<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงดนตรีที่ศิริราชทุกวันเสาร์ ความสุขของในหลวงรัชกาลที่ 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นที่ประจักษ์ต่อปวงชนชาวไทยมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีมากถึง 49 เพลง เป็นสิ่งยืนยันถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระองค์เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากพระราชประวัติในแง่มุมต่างๆ ซึ่งมีทั้งเอกสาร รูปถ่าย และคำบอกเล่าของผู้เคยถวายงานใกล้ชิดต่างกล่าวตรงกันว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดการดนตรีมาตลอดพระชนมชีพ โดยมีพระราชดำรัสว่าการเล่นดนตรีนั้นเป็น &amp;quot;ยา&amp;quot; ขนานแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ บุตรชายของอาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ (ศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรีสากล) ผู้เข้าเฝ้าฯ และถวายงานด้านดนตรีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงพระเมตตาให้เข้าร่วมบรรเลงดนตรีในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี และทั้งยังโปรดเกล้าฯ &amp;nbsp;พระราชทานทุนส่วนพระองค์เพื่อให้ไปศึกษาด้านดนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ.2533-2544 จนกระทั่งเด็กชายภาธรได้มีโอกาสเรียนจนจบปริญญาเอกทางด้านดนตรี และปัจจุบันได้เป็นอาจารย์สอนภาควิชาดนตรี เชี่ยวชาญเพลงพระราชนิพนธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ภาธรเล่าว่า ใน พ.ศ.2496 อาจารย์แมนรัตน์ได้เล่นดนตรีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะนั้นพระองค์ทรงดนตรีชื่อวงว่า วงลายคราม พ่อเคยเล่าว่าประสบการณ์ครั้งแรกของท่านเล่นดนตรีสากลอยู่ที่วงสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สมจ.) ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเล่นดนตรีเพื่อออกอากาศสดสถานีวิทยุ อ.ส. วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ &amp;nbsp;มาทอดพระเนตรการอัดเสียงและได้เข้าเฝ้าฯ คุณพ่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านพระราชทานชื่อและนามสกุล &amp;quot;แมนรัตน์ ศรีกรานนท์&amp;quot; เดิมคุณพ่อชื่อ เรมอนด์ ซีเกรา จึงขอรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท จากนั้นมาพระองค์ท่านทรงรับเป็นนักดนตรีวงลายคราม ซึ่งวงลายครามประกอบด้วยเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และพระประยูรญาติ ต่อมาหลายพระองค์มีพระชนม์มากขึ้น จึงมีทั้งกราบบังคมทูลลาและเสียชีวิต ทำให้สมาชิกขาดหายไปเหลือเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพ่อ จึงได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตหานักดนตรีหนุ่มสาวเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็พระราชทานพระบรมราชานุญาต คุณพ่อได้ไปชวนนักดนตรีในวง สมจ. ปัจจุบันนิสิตเหล่านี้จบออกมาเป็นหมอฟัน วิศวกร สถาปนิก เมื่อนักดนตรีอายุมากไม่อยู่แล้วจึงได้เปลี่ยนชื่อจากวงลายครามเป็นวงดนตรี &amp;quot;อ.ส.วันศุกร์&amp;quot; หรือ &amp;quot;อัมพรสถานวันศุกร์&amp;quot; สถานีวิทยุที่จัดตั้งขึ้นในพระที่นั่งอัมพรสถาน และเล่นออกอากาศเฉพาะวันศุกร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นหัวหน้าวง พระองค์ท่านทรงแซ็กโซโฟน คุณพ่อเล่นเปียโน ถือได้ว่าคุณพ่อเป็นลายครามรุ่นสุดท้ายและเป็น อ.ส.วันศุกร์คนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนเด็กๆ พ่อพาผมไปเฝ้าฯ ขณะพระองค์ท่านทรงดนตรี ผมก็คุ้นเคยกับอาๆ ในวง อ.ส


สล็อตลองฟรี. เมื่อเติบโตรู้เรื่องราว 10 ปี เห็นพระองค์ท่านทรงแซ็กโซโฟนก็เกิดความชอบและอยากเป่า หลังจากนั้นฝึกฝน พอเล่นได้พ่อก็พาเข้าไปถวายตัว นับแต่นั้นมาก็เล่นมาโดยตลอด ที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ พระองค์ท่านก็ได้พระราชทานทุนให้ตั้งแต่เกรด 8 หรือ ม.2 ปิดเทอมก็กลับมาเฝ้าฯ และเล่นในวง อ.ส.ถวายพระองค์ท่าน จนจบปริญญาตรีและโทที่อเมริกา ปริญญาเอกที่อังกฤษ&amp;quot; ดร.ภาธรเล่าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ภาธรเล่าอีกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงผูกพันกับดนตรี ทรงรักและทุ่มเท มีพระราชดำรัสกับตนว่าดนตรีมีพลังหลายอย่าง เป็นสิ่งกล่อมเกลาจิตใจ มีพลังโน้มน้าว ซึ่งตนก็เห็นตรงกับพระองค์ท่าน ถ้าไม่ควบคุมดนตรีมีคุณอนันต์และโทษมหันต์เพราะมีแรงโน้มน้าวจิตใจ แต่พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นการใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือสื่อสารกับประชาชนของพระองค์ท่าน นับตั้งแต่แรกเลยที่พระองค์จะทรงสื่อสารกับประชาชน ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เพลงแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยซ้ำ เช่น เพลงแสงเทียน เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก เพลงยามเย็น เพลงสายฝนเป็นเพลงที่สาม เพลงต่างๆ เหล่านี้มีอิทธิพลในความคิดของคนนั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเพลงแสงเทียน ทรงพระราชนิพนธ์เสร็จแล้วไม่ได้พระราชทานในทันที&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต มีพระราชประสงค์ปรับปรุงแก้ไขให้ดีก่อนพระราชทานออกมา เพลงนี้ทรงแก้เยอะและยาวนานที่สุด ก่อนเสด็จฯ เข้ารับการรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราชก็ยังทรงแก้ไม่เสร็จ เพลงนี้แต่งขึ้นหลังประเทศไทยเพิ่งออกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงนึกถึงเพลงนี้เป็นเพลงบลูส์ เนื้อหาค่อนข้างหนัก เพลงบลูส์เป็นดนตรีของคนผิวดำที่แสดงความรู้สึกบีบคั้นกดดันที่อยากปลดปล่อยออกมา พระองค์ท่านไม่มีพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีความเครียดมากขึ้น จึงไม่พระราชทานเพลงนี้ออกมา เนื้อร้องที่พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ทรงเป็นผู้แต่ง แต่ทำนองเพลงเป็นของพระองค์ท่านที่ต้องการให้เป็นบลูส์ จึงไม่แปลกใจเลยที่จะพระราชทานเพลงยามเย็น เพลงสายฝนมาก่อน เป็นเพลงฟังสบายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลงรักก็ทรงพระราชนิพนธ์และพระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เด่นๆ คือ 5 เพลงพระราชนิพนธ์ที่ทรงพระราชนิพนธ์เนื้อร้องด้วยพระองค์เอง แล้วยังมีเพลงให้กำลังใจ เพลงมาร์ช เพลงปลุกใจ และเพลงพระราชทานแก่สถาบันต่างๆ อย่างเพลงพระราชนิพนธ์ยิ้มสู้ ทรงแต่งให้กำลังใจคนตาบอด เพลงนี้เป็นตัวอย่างที่ดี วิธีการแต่งเพลงพระองค์ทรงใช้แบบจำง่าย มีแค่สองจังหวะ ตัวโน้ต วลีที่สองก็ล้อวลีที่หนึ่ง นี่คือความใส่พระราชหฤทัยของพระองค์ มีความละเอียดลึกซึ้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพลงแสงเทียนก็แสดงพระอัฉริยภาพของพระองค์ท่าน แต่งยากมาก ใช้โน้ตเพลงสากลระบบ 12 เสียง ทั้งที่ในยุคนั้นคนไทยชินกับ 5 เสียง 7 เสียงเท่านั้น ทรงทดลองหลายอย่าง ช่วงนั้นเป็นยุครัฐนิยม จอมพล ป. พิบูลสงครามสนับสนุนให้คนเต้นลีลาศ เพลงยุคนั้นของพระองค์ท่านจึงเป็นเพลงประกอบการเต้นรำ เช่นเพลงใกล้รุ่ง ตนเคยทูลถามพระองค์ท่านมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไร จึงมีพระราชดำรัสตอบว่าเป็นจังหวะสวิงธรรมดา แต่ความพิเศษในท่อนกลางอยากให้เป็นจังหวะรำวง ทรงทดลองแต่งเพลงในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือเพลงพระราชทานแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จริงๆ แล้วทรงพระราชนิพนธ์เสร็จก่อนมหาวิทยาลัยขอด้วยซ้ำ&amp;nbsp;


respin88 มีคนบอกเล่นยาก เพลงนี้ท่านแต่งด้วย 5 เสียงเท่านั้น และเลียนเสียงเพลงไทยเดิม ทรงตั้งชื่อเพลง That&amp;#39;s All แล้วพระราชทาน นอกจากนี้ยังมีเพลงที่พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสให้คุณพ่อแต่งให้กำลังใจทหาร เพลงปลุกใจถวาย นำไปบรรเลงและเผยแพร่สถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภาธรเล่าต่ออีกว่า พระองค์ทรงเล่าถึงที่มาของการโปรดดนตรีว่า ขณะทรงพระเยาว์แพทย์ประจำพระองค์กราบทูลสมเด็จย่าว่า ทั้งรัชกาลที่ 8 และพระอนุชา (ร.9) มีพระพลานามัยไม่แข็งแรง &amp;nbsp;แนะนำให้สูดอากาศบริสุทธิ์และเล่นเครื่องดนตรีเครื่องเป่าเพื่อบริหารปอดให้แข็งแรง รัชกาลที่ 8 จึงทรงคลาริเนต ส่วนรัชกาลที่ 9 ทรงแซ็กโซโฟน หลังจากนั้นพระองค์ท่านทรงเกิดความรักในเครื่องดนตรีชนิดนี้ และทรงดนตรีชนิดนี้มาตลอดพระชนมชีพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มาประทับรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ตลอด 4 ปีพระองค์ทรงดนตรีทุกวันเสาร์ พระองค์ทรงคลาริเนต สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงกีตาร์ คุณพ่อเล่นคีย์บอร์ด และผมเล่นแซ็กโซโฟน พระองค์ท่านทรงเล่นต่อเนื่องหลายชั่วโมงแล้วก็เสวยพระกระยาหาร เปิดเพลงระหว่างเสวยพระกระยาหาร ทำให้ช่วงนั้นพระอาการดีขึ้นและเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลได้&amp;quot; อาจารย์ภาธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ภาธรเล่าอีกว่า ได้ถวายรับใช้ด้านดนตรีพระองค์ท่านมาตลอด มีพระราชดำรัสให้แก้ไขปรับปรุงเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด ซึ่งค่อยๆ ทำกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีจนครบหมดทุกเพลง เหลือเพียงเพลงแสงเทียนที่ยังมีพระบรมราชวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังจำได้ดีถึงพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ท่าน ทรงให้รักษาเพลงพระราชนิพนธ์ ทรงให้ผมได้ปรับปรุงแก้ไขเพลงเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จัดทำโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์แต่ละเพลงและถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย ใช้เวลา 5 ปีก็แล้วเสร็จ พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์ให้มีการเผยแพร่เพลงพระราชนิพนธ์ได้อย่างกว้างขวางและถูกต้องสมควรกับที่มีพระราชประสงค์ บางครั้งเรารักท่านผิดๆ จะเล่นเพลงพระราชนิพนธ์แต่กลับปู้ยี่ปู้ยำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ภาธรกล่าวถึงการเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ว่า ต้องยึดเจตนารมณ์ของผู้ประพันธ์ หลายเพลงของพระองค์เป็นสไตล์คลาสสิก เช่น เพลงกินรีสวีท โน้ต ทำนอง และคอร์ดไม่ควรเปลี่ยน ควรรักษาไว้ &amp;nbsp;แต่หากพระราชนิพนธ์เป็นเพลงแจ๊ซ เช่น แคนเดิลไลต์บลู ก็สามารถเล่นสไตล์แจ๊ซพลิกแพลงได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะสม สมัยก่อนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตั้งคณะกรรมการพิจารณาเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งอาจารย์ภาธรเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ มีการกำหนดกฎเกณฑ์การแก้ไข &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันผมนำเพลงพระราชนิพนธ์ไปเล่นทั่วโลกทุกปี ปีละ 3-4 ครั้ง นอกจากงานสอนทางวิชาการ &amp;nbsp;เล่นกว้างไกลอย่างเดียวไม่พอ ต้องถูกต้อง นี่คือพระราชประสงค์ของพระองค์ท่านที่ผมต้องสานต่อให้ได้ ให้สิ่งนี้เป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์ท่าน ส่วนถ้าบอกให้เล่นตามต้นฉบับเดิมก็อาจไม่ถูกต้องก็ได้ ต้นฉบับผิด แต่ไม่ได้มาจากพระองค์ท่าน ศิลปินบางคนเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ เพิ่มหรือเปลี่ยนคอร์ดเยอะ ซึ่งผมเห็นว่าไม่สมควร นำมาสู่การปรับปรุง พระองค์ท่านทรงตรวจสอบครบทุกเพลง ขาดเพลงแสงเทียนที่ยังมีพระบรมราชวินิจฉัยไม่เสร็จ&amp;quot; อาจารย์ภาธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปรับปรุงเพลงพระราชนิพนธ์ อาจารย์ภาธรเปิดเผยว่า แม้ขณะประทับรักษาในโรงพยาบาลศิริราชก็ยังทรงงานด้านนี้ ตนเองได้พิมพ์โน้ตเพลงพระราชนิพนธ์จากคอมพิวเตอร์ถวาย เพื่อให้พระองค์ท่านทอดพระเนตรและมีพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งกระดาษที่ใช้พิมพ์ก็ต้องใช้กระดาษรีไซเคิลด้วย ไม่เช่นนั้นจะกริ้ว พอทอดพระเนตรแล้วจะทรงขีดวงและเขียนแก้ให้ถูกต้องด้วยลายพระหัตถ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนผมก็จะจดบันทึกสิ่งที่พระองค์มีพระราชดำรัสว่าต้องแก้ตรงไหนอย่างไร บางจุดทรงเขียนเครื่องหมายคำถามไว้ และวันที่ 9 ต.ค.2005 นี่คือข้อมูลปฐมภูมิ พระองค์ท่านทรงละเอียดมาก รู้ลึกการใช้คอร์ด แต่พระองค์เคยมีพระราชดำรัสว่าไม่ได้ทรงเรียนมา ซึ่งเพลงแสงเทียนแก้ไขมากที่สุด จนวันนี้ก็ยังไม่เสร็จ มีพระราชประสงค์จะให้เป็นบลูส์มากขึ้น คอร์ดแรกที่ทรงใช้เป็นคอร์ดล้ำสมัยในยุค 70 ปีที่แล้วไม่ได้ใช้กัน อย่างเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน ทรงแก้คอร์ด ทรงอินโทรเพลงใหม่ และพระราชทานลงมาวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2548 ตนก็จดบันทึกไว้ มีพระราชดำรัสสั่งพระเจน (พระเจนดุริยางค์) &amp;nbsp;ให้ใส่คอร์ดให้ เวอร์ชันพระเจนก็เป็นที่ติดหู พระองค์มีพระราชประสงค์ทำคอร์ดของพระองค์เอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพลงใกล้รุ่ง พระองค์ท่านทรงอนุมัติเมื่อ 17 กันยายน 2547 แต่ตอนหลังนำมาเล่น คอร์ดนี้ไม่เอา &amp;nbsp;ตัดออกให้หมด ผมก็บันทึก มีพระราชกระแสรับสั่งท่อนกลางให้ใช้คอร์ดอะไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้เป็นเพลงรำวงแต่แรก ลงวันที่ 11 ก.พ.50 นี่คือพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน ส่วนชื่อเพลงทรงตั้งเองเกือบทั้งหมด มีบางเพลงไม่ได้ตั้ง เช่น พระมหามงคล และเพลงมีชื่อไทย ไม่มีชื่อภาษาอังกฤษ &amp;nbsp;อย่างเพลงความฝันอันสูงสุด ทรงให้ใช้ว่า The Ultimate Dream&amp;nbsp;
เพลงเราสู้ ทรงให้ใช้ Fight และมีเครื่องหมายตกใจด้วย ทรงตรวจละเอียด พิถีพิถันมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเพลงราชวัลลภ มาร์ชราชวัลลภ ท่อนกลางมีเนื้อร้อง แต่มีเนื้อร้องขึ้นมาไม่ตรงทำนอง ตนกราบทูลถามพระองค์เรื่องนี้ จึงมีพระราชดำรัสว่ามาร์ชราชวัลลภเป็นเพลงพระราชนิพนธ์อีกบทหนึ่งเหมือนกัน และมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าราชวัลลภกับมาร์ชราชวัลลภ &amp;quot;เป็นคนละเพลงเดียวกัน&amp;quot; มีพระราชดำรัสว่าพระองค์ไม่ได้ทรงเป็นนักดนตรีอาชีพ และตอนแต่งเพลงนี้ก็ไม่รู้เรื่องคอมโพสิชัน เพลงมาร์ชราชวัลลภจึงออกมาไม่ปกติ แต่เป็นเพลงที่เหล่าทหารราชวัลลภเขาร้องจึงต้องเป็นพระราชนิพนธ์ด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแก้ไขเพลงราชวัลลภกับเพลงมาร์ชราชวัลลภ ผมลงบันทึกไว้วันที่ 28 ธันวาคม 2551 เวลาตี 5 รับสนองพระองค์มา ท่านทรงงานกลางคืน มีพระราชกระแสรับสั่งว่าเพลงนี้เป็นเพลงมาร์ช และให้ใส่ชื่อคำว่ามาร์ชเป็นชื่อภาษาไทย ส่วนมาร์ชราชวัลลภที่เป็นเพลงร้อง รับสั่งว่าเป็น song ไม่ใช่มาร์ช ให้ใช้ราชวัลลภแทน ชื่อภาษาอังกฤษ &amp;#39;รอยัลการ์ด&amp;#39; 4 มกราคม 2552 หกโมงเช้า ซึ่งทำให้เวลานี้เพลงพระราชนิพนธ์มี 49 เพลง จากที่รับรู้มี 48 เพลง เพราะมารช์ราชวัลภกับราชวัลลภเป็นคนละเพลงเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถวายงานดนตรีของอาจารย์ภาธร และสานต่องานพระราชนิพนธ์เรื่อยมา จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อาจารย์ภาธรได้เรียบเรียงเป็นหนังสือทางวิชาการชื่อ&amp;quot; บทเพลงพระราชนิพนธ์การวิเคราะห์และสังเคราะห์ทางดนตรีศึกษา&amp;quot; แยกเพลงพระราชนิพนธ์เป็นรูปแบบต่างๆ ลงรายละเอียดแต่ละเพลงเพื่อใช้สอนนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ภาธรบอกอีกว่า ตั้งใจจะดำเนินการจัดพิมพ์เพลงพระราชนิพนธ์ที่ผ่านพระบรมราชวินิจฉัย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว และจะดำเนินแจกปลายปีนี้ จะทำอย่างแน่นอน หากหน่วยงานใดประสงค์จะร่วมสนับสนุนการจัดทำเพื่อเป็นสมบัติของชาติ สำหรับเอกสารโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์ฉบับร่างนี้ ซึ่งมีลายพระหัตถ์พระองค์ ต่อไปจะส่งมอบให้หอจดหมายเหตุ เพราะทุกข้อความมาจากพระโอษฐ์พระองค์ท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องราวดนตรีกับพระองค์ท่าน เมื่อ 10 ปีก่อนพระองค์ท่านมีพระราชกระแสรับสั่งกับผมว่า สิ่งที่ได้รู้ได้เห็น ความสุขที่ได้ ขอให้จดจำไว้ และบอกเล่าให้คนอื่นฟังว่า เรามีความสุขขนาดไหนเวลาเราเล่นดนตรี อย่าลืมเล่าให้ลูกหลานฟังว่าเรามีความสุขขนาดไหน&amp;quot; ดร.ภาธรเผยพระราชดำรัสที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจทั้งน้ำตาด้วยความรักและอาลัยพระราชาผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระอัจฉริยภาพทางดนตรี, รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์, วงอ.ส.วันศุกร์, ในหลวงร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5ba4e64e33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
