทองและหาบเงินใช้ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพระโคที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการคัดเลือกพระโคตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;คือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวของลำตัวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;120 เซนติเมตร&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกันผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้องตามลักษณะที่ดี กีบและข้อเท้าแข็งแรง&amp;nbsp;ถ้ามองดูด้านข้างของลำตัวจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม งานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ทุกปีจะเตรียมพระโคไว้ 2 คู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพันธุ์ข้าวที่ใช้ในงานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ ซึ่งผู้คนในสนามหลวงทุกเพศทุกวัยจะกรูกันเข้าไปยังลานแรกนา เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวกลับไปเป็นสิริมงคลนั้น นับตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ได้มาจากแปลงนาในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ที่ทรงโปรดเกล้า&amp;nbsp;ฯ ให้กรมการข้าวจัดทำขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวเป็นพันธุ์ข้าว ทรงปลูกพระราชทานสำหรับไว้ใช้ในงานพระราชพิธี&amp;nbsp;ฯ โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ปี 2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธี&amp;nbsp;มีทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;น้ำหนักรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,458&amp;nbsp;กิโลกรัม ประกอบด้วย&amp;nbsp;ขาวดอกมะลิ105&amp;nbsp;ปทุมธานี1&amp;nbsp;กข79&amp;nbsp;กข43 และ&amp;nbsp;กข6&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งใช้หว่านในระหว่างพิธี และจัดเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;บรรจุใส่ซองขนาดเล็กเพื่อจัดส่งให้จังหวัดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สำหรับใช้แจกจ่ายแก่เกษตรกรรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพตามพระราชประสงค์ และเมล็ดพันธุ์ที่เหลือทั้งหมด กรมการข้าวขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำไปปลูกไว้ทำพันธุ์ในฤดูกาลปี 2563เพื่อเป็นต้นตระกูลของพืชพันธุ์ดีเผยแพร่สู่เกษตรกรต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พันธุ์ข้าวพระราชทานเนื่องในวันพืชมงคล 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี จะมีการการเสี่ยงทายในพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;แต่ละปีนั้นประกอบด้วย&amp;nbsp;2 ช่วง&amp;nbsp;คือ ช่วงแรกพระยาแรกนาจะตั้งสัตยาธิษฐานหยิบนุ่งทับผ้านุ่งเดิมนั้นเป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ&amp;nbsp;ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตกมีผ้าคลุมเพื่อให้ พระยาแรกนาหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้นคือ ถ้าหยิบได้ 4 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่าน้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่&amp;nbsp;ถ้าหยิบได้ 5 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;ถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดีแต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ไม่ได้ผลเต็มที่&amp;nbsp;ส่วนช่วงที่ 2 คือ ภายหลังจากการไถหว่านซึ่งจะเป็นการไถดะไปโดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดินให้เป็นก้อน ไถโดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์พืช และไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดพันธุ์พืชลงในดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการไถแล้วจะเป็นการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งตั้งเลี้ยงพระโค ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำและหญ้า&amp;nbsp;เมื่อพระโคกินของสิ่งใดโหรหลวงจะถวายคำพยากรณ์ ดังนี้&amp;nbsp;ถ้าพระโคกินข้าวหรือข้าวโพด&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี ถ้าพระโคกินถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี&amp;nbsp;และถ้าพระโคกินเหล้า&amp;nbsp;พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้นทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าว 5 สายพันธุ์ เป็นสิริมงคลชาวนาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลนี้เป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันเกษตรกร&amp;rdquo;&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมาโดยในปี 2563&amp;nbsp;เกษตรกร สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นประเภทต่าง&amp;nbsp;ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลและยกย่องประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พระโคเสี่ยงทาย, พันธุ์ข้าวพระราชทานปี63, เทพีคู่หาบทองเทพีคู่หาบเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8c14273545.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 01:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยงทายข้าวนํ้าบริบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระโคเสี่ยงทายปี 2562 &amp;ldquo;กินข้าว-น้ำ-หญ้า&amp;rdquo; ธัญญาหาร ผลาหารจะบริบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร &amp;quot;กรมสมเด็จพระเทพฯ&amp;quot; ทรงเปิดโรงสีข้าวสวนจิตรลดาและโรงโคนมแห่งใหม่ ในโอกาสวันพืชมงคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปยังพิธีมณฑลท้องสนามหลวง ในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญพุทธศักราช 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 08.38 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พลับพลาพิธีมณฑลท้องสนามหลวง เสด็จขึ้นพลับพลาพิธีมณฑลท้องสนามหลวง ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;ประทับพระเก้าอี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ยาตราขบวนพร้อมด้วยเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ เมื่อถึงหน้าพระที่นั่ง &amp;nbsp;พระยาแรกนาเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคม แล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วขบวนประกอบด้วยพราหมณ์ เทพีคู่หาบทอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เทพีคู่หาบเงิน จากนั้นพระยาแรกนาเจิมพระโคและคันไถ พระโคแรกนาได้แก่ พระโคเพิ่มและพระโคพูล &amp;nbsp; ส่วนพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคพอและพระโคเพียง &amp;nbsp;โดยเป็นโคลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ สีเดียวกัน ผิวสวย เขามีลักษณะโง้งคุ้ม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาถูกต้อง ปีนี้กรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการปลูกข้าว ณ แปลงทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาฤดูนาปี 2561 ได้ขอพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 4 พันธุ์ &amp;nbsp;เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ &amp;nbsp;ประจำปี 2562 ประกอบด้วย พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 537 กิโลกรัม, ปทุมธานี 1 จำนวน 290 กิโลกรัม และ กข 6 จำนวน 46 กิโลกรัม รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น 1,206 กิโลกรัม และจัดเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน และบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้เกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป เมื่อไถหว่านครบ 9 รอบ เสร็จแล้วกลับโรงพิธีพราหมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พราหมณ์นำสิ่งของ 7 สิ่ง มีข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ และหญ้า ไปเลี้ยงพระโคที่หน้าพระที่นั่ง เจ้าหน้าที่นำพระโคไปกินเลี้ยงของเสี่ยงทาย เมื่อพระโคกินเสร็จแล้ว โหรหลวงได้ถวายคำพยากรณ์ โดยนายมีศักดิ์ ภักดีคง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อ่านกราบบังคมทูล ความว่า
พระโคกินข้าว-น้ำ-หญ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการเสี่ยงทายของพระยาแรกนาเนื่องในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2562 โหรหลวงได้ให้คำพยากรณ์ว่า พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้า 5 คืบ สำหรับนุ่งไปประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ดังนี้ เสี่ยงผ้านุ่งปีนี้ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้พระโคกินข้าว พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหารจะบริบูรณ์ดี น้ำ หญ้าพยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูลเบิกชาวนาผู้ชนะการประกวดผลผลิตและเกษตรกรดีเด่นเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลประจำปีพุทธศักราช 2562 ประกอบด้วย ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน รวม 3 ประเภท, เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ รวม 16 ประเภท, ผู้แทนสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ รวม 12 ประเภท, ผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติรวม 7 สหกรณ์ รวมผู้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลปีนี้ 38 ราย ยาตราขบวนพระยาแรกนาขณะผ่านหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาจะได้เข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมแล้วขึ้นรถยนต์หลวงไปรอเฝ้าฯ ที่แปลงนาสาธิตสวนจิตรลดา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่บริเวณแปลงนาสาธิต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ประทับพระเก้าอี้ พระยาแรกนาเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมแล้วออกไปประกอบพิธีแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง-หาบเงิน เสร็จแล้ว พระยาแรกนาเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคม แล้วไปขึ้นรถยนต์หลวงกลับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มูลนิธิชัยพัฒนา และร้านภูฟ้า ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพิธีเสร็จสิ้นประชาชนจำนวนมากซึ่งต่างสวมเสื้อเหลือง รวมทั้งเกษตรกรชาวนาชาวสวนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ต่างกรูเข้ามาเก็บพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานที่พระยาแรกนาหว่านในพระราชพิธีเป็นจำนวนมากเพื่อความเป็นสิริมงคล บางคนตั้งใจเก็บเมล็ดพันธุ์มงคลเพื่อนำผสมกับพันธุ์ข้าวที่ตนเองเพาะปลูกในแปลงนา เพราะถือเป็นพันธุ์ข้าวที่ดี ได้ผลผลิตสมบูรณ์เช่นคำพยากรณ์ &amp;nbsp;นับเป็นพระราชพิธีอันสำคัญที่ประชาชนและเกษตรกรเฝ้ารอทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 10.34 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการนี้ ทรงเยี่ยมโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เนื่องในโอกาสวันพืชมงคล การนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้แทนโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา กราบบังคมทูลถวายรายงานเกี่ยวกับกิจการโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา &amp;nbsp;พร้อมด้วยอธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้แทนสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ เฝ้าฯ รับเสด็จ การนี้ &amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาท&amp;nbsp;
เปิดโรงสี-โรงโคนมใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทรงเปิดอาคารโรงสีข้าวตัวอย่างสวนจิตรลดา น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ มีขนาดกำลังการผลิต 2 ตันต่อชั่วโมง มีวัตถุประสงค์การก่อสร้างเพื่อเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแนวพระราชดำริในเรื่องข้าวและการสีข้าวที่เป็นพื้นฐานการเกษตรกรรมของประเทศ โดยนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตข้าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตที่ดีเลิศ ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและมีการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานหลักการผลิตสากล สามารถขยายกำลังการผลิตของโรงสีข้าวตัวอย่างสวนจิตรลดาให้เพียงพอสำหรับกิจกรรมของสำนักพระราชวังและการพระราชทานแก่พสกนิกรเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จฯ ไปทรงเปิดโรงโคนม สวนจิตรลดาแห่งใหม่ ซึ่งกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเพื่อใช้เป็นสถานที่สาธิตการเลี้ยงโคนมอย่างเป็นแบบอย่างตามหลักวิชาการ โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ให้เหมาะสมเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรได้ศึกษา เรียนรู้และสามารถนำไปปรับใช้กับฟาร์มของตัวเองได้ ภายใต้แนวคิด 4 ข้อ ได้แก่ &amp;quot;โรงเรือนโคนมแบบคอมบิเนชั่น สเตเบิล&amp;rdquo; โดยรวมพื้นที่การเลี้ยงโคนมประเภทต่างๆ และส่วนการรีดนมโคไว้ในโรงเรือนเดียวกันเป็นการประหยัดพื้นที่ สะดวกต่อการจัดการ &amp;ldquo;การออกแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; มีการบำบัดน้ำมูลโคก่อนส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพฯ &amp;ldquo;สาธิตการใช้เทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมที่ทันสมัย&amp;rdquo; เช่น อุปกรณ์ติดข้อเท้าแม่โค สำหรับแสดงประวัติ หรือการใช้เครื่องรีดนมโคพร้อมชุดวิเคราะห์องค์ประกอบน้ำนมโคแบบอัตโนมัติ เป็นต้น และ &amp;ldquo;คำนึงถึงความสะอาดของน้ำนมและสุขอนามัยของโค&amp;rdquo; เช่น จัดทำที่นอนยกพื้นสำหรับโคเพื่อไม่ให้นอนปนเปื้อนกับมูลและปัสสาวะ ติดตั้งพัดลมระบายอากาศภายในโรงเรือน, ติดตั้งเครื่องแปรงขนโคอัตโนมัติ ตัดตั้งเครื่องกวาดมูลโคอัตโนมัติ และระบบอาหารส่วนผสมครบส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ เสด็จฯ ไปยังอาคารโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทอดพระเนตรกิจกรรมของโครงการ ทอดพระเนตรนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนจำนวน 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรีในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดกาญจนบุรี, โรงเรียนตากพิทยาคม จังหวัดตาก, โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และโรงเรียนโพนงามศึกษา จังหวัดสกลนคร จากนั้นเสด็จฯ ไปยังศาลามหามงคล ประทับ ณ โต๊ะเสวย เสวยพระกระยาหารกลางวัน สมควรแก่เวลา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็น พระโสทรเชษฐภคินี ผู้ที่ทรงเคารพนับถือและสนิทสนมรักใคร่ ด้วยได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ และการสาธารณสุข ด้วยน้ำพระทัยเปี่ยมด้วยพระกรุณา ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เยาวชน ประชาชน และประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 ให้เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติยศสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 แก่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าและเหรียญรัตนาภรณ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ปฐมจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 ให้แก่ พันเอก (พิเศษ) หญิงสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35461</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์, เสี่ยงทายข้าวนํ้าบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd43d72af5cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10เสด็จฯพระราชพิธีพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ &amp;nbsp; ทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2562 พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; กึกก้อง ในหลวงทรงแย้มพระสรวลทักทาย ยังความปลาบปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ &amp;ldquo;วธ.&amp;rdquo; แจงการจัดงานมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 7 วัน เผย 10 ชาติส่งการแสดงเข้าร่วมเทิดไท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เวลา 16.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์พระที่นั่งเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จขึ้นพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล พระราชาคณะประธานสงฆ์ถวายศีล จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงพระสุหร่าย สรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9, พระคันธารราษฎร์ รัชกาลที่ 5, พระคันธารราษฎร์ใหญ่ประทับนั่ง 1 องค์, พระคันธารราษฎร์จีนประทับนั่ง 1 องค์ ประทับยืน 1 องค์, พระคันธารราษฎร์บันได, พระคันธารราษฎร์รวงข้าว, พระคันธารราษฎร์จีน รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;ประทับนั่ง 1 องค์, พระคันธารราษฎร์ปางขอฝน &amp;nbsp;รัชกาลที่ 10 ประทับนั่ง 1 องค์, ประทับยืน 1 องค์ และพระคันธารราษฎร์ รัชกาลที่ 10 ประทับยืน 1 องค์ ทรงประพรมพืชต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ 2 ข้างนั้นด้วย ทรงโปรยข้าวตอกและถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปนั้นทุกองค์&amp;nbsp;
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธคันธารราษฎร์ ทรงอธิษฐานขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลราชอาณาจักร ประทับพระราชอาสน์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล &amp;nbsp;จบ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงหลั่งน้ำสังข์ทรงเจิม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา และพระราชทานพระธำมรงค์กับพระแสงปฏัก นายอนันต์รับพระราชทานแล้วออกไปนั่งที่เดิม ขณะพระราชทานน้ำสังข์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิมผู้เป็นเทพีในการแรกนาขวัญ น.ส.กันยารัตน์ นาคกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, น.ส.ดวงพร งามประดิษฐ์ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ กรมวิชาการเกษตร, น.ส.ณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ กรมวิชาการเกษตร และ น.ส.อาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงเจิมเทพีเสร็จแล้ว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันที่ 9 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ทรงเป็นประธานงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล และส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันประกอบพระราชพิธี จะได้มีการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย ซึ่งแต่ละผืนมีความหมายแตกต่างกันออกไป ในการนี้ พระโคกินเลี้ยงพราหมณ์จะเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่งที่ตั้งเลี้ยงพระโค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริเวณถนนหน้าพระลานและรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีพสกนิกรสวมเสื้อเหลืองเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวลทักทายพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น ต่างปลาบปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และรองนายกฯ ได้นำแจกันดอกไม้ไปถวายพระพรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ และถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี รวมทั้งมอบผู้แทนถวายแจกันดอกไม้เพื่อถวายพระพรพระบรมวงศ์ ในโอกาสมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนาและเฉลิมพระนามพระบรมวงศ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/62 ว่าที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมการจัดงานมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. รวมเวลา 7 วัน ณ ท้องสนามหลวง และ ณ สถานที่จัดงานส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด โดยมีพิธีเปิดวันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.30 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีการแสดงชุดต่างๆ เช่น รำถวายพระพรอาศิรวาททวยราษฎร์น้อมจอมราชัน การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระบารมีมิ่งฟ้ารามาวตาร จำนวน 3 ตอน ได้แก่ ตอนสถลมาศเฉลิมราชจักรี โดยมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ตอนปราบกลอสุรีลงกา โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และตอนบรมราชาภิเษกพระราม โดยสำนักการสังคีตกรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งถ่ายทอดสดพิธีเปิดงานทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9, ช่อง 11, ช่อง 5 TGN ซึ่งออกอากาศ 170 ประเทศทั่วโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวต่อว่า เป็นที่น่ายินดี ขณะนี้มีประเทศต่างๆ 10 ประเทศตอบรับเข้าร่วมมหกรรมการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 27 พ.ค. ณ เวทีกลางสนามหลวง ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย จัดการแสดงระบำหน้ากาก, ระบำศิวนาฏราช และระบำเอกภาพบนความหลากหลาย, ประเทศเมียนมา จัดแสดงระบำในราชสำนัก, ประเทศเวียดนาม จัดแสดงประกอบการขับร้องเพลงสวัสดีเวียดนาม และระบำพื้นบ้านเวียดนาม, ประเทศสิงคโปร์ การแสดงชุดระบำอวยพรจากรวมชาติพันธุ์สิงคโปร์, ประเทศเกาหลีใต้ การแสดงระบำพัดพูเชชุม และยังมีการแสดงจากประเทศอินเดีย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศจีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า เวทีการแสดงในมหรสพสมโภชแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เวทีกลาง ณ สนามหลวงแสดงตั้งแต่เวลา 18.30-21.30 น. ตลอด 7 วัน มีการแสดงที่น่าสนใจ อาทิ โขนชุดพระบารมีมิ่งฟ้ารามาวตาร, การละเล่นของหลวง, มหาดุริยางค์สากลรวมใจภักดิ์ดนตรีสากล, มหาดุริยางค์ไทยแห่งรัตนโกสินทร์ดนตรีไทย, มหกรรมลูกทุ่งไทยเทิดไท้องค์ราชามหาวชิราลงกรณ, การแสดงละครในสวนฝันผสานใจภักดิ์ถวายองค์ราชัน รับบทโดยสินจัย เปล่งพานิช, โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรณธนะภูติ และเบลล่า-ราณี แคมเปน รวมถึงเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ร่วมแสดงและขับร้องเพลง กำกับการแสดงโดยสุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติ
นอกจากนี้ ตลอด 7 วัน ช่วงเวลา 21.30-23.00 น. มีการแสดงไฟประดับประกอบแสงสีเสียงชุดแสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งมีกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม สาธิตการทำอาหารและขนมไทย ส่วนเวทีย่อยมี 2 เวที ได้แก่ เวทีฝั่งศาลฎีกา และฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงเวลา 17.30-18.30 น. เช่น หุ่นละครเล็กโจหลุยส์, โขนสด, กระตั้วแทงเสือ, มหกรรมเพลงพื้นบ้านประกอบด้วย ลำตัด, เพลงฉ่อย, อีแซว, เพลงทรงเครื่อง, ละครชาตรี, โขนโรงเรียนสาธิต มศว, โขนมูลนิธิคึกฤทธิ์, โขนโรงเรียนอำนวยวิทย์, หนังใหญ่วัดขนอน, หนังตะลุง (ภาคใต้), หุ่นสายเสมา ขณะที่ในส่วนภูมิภาค กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดมหรสพสมโภชพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 22 พ.ค. เวลา18.30 น. เป็นต้นไป ณ พื้นที่จัดงานทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่พระราชทานเงินแก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 631 ล้านบาท ให้กับ 11 รพ.ในสังกัดกระทรวงและกรมการแพทย์ โดยจะนำเงินพระราชทานที่ได้รับนี้ไปจัดซื้อคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยจะมีคณะกรรมการจัดซื้อ และถวายรายงานและความคืบหน้าเป็นระยะ คาดว่าจะมีการจัดซื้อแล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยครุภัณฑ์ที่จัดซื้อมีตั้งแต่เครื่องตรวจมะเร็งเต้านม และเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยสถาบันได้รับเงินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 83.4 ล้านบาท ซึ่งมีพระบรมราโชบายให้นำเงินจำนวนนี้ไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยอุปกรณ์การแพทย์ต้องมีความทันสมัย โดยสถาบันจะจัดซื้ออุปกรณ์ทั้งสิ้น 27 รายการ ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันขาดแคลน โดยคาดว่าจะเร่งให้มีการจัดซื้อแล้วเสร็จภายใน 90 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง กล่าวว่า รพ.กลางได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงิน 35 ล้านบาท โดยจะนำมาจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยและจำเป็นในโรงพยาบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่มารับบริการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ในส่วนของศิริราชพยาบาล ได้รับพระราชทานเงินเพื่อจัดซื้อคุรุภัณฑ์ สำหรับอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาหลายร้อยล้านบาทจนครบ ซึ่งเป็นอาคารที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามไว้ โดยคุรุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จะจัดซื้อนี้จะมีความทันสมัย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช และเชื่อว่าเงินพระราชทานที่ให้กับ รพ.ทั้ง 27 แห่งนี้ จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2ed80c4c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
