<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039; จับไต๋ &#039;ไพรวัลย์&#039; งับเฟกนิวส์หวังผลการเมือง ทำบ่อยจนติดกับดักตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;สังคมไทยตอนนี้ ถ้าไม่ใช่สลิ่ม ก็เป็นสามกีบ แต่จะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญ พระสงฆ์ ต้องเป็น พระสงฆ์ พระสงฆ์ ซึ่งไม่ฝักใฝ่ทั้งการบ้านและการเมือง เพราะผู้ที่ฝักใฝ่ทั้งการบ้านและการเมือง เราไม่เรียกว่า พระสงฆ์ ท่านจะเป็นสลิ่มหรือสามกีบ มันเป็นเรื่องของท่าน ตราบใดที่ท่านไม่ใช่พระสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายอัษฎางค์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า นมัสการพระมหาไพรวัลย์ เนื่องจากเห็นท่านออกมา&amp;hellip;.(ผมจะใช้คำว่าอะไรดี) ขออนุญาตใช้คำว่า โอดครวญแล้วกัน ท่านออกมาโอดครวญ หลังจากถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ว่าท่านปล่อยข่าวปลอม ที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยท่านออกมาแก้ตัวว่า ท่านไม่ได้ &amp;quot;มุสา&amp;quot;&amp;nbsp; ที่แปลว่า ท่านไม่มีเจตนา &amp;quot;โกหก&amp;quot;&amp;nbsp;สังคม ด้วยการแชร์โพสต์ข่าวของสำนักข่าวเรื่องเล่าฯของช่องสามสี ที่มีเอกสารอ้างอิงจากทางราชการ ซึ่งนายอำเภอได้ออกมายอมรับว่า &amp;quot;เป็นการประเมินสถานการณ์ของตนเอง&amp;quot;&amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นข่าวกรองจากต้นทาง สปป.ลาว ซึ่งเอกสารชิ้นนี้เองที่เรื่องเล่าฯงับมาออกข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบายกันที่ละเรื่องแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เรื่องเล่าเช้านี้ เป็นรายการข่าวหรือสำนักข่าว สังกัดสถานีโทรทัศน์มีชื่อ หรือพูดสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;เป็นสื่อหลัก&amp;rdquo; ที่มีผู้คนติดตามและให้ความเชื่อถือมายาวนาน
แต่ช่วงระยะหลังๆ เรื่องเล่าเช้านี้ รวมทั้ง&amp;rdquo;สื่อหลัก&amp;rdquo;อีกหลายสำนัก มักออกข่าว ที่บิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง อย่างน่าเสียดาย และไม่น่าให้อภัย เพราะข่าวที่ออกมาอย่างผิดๆ มีผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง&amp;nbsp;บางข่าว สร้างความเสียหายต่อรัฐบาล และที่ยิ่งไปกว่านั้น บางข่าว สร้างความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ลองสังเกตดูก็จะเห็นได้ไม่ยากว่า ข่าวในลักษณะนี้ จะมีนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กระโดดงับอย่างรวดเร็ว โดยไม่เคยคิดจะตรวจสอบ
เพราะอะไร? คำตอบคือ มันเป็นข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;nbsp; ซึ่งอาจเป็นข่าวที่จะสร้างความเสียหายต่อรัฐบาล หรือแม้แต่ข่าวที่สร้างความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ แต่&amp;hellip;มันจะเป็นข่าวที่เป็นผลดีต่อนักการเมืองและพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ดังนั้น เราก็จับสังเกตต่อไปได้อีกว่า&amp;hellip;การที่ใครก็ตาม ที่ชอบรับลูกหรือกระโดดงับข่าวในลักษณะเดียวกันนี้ ย่อมได้รับอิทธิพลหรือมีความนิยม ในตัวนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง คณะหรือพรรคการเมืองที่นิยมงับข่าวในลักษณะดังกล่าวนั้น คือนิยมงับข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พระสงฆ์ คือผู้ปฏิญาณตนที่ละซึ่งกิเลสในทางโลก มุ่งสู่ทางธรรม โดยมีกิจวัตรที่มุ่งให้สำเร็จธรรมตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้นคือฝึกตนเพื่อละกิเลส และมุ่งไปสู่นิพพาน แต่พระสงฆ์ ผู้ที่นิยมกระโดดงับข่าว ที่เป็นข่าวในลักษณะเดียวกันกับที่นักการเมืองนิยมกระโดดงับ คือข่าวอุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมมีนัยยะที่จับสังเกตได้ไม่ยากว่า มีความฝักใฝ่ในทางการเมือง มากกว่าทางธรรม หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคำตอบของท่านคือ ท่านไม่มีจิตใจฝักใฝ่ทางการเมืองมากกว่าทางธรรม ดังนั้นคำถามต่อไปคือ ถ้าท่านเป็นผู้มีการศึกษา เป็นผู้รู้ เป็นอาจารย์ ทำไมท่านไม่มีสติสัมปชัญญะบ้างเลยหรือว่า ข่าวในลักษณะดังกล่าว เป็นข่าวที่จะสร้างความเสียหายต่อรัฐบาล ซึ่งมันจะสร้างผลประโยชน์ให้กับอีกขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม หรือพูคง่ายๆ คือมันเป็นข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ในทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านเป็นพระสงฆ์ ท่านแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองหรือ?&amp;nbsp; ถ้าคำตอบคือ ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามต่อไป แล้วท่านจะแชร์ข่าวในลักษณะนี้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระสงฆ์น่าจะโพสต์หรือแชร์ธรรมะมิใช่หรือ? คำแก้ตัวว่า ท่านมิได้มุสา เพราะแชร์ข่าวจากสื่อหลักที่มีหนังสือรจากทางราชการอ้างอิง มันไม่ใช่คำตอบ ของสงฆ์ที่แชร์ข่าว ที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง แบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องเล่าเช้านี้ ช่องสามสี สส.เตี้ยหลังม็อบ อาจจะหวังหรือไม่หวังผลจากการเมือง จากข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;nbsp;ซึ่งยังพอเข้าใจได้ว่า เขาเหล่านั้นมีกิจกรรมหรือภาระหน้าที่กับข่าวที่มีผลต่อการเมือง แต่พระสงฆ์เอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกับข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อผลประโยชน์อะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการเมือง เป็นเรื่องของทุกคนยกเว้น!!! พระสงฆ์ ถ้าพระสงฆ์อยากจะยุ่งเกี่ยวกับข่าวการเมือง หรืออยากยุ่งเกี่ยวกับทางโลก ก็ควรสละสมณเพศกลับมาสู่ทางโลก จะไม่มีใครห้ามท่าน ให้กระโดดงับข่าวที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;nbsp;ที่มักเป็นข่าวที่สร้างความเสียหายต่อรัฐบาล หรือต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พระมหาไพรวัลย์, พระสงฆ์, อัษฎางค์ ยมนาค, เก็บเห็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a4ece2d865.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;เผย 590 วัดทั่วประเทศเผาศพโควิดฟรี สั่งเร่งฉีดวัคซีน พระสงฆ์ สัปเหร่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค. 2564 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่อง และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น จากการตรวจสอบ พบว่าปัจจุบันมีหลายวัดทยอยร่วมเจตนารมณ์ &amp;quot;เผาศพโควิดฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;quot; โดยมีวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 62 วัด วัดในจังหวัดปริมณฑล จำนวน 124 วัด วัดในส่วนภูมิภาค จำนวน 407 วัด รวมทั้งสิ้น 593 วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนึ้ ยังมีวัดที่มีศักยภาพและมีพื้นที่เพียงพอให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยใช้พื้นที่วัดจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และสถานที่กักตัวรอดูอาการผู้ติดเชื้อ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัจจุบันพบว่ามีวัดและสถานที่ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศได้ดำเนินการปรับพื้นที่แล้ว จำนวน 118 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมรองรับและสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้สั่งการให้ พศ. ดูแลคณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเต็มที่ โดยให้พิจารณาจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อให้ทางวัด อาทิ ชุด PPE และอุปกรณ์ทำความสะอาด อีกทั้งให้เร่งประสานขอฉีดวัคซีนให้พระสงฆ์ สัปเหร่อและผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, พระสงฆ์, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19, สัปเหร่อ, อนุชา นาคาศัย, เผาศพฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f957586588b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดป่วนวงการสงฆ์!ยกเลิกกิจกรรมกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 &amp;ndash; กรณีการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่นอกจากสร้างความปั่นป่วนให้สังคมที่ทำให้ต้องประกาศยกเลิกกิจกรรมจำนวนมากแล้ว ในวงการสงฆ์เองก็ยกเลิกกิจกรรมต่างๆ เช่นกัน โดยในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ ภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม มส.มีมติยกเลิกการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในส่วนกลาง ซึ่งจะจัดขึ้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนวัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกรุงเทพมหานคร ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) พิจารณาร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ดำเนินการตามมาตรการของแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ในฐานะแม่กองธรรมสนามหลวงได้ออกประกาศสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงเรื่อง เลื่อนการสอบธรรมสนามหลวง ระบุว่า ด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) ได้กลับมาระบาดขึ้นอีกในพื้นที่บางแห่งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร และอีกหลายจังหวัดในเขตปริมณฑล ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระดับจังหวัดหลายจังหวัดจึงได้ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา-19 ด้วยการประกาศให้โรงเรียนหยุดการเรียนและให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัยได้เฝ้าสังเกตอาการ อันเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม จึงประกาศเลื่อนการสอบธรรมศึกษา ในวันที่ 24 และ 27 ธันวาคม 2563ไปก่อน จนกว่าจะมีประกาศแจ้งกำหนดการสอบครั้งใหม่ให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มส.ยังมีมติเห็นชอบให้เลื่อนกำหนดการฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ในเดือน ม.ค. 2564 ออกไปก่อนด้วย รวมทั้งยังเห็นชอบงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในโอกาสวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งกำหนดจัดทุกวันเสาร์จนถึงสิ้นปี 2563 ที่วัดบวรฯ และงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่กำหนดจัดทุกวันที่ 28 ของทุกเดือนด้วย ส่วนภูมิภาคให้พิจารณาตามมาตรการของแต่ละจังหวัดว่าจะจัดทั้งสองกิจกรรมดังกล่าวได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม, พระสงฆ์, มหาเถรสมาคม, สวดมนต์ข้ามปี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2995caedbcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระ-เณร&#039;ร่วมม็อบหนาว&#039;อนุชา&#039;ลั่นฟันไม่เลี้ยงหากผิดอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 -นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีพระสงฆ์และเณรไปร่วมชุมนุมทางการเมืองว่า ทางมหาเถรสมาคม (มส.) ได้หยิบยกประเด็นนี้มาหารือกันอย่างเร่งด่วน และทาง พศ.ก็ได้ติดตาม สอบถามกับทางพักงานสอบสวนว่ามีพระสงฆ์ที่เป็นพระจริงหรือไม่ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่ามีการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ อย่างไรก็ต้องดำเนินการกันตามครรลองของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าตามกฎระเบียบแล้วพระสงฆ์ไม่สามารถไปร่วมชุมนุมทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ใช่ &amp;nbsp;ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว และถือเป็นมติของ มส.แต่เดิม ที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากให้ศาสนาของพวกเราที่เป็นเสาหลักไปยุ่งเกี่ยวกับด้านการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนและประชาชนก็คงไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในสังคมของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนที่กำกับดูแล พศ.ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ได้บอกให้ พศ.ไปดูเรื่องนี้และดำเนินการร่วมกับ มส.เพื่อดำเนินการให้พระสงฆ์อยู่ในระเบียบวินัยของสงฆ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าปกติมีบทลงโทษพระสงฆ์ที่กระทำผิดระเบียบวินัยของสงฆ์หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ตามวินัยสงฆ์ก็คือต้องให้เจ้าอาวาสหรือผู้ปกครองคณะสงฆ์ทำการตรวจสอบว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ ถ้าผิดก็คงต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนหรือกรณีที่เจ้าอาวาสว่ากล่าวตักเตือนแล้วยังไม่เชื่อก็อาจจะมีมาตรการดำเนินการกัน แต่ไม่อยากลงรายละเอียด ส่วนโทษจะถึงขนาดต้องสึกจากความเป็นพระสงฆ์หรือไม่นั้น ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามก็ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นเรื่องของศาสนา ผมคิดว่าให้ทางสงฆ์ดำเนินการในส่วนนี้ดีกว่า ทั้งนี้การดำเนินการจะใช้บรรทัดฐานเดียวกันทั้งหมดกับพระสงฆ์ที่ไปชุมนุมกับกลุ่มเสื้อเหลืองหรือกลุ่มอื่นๆด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่พระสงฆ์ไปชูสามนิ้วเป็นเรื่องไม่สมควรใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ว่าจะพิจารณาอย่างไร คงไม่สามารถไปชี้นำหรือไปบอกได้ว่าใครผิดหรือถูก เมื่อถามว่าหากมีการกระทำผิดทางอาญาจะดำเนินการอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ยกเว้นที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะให้ยกเว้นเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมทางการเมือง, นายอนุชา นาคาศัย, พระสงฆ์, พศ., รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, เณร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42753d69aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สละสมณเพศได้!วิษณุชี้ช่องฟัน&#039;พระสงฆ์-เณร&#039;ร่วมม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีพระสงฆ์ และเณรไปร่วมชุมนุมทางการเมืองจนกระทั่งที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) แสดงความกังวลต่อพฤติกรรมดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของมติ มส.ที่วางไว้อยู่แล้วว่าเรื่องพระไม่เข้าไปปราศรัยในทางการเมือง ฉะนั้นหากมีอะไรผิดให้พระสังฆาธิการ คือผู้ปกครอง &amp;nbsp;ผู้บังคับบัญชา หรือครู ตักเตือนหรือดูแลความรับผิดชอบ หากพบว่าผิดก็อาจจะให้สละสมณเพศได้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติมานานแล้ว และที่ผ่านมาก็นำไปใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมาคราวนี้ก็นำมาใช่เป็นหลักปฏิบัติเดียวกัน ตามข้อบังคับของ มส.มีอำนาจในฐานะผู้ปกครอง บังคับบัญชา เช่นเดียวกับ ครม. ข้าราชการทั้งหลายที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และปฏิบัติตามมติ ครม. ซึ่งมติ ครม.ไม่ใช่กฎหมายแต่ก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งของพระสงฆ์ก็มีลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแต่ที่ผ่านมาในอดีตก็มีพระสงฆ์ เณร เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองมาแล้ว แต่ไม่ถูกลงโทษ นายวิษณุ กล่าวว่า ครั้งจากเคลื่อนไหวในอดีตนั้น จึงเป็นที่มาของมติ มส.ที่ใช้ในปัจจุบันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่พระ เณร ชูสามนิ้วถือว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า จะบอกว่าผิดพระธรรมวินัยก็ไม่ใช่ หรือ จะบอกว่า ผิดมติ มส.ก็ไม่ใช่ และ มส.ก็ไม่เคยนึกเรื่องนี้ แต่อาจเป็นโลกวัชชะ ที่ประชาชนรู้สึกติเตียน ซึ่งไม่ได้ถือเป็นวินัยสงฆ์ &amp;nbsp;เช่น กรณีที่นำเสนอภาพข่าวพระสะพายกระเป๋าแทนการสะพายย่ามก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดวินัยสงฆ์ แต่เป็น โลกวัชชะ ซึ่งแปลว่า ชาวบ้านจะตำหนิติเตียน ดังนั้นไม่ควรจะทำ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หรือวินัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่แกนนำกลุ่มคณะราษฎรวิพากษ์วิจารณ์การทำกิจกรรมทางศาสนาอิสลามในการ เชิดชูสถาบันของจุฬาราชมนตรีว่า &amp;nbsp; เป็นสิทธิ์ที่ชาวมุสลิมจะดำเนินกิจกรรม ส่วนเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรคอมเม้นท์ ซึ่งทางจุฬาราชมนตรีท่านได้อธิบายแล้วว่าเรื่องนี้ เกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมนั้นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมทางการเมือง, นายวิษณุ เครืองาม, พระสงฆ์, มส., มหาเถรสมาคม, รองนายกรัฐมนตรี, เณร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8b4811d18c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวรกรรม เวรกรรม &#039;พุทธะอิสระ&#039; สวดพระสงฆ์ไทย เดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 -&amp;nbsp; พุทธะอิสระ&amp;nbsp;อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระสงฆ์ไทย เดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักพุทธและมหาเถระสมาคม มีคำสั่งห้ามพระภิกษุบิณฑบาตหลัง ๘ โมงเช้า ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า เป็นคำสั่งที่ผิดหลักธรรมวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และด้วยข้ออ้าง ต้องการให้คนเข้าวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดแต่ละวัดจึงต้องหันมาแข่งกันสร้างรูปไอ้ไข่ จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวถึงกับวัดต้นฉบับออกมาขู่ฟ่อๆ ว่าจะฟ้องทุกวัดทุกรายที่นำรูปไอ้ไข่ ให้ประชาชนกราบ โดยที่ไม่มีวัดใดคิดว่าจักทำให้ประชาชนผู้เข้าไปกราบไหว้มีสติปัญญา ชาญฉลาดขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทางกรรมการมหาเถระสมาคมบางรูป จัดให้มีพิธีบูชาราหู โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ไปร่วมงานจักมีสติปัญญารู้เห็นพระธรรม ของพระบรมศาสดาตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้ปกครองสงฆ์ทำได้ ต่อไปวัดต่างๆ คงพากันทำตาม แล้วพระพุทธศาสนาจะเหลืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกซักเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวภิกษุและโยมผู้หญิงทะเลาะกัน ด้วยเหตุเพราะ ไม่นำเงินใส่ซองเป็นค่าดูดวงหรือดูหมอ จนถึงขั้นจะทำร้ายกัน เป็นประเด็นถกเถียงกันทางสังคม อยากเรียกร้องให้สื่อทั้งหลาย นำเรื่องพระดูดวงนี้มาขยายผล พูดถึงกันบ่อยๆ ทุกช่องเหมือนที่พูดถึงลุงพล จนโด่งดังไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเรามาดูกันซิว่า สำนักพุทธและมหาเถระสมาคมจักจัดการอย่างไรกับปัญหาพระดูดวง ที่มีกันอยู่เกลื่อนกล่น แม้ในวัดของกรรมการมหาเถระสมาคมบางวัดก็ดูดวงกับเขาด้วย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันผิดหลักธรรมวินัย เป็นเดรัจฉานวิชา ก็ยังทำกันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพฤติกรรมของนักบวชในพุทธศาสนา ไม่เป็นที่พึ่งอันบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเช่นนี้แหละ ท่านทั้งหลายจึงเห็นภาพประชาชนแห่กันไปกราบไหว้ต้นตะเคียน ต้นกล้วย กอไผ่ จอมปลวก และอีกสารพัดของแปลกที่ประชาชนจักสรรหามาไหว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันไม่คิดเลยว่า สู้อุตส่าห์ลงทุนลงแรงออกไปสู้ไปเสี่ยง เพื่อให้มีการปฏิรูปวงการคณะสงฆ์ สุดท้ายสิ่งที่ได้คือผู้ปกครองสงฆ์บางรูปยังจมปลักอยู่ในเดรัจฉานวิชา แล้วพระใต้ปกครองจะบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวรกรรม เวรกรรม
น่าสงสารพุทธบริษัทเสียจริงๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77637</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระสงฆ์, พุทธะอิสระ, วัดอ้อน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00955c8f429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น.อ.ทองย้อย&#039; ให้ความรู้ประวัติเข้าพรรษา อย่าเชื่อเรื่อง &#039;พระเหยียบต้นข้าว&#039; ที่ไม่มีในพระไตรปิฎก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.63 - นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย&amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และผู้ประพันธ์บทกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงเรื่องที่ชาวพุทธหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับประวัติการเข้าพรรษา ระบุว่า&amp;nbsp;เพราะไม่รู้จึงเพี้ยน&amp;nbsp;เพราะไม่เรียนจึงพลาด&amp;nbsp;ในการพูดถึงประวัติการเข้าพรรษา มีข้อความหลายกระแสที่เล่าว่า ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจาริกไปในที่ต่างๆ ไม่มีเวลาหยุดพัก ครั้นถึงฤดูฝนก็เที่ยวเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในนา ชาวบ้านพากันตำหนิติเตียน พระพุทธองค์จึงทรงมีพุทธบัญญัติให้ภิกษุจำพรรษาเมื่อถึงฤดูฝน เป็นวินัยนิยมสืบมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความตรงที่ว่า &amp;quot;เที่ยวเหยียบย่ำข้าวกล้า&amp;quot;&amp;nbsp;นั้น เราได้ฟังกันมานานแล้วก็เชื่อตามนั้น พร้อมกับนึกตำหนิว่า พระภิกษุพากันเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านเหมือนคนที่ไม่รู้ประสาอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ ตอนวัสสูปนายิกขันธกะ พระไตรปิฎกเล่ม ๔ ข้อ ๒๐๕ ข้อความที่กล่าวถึงเรื่องนี้ท่านใช้คำว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;หริตานิ ติณานิ สมฺมทฺทนฺตา&amp;rdquo;&amp;nbsp;(หะริตานิ ติณานิ สัมมัททันตา)&amp;nbsp;แปลว่า &amp;ldquo;พากันเหยียบย่ำติณชาติอันเขียวสด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หริตานิ ติณานิ&amp;rdquo; แปลว่า &amp;ldquo;ติณชาติอันเขียวสด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ติณานิ&amp;rdquo; ศัพท์เดิมคือ &amp;ldquo;ติณ&amp;rdquo; แปลว่า &amp;ldquo;หญ้า&amp;rdquo; ไม่ได้แปลว่า &amp;ldquo;ข้าวกล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศัพท์ที่แปลว่า &amp;ldquo;ข้าวกล้า&amp;rdquo; คือ &amp;ldquo;สสฺส&amp;rdquo; (สัด-สะ) แจกวิภัตติเหมือน &amp;ldquo;ติณานิ&amp;rdquo; ก็จะได้รูปเป็น &amp;ldquo;สสฺสานิ&amp;rdquo; (สัด-สา-นิ)&amp;nbsp;ถ้าจะหมายถึง &amp;ldquo;พากันเหยียบย่ำข้าวกล้าอันเขียวสด&amp;rdquo; ข้อความภาษาบาลีต้องเป็น &amp;ldquo;หริตานิ สสฺสานิ สมฺมทฺทนฺตา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า ข้อความในพระไตรปิฎกบอกว่า &amp;ldquo;หริตานิ ติณานิ สมฺมทฺทนฺตา&amp;rdquo;&amp;nbsp;แปลว่า &amp;ldquo;พากันเหยียบย่ำติณชาติอันเขียวสด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;ldquo;พากันเหยียบย่ำข้าวกล้าอันเขียวสด&amp;rdquo;&amp;nbsp;และ &amp;ldquo;ติณานิ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ติณชาติ&amp;rdquo; ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึง &amp;ldquo;ข้าวกล้า&amp;rdquo; แต่หมายถึง &amp;ldquo;หญ้า&amp;rdquo; ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวที่เล่ากันมาว่า-ภิกษุไปเดินเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้าน เป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติให้จำพรรษา-จึงผิดพลาดคลาดเคลื่อน&amp;nbsp;พระไตรปิฎกบอกว่า &amp;ldquo;เหยียบย่ำหญ้า&amp;rdquo; &amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;ldquo;เหยียบย่ำข้าวกล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หริตานิ ติณานิ = หริตติณชาติ&amp;nbsp;แปลว่า - หญ้าอันเขียวสด&amp;nbsp;ไม่ใช่ - ข้าวกล้าอันเขียวสด
: เพราะไม่รู้จึงเพี้ยน &amp;nbsp;เพราะไม่เรียนจึงพลาด
: พระธรรมวินัยจะวินาศ&amp;nbsp;ก็เพราะลัทธิเชื่อตามกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70662</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย, พระสงฆ์, วันเข้าพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02f231276d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
