<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจตนาสกปรก&#039;โตโต้&#039;อ้างเสียใจ!ไม่ได้รับเสด็จฯที่วงเวียนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63- นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่มราษฎร หัวหน้ากลุ่มการ์ดอาสา we volunteer หรือ wevo โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าวันนี้มี 2 ประเด็นจะชวนคุยกับพี่น้องประชาชนครับ ประเด็นแรกคือ กรณีที่ทางตำรวจได้ ออกมาแถลงโดยผ่านแฟนเพจ สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ส่งคนไปข่มขู่เจ้าของฟาร์มกุ้ง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ผมได้นำเสนอไป ตำรวจแต่ยอมรับว่าได้ให้คนไปติดต่อจริงเพื่อการแนะนำว่า &amp;ldquo;ห้ามไปขายอีก&amp;rdquo; ตำรวจพยายามบอกว่าเขาไม่ได้ข่มขู่เขาแค่แนะนำ &amp;nbsp;..... -.- ครับ แนะนำก็แนะนำ ผมคงไร้เดียงสา และประชาชนคงไม่ทันเข้าใจความหวังดีของผู้พิทักษ์สันติราช &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถึงว่า ทำไมบ่อนจึงกลายเป็นโกดังไปได้ เพราะตำรวจไม่เคยพูดความจริงต่อสาธารณะ ผมอยากให้คุณตำรวจ หรือพี่ๆตำรวจของผม รักษาเกียรติของท่านไว้ อย่านำเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านและองค์กรเสื่อมเสียเพียงเพราะปกป้องผู้มีอำนาจที่จิตวิปริต ขอให้เชื่อมั่นในประชาชน แล้วพวกเราจะปกป้องท่านเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ 2 คือ เมื่อวานช่วงบ่ายแก่ๆผม และคณะ wevo ราว40 คน ตั้งใจจะไปอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) เพื่อรับเสด็จฯ ตามที่มีหมายกำหนดการ ด้วยระยะทางจากที่พักไปถึงวงเวียนใหญ่ห่างกันไม่มากพวกเราจึงใช้วิธีการเดินไป เมื่อถึงหน้างาน จนท ก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี มีการตรวจวัดอุณหภมิ ให้ล้างมือด้วยน้ำยา มีการตรวจสอบประวัติบุคคล ทุกคนในทีมผ่านเกือบหมดมีผมและคนติดตามใกล้ชิดผมอีก3 คน ประวัติไม่ผ่านจึงไม่สามารถเข้าไปในงานได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรแก่ผม มีเพียงความตื่นตระหนกของพวก จนท. ที่ทำอะไรไม่ถูกในช่วงที่ผมยืนรอคำตอบนับ10นาที ผมจึงเข้าใจได้ว่าผมไม่เหมาะกับการจะเป็น พสกนิกรของเจ้า เพราะผมถูกตีตราว่า #เป็นผู้มีมลทินมัวหมอง ไปเสียแล้ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88262</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเจ้าตาก, รับเสด็จฯ, โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5fea87974ce96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนอดีตกลับไป ๒๕๓ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สู่ห้วงเวลาไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ให้กับกองทัพพม่า เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระเจ้าตาก&amp;quot; รวบรวมผู้มีปณิธานกอบกู้ชาติได้จำนวนหนึ่ง ใช้เวลา ๗ เดือน ไล่ตีกองทัพพม่า กระเจิดกระเจิงพ้นราชอาณาจักรไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอบกู้เอกราชคืนแผ่นดินมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๐ ซึ่งตรงกับวันนี้ &amp;quot;๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ วันที่ &amp;quot;พระเจ้าตาก&amp;quot; ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี&amp;quot; หรืออีกพระนาม &amp;quot;สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้าง &amp;quot;กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร&amp;quot; เป็นราชธานีหรือเมืองหลวง แทน &amp;quot;กรุงศรีอยุธยา&amp;quot; ชาวบ้านเรียกวันนี้ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันพระเจ้าตากนั่งเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึง ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ไม่มีเวลาได้นั่งเลย ต้องยืน เดิน นอน วิ่ง ในสมรภูมิ ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและซากศพ กรำศึกตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อได้ทรงนั่ง พระองค์ทรงนั่งช่วงเวลาสั้นๆ แค่ &amp;nbsp;๑๕ ปีเท่านั้น ก็เสด็จสวรรคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระชนมพรรษาเพียง ๔๘ พรรษา เมื่อ ๖ &amp;nbsp;เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณสุดจะกล่าว ต่อยอด ยืนยาววัฒนาถาวรเป็น &amp;quot;กรุงรัตนโกสินทร์&amp;quot; ปัจจุบันยันอนาคตกาลมิสิ้นสุดนี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทุกวันที่ ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี คือ &amp;quot;วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดกันจริงๆ แล้ว พระบรมราชานุสาวรีย์ &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; มีแทบทุกหัวระแหงแผ่นดิน เรียกว่า &amp;quot;สุดเหนือ-สุดใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแสดงถึง มีหยาดพระเสโทและหยดพระโลหิตของพระองค์ชโลมแลกแผ่นดินที่เราทั้งหลายอยู่สบายกันทุกวันนี้ ณ ที่ตรงนั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ โควิดระบาด......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ วงเวียนใหญ่ งดจัดงาน &amp;nbsp;แต่ให้ประชาชนผ่านการคัดกรองโรคเข้าไปกราบถวายสักการะได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติ ผมไปกราบถวายสักการะที่พระบรมราชานุสาวรีย์ &amp;quot;ค่ายบางกุ้ง&amp;quot; สมุทรสงคราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี้ ทหารพม่าถูกทหาร &amp;quot;ภักดีอาสา&amp;quot; ของพระเจ้าตาก ประกอบด้วยคนจีนจาก ระยอง ชลบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกทัพเรือมาตั้ง &amp;quot;ค่ายบางกุ้ง&amp;quot; เพื่อยันศึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พม่าเมื่อตีกรุงศรีฯ แตกแล้ว ก็ย่ามใจ นึกว่าทหารไทย กระจอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเจ้าอังวะส่งทหารเข้ามา ๓-๔ พันนาย ทางทวาย หวังขยี้ให้ทหารไทยขี้หักคาไส้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ไหนได้ กองทัพพม่าถูกทหารภักดีอาสาของพระเจ้าตาก ฟันสั่งสอนซะเหมือนฟันหยวกเลี้ยงหมู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพเกลื่อนไปทั่ว หนีกันโสร่งหลุดกลับไปได้ไม่ถึงครึ่งจากที่มา จากนั้น พม่าก็ขยาด ไม่กล้าเข้ามาแหย็มอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพเหล่านั้น ไม่ได้กลบ-ไม่ได้ฝัง ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ บางแห่ง ย่ำไป-ย่ำมา กะโหลกบ้าง กระดูกทหารพม่าบ้าง โผล่ขึ้นมาเรี่ยดิน ตามลานบ้าน พื้นสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะหลัง ผมไม่ได้ไป เปลี่ยนเป็นถึงวันที่ ๒๘ ธันวา ก็ทำบุญอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลถึงพระองค์ท่านแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ ทราบว่าที่ &amp;quot;วัดอินทาราม&amp;quot; แถวๆ ละแวกค่ายบางกุ้ง มีพระที่อาพาธหลายรูป ทางวัดต้องการปัจจัยดูแลรักษา และเปิดรับบริจาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตอนครบรอบไทยโพสต์ ๒๑ ตุลา ๖๓ มีบางท่านใส่ซองช่วยงานไว้ เช่นคุณชนิดา มหาดำรงค์กุล นพ.สวรรค์ กาญจนะ ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ คุณภักดิพร-สุรบถ หลีกภัย และท่านอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็แกะจับจ่ายไปตามเรื่อง ยังเหลือ ๓๐,๐๐๐ บาท &amp;nbsp;เมื่อวาน (๒๗ ธ.ค.) โอนเข้าบัญชีวัดอินทาราม ในนาม &amp;quot;ผู้อ่านไทยโพสต์&amp;quot; ๒๐,๐๐๐ บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเรียบร้อยแล้ว ขอทุกท่านน้อมอุทิศถวายเป็นราชสักการะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังอยู่อีก ๑๐,๐๐๐ บาท นำไปเพื่อการใด จะเรียนให้ทราบตอนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วช่วงนี้ จะคุยอะไรกันดีล่ะครับ ใจคงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกันแล้ว ไปอยู่กับโควิดบ้าง อยู่กับปีใหม่บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมากต่อมาก........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใจโบยบินกลับไปบ้าน &amp;quot;ณ ถิ่นกำเนิด&amp;quot; กันหมดแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นถนนสายทางเหนือ-อีสานแน่นแบบแอบๆ แน่นมาตั้งแต่เย็นวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงยุค แต่ละคนต้อง &amp;quot;มีความคิด&amp;quot; โตตามอายุแล้ว โควิดรอบนี้ รัฐบาลเขาเปิดมิติใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช้มาตรการ &amp;quot;ควบคุมคน&amp;quot; แต่ให้สำนึกรับผิดชอบของผู้เจริญแล้วแต่ละคน &amp;quot;ควบคุมสังคม&amp;quot; กันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ท่ามกลางข่าวเชื้อโควิดแพกุ้ง &amp;quot;จากคน-สู่คน&amp;quot; จากมหาชัย ขยายไป ๓๐-๔๐ จังหวัด ทีท่าจะครบ ๗๗ &amp;nbsp;จังหวัด แต่รัฐบาล โดย ศบค.ไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ไปกันได้ โควิดมันมีบางจุด-บางที่ และการสาธารณสุขเรา &amp;quot;เอาอยู่&amp;quot; ฉะนั้น ใครไปจุดไหน-ที่ไหน ก็ดูเอาละกัน พื้นที่นั้น เสี่ยงสูง-เสี่ยงต่ำ แล้วทำตัวให้ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ แต่ละพื้นที่ ผู้ว่าฯ มีอำนาจสั่งการได้เต็มที่ รัฐบาลยกให้เป็น &amp;quot;ประธาน ศปม.&amp;quot; จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีอำนาจแล้ว รู้จักใช้อำนาจด้วยการตัดสินใจบนความรับผิดชอบตัวเองให้สมกับคำว่า &amp;quot;เจ้าเมือง&amp;quot; กันซะที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากชินระบบ &amp;quot;หุ่นยนต์&amp;quot; ของรัฐมนตรี ของปลัดฯ มานาน จนแต่ละผู้ว่าฯ ใหญ่แต่ตำแหน่ง แต่เล็ก-ลีบในภาวะผู้นำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านอนุพงษ์ ท่านฉัตรชัย เห็นด้วยกับผมไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งรัฐบาล ครม.มีตั้ง ๓๐ กว่าคน ชาวบ้านบ่น เห็นมีแต่นายกฯ ทำงาน &amp;quot;คิดทุกเรื่อง-สั่งทุกเรื่อง&amp;quot; อยู่คนเดียว ดีมีคนรับหน้าสลอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซวย ลงที่นายกฯ คนเดียว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดรอบนี้ ผู้ว่าฯ คนไหน-จังหวัดไหน มีกึ๋นภาวะผู้นำขนาดไหน ได้วัดระดับกันละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นึกๆ ไปก็ดี ที่เกิด &amp;quot;มินิระบาด&amp;quot; จะได้ใช้วัดศักยภาพข้าราชการแต่ละยูนิต ที่ย่อส่วนอยู่ในอำนาจบริหารของผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนสงสัย ผมก็สงสัย ว่าระบาดรอบนี้ ทำไมทีมอาจารย์หมอ &amp;quot;ศบค.&amp;quot; จึงให้รัฐบาลไว้วางใจแต่ละจังหวัดไปบริหารสถานการณ์กันเอง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนระบาดรอบแรก ดูไม่ไว้ใจ และไม่มั่นใจเต็มร้อย &amp;nbsp;แต่รอบนี้ ดูชิลๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปะติด-ปะต่อเอาเองว่า เพราะรอบแรก &amp;quot;โควิด&amp;quot; มันใหม่ ชนิดไม่รู้หัวนอน-ปลายตีน จึงยากรับมือ ยากจะรู้ว่าต้องเอายาอะไรปราบ และฤทธิ์เดชมันจะขนาดไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รอบนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรอบแรก โควิดมันเป็น &amp;quot;อาจารย์ใหญ่&amp;quot; สอนให้เรารู้หัวนอน-ปลายตีนมันพอสมควรแล้ว รู้แล้วจะต้อนรับขับสู้มันยังไง มียาขนานไหนที่ปราบมันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่ต่างเชื้อไวรัสที่ระบาดแต่ละยุคสมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบแรก จะตายร่วงกราว อย่างก่อนปี ๒๕๐๐ มีแค่ไข้หวัด แต่ราวๆ ๒๕๐๑-๒๕๐๒ &amp;quot;ไข้หวัด&amp;quot; ใครก็เป็น โลกไม่จำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไข้หวัดใหญ่&amp;quot; เป็นเชื้อใหม่ระบาด โรคจำเลย ผมเป็นเด็กๆ จะลุกจากที่นอนตอนเช้า ยกได้แต่ส่วนก้น แต่หัวหนักทิ่มเด่กับที่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวิดตาย.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สูตรเด็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊กโฮ้ว พายเรือขายในคลองหน้าวัด ใส่พริกน้ำส้มเผ็ดจี๋-เปรี้ยวจี๊ด ซดยังไม่ทันหมดชาม พริกน้ำส้ม &amp;quot;สูตรลับ&amp;quot; เจ๊กโฮ้ว เหงื่อแตกพลั่กตั้งแต่หัวยันทั้งตัว ขี้มูกไหลเป็นท่อแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมดชาม โดดโครมลงคลองจนมิดหัว โผล่ขึ้นมา ขึ้นท่าน้ำ นุ่งกางเกง หวัดหย่ง-หวัดใหญ่ ไม่รู้มันโกยแน่บไปไหน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไข้หวัดใหญ่ จากโรคระบาดยุคนั้น ทุกวันนี้ ไข้หวัดใหญ่ สบม.แปลว่า สบายมาก จะให้เท่เป็นของใหม่ ต้อง &amp;quot;ไข้เลือดออก&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดนี่เหมือนกัน ไปซีลประเทศมิดชิด วันนี้ ขณะทั่วโลกเขาเป็น เป็นคนมีภูมิต้านทาน แต่เราไม่มี เพราะไม่เคยเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเรามาเป็นทีหลังอยู่ประเทศเดียว ในขณะที่ทั่วโลกเขาชิลๆ กันหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนนั้น ไทยกลายเป็นประเทศ &amp;quot;โรคระบาด&amp;quot; อยู่ที่เดียว ทั่วโลกกลัว รังเกียจ เขาไม่มา ทั้งไม่ให้เราไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซวยละซีทีนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ผมคิดเล่นในมุมกลับนะ ฉะนั้น ที่ระบาดรอบใหม่ เมื่อการสาธารณสุขเห็นว่า รับมือได้ หมอพร้อม ยาพร้อม &amp;nbsp;วิทยาการพร้อม สถานพยาบาลพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องให้มันเป็น &amp;quot;อาจารย์ใหญ่&amp;quot; ทั้งให้สาธารณสุข &amp;quot;สร้างสมประสบการณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งให้ประชาชนเกิดภูมิต้านทาน ใครเป็น มั่นใจ-รักษาได้ ค่อยๆ ให้สังคมมนุษยชาติกับโรคมัน &amp;quot;ปรับสมดุล&amp;quot; ด้วยพลังธรรมชาติ จนโควิด ก็คือ &amp;quot;หมาน้อยธรรมดา&amp;quot; ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย...รอบนี้ ไม่มีใคร &amp;quot;ถึงตาย&amp;quot; ซักคน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดบวกไว้บ้างเถอะครับ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่าไปมองใครและอะไรด้านเลว-ด้านร้ายไปซะทั้งหมด โรค &amp;quot;ทัศนคติวิบัติ&amp;quot; มันจะฆ่าตัวเรา ยิ่งกว่าห่ากินปอดตอนนี้ซะอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวแล้ว ทำบุญอุทิศให้โควิดบ้างเน้อ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88156</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระเจ้าตาก, สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔, สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุใดสังคมปัจจุบันต้องการนำเสนอว่า &#039;พระเจ้าตาก&#039; ไม่ถูกประหารชีวิต? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง &amp;quot;อวสานพระเจ้าตากฯ&amp;quot; เป็นประเด็นหนึ่งที่ยังคงถกเถียงกล่าวถึงอย่างมากในยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเนื้อหาตอนนี้จะปรากฏอย่างชัดเจนในพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ แล้วก็ตาม จึงขอนำเสนอพระราชประวัติช่วงนี้ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร 4 ฉบับ ที่มักมีการกล่าวอ้างถึงพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เพลาเช้าสองโมง เสด็จพระราชดำเนินทัพมาจาก เสียมราบ ประทับ ณ พลับพลาหน้าวัดโพธาราม ฝ่ายข้าทูล ละอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันไปเชิญเสด็จ ลงเรือพระที่นั่ง กราบ ข้ามมาพระราชวังสถิต ณ ศาลาลูกขุน มีหมพฤฒามาตย์ ราชกุลกวีมุขเฝ้าพร้อมกัน จึ่งมีพระราชบริหารดำรัสปรึกษา ว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินอาสัตย์ธรรมดังนี้ แล้วท่านทั้งปวงจะ คิดเป็นประการใด มุขมนตรีพร้อมกันทูลว่า พระเจ้าแผ่นดิน ละสัตย์สุจริตธรรมเสีย ประพฤติการทุจริตฉะนี้ ก็เห็นว่าเป็น เสี้ยมหนามหลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่นดินจะละเว้นไว้มิได้ ขอ ให้ปริวรรตออกประหารเสีย ฝ่ายทแกล้วทหารทงปวง มีใจเจ็บ แค้นเป็นอันมาก ก็นำ เอาพระเจ้าแผ่นดินและพวกโจทก์ทงปวงนั้นไปสำเร็จ ณ ป้อมท้ายเมืองในทันใดนั้น (ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 3. 2542 : 527)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พระราชพงศาวดาร ฉบับบริติชมิวเซียม กล่าวไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เพลาเช้า 2 โมง พระเจ้ากระษัตรศึกเสด็จพระราชดำเนิน ทัพมาจากเสียมราบ ประทับ ณ &amp;nbsp;พลับพลาหน้าวัดโพธาราม ฝ่ายข้าทูลละอองผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกัน ไปเชิญเสด็จลงเรือ พระที่นั่งกราบข้ามมาพระราชวัง สถิต ณ ศาลาลูกขุน มีหมู่ พฤฒามาตย์ ราชกูลกวีมุขเฝ้าพร้อมกัน จึ่งมีพระราชบริหาร ดำารัสปรึกษาว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินอสัตย์อธรรมดังนี้แล้ว ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด มุขมนตรีทั้งปวงพร้อมกันทูลว่า พระเจ้าแผ่นดินละสัตย์สุจริตธรรมเสีย ประพฤติการทุจริตฉะนี้ ก็เห็นว่าเสี้ยนหนาม หลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่ดินจะละไว้มิได้ ขอให้ปริวัตรออกประหารเสีย ฝ่ายทแกล้วทหารทั้งปวงมีใจเจ็บแค้นเป็นอันมาก ก็นำาเอาพระเจ้าแผ่นดินแลพวกโจทก์ทั้งปวงนั้น ไปสำาเร็จโทษ ณ ป้อมท้ายเมืองในทันใดนั้น (ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 2. 2542 : 371-372)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พระราชพงศาวดาร ฉบับหมอบรัดเล กล่าวไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จึงตรัสปรึกษาด้วยมุขมนตรีทงหลายว่าเมื่อพระเจ้าแผ่นดินอาสัตยอ์าธรรมดังนี้แล้วท่านทั้งปวงจคิดอ่านประการใด มุขมนตรีทงหลายพร้อมกันกราบทูลว่า พระเจ้าแผ่นดินละสุจริตธรรมเสีย ประพฤติการทุจริตฉะนี้ ก็เห็นว่าเป็นเสยนหนาม หลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่นดิน จะละไว้มิได้ควรจะให้สำเร็จโทษเสีย จึงรับสั่งให้มีกระทู้ถามเจ้าตากสิน เจ้าแผ่นดินทุจริตว่า ตัวเป็นเจ้าแผ่นดินใช้เราไปกระทำการสงคราม ได้ความลำบาก กินเหงื่อต่างน้ำา เราอุตสาหกระทำาศึกมิได้อาลัยแก่ชีวิตคิดแต่ จะทำานุบำารุงแผ่นดินให้สิ้นเสี้ยนหนาม จะให้สมณพราหมณา จารย์ และไพร่ฟ้าประชากรอยู่เย็น เป็นสุขสิ้นด้วยกัน ก็เหตุ ไฉนอยู่ภายหลัง ตัวจึงเอาบุตรภรรยาเรามาจองจำาทำาโทษ แล้วโบยตีพระภิกษุสงฆ์ &amp;nbsp;และลงโทษแก่ข้าราชการ และอาณา ประชาราษฎร เร่งรัดเอาทรัพย์สินโดยพลการด้วยหาความผิด มิได้ กระทำาให้แผ่นดินเดือดร้อนทุกเส้นหญ้า ทั้งพระพุทธ ศาสนาก็เสื่อมทรุดเศร้าหมอง ดุจเมืองมิจฉาทิฐิฉะนี้&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&amp;nbsp;โทษตัว จะมี เป็นประการใดจงให้การไปให้แจ้ง แล้วเจ้าตากสินก็รับ ผิดทั้งสิ้นทุกประการ &amp;nbsp;จึงมีรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิตสำาเร็จ โทษเสีย เพชฌฆาตกับผู้คุมก็ลากเอาตัวขึ้นแคร่หามไป กับ ทั้งสังขลิกพันธนาการ เจ้าตากจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราก็สิ้นบุญจะถึงที่ตายแล้วช่วยพาเราแวะเข้าไปหาท่าน ผู้สำาเร็จราชการจะขอเจรจาด้วยสักสองสามคำา ผู้คุมก็ให้หาม เข้ามา ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็น จึงโบกพระหัตถ์มิให้นำามา เฝ้า ผู้คุมและเพชฌฆาตก็หามออกไปนอกพระราชวังถึงหน้า ป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสีย ถึงแก่พิราลัย จึงรับสั่งให้เอาศพไปฝังไว้ ณ วัดบางยี่เรือใต้ และเจ้าตากสิน ขณะเมื่อสิ้นบุญถึงทำาลายชีพนั้นอายุได้สี่สิบแปดปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..จึงตรัสปรึกษาด้วยมุขมนตรีทั้งหลายว่า พระเจ้าแผ่นดินละสุจริตธรรมเสียประพฤติการทุจริตฉะนี้ ก็เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามหลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่นดิน จะละไว้มิได้ควรจะให้สำเร็จโทษเสีย จึงรับสั่งให้มีกระทู้ถามเจ้าตากสินเจ้าแผ่นดินทุจริตว่า ตัวเป็นเจ้าแผ่นดินใช้เราไปกระทำการสงครามได้ความลำบากกินเหงื่อต่างน้ำ เราก็อุตสาหะอาสากระทำศึกมิได้อาลัยแก่ชีวิต คิดแต่จะทำนุบำรุงแผ่นดินให้สิ้นเสี้ยนหนาม จะให้สมณพราหมณาจารย์และไพร่ฟ้าประชากรอยู่เย็นเป็นสุข ก็เหตุไฉน อยู่ภายหลังจึงเอาบุตรภรรยาเรามาจองจำทำโทษ แล้วโบยตีพระภิกษุสงฆ์ และลงโทษแก่ข้าราชการและอาณาประชาราษฎรเร่งรัดเอาทรัพย์สินโดยพลการด้วยหาความผิดมิได้ กระทำให้แผ่นดินเดือดร้อนทุกเส้นหญ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งพระพุทธศาสนาก็เสื่อมทรุดเศร้าหมองดุจเมืองมิจฉาทิฐิฉะนี้ โทษตัวจะมีเป็นประการใดจงให้การไปให้แจ้งและเจ้าตากสินก็รับผิดทั้งสิ้นทุกประการ จึงมีรับสั่งให้เอาตัวไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย เพชฌฆาตกับผู้คุมก็ลากเอาตัวขึ้นแคร่หามไปกับทั้งสังขลิกพันธนาการ เจ้าตากจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราก็สิ้นบุญจะถึงที่ตายอยู่แล้ว ช่วยพาเราแวะเข้าไปหาท่านผู้สำเร็จราชการ จะขอเจรจาด้วยสักสองสามคำผู้คุมก็ให้หามเข้ามา ได้ทอดพระเนตรเห็น จึงโบกพระหัตถ์มิให้นำมาเฝ้า ผู้คุมและเพชฌฆาตก็หามออกไปนอกพระราชวังถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสียถึงแก่พิราลัย จึงรับสั่งให้เอาศพไปฝังไว้ ณ วัดบางยี่เรือใต้ และเจ้าตากสินขณะเมื่อสิ้นบุญถึงทำลายชีพนั้นอายุได้สี่สิบแปดปี&amp;nbsp;


respin88 &amp;nbsp;(พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2. 2535 : 230)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาตอน &amp;quot;อวสานพระเจ้าตากฯ&amp;quot; &amp;nbsp;จากพระราชพงศาวดารทั้ง 4 ฉบับอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อยเรื่องอักขรวิธีการสะกดคำ หรือเพิ่มเติมรายละเอียดบางส่วน ดังที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;quot;...ฉบับบริติชมิวเซียมคัดจากฉบับพันจันทนุมาศ ฉบับหมอบรัดเลย์คัดจากฉบับบริติชมิวเซียม และฉบับพระราชหัตถเลขาคัดจากฉบับหมอบรัดเลย์&amp;quot; (นิธิ เอียวศรีวงศ์. 2550: 113) ประเด็นสำคัญคือพระราชพงศาวดารทั้ง 4 ฉบับ บันทึกว่า &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกสำเร็จโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตามพระราชประวัติตอนถูกสำเร็จโทษก็ยัง &amp;quot;ไม่เป็นที่ยุติ&amp;quot; ในสังคมปัจจุบัน ยังคงมีการกล่าวถึงวิพากษ์วิจารณ์ แสดงเหตุผลทั้ง &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot; และ &amp;quot;เห็นต่าง&amp;quot; จากเนื้อหาที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร การเห็นต่างไปจากพระราชพงศาวดารจึงมีความน่าสนใจว่า เหตุใดสังคมปัจจุบันส่วนหนึ่งจึงไม่เชื่อว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถูกประหาร แล้วมีการอธิบายถึงสิ่งที่เชื่ออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรณกรรมปัจจุบันเริ่มปรากฏการนำเสนอพระราชประวัติตอน &amp;quot;อวสานพระเจ้าตากฯ&amp;quot; มากขึ้น &amp;nbsp;ด้วยกลวิธีนำเสนอเหตุผลใหม่โดยยังอาศัยเนื้อความจากพระราชพงศาวดาร หรือการตัดทอนถ้อยคำบางคำออก ทั้งนี้เพื่อนำเสนอพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตามทัศนะของผู้แต่งในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมปัจจุบัน ขอยกตัวอย่างวรรณกรรมปัจจุบัน 10 เรื่อง พร้อมระบุปีที่ตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการความสืบเนื่อง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วรรณกรรมเรื่อง ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ.2492 ผู้แต่งคือหลวงวิจิตรวาทการ &amp;nbsp;ได้นำเสนอพระราชประวัติช่วงนี้ด้วยคำอธิบายชุดใหม่ที่แตกต่างจากพระราชพงศาวดาร ด้วยการนำเสนอว่าบุคคลผู้ที่ถูกประหารชีวิตนั้นเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ปลอม และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์จริงหนีรอดไปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลที่ถูกประหารชีวิต คือหลวงอาสาศึก เขาตายด้วยความยินดี ไม่มีอะไรจะทำความปลาบปลื้มให้แก่เขาเท่ากับที่ได้ตายแทนมหาบุรุษผู้กู้ชาติ เขาตั้งคอรับคมดาบด้วยความเต็มใจ เขาตายโดยไม่รู้ว่าเขาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยา ศพของเขาได้ถูกนำไปฝังไว้ที่วัดบางยี่เรือใต้ ในขณะเดียวกันที่สำเภาลำใหญ่พาพระองค์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไปยังนครศรีธรรมราช (หลวงวิจิตรวาทการ. 2544 : 356-357)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วรรณกรรมเรื่อง ใครฆ่าพระเจ้าตากสิน ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ.2516 ผู้แต่งคือภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ นำเสนอพระราชประวัติคล้ายคลึงกับเรื่องใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน คือผู้ที่ถูกประหารชีวิตที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์เป็นพระองค์ปลอม และพระองค์จริงสามารถหลบหนีออกมาได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาสุริยอภัย กับ พระยาสรรค์ บังคับให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชลาผนวช แล้วเอาเครื่องจองจำใส่ครบมารับโทษถึงขั้นประหาร แต่เมื่อจะประหารจริงนั้น คุณมั่นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ยอมอุทิศชีวิตตายแทนพระเจ้าอยู่หัว คุณมั่นเป็นวีรบุรุษโดยแท้ (ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์. 2551: 124)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. วรรณกรรมเรื่อง แผ่นดินพระเจ้าตาก ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2545 ผู้แต่งคือ วิบูล วิจิตรวาทการ ได้นำเสนอวาระสุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้รับการลงโทษประหารชีวิตตัดศีรษะ ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร อีกทั้งยังคัดลอกพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip; มาถึงวาระนี้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงกลับหน้ามือเป็นหลังมือ บุคคลที่ท่านเคยต้องเคารพนอบน้อมและเกรงกลัว บัดนี้อยู่ในสภาพนักโทษ และตัวท่านเองกลับเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ มีอำนาจวาสนาสูงที่สุดในกรุงสยาม จึงเป็นทีของท่านที่จะเป็นผู้ชำระความผิด ขู่ไต่ถามสอบความสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วยถ้อยคำที่รุนแรงบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา บันทึกเหตุการณ์ต่อไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และพระเจ้าตากสินก็รับผิดทั้งสิ้นทุกประการ จึงมีรับสั่งให้เอาตัวไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย... ถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิตตัดศีรษะเสียถึงแก่พิราลัยจึงรับสั่งให้เอาศพไปฝังไว้ ณ วัดบางยี่เรือใต้...&amp;rdquo; (วิบูล วิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. วรรณกรรมเรื่อง ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2545 ผู้แต่งคือสุภา ศิริมานนท์ ได้นำเสนอโดยดำเนินเรื่องตามเรื่อง ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธน ที่ผู้ถูกประหารชีวิตที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์เป็นพระองค์ปลอม และพระองค์จริงสามารถหลบหนีออกมาได้ แต่ได้ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านจำหลวงอาสาศึกได้ไหม... ชื่อเดิมของเขาว่าบุญคงน่ะ?...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...บุญคงเป็นผู้ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อท่านสูงสุด เขาเป็นเหมือนสุนัขที่ซื่อ เขายอมตายแทนท่าน และผมเชื่อว่าเขาคงจะต้องตายโดยไม่มีปัญหา บุญคงยอมรับตำแหน่งและฐานะของท่านเพื่อที่จะถูกประหารในวันสองวันนี้ โดยน้ำใจสงบเยือกเย็น ไม่สะทกสะท้าน ด้วยความจงใจอย่างที่จะหาใครเหมือนเขาอีกไม่ได้แล้วในโลกนี้&amp;rdquo; (สุภา ศิริมานนท์. 2549: 85)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. วรรณกรรมเรื่อง ตากสินมหาราชชาตินักรบ ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2549 ผู้แต่งคือคีฟ-ฟอกซ์ แคลร์ (Claire Keefe-Fox) กล้วยไม้ แก้วสนธิ เป็นผู้แปล กล่าวถึงวาระสุดท้ายของพระองค์โดยอาศัยเนื้อหาพระราชพงศาวดารว่าพระองค์ถูกสำเร็จโทษจริง แต่สร้างเรื่องเล่าใหม่โดยเปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตตัดศีรษะเป็นการสำเร็จโทษทุบด้วยท่อนจันทน์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎมนเทียรบาลถูกนำมาใช้ในการสำเร็จโทษพระเจ้าตากสินเช่นเดียวกับครั้งกรมหมื่นเทพพิพิธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาธิวเคยได้ยินข่าวว่าขุนนางบางคนไม่อยากถวายพระเกียรติดังนี้ จะให้ประหารแบบคนทรยศ แต่รัชกาลที่ 1 ทรงตัดสินให้ประหารชีวิตพระเจ้าตากสินเยี่ยงกษัตริย์ ทรงพิจารณาเห็นว่าการที่ราชอาณาจักรสยามยังตั้งอยู่ได้ ก็เพราะพระเจ้าตากสินเจ้าหน้าที่ถอดโซ่ที่ล่ามอดีตกษัตริย์ออก ให้พระองค์ทรงภูษาสีแดง ให้ทรงนั่งคุกเข่า มัดพระหัตถ์กับพระบาท จากนั้นจึงคลุมถุงกำมะหยี่สีแดง เพชฌฆาตยกท่อนไม้จันทน์ขึ้นฟาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนพระวรกายไม่ขยับ และพระโลหิตเปื้อนถุงเป็นปื้นดำ ไม่มีเสียงครวญครางใดๆอีก (คีฟ-ฟอกซ์ แคลร์. 2550: 436-437)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. วรรณกรรมเรื่อง ความหลงในสงสาร ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2549 ผู้แต่งคือสุทัสสา อ่อนค้อม ยังคงใช้วิธีการสร้างเรื่องเล่าขึ้นใหม่ที่มีเนื้อหาปฏิเสธการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ด้วยการนำเสนอว่าผู้ถูกประหารชีวิตที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์เป็นพระองค์ปลอม และพระองค์จริงสามารถหลบหนีออกมาได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip; เพียงแต่ที่ถูกสำเร็จโทษไม่ใช่เรา เป็นสหายอีกคนหนึ่งของเราที่เขามีความจงรักภักดีต่อเรา ถึงขนาดยอมสละชีวิตของตัวเองเพื่อรักษาชีวิตเราไว้ บังเอิญว่า เขารูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับเรามาก ทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติสืบสายโลหิตกัน&amp;rdquo; (สุทัสสา อ่อนค้อม. 2551: 13)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. วรรณกรรมเรื่อง พระเจ้าตากฯ สิ้นพระชนม์ที่เมืองนคร ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2550 ผู้แต่งคือ ทศยศ กระหม่อมแก้ว แม้ว่าไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์รอดชีวิตของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ในเวลานั้น แต่ได้นำเสนอว่าพระองค์มาอยู่ที่นครศรีธรรมราช ตามคำบอกเล่าของตระกูล ณ นคร ที่สืบสายมาจากเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นบุตรติดครรภ์เจ้าจอมปราง ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราชทานให้เป็นชายา
เจ้าอปุราชพัฒน ์ เมื่อเจ้าอปุ ราชพัฒน์รับพระราชทานเป็นชายาแล้ว ก็ตั้งไว้เป็นนางเมืองโดยไม่ยุ่งเกี่ยวในฉันชู้สาว คนในตระกูล ณ นคร จึงมีความเชื่อกันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไม่ได้ถูกประหารชีวิต ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนินดิน&amp;rdquo; ที่ก่อขึ้นสูงบริเวณสนามหน้าเมืองนั้นคือกองอิฐ และมูลดินที่เหลือจากการซ่อมแซมกำแพงที่ทรุดโทรมลงมาในสมัยธนบุรีต่อมาเมื่อพระเจ้าตากสินสิ้นพระชนม์ที่เขาขุนพนม ก็ได้มีการปรับแต่งพื้นที่ ปลูกวิหารบนเนินสูงดังกล่าว แล้วมีการจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนแห่พระศพมายังสนามหน้าเมือง และได้พักพระบรมศพไว้ที่วิหารสูงแห่งนี้ ภายหลังเมื่อฌาปนกิจพระบรมศพที่สนามหน้าเมืองเสร็จ เมรุที่ใช้เผาก็ถูกรื้อออกตามประเพณีโบราณส่วนหอพระสูง หรือวิหารนั้น ถูกปลูกสร้างขึ้นมาระหว่างพักพระบรมศพนั่นเอง เพราะที่บริเวณนั้นเป็นที่พักพระบรมศพของพระเจ้าตาก ซึ่งถือว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาใช้สถานที่ซ้ำกับบริเวณดังกล่าว (ทศยศกระหม่อมแก้ว. 2550: 67-68)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. วรรณกรรมเรื่อง ตามรอยเลือดพระเจ้าตาก ตีพิมพ์ครั้งแรกปีพ.ศ. 2550 ผู้แต่งคือชานนท์ ท. มีการสร้างเรื่องเล่าที่คล้ายคลึงกับเรื่องแผ่นดินพระเจ้าตาก ที่คัดลอกเนื้อความจากพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา แต่ผู้แต่งได้ตั้งใจตัดทอนวิธีการประหารชีวิตโดยไม่ปรากฏคำว่า &amp;ldquo;ตัดศีรษะ&amp;rdquo; ดังนี้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกจึงตั้งกระทู้ถามต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธน......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขากล่าวต่อไปว่า&amp;ldquo;และพระเจ้าตากสินก็รับผิดทั้งสิ้นทุกประการ จึงมีรับสั่งให้เอาตัวไปประหารชีวิตสำเร็จโทษเสีย... ผู้คุมและเพชฌฆาตก็หามออกไปนอกพระราชวัง ถึงหน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ ก็ประหารชีวิต&amp;rdquo;สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จสวรรคต พระศพฝังไว้ ณ วัดบางยี่เรือใต้ ขณะมีพระชนมายุสี่สิบปี (ชานนท์ ท.2550: 222)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. วรรณกรรมเรื่อง จอมกษัตริย์แห่งนักรบ ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ.2550 ผู้แต่งคือศรีศากยอโศก ได้กล่าวถึงเหตุการณ์รอดชีวิตของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้วยนำเสนอว่าผู้ที่ถูกประหารชีวิตในครั้งนั้นเป็น
พระองค์ปลอม และพระองค์จริงสามารถหนีไปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่นายเข้มกำลังจะประหารพระเจ้ากรุงธนนั้นพระองค์ทรงตรัสถามนายเข้มผู้เพชฌฆาตว่า แผ่นดินนี้พระองค์เป็นผู้กอบกู้กลับคืนมาเป็นปึกแผ่นให้นายเข้ม ผู้เพชฌฆาตได้มีที่ยืนให้ประหารชีวิตพระองค์ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายเข้มพระองค์มิได้บังเกิดความขัดเคืองแต่ประการใด เพียงแต่เว้นชีวิตพระราชโอรสที่ยังทรงพระเยาว์ เพียงเท่านั้น ในกาลนั้นนายเข้มได้บังเกิดความเสียใจเป็นอันมาก จึงเป็นกำลังสำคัญในการนำผู้อื่นมาประหารชีวิตแทนด้วยความเต็มใจจากบุคคลทั้งหลาย ณ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ วันที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕... (ศรีศากยอโศก. 2550: 277)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. วรรณกรรมเรื่อง ดวงพระเจ้าตากไม่ถูกประหาร ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2551 ผู้แต่งคือเล็ก พลูโต นำเสนอเรื่องเล่าด้วยเหตุผลทางโหราศาสตร์เพื่อปฏิเสธการถูกสำเร็จโทษ ผู้แต่งได้นำเสนอด้วยการอธิบายดวงชะตาที่ปรากฏเกณฑ์ชะตาเป็นนักโทษประหารแล้วนำมาเปรียบเทียบกับดวงชะตาสมเด็จพระเจ้ตากสินมหาราชเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จุดรอดของพระองค์ที่ใช้เป็นตัวชี้ขาดว่า เป็นดวงชะตานักโทษประหาร หรือ ถูกผู้อื่นฆ่าตายหรือไม่? อยู่ตรงที่ ทั้งพระราชลัคนา และดาวเจ้าเรือนพระราชลัคนา ไม่ได้ต้องกระแสดาวมรณะ หรือดาวอังคารโดยตรง หรืออย่างจังคือกุมนำหน้าอยู่ในภพกัมมะ เหมือนกับดวงนักโทษประหารสองรายที่ยกตัวอย่างมาอ้างอิง อีกทั้งพระราชลัคนา และดาวเจ้าเรือนพระราชลัคนาก็โดนบาปเคราะห์หรือ ดาวร้ายเบียนแค่หอมปากหอมคอ ไม่มากมายหรือหนักหนาสาหัสนัก... (เล็ก พลูโต. 2551: 119)วรรณกรรมทั้ง 10 เรื่องข้างต้นเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องเล่าพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชช่วงท้ายรัชกาล พบว่ามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรณกรรมถึง 8 เรื่องที่สร้างเรื่องเล่าขึ้นใหม่แตกต่างไปจากพระราชพงศาวดารมีเนื้อหาปฏิเสธการถูกประหารชีวิตที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์จำนวน 7 เรื่อง และเปลี่ยนแปลงการประหารชีวิตตัดศีรษะเป็นการทุบด้วยท่อนจันทน์จำนวน1 เรื่อง จึงเหลือวรรณกรรมอีกเพียง 2 เรื่องที่ยอมรับว่าพระองค์ถูกประหารชีวิตตัดศีรษะที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์จริง โดยมี 1 เรื่องที่ตั้งใจละคำว่า &amp;ldquo;ตัดศีรษะ&amp;rdquo;ออก ดังนั้นจึงเหลือวรรณกรรมเพียงเรื่องเดียวที่ยังคงนำเสนอตามพระราชพงศาวดาร วรรณกรรมปัจจุบันเหล่านี้จึงสะท้อนความเชื่อในสังคมปัจจุบันบางส่วนที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชประวัติของพระองค์จึงมีแนวโน้มที่ปฏิเสธเรื่องการถูกประหารชีวิตมากขึ้นในรูปแบบเรื่องเล่า จากการเปลี่ยนแปลงเรื่องเล่า พระราชประวัติตอนนี้จึงเกิดคำถามต่อมาที่น่าสนใจว่าเหตุใดสังคมปัจจุบันต้องการนำเสนอว่าพระองค์ไม่ถูกประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;------------------------
อ้างอิง: เอกสารประกอบสัมมนาวิชาการประจำปี 2560 &amp;quot;250 ปีเสียกรุงศรีอยุธยา-สถาปนากรุงธนบุรี &amp;nbsp;2310-2560&amp;quot; 250 Anniversary of the Fall of Ayutthaya and the Rise of Thonburi 1767-2017 ณ &amp;nbsp;หอประชุม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 15 กันยายน 2560 : ปฐมพงษ์ สุขเล็ก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, ประวัติศาสตร์, ประหารชีวิต, พระเจ้าตาก, พระเจ้าตากสินมหาราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2b68065dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานย้อนรอย ‘25ทศวรรษ’ ‘พระเจ้าตาก’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้บัญชาการหน่วยซีลเป็นตัวแทนกองทัพเรือ อัญเชิญพระบรมรูป &amp;ldquo;พระเจ้าตาก&amp;rdquo; ย้อนรอย 25 ทศวรรษ สู่เส้นทางเดินทัพกู้ชาติ ยกพลขึ้นบกที่อ่าวสัตหีบ 11 พ.ย. จัดงานยิ่งใหญ่ที่วัดอรุณฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ต.ค.61 พล.ร.ต. อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ผู้แทนกองทัพเรือ เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงถวายเครื่องเซ่นสังเวยสักการะต่อ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช &amp;nbsp; โดยมีนายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนและผู้เลื่อมใสศรัทธา เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการ &amp;quot;250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา&amp;quot; ณ หน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ในเวลา 15.00 น. ที่หาดน้ำหนาว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ร.อ.นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมแถวให้การเคารพพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่อัญเชิญมาจากอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บ้านเสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง โดยเรือหลวงอ่างทองแห่งราชนาวีไทย และริ้วกระบวนเรือยาตราทัพติดตามมาด้วยรวม 21 ลำ พร้อมอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ ปะรำพิธี ที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ หน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล และเฉลิมฉลองด้วยการแสดงที่สุดตระการตา จากนักแสดงที่เข้าร่วมกว่า 200 ชีวิต เบื้องหน้าพระบรมรูปของพระองค์ท่าน ให้พระเกียรติวีรกู้ชาติขจรไกลแผ่ไพศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. เวลา 08.30 น. กองทัพเรือจะกระทำพิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ออกจากปะรำพิธีสู่หาดน้ำใส เพื่อล่องออกสู่ท้องทะเล สู่เส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ อ่าวพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อประกอบกิจกรรมสืบสานโครงการฯ ณ ศาลาว่าการ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สัตหีบ&amp;rdquo; ตามพระราชพงศาวดารนั้นกล่าวว่า เส้นทางเดินทัพกู้ชาติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากยกกำลังพลไปยังบ้านทองหลาง ตะพานทอง บางปลาสร้อย ที่หมายถึงเมืองชลบุรี บริเวณใกล้ปากแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแล้ว จึงเดินทางมาถึงบ้านนาเกลือพบนายกล่ำและสู้รบจนนายกล่ำยอมสวามิภักดิ์ แล้วไปถึงยัง &amp;ldquo;ทัพพระยา&amp;rdquo; หรือพัทยาในปัจจุบัน รุ่งขึ้นเดินทัพผ่านไปยังนาจอมเทียน-ทัพไก่เตี้ย-สัตหีบ-หินโด่ง-น้ำเก่า แล้วผู้รั้งเมืองระยอง และกรมการเมือง จึงชวนกันมารับ ซึ่งแต่ละแห่งบันทึกไว้ว่า ใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งวันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้จัดงานฉลองกรุงธนบุรี 250 ปี ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60 ถึง 28 ธ.ค.61 โดยมอบหมายให้กองทัพเรือร่วมจัดกิจกรรมภายใต้โครงการชื่อว่า &amp;ldquo;250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา&amp;rdquo; เพื่อน้อมรำลึกถึงวีรกรรมครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้ยุทธวิธีนำทัพเรือมากู้ชาติได้สำเร็จ ให้คนไทยเกิดความรักชาติแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือได้ร่วมมือร่วมกับมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ 10 จังหวัดที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางเดินทัพกู้ชาติ ร่วมจัดกิจกรรมทั้งทางบกและทางน้ำ ตั้งแต่ 24 ต.ค.-11 พ.ย.61 พฤศจิกายน 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัญเชิญ &amp;quot;พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ที่ประดิษฐาน ณ พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ออกเดินทางจากจุดเริ่มต้นตามเส้นทางเดินทัพจากจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สู่ปลายทางที่วัดบางเดื่อ ค่ายโพสามต้น จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีการจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 2 วัน ก่อนจะอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาประกอบพิธี ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ภายหลังที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพเข้าตีอยุธยาในการกู้เอกราช ก่อนจะกลับมาสถาปนากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร เป็นราชธานี ที่พระราชวังเดิมกรุงธนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขบวนเรือเดินทางมาถึงบริเวณหน้าป้อมวิไชยประสิทธิ์ ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้เป็นที่ตั้งพระราชวังในรัชสมัยของพระองค์ (พระราชวังเดิมกรุงธนบุรี) ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ ในวันที่ 11 พ.ย. กองทัพเรือจะได้จัดให้มีกิจกรรมแสงสีเสียงและสื่อผสมอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมีการถ่ายทอดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ณ วัดอรุณราชวรารามฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20838</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดงานยิ่งใหญ่ที่วัดอรุณ, ผู้บัญชาการหน่วยซีล, พระเจ้าตาก, ย้อนรอย 25 ทศวรรษ, หนังสือพิมพ์, เส้นทางเดินทัพกู้ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd478942178d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระกู้ชาติอาจารย์ธรรมโชติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติคณะสงฆ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของสงฆ์ต้องคดีเงินทอนวัดต้องว่าไปตามกฎหมาย อีกส่วนคือคดีการเมืองที่อดีตพระพุทธะอิสระถูกจับกุมคุมขังอยู่ในปัจจุบัน เกิดคำถามในหมู่คนไทยมากมายว่า สงฆ์ควรมีบทบาททางการเมืองหรือไม่ อดีตพระพุทธะอิสระทำผิดกิจของสงฆ์หรือไม่ ที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นหรือไม่ และเคยมีพระสงฆ์รูปไหนที่ออกมานำชาวบ้านในภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจของสงฆ์บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอจะมีกรณีเทียบเคียงได้บ้างนั่นคือ พระอาจารย์ธรรมโชติ แม้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในต้นปีระกา พ.ศ.2308 พระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่าประสงค์จะตีกรุงศรีอยุธยา จึงให้เนเมียวสีหบดียกกองทัพเข้ามาทางเมืองเชียงใหม่ ลงมาตีกรุงศรีอยุธยาทางด้านเหนือทางหนึ่ง ให้มังมหานรธายกกองทัพลงมาทางเมืองทวาย เข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาทางด้านตะวันตก บรรจบกับกองทัพเนเมียวสีหบดีอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียเอกราชเป็นครั้งที่ 2 นั้น ได้เกิดวีรกรรมขึ้นที่บ้านบางระจัน ชาวบ้านเมืองสิงห์ เมืองวิเศษไชยชาญ เมืองสรรค์ได้รวมตัวกันที่บ้านบางระจัน ต่อสู้กับพม่าอย่างเต็มกำลังความสามารถไม่ให้กรุงศรีอยุธยาแตกได้ถึง 5 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ชาติไทยตอนนี้ได้กล่าวถึงพระอาจารย์ธรรมโชติ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นว่า &amp;nbsp;ได้มาเป็นที่พึ่งทางใจบำรุงขวัญและกำลังใจของชาวบ้านที่ค่ายบ้านบางระจัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์ธรรมโชติ เดิมชื่อโชติ ขณะบวชได้ฉายาทางพระว่า ธรรมโชติรังษี พื้นเพเป็นชาวเมืองสุพรรณ ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บวชเรียนแล้วจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ณ วัดเขาขึ้นหรือเขานางบวช ท่านมีความรู้ด้านวิชากสิณ ด้านวิชาอาคมที่แก่กล้า ด้วยทั้งพรรษาและวิชาต่างๆ ที่ได้ศึกษาฝึกพร่ำร่ำเรียนมา ใครเห็นล้วนแต่เกิดศรัทธา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาและกวาดต้อนผู้คนในละแวกใกล้เคียงนั้น คนไทยกลุ่มหนึ่งได้รวบรวมสมัครพรรคพวกมารวมกลุ่มกันที่บ้านบางระจัน แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ ตั้งเป็นค่ายไว้คอยต่อสู้พม่าและได้นิมนต์พระอาจารย์ธรรมโชติจากวัดเขานางบวชมาอยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี ในปี พ.ศ.2308 ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในค่าย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้านและให้ช่วยคุ้มครองด้วยการลงผ้าประเจียด ตะกรุด และพิสมรแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำชาวบ้านค่ายบางระจันที่สำคัญได้แก่ ขุนสรรค์ กำนันพันเรือง นายทองเหม็น นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก และนายทองแก้ว ผู้นำเหล่านี้และชาวบ้านค่ายบางระจันได้รวมใจกันต่อสู้กับพม่าถึง 8 ครั้ง ในเวลา 5 เดือนอย่างองอาจกล้าหาญ แต่ในที่สุดค่ายบางระจันก็แตกเมื่อวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ อัฐศก ตรงกับ พ.ศ.2310&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือ &amp;quot;ไทยรบพม่า&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า&amp;hellip;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเดือน 3 ปีระกา เนเมียวสีหบดีให้พวกพม่ากองหนึ่งไปเที่ยวค้นทรัพย์จับผู้คนทางเมืองวิเศษไชยชาญ พม่าบังคับราษฎรที่ยอมอยู่ในอำนาจให้นำไปเที่ยวค้นหาทรัพย์ ภายหลังพม่ารู้ว่าใครมีลูกสาวจะบังคับเรียกเอาลูกสาวด้วย พวกราษฎรก็พากันโกรธ จึงคิดจะแก้แค้นพม่า เข้ากันทั้งพวกที่ไปยอมอยู่กับพม่าแลพวกที่ยังหลบหลีกซุ่มซ่อนอยู่ มีตัวหัวหน้า 6 คน ชื่อ นายแท่น, นายโชติ, นายอิน, &amp;nbsp;นายเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 4 คนนี้เป็นชาวบ้านศรีบัวทอง แขวงเมืองสิงห์ นายดอก บ้านกรับ, นายทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล ทั้ง 2 คนนี้เป็นชาวเมืองวิเศษไชยชาญ นัดแนะกันลวงพม่าให้ไปค้นลูกสาวชาวบ้านที่บ้านป่าแห่งหนึ่ง แล้วกลุ้มรุมกันฆ่าพม่าที่ไปตายหมดทั้ง 20 คน แล้วจึงพากันหนีไปยังบ้านบางระจัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเวลานั้นราษฎรชาวบ้านวิเศษไชยชาญและเมืองสรรค์หลบหนีพม่าไปอาศัยอยู่ที่บ้านบางระจันมากด้วยกัน เพราะบ้านบางระจันมีเสบียงอาหารบริบูรณ์ แต่เป็นบ้านดอนอยู่ที่พรมแดนเมืองวิเศษไชยชาญกับเมืองสุพรรณและเมืองสิงห์ต่อกัน ข้าศึกจะไปถึงได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกที่หนีไปทีหลังไปนิมนต์พระอาจารย์ธรรมโชติ วัดเขานางบวช แขวงเมืองสุพรรณ ซึ่งพวกชาวบ้านนับถือกันว่าเป็นผู้รู้วิทยาคุณ ให้มาช่วยคุ้มครองที่วัดโพธิ์เก้าต้นในบ้านบางระจันด้วย แล้วชักชวนกันตั้งซ่องต่อสู้พม่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกราษฎรก็เห็นชอบพร้อมกัน จึงรวบรวมกำลังได้ชายฉกรรจ์กว่า 400 คน มีตัวหัวหน้าอีก 5 คน &amp;nbsp;คือ ขุนสรรค์, กำนันพันเรือง, นายทองเหม็น, นายจันทร์หนวดเขี้ยว, นายทองแสงใหญ่ ช่วยกันตั้งค่ายขึ้นวงรอบบ้านบางระจันเป็น 2 ค่าย แล้วจัดกันเป็นหมวดหมู่เตรียมรักษาหน้าที่พร้อมด้วยเครื่องศัตราวุธที่หาได้ในตำบลนั้น แล้ววางกองสอดแนมคอยสืบเสาะพม่าที่จะติดตามไปมิได้ประมาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายพม่าที่เมืองวิเศษไชยชาญรู้ว่าพวกไทยที่ฆ่าพม่าหนีไปอยู่ที่บ้านบางระจัน ก็ยกกันไปประมาณ 100 คน หมายว่าจะไปจับพวกที่หนีนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกชาวบ้านบางระจันรู้ความก็เตรียมรักษาค่าย แล้วจัดกันเป็นกองรบขึ้นกองหนึ่ง ให้นายแท่นเป็นนายใหญ่ พอพม่ายกไปถึงคลองบางระจันยังหยุดพักอยู่ข้างฝั่งใต้ นายแท่นก็คุมพวกกองรบ 200 &amp;nbsp;คนข้ามคลองมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอถึงก็กรูกันเข้าไล่ฟันแทงพม่า พม่าไม่ทันรู้ตัวยิงปืนได้นัดเดียว ไทยก็เข้ากลุ้มรุมแทงฟันกระชั้นถึงตัว ฆ่าพม่าตายเกือบหมด เหลือแต่ตัวนายควบม้าหนีกลับมาได้สักสองสามคนเท่านั้น พวกชาวบ้านบางระจันมีชัยชนะเหนือพม่าได้ก็ดีใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นกิตติศัพท์รู้กันแพร่หลายว่าพวกชาวบ้านบางระจันรบชนะพม่า พวกราษฎรที่แตกฉานซุ่มซ่อนอยู่ตามแขวงหัวเมืองที่ใกล้เคียงก็พากันมาเข้าซ่องบ้านบางระจันมากขึ้นทุกวัน จนรวมได้กำลังตั้งพัน พวกหัวหน้าก็จัดเป็นหมวดกองควบคุมกันอย่างกองทัพ ยังขาดอยู่แต่ปืนมีน้อยจำต้องรบพุ่งข้าศึกแต่ด้วยอาวุธสั้นเป็นพื้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงกระนั้นพวกราษฎรนับถือวิทยาคมของพระอาจารย์ธรรมโชติ พระอาจารย์ก็ลงผ้าประเจียดและตะกรุดพิสมรแจกจ่ายให้ทั่วกัน ต่างก็มีใจกล้าหาญจึงเกิดกำลังต่อสู้พม่าขึ้นทางหัวเมืองด้วยประการฉะนี้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พม่าพยายามปราบปรามพวกชาวบ้านบางระจันมาตั้งแต่เดือน 5 ปีระกา จนถึงเดือน 7 ปีจอ พ.ศ.2309 ให้กองทัพยกไปถึง 7 ครั้งก็แพ้ไทยมาทุกที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนเมียวสีหบดีก็ร้อนใจ ด้วยสังเกตเห็นพวกชาวบ้านบางระจันมีกำลังมากขึ้นทุกที&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&amp;nbsp; เกรงจะยกเป็นทัพใหญ่ลงมาตีกระหนาบจะหาใครอาสาคุมพลไปปราบปรามพวกชาวบ้านบางระจันอีก พวกนายทัพนายกองพม่าก็พากันครั่นคร้ามเสียโดยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนั้นมีมอญคนหนึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาช้านานแล้วไปฝากตัวอยู่กับพม่า ได้ไปช่วยพม่ารบพุ่งแข็งแรง จนเนเมียวสีหบดีตั้งให้เป็นตำแหน่งสุกี้หรือพระนายกอง เข้าไปรับอาสาจะตีค่ายบางระจันให้แตกจนได้ เนเมียวสีหบดีจึงเกณฑ์กองทัพรวมทั้งพม่ามอญให้สุกี้คุมไปรบชาวบ้านบางระจันเป็นครั้งที่ 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสุกี้คุ้นเคยกับไทย รู้ว่าไทยใจกล้า ถ้ารบพุ่งในที่แจ้งสู้ไทยไม่ได้ อีกประการหนึ่งหนทางที่จะยกไปบ้านบางระจันเป็นป่าเปลี่ยว ฝ่ายไทยชำนาญทางอาจจะซุ่มซ่อนถ่ายเทในกระบวนรบเอาชัยชนะพม่ามาได้หลายคราว สุกี้ระมัดระวังตั้งแต่แรกยกไปถึงไหนก็ตั้งค่ายที่พักเป็นค่ายมั่นทุกแห่ง ค่อยๆ ยกไปช้าๆ ไม่เร่งร้อน ครึ่งเดือนจึงยกไปถึงเขตบ้านบางระจัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นพวกไทยยกออกมา สุกี้ก็รบสู้อยู่แต่ในค่าย พวกชาวบ้านบางระจันตีค่ายสุกี้หลายครั้งก็ตีไม่ได้ ด้วยค่ายตั้งมั่นคง&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&amp;nbsp; ไม่มีปืนใหญ่จะยิงทำลายค่าย ไปตีทีไรก็ถูกพม่ายิงเจ็บป่วยล้มตายเปลืองลงไปทุกทีจนมิรู้ที่จะทำอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันหนึ่งนายทองเหม็นกำลังเมาสุรานึกรำคาญขึ้นมาก็ขึ้นขี่กระบือ พาพวกทหารกองหนึ่งตรงตรากเข้าไปรื้อแย่งค่ายพม่า พม่าเห็นไทยไปน้อยก็ออกต่อรบ นายทองเหม็นขับกระบือนำพลไล่ถลำเข้าไปกลางพวกข้าศึก ถูกพม่าทุบตีตาย พวกไพร่พลก็แตกหนีกลับมา เป็นครั้งแรกที่พวกชาวบ้านบางระจันแพ้พม่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้เครื่องรางของขลังที่พระอาจารย์ธรรมโชติได้มอบให้แล้วเสื่อมพลานุภาพลงไว้ ดังนี้&amp;hellip;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ครั้นถึง ณ วันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ อัฐศก พม่าก็ยกเข้าตีค่ายใหญ่บ้านบางระจันแตก &amp;nbsp;ฆ่าคนเสียเป็นอันมากที่จับเป็นไปได้นั้นก็มาก บรรดาครอบครัวชายหญิงเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเหลือตายอยู่นั้นให้กวาดเอาไปสิ้น แล้วเลิกทัพกลับไปยังค่ายพม่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่รบกันมาห้าเดือนจนเสียค่ายนั้น ไทยตายประมาณพันเศษ พม่าตายประมาณสามพันเศษ และพระอาจารย์ธรรมโชตินั้นกระทำสายสิญจน์มงคลประเจียดตะกรุดต่างๆ แจกให้คนทั้งปวง แต่แรกนั้น มีคุณอยู่คงแคล้วคลาดคุ้มอันตรายอาวุธได้ขลังอยู่ ภายหลังผู้คนมาอยู่ในค่ายมากสำส่อน ที่นับถือแท้บ้าง ไม่แท้บ้าง ก็เสื่อมตบะเดชะลง ที่อยู่คงบ้าง ที่ต้องอาวุธบาดเจ็บล้มตายบ้าง และตัวพระอาจารย์นั้น ที่ว่าตายอยู่ในค่ายก็มี ที่ว่าหายสูญไปก็มี ความหาลงเป็นแน่ไม่&amp;quot;&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันรูปปั้นของพระอาจารย์ธรรมโชติที่มีไว้ให้ประชาชนสักการบูชานั้นมี 2 สถานที่ด้วยกัน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดเขาขึ้น อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งวัดเขาขึ้นเป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา มีวิวที่สวยงาม และวัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี.&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านบางระจัน, บางระจัน, พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยา, พระกู้ชาติอาจารย์ธรรมโชติ, พระอาจารย์ธรรมโชติ, พระเจ้าตาก, ไทยรบพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b153cd7464b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
