<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.๕ เสด็จฯนอร์ธเคป นอร์เวย์  ทอดพระเนตร&#039;พระอาทิตย์เที่ยงคืน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสด็จประพาสทวีปยุโรปครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ ได้มีกระแสพระราชปรารภมีข้อความตอนหนึ่งว่า พระองค์ได้เสด็จฯ ไปนอกพระราชอาณาเขตหลายครั้งคือ เสด็จประพาสอินเดีย พม่ารามัญ ชวาและแหลมมลายูหลายครั้ง ได้ทรงเลือกสรรเอาแบบแผนขนบธรรมเนียมอันดีในดินแดนเหล่านั้นมาปรับปรุงในประเทศให้เจริญขึ้นแล้วหลายอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เมืองเหล่านั้นเป็นเพียงแต่เมืองขึ้นของมหาประเทศในทวีปยุโรป ถ้าได้เสด็จฯ ถึงมหาประเทศเหล่านั้นเองประโยชน์ย่อมจะมีขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งจะได้ทรงวิสาสะคุ้นเคยกับพระมหากษัตริย์และรัฐบาลของประเทศน้อยใหญ่ในยุโรปด้วย เป็นทางส่งเสริมทางไมตรีให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงได้ทรงกำหนดเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ ๗ เมษายน ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) มีกำหนดเวลาประมาณ ๙ เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสด็จประพาสครั้งแรกนี้ได้มีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระราชินีนาถ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินตลอดระยะทาง พระราชหัตถเลขานี้ต่อมาได้รวมเป็นหนังสือเล่มชื่อ พระราชนิพนธ์เรื่อง &amp;quot;ไกลบ้าน&amp;quot; &amp;nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ที่เสด็จฯ ไปอย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ นั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จกลับแล้ว จึงทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๐ ขณะที่เรือพระที่นั่งมุ่งหน้าไปยังนอร์ธเคป นอร์เวย์ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืน เป็นคนไทยกลุ่มแรกที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกประจักษ์แก่ตาทั่วหน้ากัน ในคืนวันที่ &amp;nbsp;๑๐ กรกฎาคม ๒๔๕๐ ทรงถ่ายรูปได้เพียง ๔ รูป พระอาทิตย์ก็กลับเข้าไปในเมฆหมอก ช่วงระยะเวลาของพระอาทิตย์เที่ยงคืนในแต่ละเมืองจะไม่
เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการแล้ว ยิ่งอยู่เหนือจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไปเท่าไหร่ยิ่งดูได้นานขึ้น ตัวอย่างเช่นที่ เมืองทรอมโซ (Tromso) นั้น จะดูได้ระหว่าง ๑๖ พฤษภาคม ถึง ๒๗ กรกฎาคม สถานที่ที่สามารถชมพระอาทิตย์ได้นานที่สุดอยู่ที่ สวาลบอร์ด (Svalbard) ซึ่งเป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรอาร์กติก ทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่ในนอร์เวย์ขึ้นไปอีก ๔๐๐ ไมล์ หรือ ๖๔๐ กิโลเมตร ที่ท่านสามารถดูชมได้ตั้งแต่ ๑๙ เมษายน ไปจนถึง ๒๓ สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยส่วนมากจะนิยมไปที่ North Cape คงจะเป็นเพราะว่าเจ้านายของเราคือ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้เคยเสด็จฯ มาแล้ว อีกอย่างคือจะได้ขึ้นชื่อว่า ตูข้าได้เคยมาเหยียบจุดเหนือสุดของทวีปยุโรปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;North Cape หรือ Nordkapp ตั้งชื่อโดยนักเดินเรือและนักสำรวจชาวอังกฤษที่มีชื่อว่า ริชาร์ด ชานเซลเลอร์ (Richard Chancellor) ที่เดินทางไปกับกลุ่มของเซอร์ฮิวจ์ วิลละบี (Sir Huge Willoughby) ในระหว่างการพยายามที่จะสำรวจหาเส้นทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเดินเรือจากทะเลเหนือไปเมืองจีนในปี ๑๕๓๓ หรือ พ.ศ.๒๐๗๖ บุคคลที่ส่งเสริมให้นอร์ธเคปกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ &amp;nbsp;คิงออสการ์ที่ ๒ แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ เสด็จประพาสเมื่อปี ๑๘๗๓ (พ.ศ.๒๔๑๖) สมัยก่อนการเดินทางไป North Cape นั้นต้องอาศัยเรือเฟอร์รีเพียงอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ทางการนอร์เวย์ได้ทำอุโมงค์สำหรับรถยนต์วิ่งยาว ๖.๘๗๐ กิโลเมตร หรือ ๖,๘๗๐ เมตรเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี ๑๙๙๙ หรือ พ.ศ.๒๕๔๒ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกๆ ปีนักท่องเที่ยวราว ๒๐๐,๐๐๐ คนได้มาเยือนริมผาบริเวณขอบทวีปยุโรปลึกลงไป ๓๐๗ เมตร จากขอบผาเป็นทะเลอาร์กติก จุดนี้ถือเป็นจุดเหนือสุดของทวีปยุโรป ณ เส้นแวง ๗๑ องศา ๑๐ ลิปดา &amp;nbsp;๒๑ พิลิปดาเหนือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;...ทำนายกันได้ว่า นานไปจะมีเครื่องเตเลโฟน สักเท่านาฬิกาพก พกไปไหนๆ ได้ เมื่อจะพูดกับใคร พูดลงไปที่นาฬิกาพก และเอาหูฟังที่นาฬิกาพกจะรู้กันได้...&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความข้างต้นหากพูดกันในปัจจุบัน คงไม่มีใครรู้สึกว่าแปลกพิสดารแต่อย่างใด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปเกือบร้อยปีในเวลาที่กรุงเทพมหานครมีโทรศัพท์ใช้กันอยู่ไม่ถึง ๕๐๐ เครื่อง แต่ละเครื่องนั้นใหญ่โตมโหฬารและต้องใช้ประกอบกับหม้อแบตเตอรี่เครื่องละ ๔ หม้อ ผู้ที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวในเวลานั้นคงจะคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไร และคงจะนึกภาพไม่ออกเป็นแน่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความข้างต้นคือพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานมายังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นฉบับที่ ๓๑ ในจำนวนทั้งสิ้น ๔๓ ฉบับ คราวเสด็จประพาสประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปครั้งที่ ๒ ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๐ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชหัตถเลขาตอนนี้ทรงเขียนที่ตำบลโนโตดเดน ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันพุธที่ ๓๑ กรกฎาคม &amp;nbsp;หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงงานแยกธาตุไนตริกแอซิคด้วยกำลังไฟฟ้าจากพลังน้ำของบริษัท นอรวีเยียน ไฮโดรเอเลกตริก ไนโตรเยน กัมปานี ลิมีติค ซึ่งทรงเล่าถึงการดำเนินการของบริษัทนี้ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...เขาทำการแปลก คือจับธาตุไนตริกจากลมในอากาศด้วยแรงไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า ผู้ที่เป็นไดเร็กเตอร์ของกัมปานีนี้ชื่อ เอส ไอเด...พระยาชลยุทธ (๒) มีหุ้นส่วนอยู่ในกัมปานีนี้ด้วย จึงได้บอกข่าวคราวมาถึง เขาจึงอยากให้พ่อได้เห็นงานที่ทำซึ่งตั้งแต่พ่อได้ยินก็อยากดูเป็นกำลัง...&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธาตุไนตริกแอซิคที่ใช้กำลังไฟฟ้าแยกออกจากอากาศนั้น เมื่อนำไปผสมกับปูนแล้วเผาในความร้อนสูงจะกลายเป็นคัลเซียมไนเตรด ซึ่งใช้เป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงพืชพรรณต่างๆ ซึ่งทรงบันทึกว่า &amp;quot;...ปูนนี้ใช้เป็นปุ๋ย...เหมือนอย่างกับดินประสิวที่เกิดเองโดยธรรมดาที่เมืองชิลี แต่เพราะเหตุที่ใช้แรงน้ำ...จึงไม่ใคร่เสีย ด้วยเหตุที่ทำการได้ถูกเช่นนี้ราคาจึงได้น้อยกว่าดินประสิวที่เกิดเองโดยธรรมดาที่เมืองชิลีที่ขายอยู่ในเวลานี้...&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;...พ่ออยากจะทดลองเฟอเตอไลเซอในเมืองเราบางทีจะดี จึงให้พระยาชลยุทธคิดอ่านจัดส่งไปลองดูหนึ่งตันก่อน...&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเราเป็นประเทศกสิกรรม ที่ความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารขึ้นอยู่กับธรรมชาติมาช้านาน ถ้าน้ำบริบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล ก็ได้ผลผลิตดี ถ้าฝนแล้ง น้ำไม่พอผลผลิตก็น้อย ปุ๋ยเคมีที่มีต้นทุนต่ำน่าจะเป็นทางเลือกเป็นวิทยาการใหม่ที่สนพระทัยต้องพระประสงค์จะทอดพระเนตร ถึงแม้ว่าตำบลโนโตดเดน ที่ตั้งของบริษัทจะอยู่ห่างไกลและทางไปจะค่อนข้างทุรกันดาร ก็ไม่ทรงย่อท้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคราวนั้นเสด็จพระราชดำเนินลงเรือชื่ออัลเบียน จากท่าเรือเมืองเบอร์เกนเมืองท่าใหญ่ด้านทิศตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ไปยังเมืองเบรวิก และเสด็จฯ โดยรถไฟไปยังเมืองสกีน จากเมืองสกีนเสด็จฯ ลงเรือกลไฟชื่อวิกตอเรีย เดินเรือผ่านทะเลสาบขึ้นไปในระดับความสูง ๓ ระดับด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจะเปลี่ยนระดับน้ำเรือต้องเข้าไปในช่องระหว่างประตูน้ำ ๒ ด้าน แล้วปล่อยน้ำจากด้านสูงลงไป &amp;nbsp;เมื่อได้ระดับจึงเปิดประตูให้เรือแล่นออกมา ลองนึกภาพดูว่ากว่าจะถึงตำบลโนโตดเดนซึ่งอยู่ด้านเหนือสุดของทะเลสาบนอร์ดเซอ ต้องใช้เวลาเสด็จฯ ระหกระเหินถึง ๖ วัน โดยวันสุดท้ายต้องเสด็จฯ โดยรถ ซึ่งทรงเล่าว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...หนทางเป็นโคลนเฉอะแฉะไปหมดทั้งนั้น น่ากลัวรถจะลื่น พ่อออกคร้ามๆ ดูมันน่ากลัวจะเลยลงไปในช่องเขา...ถ้าขึ้นสูงทีไรต้องใช้ถึงเกียร์ ๑ และเปิดเต็มแรงจนลั่นตูมๆ ออกจะน่ากลัวอันตราย ควันขึ้นกลุ้มๆ แต่กระนั้นแห่งหนึ่งที่สูงชัน คนขับเผลอไปไม่ได้ลดเกียร์ ๑ ...ตกลงต้องลงเข็นส่งขึ้นไปถึงยอด มีติดจริงๆ อยู่แห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็มาได้แต่เขย่าขย่อนเหลือกำลัง ฟัดโงกเงกกันมาจนตลอดทาง...&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องทนทรมานพระวรกายมาเพื่อทอดพระเนตรโรงงานนี้เพื่ออะไรถ้าไม่ใช่เพื่อความสมบูรณ์พูนสุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย การที่ได้ทรงรู้มาก...เห็นมาก ในความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อจะได้ทรงนำมาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญทัดเทียมอารยประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้ทอดพระเนตรโรงงานผลิตไนเตรดจากไฟฟ้ากำลังน้ำแล้ว ทรงบันทึกต่อไปว่า...&amp;quot;นั่งสนทนากันถึงเรื่องไฟฟ้าในเวลากินเข้า ใช้ได้เป็นอัศจรรย์มากขึ้นทุกที &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...คิดจะใช้ยิงปืนใหญ่ไม่ให้ต้องบรรจุดิน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;...อีกอย่างหนึ่งนั้นจะทำให้ฝนตกได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;...ความคิดที่จับไนเตรดและทำปุ๋ยนี้เป็นความคิดของมิสเตอร์ไอเด เขาขอเปเตนท์ทั่วทุกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จะใช้โทรเลขไม่มีสาย...ผิดกับที่ทำกันอยู่แล้วเดี๋ยวนี้ด้วยอาศัยแรงน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ทำนายกันได้ว่า นานไปจะมีเครื่องเตเลโฟน สักเท่านาฬิกาพก พกไปไหนๆ ได้... &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เพียงในเวลาในอายุพ่อเท่านี้ แต่ก่อนไฟฟ้าดูเป็นแต่ของทดลองเล่น เดี๋ยวนี้เป็นของที่จำเป็นใช้ได้ประโยชน์จริง&amp;nbsp;
กว้างขวางนักหนาแล้ว ยิ่งรู้มาก ความคิดก็ยิ่งแตกมากออกไป ความวิเศษขึ้นในการงานของมนุษย์จะหาที่สุดมิได้ ผู้ใดมีชีวิตอยู่ช้าไป ฤๅที่เกิดมาใหม่ๆ คงจะได้เห็นแต่สิ่งซึ่งวิเศษดีขึ้นร่ำไปไม่มีที่สุด&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๓ ตุลาคมที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระพุทธเจ้าหลวง ในความเป็นมหาราชของพระองค์ท่าน นอกจากจะเป็นกษัตริย์ผู้ปฏิวัติสยาม นักปกครองแล้ว พระองค์ท่านยังทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ และมองการณ์ข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือพระปิยมหาราชของคนไทย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;----------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างอิง: ดร.ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ, สมุดภาพ ๑๐๐ ปีไกลบ้าน ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระอาทิตย์เที่ยงคืน, ร.5, เสด็จประพาสยุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd80819417ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
