<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วเปิดพระราชวังเดิมกรุงธนบุรีให้เข้าถวายสักการะพระเจ้าตากสิน เยี่ยมชมโบราณสถาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ร่วมกับ กองทัพเรือ เปิดพระราชวังเดิมกรุงธนบุรี ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมทั้งเยี่ยมชมโบราณสถานภายในพระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 14 &amp;ndash; 28 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 15.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งมีการจำหน่ายวัตถุมงคล อาทิ หนังสือพระราชประวัติ เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสิน &amp;nbsp;เสื้อ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2311 พระยาตาก ได้ ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงพระนามว่า &amp;quot; พระศรีสรรเพชร สมเด็จบรมธรรมิกราชาธิราชรามาธิบดี บรมจักรพรรดิศร บวรราชา &amp;nbsp; ธิบดนทร์ หริหรินทร์ธาดาธิบดี ศรีสุวิบูลย์ คุณรุจิตร ฤทธิราเมศวร บรมธรรมิกราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพ ตรีภูวนาธิเบศร์ โลกเชษฐวิสุทธิ์ มกุฎประเทศคตามหาพุทธังกูร บรมนาถบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดีศรีอยุธยา มหาดิลกภพนพรัฐ ราชธานีบรีรมย์อุดม พระราชนิเวศมหาสถาน&amp;rdquo; แต่ประชาชนนิยมเรียกว่า &amp;quot;พระเจ้าตากสิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นพระปฐมกษัตริย์และกษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยกรุงธนบุรี เสด็จพระราช สมภพ ณ วันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2277 ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงเป็นสามัญชน กำเนิดในตระกูลแต้ มีพระนามเดิมว่า สิน พระราชบิดาเป็นจีนชื่อ ไหฮอง เดินทางจากประเทศจีนมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย แล้วได้สมรสกับหญิงไทยชื่อ นางนกเอี้ยง มีหลักฐาน บันทึกว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงเคยเป็นพ่อค้าเกวียนผู้ทรงปัญญาเฉลียวฉลาด และมีความสามารถด้าน กฎหมายเป็นพิเศษ ได้ช่วยกรมการเมืองชำระถ้อยความของราษฎรทางภาคเหนืออยู่เนืองๆ เนื่องจากได้ทำ ความดีมีความชอบต่อแผ่นดิน จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าเมืองตากในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปีพุทธศักราช 2308 - 2309 พระยาตากได้นำไพร่พลลงมาสมทบเพื่อป้องกันกรุงศรีอยุธยาระหว่างที่พม่าล้อมกรุงอยู่ ได้ทำการต่อสู้จนเป็นที่เลื่องลือว่า เป็นแม่ทัพที่เข้มแข็งมากที่สุดคนหนึ่ง และได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร &amp;nbsp; ต่อมาในวันที่ 4 มกราคม พุทธศักราช 2310 (ก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พม่าในวันที่ 8 เมษายน 2310) พระยาตากได้รวบรวมกำลังตีฝ่าวงล้อม ของพม่าไปตั้งมั่น เพื่อที่จะกลับ มากู้เอกราชต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากหลักฐานตามพระราชพงศาวดาร พระยาตากได้รวบรวมไพร่พลประมาณ 500 คน มุ่งไปทาง ฝั่งทะเลทางทิศตะวันออก ระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปนั้นได้ปะทะกับกองกำลังของพม่าหลายครั้ง แต่ก็สามารถ ตีฝ่าไปได้ทุกครั้ง และสามารถรวบรวมไพร่พล ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ 8 เมษายน พุทธศักราช 2310 พม่ายึดกรุงศรีอยุธยาได้ เจ้าเมืองใหญ่ๆพากันตั้งตัวเป็นเจ้าและควบคุมหัวเมืองใกล้เคียง ไว้ในอำนาจ หลังจากพระยาตากยึดเมืองจันทบุรีได้ ก็ได้ประกาศตั้งตัวเป็นอิสระ และจัดตั้งกองทัพขึ้นที่นี่ โดยมีผู้คนสมัครใจเข้ามาร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนายสุดจินดาซึ่งต่อมาได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังฤดูมรสุมในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2310 พระยาตากได้ยกกองทัพเรือออกจากจันทบุรีล่องมา ตามฝั่งทะเลในอ่าวไทย จนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ต่อสู้จนยึดกรุงธนบุรีคืนจากพม่าได้ ต่อจากนั้น ได้ยกกองทัพเรือต่อไปถึงกรุงศรีอยุธยา เข้าโจมตีค่ายโพธิ์สามต้น เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2310 และสามารถกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยได้เป็นผลสำเร็จ โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือนนับตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา ให้กับพม่า หลังจากนั้น ได้ทรงเลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ แทนกรุงศรีอยุธยา ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมจนไม่สามารถบูรณะให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ทรงเลือก กรุงธนบุรีเป็นราชธานีนั้น สันนิษฐานว่าเนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็ก เหมาะสมกับกำลังไพร่พล ที่พระองค์มีอยู่ในขณะนั้น ทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ อยู่ใกล้ทะเลทำให้สามารถควบคุม เส้นทางเดินเรือเข้าออก มีป้อมปราการเป็นชัยภูมิที่ดี และตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ หากเพลี่ยง พล้ำ ก็สามารถหลบหลีกศัตรูออกสู่ทะเลได้สะดวกหลังจากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังหลวง(พระราชวังเดิมในปัจจุบัน) &amp;nbsp;ขึ้นทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ เจ้าพระยา ในพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยเยนทร์เดิม (ซึ่งภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อ เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์) อาณาเขตของพระราชวังเดิมในสมัยนั้นมีพื้นที่ตั้งแต่ป้อมวิไชย ประสิทธิ์ขึ้นมาจนถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม (คลองนครบาล) โดยรวมวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) เข้าไปในเขตพระราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการทำศึกสงครามอยู่เกือบตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อรวบรวมแผ่นดิน ให้เป็นปึกแผ่น และขับไล่พม่าออกจากราชอาณาจักร ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะอยู่ในภาวะสงครามเป็นส่วนใหญ่ แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินก็ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่างๆ ทั้งในด้านกฎหมายและศาล &amp;nbsp;การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคม ได้มีการติดต่อค้าขายกับประเทศต่างๆ เช่น จีน โปรตุเกส อังกฤษ และฮอลันดารวมถึงทรงขยายราชอาณาเขตราชอาณาจักรสมัยกรุงธนบุรี โดยทิศเหนือ ตลอดอาณาจักรล้านนา &amp;nbsp;ทิศใต้ตลอดเมืองไทรบุรีและตรังกานู &amp;nbsp;ทิศตะวันอกตลอดกัมพูชาจรดญวณใต้ &amp;nbsp;ทิศตะวันออกเฉียงเหนือตลอดเมืองพุทไธมาศ จรดเมืองมะริดและตะนาวศรี &amp;nbsp;ส่วนทิศตะวันตก จรดเมืองมะริดและตะนาวศรีไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังทรงส่งเสริมทางด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรม ได้โปรดให้มีการ สร้างถนนและขุดคลอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคม รวมทั้งการศึกษาในด้านต่างๆ ของประชาชนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคต ในวันเสาร์ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ &amp;nbsp;จุลศักราช 1144 &amp;nbsp;ปีขาล &amp;nbsp;จัตวาศกก่อนเที่ยงวัน &amp;nbsp;ตรงกับวันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2325 จากการที่สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะได้ ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ เป็น &amp;quot;วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot; นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรียังมีมติให้ถวาย พระราชสมัญญานามว่า&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโบราณสถานในพระราชวังเดิม &amp;nbsp;ดำเนินการโดย มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม มี พลเรือเอก ประเจตน์ &amp;nbsp;ศิริเดช &amp;nbsp;เป็นประธานมูลนิธิ และแพทย์หญิง คุณหญิง นงนุช &amp;nbsp;ศิริเดช เป็นรองประธานมูลนิธิ &amp;nbsp;ได้ริเริ่มโครงการขึ้นในปี พุทธศักราช 2538 ในสมัยที่ พลเรือเอก ประเจตน์ ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้บัญชาการทหารเรือ &amp;nbsp;ด้วยจุดมุ่งหมายให้เป็นที่สำหรับประชาชนทั่วไปได้ศึกษาหาความรู้จากแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาติและรักษาสิ่งที่เป็นอนุสรณ์อันเป็นมรดกวัฒนธรมของชาติไว้ &amp;nbsp;โดยก่อนเริ่มการบูรณะได้มีการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม &amp;nbsp;สถาปัตยกรรมและโบราณคดี &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงและคงสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระราชวังเดิม &amp;nbsp;หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า &amp;quot;พระราชวังกรุงธนบุรี&amp;quot;&amp;nbsp; เป็นพระราชวังหลวงเพียงแห่งเดียวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช &amp;nbsp;ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ในพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของ ป้อมวิไชยเยนทร์ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้โปรดให้สร้างพระราชวังเดิมขึ้นภายหลังจากที่ทรงกอบกู้เอกราชให้แก่ชาติไทยเมื่อปี พุทธศักราช 2310 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการเมื่อทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีพร้อมกับปรับปรุงป้อมวิไชยเยนทร์และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์ &amp;nbsp;ตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวังหลวงนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;เนื่องจากมีป้อมปราการที่มั่นคง &amp;nbsp;สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล &amp;nbsp;อีกทั้งยังใกล้กับเส้นทางคมนาคมและเส้นทางการเดินทัพที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาณาเขตของพระราชวังเดิมในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช &amp;nbsp;มีพื้นที่ตั้งแต่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ขึ้นมาจนถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม &amp;nbsp;โดยรวมวัดอรุณฯ กับ วัดโมฬีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด) เข้าไว้ในเขตพระราชวัง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ฝั่งพระนคร &amp;nbsp;โดยสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นเป็นที่ประทับ &amp;nbsp;พระราชวังกรุงธนบุรี จึงได้มีชื่อว่า พระราชวังเดิม ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา &amp;nbsp;และได้ทรงกำหนดเขตวังให้แคบกว่าเดิมโดยให้วัดทั้งสองแห่งอยู่ภายนอกพระราชวัง &amp;nbsp;พระราชวังเดิมจึงเหลืออาณาเขตเพียงทิศเหนือจรดวัดอรุณฯ ทิศใต้ จรดคลองบางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ทิศตะวันออก จรดแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;และทิศตะวันตก จรด วัดท้ายตลาด ดังเช่นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากพระราชวังกรุงธนบุรี มีความสำคัญในทำเลที่ตั้ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงแต่งตั้งพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมาประทับสำหรับพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ได้รับการโปรดเกล้าฯให้มาประทับที่พระราชวังเดิม มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;เจ้าฟ้ากรมหลวงธิเบศร์บดินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศเรศรังสรรค์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;- &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี &amp;nbsp;กรมพระจักรพรรดิพงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนั้นแล้ว &amp;nbsp;พระราชวังเดิม ยังเคยเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;และ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงดำรงพระอิศริยยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร และประทับอยู่ที่พระราชวังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ &amp;nbsp;สิ้นพระชนม์ &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช &amp;nbsp;2443 โดยทรงมีพระราชกระแสให้กองทัพเรือ รักษา ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่มีมาแต่เดิมอันได้แก่ ท้องพระโรง พระตำหนักของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ ศาลศีรษะปลาวาฬ &amp;nbsp;ซึ่งกองทัพเรือ หรือ กรมทหารเรือในขณะนั้น ได้ซ่อมแซมโบราณสถานดั้งเดิม อาคารและเรือนพัก เป็นกองบังคับการโรงเรียนนายเรือ อาคารเรียนและอาคารนอนนักเรียน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2449 &amp;nbsp;(ปัจจุบันกองทัพเรือ ได้ถือเอาวันที่ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่โรงเรียนนายเรือ ได้ย้ายออกไปนอกพระราชวังเดิม &amp;nbsp;กองทัพเรือ ได้ดัดแปลงแก้ไขอาคารเดิมโรงเรียนนายเรือ เป็นแบบทรงไทย &amp;nbsp;ใช้เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือตราบจนปัจจุบัน &amp;nbsp;และกองทัพเรือ ก็ได้ดำเนินการซ่อมแซมโบราณสถานต่าง ๆ ภายในพระราชวังเดิมเรื่อยมา จวบจนในปี พุทธศักราช 2538 &amp;nbsp; จึงได้มีการก่อตั้งมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ดูแลรักษา ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลของโบราณสถานภายในพระราชวังเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม เปิดให้ผู้สนใจ เข้ามาเยี่ยมชมได้ศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ในยุคกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งการเดินทางหากใช้บริการขนส่งสาธารณะ แนะนำให้ลงเรือด่วนเจ้าพระยา ขึ้นท่าวัดอรุณ หากขับรถมาเองจากพาต้า เลี้ยวขวามาทางศิริราช เข้าถนนอรุณอมรินทร์ &amp;nbsp;ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านวัดระฆัง อู่ทหารเรือธนบุรี เลี้ยวซ้ายตรงซอยข้างหอประชุมกองทัพเรือ ตรงมาเรื่อยๆ ถัดจากวัดอรุณ สังเกตป้ายกองบัญชาการกองทัพเรือ เลี้ยวเข้ามาแลกบัตรที่กองรักษาการณ์ &amp;nbsp;ช่วงนี้เข้ามาเยี่ยมชมได้เป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;หลังจากนี้เปิดให้เที่ยวชมเป็นหมู่คณะ และทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 1 -2 สัปดาห์ โดยมีค่าธรรมเนียมบำรุงโบราณสถานภายพระราชวังเดิม &amp;nbsp;ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, นสพ.ไทยโพสต์, พระราชวังเดิม, พระเจ้าจากสินมหาราช, มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda15ac28ebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
