<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี พระราชทาน &#039;ถุงพระราชทานกำลังใจ&#039; แก่รพ.แม่ข่าย และรพ.สนาม 49 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 20.13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้แทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาลแม่ข่าย และโรงพยาบาลสนาม ที่เปิดให้บริการรักษาผู้ติดเชื้อ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานถุงพระราชทานกำลังใจ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทรงเข้าพระทัยและทรงรับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและความอ่อนล้าจากการทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 19 รวมทั้งทรงร่วมสนับสนุนสินค้าของเกษตรกรในภาคต่าง ๆ และผู้ประกอบการ เพื่อกระจายรายได้ในช่วงวิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งของในถุงพระราชทานกำลังใจ นอกจากเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ แล้ว ยังมีเข็มกลัด &amp;ldquo;พระราชทานกำลังใจ&amp;rdquo; ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง โดยมีความหมายคือ ลูกโป่งสีเหลือง หมายถึงกำลังใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะนำพาพสกนิกรให้มีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมลุกขึ้นสู้ เฉกเช่นลูกโป่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มีความหวังและก้าวข้ามผ่านไปพร้อมกัน &amp;nbsp;ลูกโป่งสีม่วง แสดงถึงกำลังใจจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่อยู่เคียงข้างพสกนิกรในการต่อสู้กับวิกฤตของไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยน้ำพระทัยอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ทรงเย็บเข็มกลัดให้ติดกับถุงพระราชทานด้วยพระองค์เอง เพื่อไม่ให้เข็มกลัด &amp;ldquo;พระราชทานกำลังใจ&amp;rdquo; หลุดหรือแยกออกจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยและพระราชทานความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างต่อเนื่องตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105195</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระที่นั่งอัมพรสถาน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชวังดุสิต, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8ea66d4dee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;19.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเบลเยียมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา&amp;nbsp;ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเบลเยียม นายเสข วรรณเมธี เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเช็ก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐเช็ก นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาตรี อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ นายชาตรี อรรจนานันท์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมการกงสุล มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรสเปน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรสเปน นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐตุรกี มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอินเดีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอินเดีย นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายนิกรเดช พลางกูร เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ&amp;nbsp;เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบถวายบังคมลา ในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นางเมทินี ชโลธร นายกเนติบัณฑิตยสภา พร้อมคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมุดทะเบียนสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา&amp;nbsp;แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อทรงลงพระนามาภิไธย พร้อมกับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือสำคัญทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์แห่งเนติบัณฑิตยสภา และฉลองพระองค์ครุยเนติบัณฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทูต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชวังดุสิต, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b4e5c47c8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ถวายครุยวิทยฐานะดุษฎีบัณฑิตฯแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 19 สาขา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี ม.ราชภัฏ 38 แห่ง เข้าเฝ้าฯ ถวายครุยวิทยฐานะแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 19 สาขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 -&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เวลา 21.18 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้ช่วยศาตราจารย์จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ นำนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ 38 แห่ง และนายกสภามหาวิทยาลัยสวนดุสิต เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายครุยวิทยฐานะแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จำนวน 19 สาขา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;สาขาวิชาการพัฒนาสังคม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพัฒนาสังคม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา&amp;nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชนและสังคม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;(วิชาเอกธุรกิจการบิน) ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารและการพัฒนาชุมชนของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธุรกิจการบิน ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค&amp;nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;สาขาวิชาการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15.นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16.รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี &amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชวังดุสิต, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f88009c9b453.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อาทิตย์&#039; เผยพระราชวังหลายแห่ง อยู่ในช่วงบูรณะให้สง่างามเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิดหน้าชูตาของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ทรงกำลังปฏิรูปปฏิสังขรณ์เขตพระราชฐานพระราชวังดุสิตทั้งหมด พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งวิมาณเมฆ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน รวมไปถึง บริเวณเขาดิน สนามม้านางเลิ้ง และเกาะรัตนโกสินทร์ทั้งหมดให้สะอาดสง่างดงามตระการตาเหมือนกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Saint Petersburg) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิดหน้าชูตาของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, พระที่นั่งวิมานเมฆ, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระที่นั่งอัมพรสถาน, พระราชวังดุสิต, สนามม้านางเลิ้ง, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, เกาะรัตนโกสินทร์, เขตพระราชฐาน, เขาดิน, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7485d1e60f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระที่นั่งวิมานเมฆ&#039; ไม่ได้รื้อทิ้ง แต่บูรณะโครงสร้างใหม่ เมื่อเสร็จแล้วประกอบคืนเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;โบราณนานมา&amp;quot; ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงประเด็นดราม่าหลังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ทวีตข้อความว่า &amp;quot;รื้อพระที่นั่งวิมานเมฆ เรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก คงไม่มีทางหาได้อีกแล้ว แบบนี้มีโทษอะไรไหมคะ&amp;quot; ซึ่งทางเพจชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะการรื้อพระที่นั่งวิมาณเมฆนั้น เป็นการบูรณะปรับปรุงโครงสร้างวางระบบใหม่ ไม่ได้รื้อทิ้งแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเพจโบราณนานมา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ด้วยรูปแบบตะวันตกผสมผสานรูปแบบไทย ที่เรียกว่า &amp;ldquo;วิกตอเรีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกเริ่มพระที่นั่งองค์นี้นามว่า &amp;ldquo;พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์&amp;rdquo; สร้างขึ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5&amp;nbsp;ณ เกาะสีชัง เมื่อปี 2435&amp;nbsp;ปัจจุบันที่เกาะสีชังยังคงเหลือฐานของพระที่นั่งเดิมเอาไว้ ใครไปเที่ยวแวะไปชมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ.112&amp;nbsp;รัชกาลที่ 5&amp;nbsp;โปรดให้รื้อถอน &amp;ldquo;พระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ตำหนัก&amp;rdquo; บางส่วน ไปสร้างไว้ในพระราชวังดุสิต เมื่อปี 2443&amp;nbsp;และสร้างเสร็จปี 2445&amp;nbsp;พระราชทานนามใหม่ว่า &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงปี 2525&amp;nbsp;ผ่านไป 80&amp;nbsp;ปี &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ อันเป็นปีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200&amp;nbsp;ปี และได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับชมเมื่อ 2528&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในปี 2559&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; นั้นมีอายุการใช้งานเป็นเวลานาน 120&amp;nbsp;กว่าปี เกิดการทรุดตัวของอาคารทำให้ได้รับความเสียหาย จากนั้นในปี 2560&amp;nbsp;เกิดโครงการการปรับปรุงโครงสร้างชั้นใต้ดินของ &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; ขึ้น เป็นโครงการก่อสร้างกิจกรรมพิเศษในพระบรมวงศานุวงศ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานปรับปรุง &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; เฉพาะส่วนงานโครงสร้างชั้นใต้ดิน ได้แก่ งานรื้อถอนพื้นพร้อมโครงสร้างพื้น ผนังก่ออิฐเดิม คาน-เสาคอนกรีต เสริมเหล็ก เสาเข็มไม้และงานระบบไฟฟ้า งานระบบสุขาภิบาล งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการปรับปรุงจะต้องดําเนินการ ไปพร้อม ๆ กับงานรื้อถอน โดยใช้เหล็กเพื่อเสริมค้ำยันโครงสร้างเดิมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อรับน้ําหนักตัวอาคารเดิมระหว่างจัดทําโครงสร้างใหม่ ตอกเข็ม STEEL MICRO PILE ขนาด 165.2&amp;nbsp;มม. รับน้ําหนักปลอดภัย 16&amp;nbsp;ตัน/ต้น ตอกแบบใช้อุปกรณ์เครื่องมือป้องกันการสั่นสะเทือน ดําเนินการดีดอาคาร 8&amp;nbsp;เหลี่ยม ขึ้น 30&amp;nbsp;เซนติเมตร พร้อมรื้อถอนโครงสร้างเดิมและจัดทําโครงสร้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ทุกคนไม่ต้องตระหนกตกใจไปว่าแค่ปรับปรุงแล้วไฉนต้องรื้อลงทั้งพระที่นั่ง อย่าแปลกใจไปเลย เพราะพระที่นั่งองค์เดิมก็ตั้งอยู่บนเกาะสีชัง จากนั้นก็ถูกรื้อลงแล้วย้ายมาสร้างไว้ที่พระราชวังดุสิตเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการบูรณะครั้งนี้ไม่ได้ไปยุ่งกับงานสถาปัตยกรรมเลย งานหลักคืองานปรับปรุงโครงสร้าง โดยจะปรับปรุงโครงสร้างใหม่ วางระบบใหม่ พอโครงสร้างเสร็จ ก็จะประกอบพระที่นั่งกลับคืนเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วที่มีบัญชีทวิตเตอร์หนึ่งสงสัยว่า &amp;ldquo;...แบบนี้มีโทษอะไรไหมคะ...&amp;rdquo; แอดมินขอตอบว่า ไม่มีโทษใด ๆ เพราะ &amp;ldquo;พระที่นั่งวิมานเมฆ&amp;rdquo; เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นการกระทำใด ๆ ถือว่าเป็นสิทธิ์ชอบธรรมของพระองค์ การปิดหรือรื้อถอนองค์พระที่นั่งไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหามากกว่าคือ &amp;ldquo;การประชาสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78233</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูรณะ, พระที่นั่งวิมานเมฆ, พระราชวังดุสิต, รื้อถอน, เพจโบราณนานมา, เรือนไม้สักทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69980d7f2f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยรำลึก&#039;เสด็จพ่อ ร.5&#039; ปกป้องชาติรอดพ้นวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครบ 108 ปี &amp;nbsp; ประชาชนพร้อมใจใส่เสื้อสีชมพูเฝ้าฯ รับเสด็จ ร่วมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั่วไทยจัดกิจกรรมรำลึกเสด็จพ่อ ร.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 15.09 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระบรมราชานุสรณ์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 15.19 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระลานพระราชวังดุสิต มายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิและพระอัฐิแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี &amp;nbsp;พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลา&amp;nbsp;
ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายบังคมของผู้มาเข้าเฝ้าฯ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 57 รูป สวดพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายพระธรรมเทศนา &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรสำหรับพระบรมอัฐิ และพระอัฐิทรงธรรม จากนั้นพระพรหมมุนีถวายศีลและพระธรรมเทศนา จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ 57 รูป และพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่พระลานพระราชวังดุสิต ประชาชนจากทุกทั่วสารทิศต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีชมพู ถวายพานพุ่มดอกกุหลาบสีแดงและสีชมพู รวมถึงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะรัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นจำนวนมาก พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กฤชเกศ ธรรมรัตน์นิกร อายุ 49 ปี เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี พร้อมบุตรชาย เพื่อถวายดอกกุหลาบสีชมพู พร้อมพานผลไม้และหมากพลู กล่าวว่า ก่อนเดินทางมาพระลานพระราชวังดุสิต ได้ถวายพวงมาลัยพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ที่บ้าน พร้อมตั้งจิตอธิษฐานจะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล มหาราชพระองค์นี้ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทย แม้ไม่ใช่วันปิยมหาราช ก็ถวายพวงมาลัยทุกวันอังคาร และสอนลูกเสมอว่าประเทศไทยดำรงอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีอธิปไตย ร่มเย็นผาสุกจนทุกวันนี้ ก็ด้วยพระบารมีและพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ท่าน ขอให้ลูกหลานทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม จงภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งปลื้มใจที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประหยัด สิงห์คุณ ชาวปากเกร็ด อายุ 38 ปี เดินทางมาพร้อมภรรยาและหลานชาย เพื่อถวายกระเช้าดอกกุหลาบสีชมพู กล่าวว่า เคารพรักและเทิดทูนเสด็จพ่อ ร.5 กราบไหว้บูชาเป็นประจำด้วยระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงทำคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองมหาศาล กษัตริย์พระองค์นี้ทรงประกาศเลิกทาสในไทย เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่พสกนิกรไม่อาจลืมเลือน ในโอกาสนี้ จะขอประพฤติตนเป็นคนดี &amp;nbsp;รับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรจิตรา ทิพย์อักษร ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ อายุ 58 ปี เดินทางมาพร้อมกลุ่มเพื่อนข้าราชการ โดยแต่งกายด้วยเสื้อสีชมพู กล่าวว่า ช่วงเช้าไปซื้อดอกกุหลาบสีชมพูเพื่อนำมาถวายราชสักการะ รัชกาลที่ 5 ณ พระลานพระราชวังดุสิต พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในดวงใจ มีพระราชกรณียกิจมากคุณอนันต์ ทรงพัฒนาการคมนาคม ก่อสร้างทางรถไฟ ทรงริเริ่มกิจการประปาของไทย ทำให้คนไทยปัจจุบันมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขอให้ทุกคนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอราวรรณ คงสีทอง ชาวกรุงเทพฯ อายุ 57 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตบางกะปิ พร้อมดอกกุหลาบจำนวนมากและหมากพลู เพื่อถวายราชสักการะพ่อหลวง ร.5 ตั้งใจมาทุกปี ปีก่อนมากลางคืน ปีนี้ได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เนื่องในวันปิยมหาราช จะขอแสดงความจงรักภักดี แสดงความรักความสามัคคี อยากเห็นคนไทยหลอมรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อพัฒนาบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 108 ปี จากนั้นนายกฯ ภริยา พร้อมด้วยองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานองค์กรอิสระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หน่วยงานราชการ ภาคการเมือง และภาคเอกชนประกอบพิธีตักบาตรที่บริเวณปะรำพิธี พระสงฆ์ 570 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 07.17 น. นายกฯ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม น้อมรำลึกครบรอบ 108 ปี วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 5 ที่พระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต โดยมีหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ พ่อค้าประชาชน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีชมพูและสีขาวร่วมในพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤติต่างๆ สามารถธำรงไว้ซึ่งเอกราชตราบจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในทุกจังหวัดก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20553</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชวังดุสิต, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พลตรีหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf312595af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พระราชินี&#039;โปรดเกล้าฯท่านผู้หญิงจรุงจิตต์รับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ส.ค.61-เวลา 09.09 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ เดินทางโดยรถยนต์หลวงจากอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อมาถึงหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เปิดกรวยกระทงธูปเทียนแพ จากนั้น พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าวรายงานการเชิญเครื่องราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น ผู้อยู่ในพิธีร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่เจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ปลัดกระทรวงกลาโหมเชิญเครื่องราชสักการะ 5 ชิ้น ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ มอบให้แก่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา เชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ตามลำดับ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่า เป็นผู้ถือพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน ให้กับหน่วยงานต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อจากนั้นคณะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และคณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ &amp;nbsp;นำองค์กรสมาชิก 19 องค์กร พร้อมชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาทิ สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย สมาคมสตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ สมาคมแม่บ้านอาสาสมัครแห่งประเทศไทยเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบให้แก่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ถวายความเคารพที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเดินทางกลับอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, พระราชวังดุสิต, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, เครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b712306baffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
