<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนเสด็จฯขบวนทางชลมารค12ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;rdquo; โปรดเกล้าฯ 12 ธ.ค.62 จัดพระราชพิธีเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังรัฐบาลขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลื่อนจาก 24 ต.ค. เหตุกระแสน้ำ-ดินฟ้าอากาศ ขณะที่การซ้อมใหญ่ครั้งแรก ปชช.เฝ้าชมความงดงามตระการตาขบวนเรือพระราชพิธี 52 ลำ แน่นสองฝั่งเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 17 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม ว่านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีหลายคนได้หารือถึงการติดตามสถานการณ์มาเป็นระยะ และที่ประชุมได้มอบหมายให้ตนมาแถลงข่าวเพื่อชี้แจงว่าตามที่มีการประกาศและออกข่าวเชิญชวนไปแล้วถึงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ไปแล้วนั้น โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการซ้อมย่อยจำนวน 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่เสมือนจริง 1 ครั้ง ในวันที่ 17 ตุลาคมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่หากมีพระราชพิธีตามกำหนดเวลาเดิม จะมีอุปสรรคในเรื่องสภาพของน้ำและดินฟ้าอากาศ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพื่อความพร้อมและความสวยงาม ไม่กระทบต่อขบวนเรือ ไม่กระทบต่อการเสด็จพระราชดำเนิน และไม่กระทบต่อประชาชน รัฐบาลจึงได้นำความกราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยที่จะให้เลื่อนกำหนดเวลาของการมีขบวนเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกไปจากเดิม &amp;nbsp;ซึ่งบัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดลงมาแล้วว่าให้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15.30 น. โดยริ้วขบวนจะเป็นดั่งเดิม คือเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ ใช้ขบวนเรือ 52 ลำ ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เพียงแต่ให้เลื่อนกำหนดวันออกไป ยืนยันว่ายังคงมีพระราชพิธีอยู่ และยิ่งใหญ่สวยงามเช่นเดิม แต่เพื่อความเหมาะสมเกี่ยวกับกระแสน้ำ และดินฟ้าอากาศ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุกล่าวอีกว่า เกี่ยวกับเรื่องกระแสน้ำที่จะมี โดยในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะมีการซ้อมใหญ่เสมือนจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้นจะมีการประชุมใหญ่กันอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. ซึ่งตนจะเป็นประธานการประชุมดังกล่าว และมีผู้ แทนจากสำนักพระราชวัง กองทัพเรือ และรัฐบาล เข้าร่วมประชุม และพร้อมตอบคำถามในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจบประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ, วันที่ 6 ธันวาคม จะเสด็จประพาสพระราชดำเนินเยี่ยมสำเพ็ง, วันที่ 8 ธันวาคม จะมีพิธีเปิดงานอุ่นไอรัก และวันที่ 12 ธันวาคม จะเป็นการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.57 น. กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 (เบื้องปลาย) โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 มีกำลังพลฝีพาย 2,200 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม ในเครื่องแต่งกายฝีพายเรือพระราชพิธีโบราณประดับ เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 เข็มที่ระลึกในโอกาสต่างๆ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งและป้ายชื่อเหมือนวันจริงเป็นครั้งแรก รวมถึงฝึกซ้อมบนเรือพระราชพิธี 52 ลำ ที่ประดับตกแต่งเหมือนวันจริง โดยเฉพาะเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ติดตั้งเครื่องสูง ประกอบด้วย &amp;nbsp;ฉัตร พระวิสูตร เหมือนวันจริง ก่อนจะมีการฝึกซ้อมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เป็นจุดรวมพลเจ้าหน้าที่ประจำเรือพระราชพิธี ภายในยังมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ มาร่วมฝึกซ้อมด้วย ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่กระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยกรุงเทพมหานคร ที่ส่งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดมาดูแล การประปานครหลวงจัดบริการน้ำดื่มฟรี รวมถึงกรมแพทย์ทหารเรือและโรงพยาบาลต่างๆที่ส่งแพทย์และพยาบาลมาประจำจุด รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมเรื่องจุดคัดกรองใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) ในการเข้าพื้นที่ของประชาชน สำหรับจุดนี้รองรับประชาชนได้ 4,000 คน อย่างไรก็ตาม พบว่าหน่วยงานและบ้านเรือนริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมประดับตราสัญลักษณ์พร้อมธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดยพร้อมเพรียง ตลอดจนมีประชาชนจำนวนมาก ทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สวมเสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำเพื่อรอชมความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคทั้ง 52 ลำ ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;12.00 น. โดยไม่ย่อท้อต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1 ครั้งนี้ กำลังฝีพาย 2,200 นาย แต่งกายเหมือนจริง เรือพระราชพิธีทั้งหมดประดับตกแต่งตามโบราณราชประเพณี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพระราชพิธีครั้งนี้ได้ร่วมซักซ้อมใหญ่ โดยจะเป็นการถวายการรับเสด็จ พร้อมในเวลา 15.30 น. วันนี้กระแสน้ำลงคาดว่าจะใช้ตาราง 7 ในการฝึกซ้อม ใช้เวลาไม่เกิน 40 นาที และส่งเสด็จที่ท่าราชวรดิฐ จากนั้นตามแผนจะซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 วันที่ 21 ต.ค. การซ้อมใหญ่ใช้บทเห่เรือทั้งหมด 3 องก์ด้วยกัน ประกอบด้วย บทสรรเสริญพระบารมี(บทใหม่), บทชมเมือง และบทชมวัง ซึ่งประพันธ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อบกพร่องจากการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1 ทาง ทร.จะนำไปประชุมวันที่ 18 ต.ค. ผลสรุปจากการประชุมจะนำมาเป็นข้อกำหนดและรายละเอียดในวันซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมได้มีการบอกกล่าวแม่ย่านาง สำหรับในวันจริงจะมีพิธีบวงสรวง พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธี เพื่อบอกกล่าวแม่ย่านางเพื่อจะเชิญเรือร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การฝึกซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1 ได้นำผลจากการฝึกซ้อมย่อย 10 ครั้งที่ผ่านมามา ประกอบแต่ส่งที่ปรับแก้คือฉัตรพระวิสูตรและบัลลังก์กัญญา เพราะการซ้อมที่ผ่านมายังไม่ได้ติดตั้งบัลลังก์กัญญา แต่ครั้งนี้ติดตั้งครบทุกลำ ซึ่งงานประดับเครื่องสูงเรือพระราชพิธีได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการซักซ้อมที่ผ่านมาก็คือการจัดเตรียมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่มีการเชิญบัลลังก์กัญญายกขึ้นและทอดบุษบกในขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้จะมีการทอดบุษบก 2 องค์ อีกองค์เป็นเรืออนันตนาคราชทอดบุษบกเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้ยังมีการปรับที่เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เดิมเป็นเรือพระที่นั่งรับรองราชวงศ์ ครั้งนี้ปรับเป็นเรือพลับพลาเปลื้องเครื่อง เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวทางในจัดขบวนเรือพระราชพิธี โดยรื้อฟื้นราชประเพณี และมีการชำระประวัติศาสตร์ โดยกองทัพเรือรับสนองพระบรมราชโองการดำเนินการร่วมกับกรมศิลปากรและกองการในพระองค์ โดยยึดถือปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนงานกองทัพเรือดำเนินการฝึกในทุกๆ ด้าน ทุกรูปแบบ และทุกสถานการณ์ เพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในวันจริง สำหรับขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้มี 52 ลำ ใช้ กำลังพลฝีพาย 2,200 นาย ส่วนกำลังพลข้าราชบริพารและส่วนต่างๆ ที่เข้าร่วม รวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 2,377 คน สำหรับเครื่องแต่งกายกำลังพลฝีพายมีทั้งเครื่องแต่งกายใหม่ และบางส่วนเป็นเครื่องแต่งกายเดิมในการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค สำหรับการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่ 24 &amp;nbsp;ต.ค.นี้ ยังเป็นไปตามหมายกำหนดการ โดย ทร.จะถวายงานให้สำเร็จลุล่วงและสมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่บริเวณสวนสันติชัยปราการ หน่วยงานต่างๆอาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่แพทย์จากกระทรวง สาธารณสุข และภาคเอกชน จัดทีมแพทย์ราว 300 คน เพื่อดูแลประชาชนจุดนี้ในวันจริง รองรับประชาชน 1,500 คนที่จะเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และพระบรมวงศานุวงศ์ ประทับบนพระที่นั่งสวนสันติชัยปราการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากทีมการแพทย์โซน 2 รับหน้าที่ดูแลประชาชนบริเวณนี้ให้คำแนะนำว่า ผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีสำคัญนี้ ขอให้เตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์ป้องกันความร้อนมาด้วย แต่เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีลมพัด จึงทำให้อากาศปลอดโปร่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังติดตั้งเครื่องสูงประกอบเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ เป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภค ตามโบราณราชประเพณี ประกอบด้วยฉัตรและธงสามชาย เพื่อเตรียมการฝึกซ้อมเสมือนจริงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางละเอียด สุขสบาย อายุ 60 ปี เดินทางมาจาก อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา พร้อมครอบครัว เพื่อชมการซ้อมใหญ่ครั้งแรก กล่าวว่า ตั้งใจมาชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ ออกเดินทางจากโคราชแต่เช้ามาปักหลักรอใต้สะพานพระราม 8 เพราะเป็นอีกจุดที่ชมขบวนเรือสวยที่สุด เมื่อขบวนเรือผ่านรู้สึกขนลุกเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ชมยิ่งใหญ่งดงามมากสมดังตั้งใจ ในวันจริงก็จะเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงเพื่อชื่นชมพระบารมี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48281</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชพิธีเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, รัฐบาลขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลื่อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da888c5339fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
