<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 23:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำทั่วโลกร่วมอาลัยเจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สิ้นพระชนม์แล้วเมื่อเช้าวันศุกร์ ด้วยพระชนมพรรษา 99 พรรษา ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 (Photo by Tim Graham/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแห่งอังกฤษประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายนว่า &amp;quot;ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง สมเด็จพระราชินีนาถทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีอันทรงเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อเช้านี้ที่พระราชวังวินด์เซอร์ จะมีแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ราชวงศ์อังกฤษขอร่วมกับผู้คนทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายฟิลิป ซึ่งเดือนมิถุนายนนี้จะมีพระชนมาพรรษาครบ 100 พรรษา เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีมาประทับที่พระราชวังวินด์เซอร์ อยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ด้วยพระชนมายุทำให้ทั้งสองพระองค์อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และต่างทรงรับการถวายวัคซีนโดสแรกเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธงที่ประดับพระราชวังบักกิงแฮมและอาคารที่ทำการของรัฐบาลทั่วอังกฤษลดลงครึ่งเสา เหล่าพสกนิกรพากันมาวางดอกไม้ถวายความอาลัยที่ด้านนอกพระราชวังวินด์เซอร์และพระราชวังบักกิงแฮมภายหลังประกาศข่าวนี้ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษปิดทำการเหลือเพียงหน้าแรกของเว็บไซต์ที่เปลี่ยนเป็นภาพของเจ้าชายฟิลิปและคำประกาศเรื่องการสิ้นพระชนม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสมเด็จบรมพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 94 พรรษา และเป็นองค์ประมุขที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของอังกฤษ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระราชินีเคยรับสั่งถึงพระราชสวามีที่ทรงอยู่เคียงข้างพระองค์มาตลอด 69 ปีแห่งการครองราชย์ว่า ทรงเป็นพลังและทรงค้ำจุนพระองค์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายเคยมีพระอาการประชวรและมีปัญหาเกี่ยวกับพระพลานามัยบ่อยครั้งในช่วงหลัง รวมถึงเคยผ่าตัดหัวใจและผ่าตัดสะโพก ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เพื่อรักษาอาการเกี่ยวกับพระหทัยซึ่งเป็นพระโรคเดิมและการติดเชื้อ พระองค์ประทับที่โรงพยาบาล 4 สัปดาห์และเสด็จกลับพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อต้นเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายโดยเสด็จฯ พร้อมกับพระราชินี และการเสด็จฯ เดี่ยวอีกมากกว่า 22,000 ครั้ง เจ้าชายฟิลิปทรงยุติการทรงงานสาธารณะในเดือนสิงหาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นจะทรงออกงานพระราชพิธีบ้างก็ตาม พระกรณียกิจครั้งสุดท้ายคือทรงร่วมพิธีของกองทัพที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายฟิลิป ซึ่งสละฐานันดรจากราชวงศ์กรีก ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นพระยศในขณะนั้น ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ห้าปีก่อนที่เจ้าหญิงเอลิซาเบธจะเสด็จขึ้นครองราชย์ ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงแอนน์, เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินบะระ ทรงโบกพระหัตถ์จากสีหบัญชรของพระราชวังบักกิงแฮม ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 (Photo by Keystone/Hulton Archive/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวการสิ้นพระชนม์ก่อคำถามด้วยว่า สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษจะทรงพิจารณาเกี่ยวกับการสละราชสมบัติให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ครองราชน์สืบต่อหรือไม่ แต่นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวว่า โอกาสที่จะสละราชย์นั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย และช่วงหลายปีมานี้ สมเด็จพระราชินีทรงลดพระราชกรณียกิจลงโดยทรงมอบหมายให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เจ้าชายวิลเลียม และสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ เสด็จแทนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ กล่าวที่ด้านนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรีเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าอังกฤษและสหราชอาณาจักรขอบคุณต่อชีวิตและการทำงานที่ไม่ธรรมดาของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ&amp;nbsp; พระองค์ทรงเป็นแรงดลใจแก่คนรุ่นหลังทั้งในอังกฤษ เครือจักรภพและทั่วโลก เริ่มแรกจากที่ทรงรับราชการในกองทัพเรือแห่งอังกฤษ และการที่ทรงอยู่เคียงข้างสมเด็จพระราชินีเกือบ 8 ทศวรรษหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันร่วมแสดงความอาลัย ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และประเทศในเครือจักรภพ อาทิ ออสเตรเลีย, อินเดีย และนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ผู้นำไอร์แลนด์ ที่เมื่อปี 2554 เจ้าชายและสมเด็จพระราชินีเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่เสด็จเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีหลังจากการเป็นศัตรูกันมาหลายชั่วคน นายกฯ ไมเคิล มาร์ติน แห่งไอร์แลนด์กล่าวว่า เขา &amp;quot;เศร้าใจ&amp;quot; กับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ สกอต มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย กล่าวถึงเจ้าชายฟิลิปว่า ทรงเป็นตัวแทนของคนรุ่นที่พวกเราจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว พระองค์ทรงสนับสนุนสมเด็จพระราชินีมาโดยตลอดและเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรหลายสิบแห่งในออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ตรัสว่า ดยุคแห่งเอดินบะระทรงเป็น &amp;quot;พระสหายคนสำคัญของครอบครัวข้าพเจ้ามานานหลายปี เป็นความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับพวกเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราชวงศ์เนเธอร์แลนด์กล่าวว่า ราชวงศ์รำลึกถึงเจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพอย่างสูง และว่าเจ้าชายทรงอุทิศชีวิตอันยาวนานเพื่อรับใช้ประชาชนชาวอังกฤษและพระกรณียกิจและความรับผิดชอบมากมาย บุคลิกที่มีชีวิตชีวาของพระองค์สร้างความประทับใจไม่ลืมเลือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสแสดงความอาลัยว่า เจ้าชายทรงใช้ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่นิยามโดยความกล้าหาญ สำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อเยาวชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี กล่าวว่ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง มิตรภาพของพระองค์กับเยอรมนี ความตรงไปตรงมาและสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพระองค์จะยังคงอยู่อย่างไม่มีวันลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าชายทรงเป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรอย่างสมพระเกียรติ พร้อมกับยกย่อง &amp;quot;ชีวิตที่น่าทึ่ง&amp;quot; ของพระองค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สิ้นพระชนม์, เจ้าชายฟิลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60707f4aca658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนเอลิซาเบธทรงเสียพระทัยกับ&#039;แฮร์รี-เมแกน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอังกฤษออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีความโทมนัสต่อสิ่งที่เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนต้องเผชิญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และจะทรงจัดการกับคำกล่าวหาเหยียดสีผิว &amp;quot;อาร์ชี&amp;quot; เป็นการภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทอดพระเนตรพิธีสวนสนามจากสีหบัญชรพระราชวังบักกิงแฮม พร้อมด้วยเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ และพระบรมวงศ์อีกหลายพระองค์ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 (Photo by Max Mumby/Indigo/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากพระราชวังบักกิงแฮมมีออกมาภายหลังรายการสัมภาษณ์พิเศษดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ โดยโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรหญิงผิวสีชาวอเมริกัน ถูกนำมาออกอากาศซ้ำทางสถานีไอทีวีของอังกฤษเมื่อคืนวันจันทร์ และก่อกระแสถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนภายในสหราชอาณาจักร กรณีคำกล่าวหาจากเมแกนที่โจมตีว่ามีสมาชิกในราชวงศ์วินเซอร์พระองค์หนึ่งเหยียดสีผิวโอรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี และความเมินเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือของเธอภายหลังโดนสื่อวิจารณ์อย่างรุนแรงจนทำให้เธอคิดฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ในพระนามของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ที่มีออกมาภายหลังสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ทรงประชุมหารือรับมือวิกฤติครั้งนี้ กล่าวว่า สมาชิกในราชวงศ์ทุกพระองค์มีความเสียพระทัยที่ได้รับรู้เกี่ยวกับความท้าทายทั้งปวงที่แฮร์รีและเมแกนต้องเผชิญในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่ถูกกล่าวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเชื้อชาติ เป็นเรื่องที่น่ากังวล ในขณะที่ความทรงจำบางอย่างอาจผิดแผกไป แต่สิ่งเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและจะได้รับการจัดการโดยครอบครัวเป็นการส่วนพระองค์ แฮร์รี, เมแกน และอาร์ชีจะเป็นที่รักของสมาชิกในครอบครัวเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวในราชสำนักว่า บักกิงแฮมเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในครอบครัว และสมาชิกในราชวงศ์ควรได้รับโอกาสปรึกษาหารือประเด็นเหล่านี้เป็นการส่วนพระองค์ในฐานะคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกันของดยุคและดัชเชส ที่สละฐานันดรศักดิ์เมื่อปีที่แล้ว และยกเลิกการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศ์ โดยหาเลี้ยงชีพเองและไม่พึ่งพาเงินภาษีของชาวอังกฤษ ทำให้ราชวงศ์อังกฤษถูกวิจารณ์รุนแรงที่สุดนับแต่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ภายหลังโดนปาปารัซซีไล่ติดตามที่กรุงปารีสเมื่อปี 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแฮร์รีตรัสกับโอปราห์ด้วยว่า พระองค์ผิดหวังกับวิธีที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา ทรงรับมือกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทรงรู้สึกสงสารพระบิดาและพระเชษฐาที่ต้องติดกับอยู่ภายในระบบของสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่ง เมแกนซึ่งมีบิดาผิวขาว มารดาผิวดำ กล่าวว่า อาร์ชี ซึ่งจะอายุครบ 2 ปีในเดือนพฤษภาคม ไม่ได้รับพระยศเจ้าชาย เพราะมีความกังวลในหมู่สมาชิกราชวงศ์ว่า สีผิวของเขาจะเข้มแค่ไหนเมื่อประสูติออกมา เธอกล่าวว่า เจ้าชายแฮร์รีเล่าเรื่องนี้กับเธอว่าสมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์กล่าวเช่นนั้น ทั้งคู่ไม่เปิดเผยว่าคือใคร แต่ต่อมาโอปราห์ยืนยันว่า ไม่ใช่พระราชินีหรือเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซี สื่ออังกฤษ กล่าวว่า ภายใต้กฎมณเฑียรบาลที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2460 ทายาทของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 6 ของการสืบราชสันตติวงศ์ กับเมแกน จะไม่ได้รับยศเจ้าชายหรือเจ้าหญิงโดยอัตโนมัติ เว้นแต่สมเด็จพระราชินีจะทรงประดับยศให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการที่ออกอากาศทางไอทีวีของอังกฤษมีผู้ชมถึง 12.4 ล้านราย ส่วนของสถานีซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์นั้นมีผู้ชม 17.1 ล้านราย ผลสำรวจที่จัดทำอย่างรวดเร็วของยูกอฟภายหลังรายการออกอากาศในอังกฤษ โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 4,656 คน พบว่า 32% หรือเกือบหนึ่งในสามเห็นว่าทั้งคู่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แต่ผลสำรวจในสัดส่วนเท่ากันเห็นตรงกันข้าม คนส่วนใหญ่ที่เห็นใจเจ้าชายและเมแกนเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนเอลิซาเบธที่ 2, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ, อาร์ชี, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน, เหยียดผิว, โอปราห์ วินฟรีย์, ให้สัมภาษณ์โอปราห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_60486e8174254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรินซ์แฮร์รี-เมแกน&#039; ลดบทบาทราชวงศ์ชั้นสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บักกิงแฮมสั่นสะเทือน เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน พระชายา ประกาศข่าวอำลาบทบาทสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงและจะหารายได้เลี้ยงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินภาษีของประชาชน เผยสมเด็จพระราชินีไม่ทรงทราบล่วงหน้าและสมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์รู้สึกเจ็บปวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ออกแถลงการณ์ที่สร้างความตกตะลึงนี้ผ่านบัญชีอินสตาแกรมของพวกเขา, เว็บไซต์ใหม่ของพวกเขา และผ่านระบบสื่อสารทางอีเมลของพระราชวังบักกิงแฮม โดยที่ไม่ได้ถวายรายงานต่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระอัยยิกา หรือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร ซึ่งเป็นพระบิดา ล่วงหน้าการประกาศข่าวต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวของบีบีซีเผยว่า สมาชิกราชวงศ์ต่างรู้สึกผิดหวัง และกระทั่งรู้สึก &amp;quot;เจ็บปวด&amp;quot; กับการตัดสินพระทัยของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งเป็นรัชทายาทลำดับที่ 6 ของราชวงศ์ หนังสือพิมพ์ของอังกฤษในวันพฤหัสบดีพากันรายงานข่าวครอบครัว &amp;quot;แตกแยก&amp;quot; และพระราชินีทรงรู้สึกผิดหวังและไม่พอพระทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของเจ้าชาย พระชันษา 35 ปี และเมแกน วัย 38 ปี เกิดขึ้นหลังจากทั้งสองประสบปัญหารุมเร้าในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการยอมรับว่าทั้งคู่มีปัญหากับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา และกับสื่อที่ถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีความ ช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว ทั้งคู่เลี่ยงที่จะไปประทับที่พระตำหนักซานดริงแฮมร่วมกับพระอัยยิกาและสมาชิกราชวงศ์ แต่เลือกที่จะใช้เวลา 6 สัปดาห์ฉลองคริสต์มาสที่แคนาดากับนางดอเรีย แร็กแลนด์ มารดาของเมแกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า ทั้งสองได้ตรึกตรองและหารือกันภายในมานานหลายเดือนแล้ว และตัดสินใจเลือกว่าปีนี้จะเริ่มบทบาทใหม่ภายในสถาบัน โดยจะลดการทำหน้าที่สมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงลง และคาดหวังว่าจะหาเลี้ยงตัวเอง โดยจะตั้งมูลนิธิใหม่ขึ้น 1 แห่ง จากนี้ทั้งสองมีแผนจะจัดเวลาให้สมดุลระหว่างการอยู่ที่สหราชอาณาจักรและอเมริกาเหนือ โดยจะยังคงทำหน้าที่บางอย่างของราชวงศ์ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระราชวังบักกิงแฮมกล่าวในแถลงการณ์ว่า เจ้าชายและเมแกนมีการหารือกับบักกิงแฮมเพียงขั้นต้นเท่านั้น แม้จะเข้าใจความปรารถนาของทั้งคู่ที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ต่างออกไป แต่ประเด็นนี้เป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแฮร์รีเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเมแกน นักแสดงสาวชาวอเมริกันที่เคยผ่านการหย่าร้างและมีแม่เป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนพ่อเป็นอเมริกันผิวขาว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ในพิธีหรูหราอลังการที่ปราสาทวินด์เซอร์ การอภิเษกสมรสของทั้งคู่ได้รับการเชิดชูในตอนนั้นว่าเป็นสัญญาณว่าราชวงศ์จะมีความทันสมัยมากขึ้น ปีที่แล้วเมแกนมีประสูติกาลอาร์ชี แฮร์ริสัน เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ โอรสคนแรกที่ไม่ได้ดำรงยศเจ้าชายเหมือนพระบิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่กับสื่อก็หมดความหวานชื่น โดยเจ้าชายและชายาต้องดิ้นรนกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของสื่อ และมีข่าวด้านลบออกมาหลายเรื่อง เช่น การใช้เครื่องบินส่วนตัวในการเดินทางเพื่อการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้เงินภาษีประชาชน 2.4 ล้านปอนด์ (94.78 ล้านบาท) ในการบูรณะปรับปรุงพระตำหนักที่ประทับหลังใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ดยุคและดัชเชสเริ่มฟ้องหนังสือพิมพ์แทบลอยด์หลายฉบับ เกี่ยวกับการลอบดักฟังโทรศัพท์และการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาเจ้าชายแฮร์รีและวิลเลียมได้รับเบี้ยเลี้ยงมากกว่า 5 ล้านปอนด์จากพระบิดา และยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าชายและเมแกนวางแผนจะใช้ชีวิตที่ไหนและหาเลี้ยงชีพอย่างไร โดยมีความเป็นไปได้ที่เมแกนอาจกลับไปเป็นนักแสดงอีก แต่เพนนี จูเนอร์ ผู้เขียนประวัติเกี่ยวกับราชวงศ์กล่าวว่า เมแกนอาจต้องระวังในการเลือกบทบาทการแสดง เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งซัสเซกซ์, ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์, ปรินซ์แฮร์รี, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, ลดบทบาทราชวงศ์ชั้นสูง, สมเด็จพระราชินี, อังกฤษ, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e172ea4a923c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
