<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานทรัพย์กว่า 2.8 พันล้าน จัดหาอุปกรณ์แพทย์ รับมือการแพร่ระบาดโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - &amp;nbsp;เฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;quot; เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชนและบุคลากรการแพทย์ในภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระราชทานทรัพย์เพื่อสมทบทุนและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 100,000,000 บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 2,407,144,487.59 บาท แก่ โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล 27 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานทรัพย์ จำนวน 345,000,000 บาท แก่ เรือนจำ ทัณฑสภาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ 44 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110842</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชินี, โควิด19, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa69588fe26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลราชินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรีบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;quot;พระราชินี&amp;quot;&amp;nbsp; เหล่าทัพเรือยิงสลุตหลวง 21 นัดเฉลิมพระเกียรติ พสกนิกรทั่วไทยพร้อมใจทำบุญตักบาตร จัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;มีแล้วแบ่งปัน&amp;quot; ถวายเป็นพระราชกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 07.53 น.&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ ประธานองคมนตรีปล่อยโค จำนวน 1 คู่ ปล่อยนกปรอดหัวโขน จำนวน 44 ตัว ปล่อยปลาดุกส่วนพระองค์ จำนวน 44 ตัว ปล่อยหอยขมส่วนพระองค์ จำนวน 5 กิโลกรัม และปล่อยปลาจำนวน 1,000,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแห ปลาเทโพ ปลาโพง และปลากระโห้ ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ตามธรรมชาติต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โคจำนวน 1 คู่ พระราชทานแก่ นายชาตรี ดวงมาลา เกษตรกรอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นำไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ตามโครงการธนาคารโค- กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 08.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพลและถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประธานองคมนตรีเดินทางถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วางพวงมาลัยและไหว้พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น เข้าพระอุโบสถ จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ แล้วจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 กับพระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าพนักงานอาราธนาศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ ให้ศีล จบ เจ้าพนักงานอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 44 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประธานองคมนตรีจุดเทียนที่พระครอบพระกริ่งทำน้ำพระพุทธมนต์ แล้วถวายพระครอบพระกริ่งทำน้ำพระพุทธมนต์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ จากนั้น ประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภัตตาหารนอกนั้นให้ข้าราชบริพารผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ เสร็จแล้ว ประธานองคมนตรีกล่าวคำถวายสังฆทาน พระสงฆ์กล่าวคำ &amp;ldquo;สาธุ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานองคมนตรีประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ผ้าไตรนอกนั้นให้ข้าราชบริพารผู้ใหญ่ประเคนจนครบ จากนั้น ประธานองคมนตรีกรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระสงฆ์ที่นิมนต์มา เป็นสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะจากวัดต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 44 รูป อาทิ สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร, สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส, สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม, พระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม, พระเทพมงคลโสภณ วัดเสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พระราชวชิรดิลก วัดเพชรสมุทร&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.00 น. เหล่าทัพได้ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทั้งนี้ กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตฯ ณ บริเวณท้องสนามหลวง กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตฯ ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ขณะที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตฯ ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณคลองริมทางรถไฟ บึงหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า&amp;nbsp; พระบรมราชินี มีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจิตอาสา สวมเสื้อสีเหลืองร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยร่วมกันกำจัดผักตบชวา สิ่งปฏิกูลในคูคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณสามแยกหัวทะเลและน้ำท่วมในเขตเทศบาลฯ รวมระยะทางกว่า 500 เมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ &amp;ldquo;มีแล้วแบ่งปัน&amp;rdquo; เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยเป็นการรวบรวมสิ่งของอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์ ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ และ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ที่สวนพุทธอุทยาน (ฝั่งห้วยซัน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.พิษณุโลก พร้อมนางวัชรินทร์ จิตรวิเศษ&amp;nbsp; นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ &amp;ldquo;มีแล้วแบ่งปัน&amp;rdquo; ตามความเหมาะสม โดยเป็นการรวบรวมสิ่งของอุปโภค-บริโภค จำนวน 700 ถุง (มูลค่าถุงละ 300 บาท)&amp;nbsp; เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณประตูทางเข้าวัดแจ้ง อ.เมืองฯ&amp;nbsp; จ.สงขลา พระพิศาลสิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดแจ้งสงขลา ได้นำบาตรสเตนเลสขนาดใหญ่มาตั้งโต๊ะวางที่หน้าประตูทางเข้าวัด เพื่อรับบิณฑบาต โดยมีชาวสงขลาสวมหน้ากากอนามัยออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กันอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหอประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อ.เมืองฯ จ.ยะลา สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลาได้เปิดรับบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนและส่วนราชการทยอยเดินทางเพื่อมาบริจาคกันเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105205</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตอาสา &quot;มีแล้วแบ่งปัน&quot;, ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์, ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล, บำเพ็ญพระราชกุศล, ประธานองคมนตรี, พระราชินี, วันเฉลิมพระชนมพรรษา &quot;พระราชินี&quot;, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f2b62dd57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร. ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติพระราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - เวลา 12.00 น. กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ คำว่า &amp;ldquo;สลุต&amp;rdquo; นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า &amp;ldquo;Salutio&amp;rdquo; ในภาษาลาติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการยิงสลุตเล่ากันว่า ในสมัยโบราณ เรือสินค้าที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลในระยะทางไกลจำเป็นที่จะต้องมีปืนใหญ่ไว้คุ้มครองสินค้าบนเรือ และจะต้องมีการบรรจุดินปืนในกระบอกปืนไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน แต่เมื่อเรือได้เดินทางไปถึงท่าเรือของประเทศที่เรือลำดังกล่าวต้องเข้าไปทำการค้าด้วย จึงต้องยิงปืนใหญ่ที่บรรจุแต่ดินปืนออกไปให้หมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาอย่างมิตร มิใช่ศัตรู ตั้งแต่นั้นมาจึงได้เกิดเป็นประเพณีการยิงสลุตขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อกันระหว่างเจ้าบ้านและผู้มาเยือนอันเป็นประเพณีที่ชาวเรือได้สืบทอดกันต่อมาจวบจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกเริ่มประเพณีการยิงสลุตได้กำหนดตัวเลขการยิงเอาไว้ที่จำนวน 7 นัด ซึ่งในขณะนั้นทางทวีปยุโรปถือว่าเป็นเลขมงคล เพราะเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกใน 7 วัน หรือเหตุผลอีกกระแสหนึ่งที่ว่าบนเรือรบแต่ละลำมีปืนใหญ่ลำละ 7 กระบอก จึงต้องยิงให้เคลียร์หมดทุกกระบอก ๆ ละ 1 นัด และยังมีธรรมเนียมต่อไปอีกว่า เมื่อเรือสินค้าได้ยิงให้แก่ชาติเจ้าของท่าจำนวน 7 นัดแล้ว ทางป้อมปืนใหญ่ของชาติเจ้าของท่าจึงต้องยิงตอบออกมาเป็นจำนวน 3 เท่า ซึ่งก็คือ 21 นัด ในเวลาต่อมาได้มีการทำความตกลงกันใหม่ว่า ควรให้ทั้งสองฝ่ายยิงในจำนวน 21 นัดเท่า ๆ กัน โดยอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด และได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีในบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศสกล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิไชยเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์ &amp;nbsp; กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม &amp;nbsp;ในปัจจุบัน) มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องหรือไม่ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อม ในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้ &amp;nbsp;จึงอาจกล่าวได้ว่าป้อมวิไชยประสิทธิ์ หรือป้อมวิไชยเยนทร์ในขณะนั้น เป็นสถานที่ ที่เกิดการยิงสลุต ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว ในรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398 ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือ การยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ 1.) สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด 2.) สลุตข้าราชการ 3.) สลุตนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่ เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกำหนดข้อบังคับไว้โดยสรุปดังนี้ กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก มีขนาดลำกล้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร ห้ามยิงตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกไปแล้วจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท เช่นเดียวกับพระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินีหรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุต จำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากันยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, พระราชินี, ยิงสลุตหลวง, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b892cd6c8f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรสมเด็จพระราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลพระชนมสุขทุกประการ จงมีแด่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตร่วมถวายพระพรชัย ให้ทรงบริบูรณ์ด้วยพระกำลังพรั่งพร้อม ในอันที่จะทรงอภิบาลบำรุงประเทศชาติ พระบวรพุทธศาสนา และสืบสานพระบรมราชปณิธานแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ให้ดำรงวัฒนาสถาพรสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระราชศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัย ก็ได้ทรงขัดเกลาพระราชหฤทัยไปในทางเพิ่มพูนพระราชกุศลบารมี อนุวัตจริยาแห่งอุบาสิกา ทรงพากเพียรมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ค้ำจุนชีวิตอาณาประชาราษฎร์ให้สามารถผ่อนคลายความเดือดร้อนลำเค็ญ ทรงแผ่กระแสความร่มเย็นด้วยน้ำพระราชหฤทัยเป็นทางแห่งพระราชจริยา ทรงแผ่พระมหากรุณาเป็นทางแห่งการประกอบพระราชกิจ พร้อมพระฉันทจริตอันเปี่ยมด้วยมัทวธรรมประจำพระราชอัธยาศัย ยังความแช่มชื่นเบิกบานแก่ผู้ได้สัมผัสชื่นชมพระบารมีในกาลทุกเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ทรงดำรงมั่นในธรรมวิธีเฉกบัณฑิตเช่นนี้ แสดงถึงพระปรีชาญาณ ซึ่งทรงเข้าพระราชหฤทัยในสภาวธรรมควบคู่กับพระไตรลักษณ์ ช่วยชักพาน้ำพระราชหฤทัยให้สงบนิ่งเยือกเย็น หยั่งลึกลงเอิบอาบพระกมล แล้วหลั่งรินไปชุบชโลมความสุขของประชาชนทั่วหน้า อาตมภาพจึงขอยกภาษิตของเทวดา ที่สรรเสริญสตรีผู้มีปัญญา ดุจดังเคยถวายไว้ เมื่อปีแรกแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา นับแต่เสด็จสถิตในที่สมเด็จพระอัครมเหสี มากล่าวอ้างเป็นสัจวาจา อีกคำรบหนึ่ง ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลความว่า &amp;lsquo;มิใช่แต่บุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกสถาน แม้สตรีมีปัญญาเห็นประจักษ์ก็เป็นบัณฑิตได้ในที่นั้น ๆ.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเดชะแห่งสัจวาจา ขอคณะรัฐบาล ข้าราชการ และประชานิกรทุกหมู่เหล่า จงสามัคคีพร้อมเพรียงกันเข้าประกอบกรณียกิจตามหน้าที่โดยสุจริตธรรม นำพาบ้านเมืองไทยให้รุ่งเรืองมั่นคง เพื่อสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงดลบันดาลประโยชน์สุขโดยธรรม ให้สัมฤทธิ์สู่อาณาราษฎรทุกสถาน สมดังพระราชสัตยาธิษฐานได้อย่างบริบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของปวงชนชาวไทย ตลอดกาลนาน เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105116</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชินี, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b83542de8d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม ทรงพระประชวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64- เพจ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 &amp;nbsp;เตือน ข่าวปลอม อย่าแชร์ กรณีมีการเผยแพร่ข่าวนี้ใน สื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;
ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นความจริง ขออย่าหลงเชื่อและแชร์ต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข่าวปลอมดังกล่าวเป็นข่าว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงพระประชวรด้วยโรควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวลือ, ทรงประทาน, พระราชินี, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609dfb432d7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 07:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039; ทรงเจิมเทียนรุ่ง ในการพระราชกุศลมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - เมื่อวันที่ 21 ก.พ. เวลา&amp;nbsp; 19.37 น.&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; เสด็จออก&amp;nbsp; ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเจิมเทียนรุ่ง เนื่องในการพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชทานไปจุดเป็นพุทธบูชาตามพระอารามหลวง ดังนี้ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเจิมเทียนรุ่ง, พระราชินี, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6032f62825179.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ราชินี พระราชทานชุดPPEให้บุคลากรทางการแพทย์7แสนชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร รับพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ อาคารกองกิจการในพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน และให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) จำนวน 7 แสนชุด ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งชุด PPE. มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ทำให้มีความปลอดภัยขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งขณะให้การดูแลรักษาผู้ป่วย/ ผู้ติดเชื้อ การเก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก ซึ่งทำให้การป้องกันควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล 7 แสนชุดที่ได้รับพระราชทาน ประกอบด้วย เสื้อคลุมแขนยาว (Isolation Gown) 4 แสนชุด ชุดสวมคลุมร่างกายชิ้นเดียว มีฮู้ดคลุมคอและศีรษะ (Coverall Gown) 1 แสนชุด และเสื้อคลุมแขนยาวชนิดใช้ซ้ำได้ (Reusable Isolation Gown) 2 แสนชุด โดยกระทรวงสาธารณสุข จะกระจายไปยังโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต รวม 4.9 แสนชุด กรุงเทพมหานคร 7 หมื่นชุด และเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) 1.4 แสนชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90348</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ชุดPPE, พระราชินี, ในหลวงร.10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006b7c8a0b13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
