<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวงาน&#039;อุ่นไอรัก&#039;งดใช้ถุงพลาสติก-แยกขยะก่อนทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61-เพจอุ่นไอรัก คลายความหนาว โพสต์ข้อความ &amp;quot;เป็นกำลังใจให้พี่ๆ​ จิตอาสาเราทำ​ความ ดี​ ด้วยหัวใจ​
ร่วมกันไม่สร้างขยะ​ มาเที่ยวงานอุ่นไอรัก​ แบบไร้มลพิษ​ จิตใจก็ผ่องใส​ งดใช้ถุงพลาสติกและแยกขยะก่อนทิ้ง​ เที่ยวให้สนุกนะเจ้าคะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบุ ขอเชิญเที่ยวชมงาน &amp;ldquo;งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายนำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; พบกับความพิเศษการจำลอง 7 คลอง 2 สะพาน ซึ่งมีความสำคัญและสะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนผ่านพระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ มาร่วมสัมผัสบรรยากาศชื่นฉ่ำแห่งสายน้ำ และวิถีชีวิตแบบไทยในอดีต ใน&amp;rdquo;งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 &amp;ndash; 19 มกราคม 2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาสัมพันธ์สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะมาร่วมงาน &amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว&amp;rdquo; ควรเตรียมตัวดังนี้ สำหรับชาวไทย เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และแสดงบัตรเพื่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดคัดกรอง
ในส่วนของการแต่งกาย ขอเชิญชวนแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค แต่หากไม่สะดวก สามารถสวมชุดสุภาพ เพื่อเข้าภายในงานได้ งดใส่กางเกงขาสั้นและกระโปรงเหนือเข่า No Shorts or Mini Skirt &amp;nbsp;#สะดวกชุดไหนก็มาได้ชุดสุภาพก็เพียงพอ #มากันเยอะๆนะเจ้าค่ะ มาร่วมย้อนยุคไปด้วยกัน ในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;quot;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;quot; และพร้อมใจกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้ถุงพลาสติก นำถุงผ้าไปเที่ยวงานกันนะคะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23893</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานอุ่นไอรัก, จิตอาสา, พระลานพระราชวังดุสิต, ไม่ทิ้งขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0de7bfac37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานนำประชาชนปั่น Bike  อุ่นไอรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.61- สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;ldquo;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด และทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 18.27 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ในชุดนักปั่นจักรยานสีเหลืองในการทรงจักรยานพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังจุดเริ่มต้นขบวนเอ (ขบวนที่1) บริเวณด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบีบแตรให้สัญญาณขบวนจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ทรงจักรยานพระที่นั่งนำขบวนพสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ไบค์ อุ่นไอรัก&amp;rdquo; พร้อมโบกพระหัตถ์เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ไป-กลับ รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงร่วมปั่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณสองข้างทางบนเกาะกลางถนนราชดำเนินนอกซึ่งเป็นจุด START มีประชาชนจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มคนพิการที่ร่วมปั่นจักรยานเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่ โดยแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง เสื้อปั่นเพื่อแม่ BIKE FOR &amp;nbsp;MUM และเสื้อปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD เสื้อไบค์อุ่นไอรัก ตลอดจนแต่งกายชุดไทยย้อนยุค ขณะทรงจักรยานนำขบวนผ่านประชาชนต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องยาวนานและต่อเนื่อง พร้อมโบกธงสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงชาติไทย รวมถึงธงภาพวาดฝีพระหัตถ์ภาพอุ่นไอรักคลายความหนาวและครอบครัวจักรยาน อย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23847</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, คลองลัดโพธิ์, ทรงปั่นจักรยาน, พระลานพระราชวังดุสิต, ร.10, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181209/image_big_5c0d0a2c13d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Bikeอุ่นไอรัก ร.10ทรงปั่นจักรยานนำจากลานพระบรมรูป-คลองลัดโพธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ธันวาคม Bike อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปั่นจักรยานนำประชาชน จากพระลานพระราชวังดุสิตถึงประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม มีการซ้อมเสมือนจริงเพื่อเตรียมความพร้อมพิธีเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม ถึง 19 มกราคม 2562 โดยในเวลา 14.45 น.ของวันที่ 9 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงปั่นจักรยานนำประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ผ่านตามเส้นทางประวัติศาสตร์ คลองที่สำคัญ เริ่มจากลานพระราชวังดุสิต ถึงสวนสุขภาพคลองลัดโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานได้แบ่งออกเป็น 3 โซน โซนที่ 1 พระราชวังดุสิต มีการจำลองเรือพระราชพิธีจำนวน 4 ลำ ขนาดครึ่งหนึ่งของลำจริง โดยมีสำนักช่างสิบหมู่เป็นผู้จำลองและจัดสร้าง ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซนที่ 2 สนามเสือป่า ภายในมีการจัดซุ้มจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยจำลองบรรยากาศของตลาดน้ำภายใต้ชื่อ ตลาดน้ำในฝัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโซนที่ 3 ร้านอาหารไทยโบราณ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชนวิถีไทย&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสอยต้นกัลปพฤกษ์และสลากการกุศล รวมถึงการแสดงต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จิตอาสาและเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ระหว่างจัดตกแต่งที่นั่งและซุ้มร้านอาหารต่างๆ ที่มีการออกร้าน เช่นเดียวบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ที่มีจำลองบ้านเรือนในสมัยรัชกาลที่ 5 มาจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งไฟส่องสว่างและดูแลความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณโดยรอบการจัดงานมีการตั้งจุดคัดกรอง โดยมีการติดตั้งเครื่องตรวจสแกนอาวุธและกล้องวงจรปิด โดยผู้ที่จะเข้างานจุดคัดกรองแต่จะจุดจะมีการตรวจบัตรประชาชนและมีวีลแชร์คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุหรือผู้พิการให้ยืมใช้เข้าชม
เส้นทางปั่นอุ่นไอรัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 16.30 น. คณะสาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ทั้ง 94 ประเทศ เดินทางเข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเยี่ยมชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเส้นทางปั่นจักรยานงาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; มีจำนวนทั้งสิ้น 10 เส้นทางด้วยกัน ได้แก่ เส้นทางที่ 1 พระลานพระราชวังดุสิต ระยะทาง 39 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 2 ลานคนเมือง ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 3 สนามม้านางเลิ้ง ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 4 สนามม้านางเลิ้ง ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางที่ 5 สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร, &amp;nbsp; เส้นทางที่ 6 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 20.6 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 7 สะพานตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 8 มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ระยะทาง 24.3 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 9 พระประแดงอาเขต ระยะทาง 23.7 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 10 โกดังศุภนาวากรุ๊ป ระยะทาง 23 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวจะมีการปิดเส้นทางการจราจร 25 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึงประมาณ 20.00 น. โดยแบ่งเป็นเส้นทางหลัก 11 เส้นทาง และเส้นทางที่ใช้สำหรับปั่นจักรยาน 14 เส้นทาง เช่น ราชดำเนินกลาง, &amp;nbsp;ราชดำเนินนอก, ราชดำเนินใน, เจริญกรุง, สุขสวัสดิ์, สนามหลวง และแยกมไหสวรรย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่นำรถจักรยานมาด้วยสามารถใช้บริการรถไฟ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน ส่วนผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวมา จะมีจุดบริการรอบพื้นที่ โดยมีจุดรับลงทะเบียนทั้งหมด 9 แห่ง และมีจุดจอดรถฟรี 76 แห่ง รองรับรถได้ 20,760 คัน ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางจราจร รวมถึงแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน บก.จร. 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขสมก.จัดรถโดยสารธรรมดาให้บริการฟรี ในวันที่ 9 ธ.ค. จำนวน 139 คัน ใน 15 เส้นทาง แบ่งเป็นรถ Shuttle Bus 11 เส้นทาง 99 คัน รถเฉพาะกิจ 4 เส้นทาง 40 คัน โดยต้นทางเที่ยวแรกออกเวลา 07.00 น. และเที่ยวสุดท้ายรถออกเวลา 21.00 น. ขณะที่จุดปลายทาง ออกจากพื้นที่จัดงานเที่ยวสุดท้ายเวลา 24.00 น. หรือส่งประชาชนออกจากพื้นที่จนหมด โดยรถออกทุกๆ 10 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่สัญจรทางน้ำ กรมเจ้าท่าจัดเรือข้ามฟากบริเวณท่าช้าง-ท่าวังหลัง ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. และร่วมกับบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จัดเรือโดยสารรับ-ส่งคนและจักรยาน จากท่าน้ำนนท์มาบริเวณท่าช้าง ไปสิ้นสุดที่ท่าเรือวัดราชสิงขร โดยผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ลงทะเบียนได้ที่หน้าท่าเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนไบค์โบกี้ให้บริการ สายเหนือจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 2 ขบวน, สายตะวันออก จาก จ.ฉะเชิงเทรา 2 ขบวน, สายใต้จาก จ.นครปฐม 2 ขบวน โดยประชาชนสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟมายังบริเวณจุดลงทะเบียนได้
ยกเว้นค่าผ่านทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการทางพิเศษได้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษให้ประชาชนและรถ ขสมก. รวมถึงรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมเช่นกัน โดยให้แสดงบัตรประชาชนและหลักฐานการลงทะเบียนร่วมงาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ต่อเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนภูมิภาค มีการเตรียมงานอย่างคึกคักเช่นกัน &amp;nbsp; พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดกำลังตำรวจกว่า 300 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) รวมทั้งสิ้นกว่า 500 นาย เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจ รวมถึงกำหนดแผนในการปฏิบัติหน้าที่ไว้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยจะมีการจัดแบ่งกำลังดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ความปลอดภัยตลอดเส้นทาง 29 กิโลเมตร ที่ขบวนปั่นจักรยานผ่านเน้นทางแยกทางร่วม เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ยังได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบว่าจะมีการปิดเส้นทางการจราจรบางช่วง แต่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม (สสจ.ฯ) แจ้งว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดประชุมทางไกล (Teleconference) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในกิจกรรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; วันที่ 9 ธ.ค.61 ซึ่งจัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขมอบนโยบายให้ดำเนินการจิตอาสาด้านการแพทย์ การคัดกรองสุขภาพ เพื่อค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ การจัดทำแผนปฏิบัติการ รองรับอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยจัดให้มี 1.ทีม Static การวางจุดของทีมแพทย์และปฐมพยาบาล เป็นระยะ 2.ทีม Dynamic ปั่นจักรยานพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามไปในขบวน 3.การส่งต่อ รพ. รถพยาบาล และ 4.การประสาน รพ.รองรับการส่งต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สสจ.นครพนมได้ประชุมการเตรียมความพร้อมและการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับจังหวัด กิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ซึ่งมีกำหนดจัดในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค.นี้ ณ ห้องประชุมร่มเกล้า สสจ.ฯ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. และวันที่ 7 ธ.ค. ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลนครพนม รวม 2 วัน
ซักซ้อมดูแลผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเตรียมตัวให้พร้อม แล้วไป &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ขอฝากถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ก่อนปั่นจักรยาน กำหนดระยะทางปั่นให้เหมาะสม ฝึกซ้อมสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง พักผ่อนให้เต็มที่อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาดหรือมีความเสี่ยง ตรวจสอบความพร้อมรถจักรยาน เตรียมหมวกกันน็อก แว่นตากันลม เป้ กระเป๋าใส่ของจำเป็น เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ยาประจำตัว ข้อมูลสุขภาพ ขวดน้ำ ขนมขบเคี้ยวที่มีความหวานเพื่อเพิ่มน้ำตาลในเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจดข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติแพ้ยา กรุ๊ปเลือด เบอร์โทร.ติดต่อญาติ เพื่อเป็นข้อมูลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน และผูกข้อมือด้วยผ้าสีเหลือง ปั่นในเลนซ้ายสุด หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือได้รับอุบัติเหตุ ให้หลบเข้าข้างทาง และแจ้งขอความช่วยเหลือจากบุคลากรสาธารณสุข หรือจิตอาสาในบริเวณงาน หรือโทร.สายด่วน 1669
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรจำคือ การปั่นจักรยานในงาน ให้สัญญาณมือหรือเสียงเมื่อจะแซง ไม่สนทนาหรือใช้โทรศัพท์ขณะปั่น หากมีหรือสงสัยว่าจะมีโรคประจำตัว ให้ติดต่อจุดคัดกรองด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับคำแนะนำการปฏิบัติตัว ผู้ที่ปั่นระยะทางไกล ควรรับประทานมื้อเที่ยงให้มาก เพราะอาจใช้เวลาปั่นมาก ปั่นช้าให้อยู่เลนซ้าย ปั่นเร็วให้อยู่เลนขวา และเว้นระยะห่างไม่ให้รถเกี่ยวกัน ใช้ทักษะในการควบคุมจักรยานมากกว่าการทำความเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.จิณณพิภัทรได้เผยว่า โรคที่มักจะเกิดกับนักกีฬาคือโรคลมแดด (Heat Stroke) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนที่เกิดขึ้น จนเกิดภาวะวิกฤติ ในภาวะปกติร่างกายจะมีระบบการปรับสมดุลความร้อน เมื่อความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้น จะมีขบวนการกำจัดความร้อนออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต่อมใต้สมองไฮโปทาลามัสส่วนหน้า หากสมดุลนี้เสีย จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโรคลมแดดจากการออกกำลังกาย (Exertional Heat Stroke : EHS) มักพบในกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรงมาก่อน เช่น เด็กโต วัยรุ่น นักกีฬา ทหารเกณฑ์ที่ฝึกในอากาศร้อนจัด หรือผู้ที่ออกกำลังกายหักโหมเกินไป ร่วมกับปัจจัยอากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคลมแดดทั่วไป (Non-exertional Heat Stroke: NEHS) มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคเรื้อรัง ผู้ที่ต้องรับประทานยา เบาหวาน ความดัน ผู้ป่วยเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมทั้งพบในกลุ่มที่ใช้สารเสพติด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยานอนหลับ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการสำคัญของโรคลมแดด ได้แก่ ตัวร้อน อุณหภูมิร่ายกาย 41 องศาเซลเซียส มีเหงื่อออก ประวัติสัมพันธ์กับอากาศร้อนขณะทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย มีอาการเพ้อ ความดันเลือดลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย มึนงง สับสน ชักเกร็ง หมดสติ โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากได้รับความร้อน จะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การช่วยเหลือเบื้องต้น จะต้องนำผู้ที่มีอาการเข้าในร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ถอดเสื้อผ้า ใช้น้ำเย็นประคบบริเวณใบหน้า ข้อพับ ขาหนีบ และใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายความร้อน ใช้น้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการรักษา โรคลมแดดเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ต้องรีบให้รักษาทันที ต้องรับคนไข้ไว้ติดตามอาการต่างๆ ในโรงพยาบาล อย่างน้อย 48 ชั่วโมงในหอผู้ป่วยวิกฤติ โดยรักษาดังนี้ ลดอุณหภูมิร่างกายลง โดยค่อยๆ ลดอุณหภูมิลงมาที่ 39 องศาเซลเซียส ไม่ต้องการลดให้ลดเร็วเกินไป โดยพ่นละอองน้ำ ใช้น้ำอุ่น ร่วมกับเปิดพัดลมเป่า จะช่วยระบายความร้อนได้ดีที่สุด ปลอดภัยกว่าการจุ่มลงในน้ำผสมน้ำแข็ง ซึ่งทำให้เกิดการหนาวสั่น เส้นเลือดหดตัวทำให้ความร้อนยิ่งเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การป้องกัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตร/วัน หลีกเลี่ยงอากาศร้อน ถ่ายเทไม่สะดวก หากร้อนมากควรพยายามลดความร้อน โดยอาบน้ำ เปิดแอร์ เปิดพัดลม ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม หากรู้สึกเหนื่อยมากควรรีบพักทันที ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกาย สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี หากต้องทำงานกลางแจ้งควรสวมหมวกป้องกัน หรือเตรียมตัวออกกำลังกายกลางแจ้งล่วงหน้า เพื่อให้ร่างกายชินกับสภาพอากาศร้อน หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดที่เพิ่มความร้อนให้ร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อพระราชทานในโครงการปั่น &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ของจังหวัดกระบี่ โดยมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียนนักศึกษาที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการทั้ง 8 อำเภอ เดินทางมารับเสื้อพระราชทาน จำนวน 3,768 &amp;nbsp; คน ตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนเวลา 07.00 น. สร้างความปลาบปลิ้มปีติยินดี เป็นสิริสวัสดิมงคลแก่พสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารศาลากลางจังหวัดตราด ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดตราด ในส่วนที่ยังไม่ได้เข้ารับเสื้อยืดพระราชทาน เดินทางมาเข้ารับยืดพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัด สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามที่จังหวัดตราดได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดตราด ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 4,981 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปั่นอุ่นไอรัก, พระลานพระราชวังดุสิต, ลานพระบรมรูปทรงม้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0bb51a3fdea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวดมนต์พิธีมหามงคลระลึก3พระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนร่วมสวดมนต์พิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระลานพระราชวังดุสิต &amp;nbsp;รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.4 ร.5 ร.9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 พร้อมอัญเชิญ &amp;quot;พระแก้วมรกตน้อย&amp;quot; ประดิษฐานเป็นประธานในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารมาเป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์รวม 207 รูป นำสวดเจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) พระแก้วประจำรัชกาลที่ 6 มาประดิษฐานเป็นพระประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ อันจะเป็นมงคลแก่ชีวิต ประเทศชาติ และสืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์เพื่อพระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกตน้อย) ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข ถึงยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขึ้นไปยังห้องพระชั้น 3 &amp;nbsp;วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูป และอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรประดิษฐานบนรถยนต์พระประเทียบไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อรถยนต์พระประเทียบถึงพระลานพระราชวังดุสิต พลอากาศเอกเกษม อยู่สุข อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;ให้นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญขึ้นพระราชยาน โดยพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข &amp;nbsp;เข้าริ้วขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรไปยังพลับพลาพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.42 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเกษม &amp;nbsp;วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เดินทางมาถึงยังพระลานพระราชวังดุสิต ได้วางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเข้าพลับพลาพิธี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์ 207 รูปสวดมาติกา จบแล้วผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตรที่อาสน์สงฆ์แถวหน้า 10 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทอดผ้าไตรจนครบ 207 &amp;nbsp;รูป พระสงฆ์ 207 รูปสดับปกรณ์ ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 207 รูปเจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระสยามเทวาธิราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชน ณ พระลานพระราชวังดุสิตและในต่างจังหวัดสวดมนต์พร้อมกัน จบแล้วผู้แทนพระองค์ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป นอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จนครบ 207 รูป ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าเครื่องนมัสการ กราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ แสดงความเคารพราชอาสน์ ผู้แทนพระองค์เดินออกจากพลับพลาพิธีไปยังรถยนต์ประเทียบ ขึ้นรถยนต์ประเทียบแล้วเดินทางกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพลอากาศเอกเกษม อยู่สุข กราบราบพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรที่โต๊ะหมู่บูชา นายทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรขึ้นพระราชยาน พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ผู้ร่วมในพิธียืนพนมมือส่งพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร และเดินนำขบวนพระราชยานอัญเชิญพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรออกจากพลับพลาพิธีกลับไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตน้อย เป็นพระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ขนาดหน้าตักกว้าง 23.40 เซนติเมตร องค์พระสูง 36.80 เซนติเมตร สร้างจากหยกสีเขียวเข้ม ประภามณฑลและฐานเป็นไม้จำหลักปิดทอง ตามประวัติกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระราชวังดุสิตเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมควรจะมีพระพุทธรูปเพื่อทรงสักการบูชา เป็นเครื่องเชิดชูพระเกียรติคุณ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หาแก้วมรกตขนาดใหญ่ พร้อมช่างฝีมือดีเพื่อสร้างพระพุทธรูป สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเสาะหาหินหยกสีเขียวได้ในรัสเซีย และโปรดให้นายปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช &amp;nbsp;เจ้าของร้านทองประจำราชสำนักรัสเซียเป็นผู้สร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อปี 2457 จึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากประเทศรัสเซียมายังประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกกันอย่างย่อว่า พระแก้วมรกตน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศ ณ พระลานพระราชวังดุสิต มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและสวมเสื้อสีเหลืองมาร่วมสวดมนต์ในพิธีมหามงคลอย่างเนืองแน่น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักของแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.กัญญาณี สืบชุมภู อายุ 64 ปี เดินทางมาจากบ้านพักย่านเขตสวนหลวง กล่าวว่าเดินทางมาถึงพระลานพระราชวังดุสิตเวลา 15.30 น.เพื่อร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ สมเด็จย่า และถวายพระพรชัยมงคลพระราชินีในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเริ่มพิธีได้นำพวงมาลัยดอกไม้สดถวายพ่อหลวง รัชกาลที่ 5 ก่อนนั่งรอพิธีพร้อมกับเพื่อนอีก 4 &amp;nbsp;คน ตนมาร่วมสวดมนต์เป็นครั้งที่ 2 ตั้งใจมานมัสการพระแก้วมรกตน้อย และสวดถวายพระราชกุศลในโอกาสครบ 2 ปีในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน จากนั้นเดินทางมาร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง รู้สึกพระองค์ยังอยู่ ไม่จากไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.จินตนา กูลวิริยะ ครูโรงเรียนพระดาบส นำนักเรียนหลักสูตรเคหะบริบาลจำนวน 18 คนมาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ กล่าวว่าตั้งใจพานักเรียนมาร่วมกิจกรรมนี้เพื่อรับรู้พระมหากรุณาธิคุณที่พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ให้คนไทย ในหลวง ร.9 ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระดาบสเพื่อให้เด็กด้อยโอกาสเข้าถึงการศึกษาเมื่อปี 2549 ทรงเล็งเห็นว่าสังคมไทยขาดคนดูแลเด็กและผู้สูงอายุ พระราชทานแนวพระราชดำริตั้งหลักสูตรเคหะบริบาล นำมาสู่การสร้างคนดูแลผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่อง 10 ปีให้หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แม้เสด็จสวรรคตแต่ครูและนักเรียนจะสืบสานพระราชปณิธานในหลวง ร.9 และในหลวง ร.10 อุทิศตนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19992</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญญาณี สืบชุมภู, จินตนา กูลวิริยะ, พระลานพระราชวังดุสิต, พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc49f08e2799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ6ก.ย.จัดงานขอบคุณ 61,000คนกู้13ชีวิตหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เคาะแล้วพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. จัดงานขอบคุณทีมช่วย 13 ชีวิตหมูป่า ณ พระลานพระราชวังดุสิต คาดร่อนบัตรเชิญ 61,000 คน คณะกรรมการสื่อถ้ำหลวงเผยมี 18 บริษัทยื่นทำหนัง รับสภาพสิขสิทธิ์ไม่ตกเป็นของไทยเพราะยังไม่ได้จด &amp;ldquo;ม.รังสิต&amp;rdquo; มอบ 13 ทุนให้ซีลนอกราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณทีมงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ติดในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;รวมใจเป็นหนึ่งเดียว&amp;quot; หรือ &amp;ldquo;UNITED AS ONE&amp;rdquo; ซึ่งเลื่อนจากเดิมเมื่อวันที่ 1 ส.ค.&amp;nbsp;
โดยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือและเห็นตรงกันว่าจะจัดงานในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-21.00 น. ณ &amp;nbsp; พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเดิมที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลใช้พระลานพระราชวังดุสิตเป็นสถานที่จัดงาน อีกทั้งพระราชทานอาหารเลี้ยงผู้ร่วมงานร่วม โดยกิจกรรมจะเน้นความเรียบง่ายและประหยัด
&amp;ldquo;รัฐบาลจะออกบัตรเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมปฏิบัติงานทุกฝ่าย ทั้งภาคราชการ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวในพื้นที่ โดยจะดูเรื่องการเดินทางไป-กลับของผู้ร่วมงาน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในเรื่องที่พัก ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรายงานว่าจะมีผู้มาร่วมงานประมาณ 61,000 คน จาก 53 จังหวัด รวมทั้งชาวต่างประเทศที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศ 300 คน สื่อมวลชนในส่วนที่ทำงานในพื้นที่ จ.เชียงราย และสื่อที่จะมาทำข่าวในงานวันดังกล่าวประมาณ 8,000 คน โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาประชุมสรุปภาพรวมการจัดกิจกรรมทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 29 ส.ค.นี้&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว
ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมกล่าวหลังเป็นประธานคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จ.เชียงราย ว่ามีผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศสนใจผลิตภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ทีมหมูป่าฯ แล้ว 18 บริษัท เช่น บริษัท GDH 559 จำกัด, บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และต่างประเทศก็มีวอลท์ ดิสนีย์ ซึ่งอยู่ขั้นตอนของการพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลเตรียมตั้งศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ โดยสื่อไทยจะผ่านทางกระทรวงวัฒนธรรม ขณะที่สื่อต่างประเทศผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และเปิดศูนย์ย่อยที่ จ.เชียงราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาจะทำหน้าที่ประสานสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งอาจร่วมเป็นที่ปรึกษาผลิตสื่อต่างๆ ด้วย โดยจะเร่งทำจดหมายเหตุเพื่อให้ยึดเป็นข้อมูลที่ถูกต้องในการผลิตภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ประสบภัยทั้ง 13 ชีวิต หาแนวที่เหมาะสมให้ทั้งหมดได้ใช้ชีวิตปกติในสังคม หากมีความจำเป็นที่สื่อต้องสัมภาษณ์ในการผลิตภาพยนตร์ หรือสารคดี จะมีนักจิตวิทยาและนักคุ้มครองสิทธิเด็กอยู่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องลิขสิทธิ์การสร้างภาพยนตร์นั้น ได้รับคำชี้แจงจากนายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ กรรมการฯ ระบุว่า จะเป็นของบริษัทที่จัดสร้างขึ้น ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของไทย เนื่องจากปัจจุบันไทยยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ โดยกำลังหาแนวทางว่าจะจดแบบไหนที่เหมาะสม โดยทุกบริษัทสามารถสร้างภาพยนตร์ได้ แต่ถ้าต้องการข้อมูลที่ถูกต้องให้ประสานมายังคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ฯ&amp;rdquo;พล.ท.วีรชนระบุ
วันเดียวกัน ที่อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนพัฒนาและแผนการเงิน มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะ พร้อมตัวแทนภาคเอกชน 11 แห่ง ได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ให้กับบุคลากร หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ซีล) นอกราชการจำนวน 13 นาย ที่เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย
โดย รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ทุนดังกล่าวเป็นทุนที่ไม่มีเงื่อนไขข้อผูกมัด โดยมหาวิทยาลัยและเครือข่ายภาคเอกชนได้มอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรหน่วยซีล เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนต้นแบบของคนจิตอาสาที่ทำเพื่อส่วนรวมโดยสมัครใจ ไม่คิดถึงผลตอบแทนใดๆ ทางมหาวิทยาลัยจึงเห็นว่าน่าจะช่วยกันหาทุนการศึกษาให้แก่บุคลากรหน่วยซีลนอกราชการทั้ง 13 นาย หากประสงค์จะศึกษาต่อ ซึ่ง ม.รังสิตมอบให้ 2 ทุน และภาคเอกชนอื่นๆ อีก 11 ทุน ทั้งนี้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีก็แจ้งว่า หากมีลูกหลานของหน่วยซีลหรือผู้ปฏิบัติงานที่ไปช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ก็มีความยินดีที่จะมอบทุนการศึกษาให้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากทุนในระดับปริญญาโทแล้ว มหาวิทยาลัยได้มอบทุนการศึกษาอีกจำนวน 4 ทุน ในระดับปริญญาตรี หลักสูตรผู้นำนักบริหารกิจการเพื่อสังคมให้แก่บุคลากรหน่วยซีลเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งทุนการศึกษาหลักสูตรนี้หน่วยซีลเป็นผู้เลือกเรียนเอง&amp;rdquo; รศ.ดร.สังศิตระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจ่าเอกวุฒิชาติ บุสุวะ สังกัดหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หนึ่งในบุคลากรหน่วยซีลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ณ ถ้ำหลวง และได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่า ขอบคุณมหาวิทยาลัยรังสิต รวมทั้งผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนที่มอบทุนการศึกษาให้ตนเองและบุคลากรในหน่วยงานทั้ง 13 คน ได้มีโอกาสในการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เพราะตลอดเวลาในการทำงาน คิดเสมอว่าจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีทำประโยชน์เพื่อสังคมให้มากที่สุด และขอสดุดีความเสียสละความดีของนาวาตรีสมาน กุนัน หนึ่งชีวิตที่เสียสละ และทีมจิตอาสาทุกภาคส่วนในการเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ที่ถ้ำหลวง และสัญญาว่าจะนำความรู้เพิ่มเติมที่ได้รับไปใช้ในการทำงานและสร้างประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ด้านกลุ่มศิลปินขัวศิลปะเชียงรายหลายสิบคน ช่วยกันเคลื่อนย้ายภาพเดอะฮีโร่ ซึ่งเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่บอกเล่าเรื่องราวและบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการร่วมค้นหาและช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ที่มีความสูง 3 เมตร ความยาว 13 เมตร ซึ่งวาดเสร็จสมบูรณ์มาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ออกจากจุดโชว์ที่ขัวศิลปะ ต.บ้านดู่ อ.เมืองฯ จ.เชียงราย ไปติดตั้งโชว์ยังโรงเหล็กวัดร่องขุ่น ซึ่งการเคลื่อนย้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากฝนตกและอยู่ห่างกันกว่า 20 กิโลเมตร และเมื่อไปถึงก็ได้นำภาพเดอะฮีโร่ไปโชว์ยังโครงเหล็กที่เตรียมไว้อยู่ด้านหลังจุดที่ปั้นหุ่นแบบนาวาตรีสมาน&amp;nbsp;
นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าของการปั้นหุ่นจ่าแซมว่า คืบหน้าไปแล้วกว่า 70% ซึ่งถือว่าเสร็จไวกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ หลังจากขัวศิลปะนำภาพเดอะฮีโร่มายังโรงเหล็กของวัดร่องขุ่นแล้ว ทางขัวศิลปะก็จะนำภาพจำลองที่เป็นภาพเดิมแต่พิมพ์ในแผ่นไวนิล มีขนาดยาว 13 เมตร กว้าง 3 เมตร เหมือนกันทุกอย่าง มาจัดแสดงเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจได้ชมแทน ส่วนภาพเดอะฮีโร่ของจริงและอนุสาวรีย์ของจ่าแซม จะนำไปไว้หน้าถ้ำหลวงหลังศาลาสร้างเสร็จ คาดไม่เกิน 4 เดือน เพราะถ้ำหลวงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่และสำคัญของจังหวัดและของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15630</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 คน, 6 ก.ย. จัดงานขอบคุณทีมช่วย 13 ชีวิตหมูป่า, UNITED AS ONE, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บัตรเชิญ 61, พระลานพระราชวังดุสิต, รวมใจเป็นหนึ่งเดียว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76d51077e03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10เสด็จฯพระราชพิธี86พรรษาบรมราชินีนาถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ &amp;nbsp;12 ส.ค. สำนักพระราชวังเปิดลงนามถวายพระพรที่พระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม สำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2561 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีรายการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม เจ้าพนักงานพระราชพิธีเตรียมการตกแต่งมณฑลพระราชพิธี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน &amp;nbsp;พระราชวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ &amp;nbsp;บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์และพระพุทธเลิศหล้านภาไลยแล้ว ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนสำหรับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ &amp;nbsp;และทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ &amp;nbsp; โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปองค์อภิบาล องค์แทรกพระชนมพรรษา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 87 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบ ทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-11.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพร ไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15014</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระลานพระราชวังดุสิต, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6b05c644114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง ร.10 พระราชทานอาหารเลี้ยงขอบคุณทุกฝ่ายช่วย 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง ร.10 ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลใช้พระลานพระราชวังดุสิตเป็นสถานที่จัดงาน เลี้ยงขอบคุณทุกฝ่ายช่วย 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมจัดงานขอบคุณผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุวพันธุ์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า การจัดงานขอบคุณผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ครั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลใช้พระลานพระราชวังดุสิตเป็นสถานที่จัดงาน อีกทั้งพระราชทานอาหารเลี้ยงผู้ร่วมงานกับรัฐบาลด้วย ยังความปิติอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้แก่รัฐบาลและผู้ร่วมงานทุกฝ่าย โดยรัฐบาลจะเชิญผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเอกอัครราชทูต ผู้ช่วยทูต &amp;nbsp;ของประเทศต่างๆ ผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนทุกด้าน เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากถ้ำ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมงานขอบคุณดังกล่าว รวมประมาณ 10,000 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13873</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10, พระราชทานอาหารเลี้ยงขอบคุณ, พระลานพระราชวังดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3de91cf1de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
