<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 00:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงเผยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์”Little Wild”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo; ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บันทึกการเดินทางและประสบการณ์แปลกใหม่ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เจ้าหญิงนักออกแบบ &amp;nbsp; เพื่อค้นหาแรงบันดาลพระทัยคอลเลกชั่นใหม่ที่ประเทศเคนย่า ทวีปแอฟริกา สะท้อนผ่านงาน &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo; นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ โดยจัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทรงโปรดทั้งภาพสีและขาวดำทั้งหมด 34 ภาพ ณ ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ &amp;nbsp;โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันก่อน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ &amp;nbsp;&amp;ldquo;Little Wild&amp;quot; นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;nbsp;สะท้อนความงามของสัตว์ป่าและธรรมชาติที่ได้รับรอบพระองค์ผ่านชัตเตอร์กล้องไลก้าของพระองค์หญิงฯ จัดโดย ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ-ลิส ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ &amp;nbsp;แบรนด์กล้องลักชัวรี่ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหญิงนักดีไซเนอร์ประทานพระดำรัสเกี่ยวกับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo; 34 ภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับนิทรรศการความตอนหนึ่งว่า การถ่ายภาพครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 6&amp;nbsp; ปีที่ได้จับกล้องถ่ายภาพอย่างจริงจังนับตั้งแต่จัดนิทรรศการภาพถ่ายเมื่อครั้งน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 ที่มาในการถ่ายภาพครั้งนี้ พระองค์หญิงฯ ได้แรงบันดาลใจเมื่อชมนิทรรศการภาพถ่ายของช่างภาพชาวเวียดนามที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก และได้กล้องไลก้าตัวใหม่มา อยากฟื้นฟูการฝึกหัดถ่ายภาพจึงได้กลับมาสู่โลกงานศิลปะถ่ายภาพอีกครั้ง โดยเริ่มต้นใช้กล้องไลก้าเดินทางไปที่ประเทศเคนย่า มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแรงบันดาลใจทำแฟชั่นคอลเลกชั่นล่าสุด ก็ลำบากกับการทำความรู้จักกับกล้องตัวนี้ หลังจากนั้นใช้ประสบการณ์ล้วนๆ พากล้องไปเที่ยว &amp;nbsp;ถือเป็นการเดินทางที่ผจญภัยมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะตลอดระยะเวลา 5 วันต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาว ค้างคืนในแคมป์ภายในเขตอุทยานฯ ที่ไม่มีฮีตเตอร์ เครื่องปรับอากาศ และไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทุกวันจะตื่นบรรทมตอนตี 5 ประทับรถจี๊ป ขึ้นบอลลูน เพื่อถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและสเก๊ตช์ภาพตลอดการเดินทาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับภาพโปรดที่สุด คือ ภาพเดอะเลดี้ เป็นภาพสิงโตตัวเมีย ใช้เวลาพักใหญ่ เสี่ยงภัยเก็บภาพในระยะค่อนข้างใกล้ ถ่ายในช่วงเวลา 18.45 น. แสงเวลานี้สวย สิงโตตัวนี้ดูมีความสง่างามและใจดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงชอบภาพวิถีชีวิตของชนเผ่ามาไซ ตื่นเต้นในการถ่ายภาพ ชนเผ่ามาเป็นกลุ่มเต้นระบำ กระโดด เป็นการเคลื่อนไหวที่สวยงาม ใช้ร่างกายทำให้เกิดเสียงดนตรีประกอบ เครื่องประดับที่สวมใส่น่าตื่นเต้น สีสันสดใส สนุกมากจริงๆ ได้ร่วมกระโดดด้วย &amp;nbsp;&amp;quot; พระองค์เจ้าหญิงสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รับสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเดอะเลดี้ เป็นภาพสิงโตตัวเมียดูงามสง่า ที่ทรงโปรดที่สุด จัดแสดง ณ ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหญิงดีไซเนอร์ รับสั่งว่า&amp;nbsp;โปรดการถ่ายภาพแนวเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  แนวแลนด์สเคป &amp;nbsp;แนวผจญภัย ที่สะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติและสื่ออารมณ์ &amp;nbsp;เบื่อภาพแนวแฟชั่น แต่จะไม่ใช้กล้องสะพายเพื่อเป็นแฟชั่น แล้วก็ไม่ใช่ช่างภาพแนวสตรีท ในยุคดิจิตอลคนใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพ สู้เรากลับไปใช้กล้องถ่ายจังหวะที่เป็นอารมณ์ เป็น Good time and &amp;nbsp;Good moment ดีกว่า พระองค์หญิงโปรดการเก็บภาพประทับใจและเก็บเสี้ยววินาทีของชีวิตเหมือนไทม์ไลน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ-ลิส ไพรเวต จำกัด กล่าวว่า นอกจากพระปรีชาสามารถรอบด้านทั้งการกีฬาและการออกแบบแล้ว พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ยังทรงแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการถ่าย ดังนั้น ทางไลก้า ประเทศไทย จึงจัดงาน &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo; นิทรรศการภาพผ่านฝีพระหัตถ์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ &amp;nbsp;ณ ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานของทั้งช่างภาพระดับโลกและช่างภาพมืออาชีพของไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดนัย สรไกรกิติกุล และ ดิษยา สรไกรกิติกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะภาพของชนเผ่ามาไซที่พระองค์หญิงมีโอกาสเข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด ตนชื่นชอบภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ขาวดำมาก&amp;nbsp; ถ้าไปเที่ยวเคนย่าเองก็ไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพในมุมมองของพระองค์ท่าน ชาวเผ่าแต่งกายชุดพื้นเมืองครบและยืนเรียงกัน ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชุดนี้สวยงามมากจึงหารือกับอาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ ไลก้า แอมบาสเดอร์ นำมาสู่การประสานทางไลก้า ประเทศเยอรมัน เพื่อใช้พื้นที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก แสดงผลงานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ใช้เวลาเตรียมงาน 2 เดือน โดยอาจารย์ตุลย์ ทำหน้าที่ภัณฑารักษ์ วางแนวทางโชว์ภาพฝีพระหัตถ์จากโทนพาสเทลในยามเย็น มาสู่ภาพช่วงกลางคืน ซึ่งสีมีความคอนทรัสสูง &amp;nbsp;ทรงใช้กล้องไลก้า คิว &amp;nbsp;เป็น Full Frame รับสั่งว่า สีของภาพจากกล้องคล้ายสีที่เห็นด้วยตา &amp;ldquo; ดนัย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่นชมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แสดงวิถีชีวิตของชนเผ่ามาไซที่ประเทศเคนย่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในนิทรรศการ &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo;  จัดแสดงถึงวันที่  28 เม.ย. นี้  เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก  งานครั้งนี้จัดจำหน่ายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ โดยภาพขนาดเล็ก 29 ภาพ ราคาภาพละ 77,000 บาท ภาพขนาดใหญ่ 5 ภาพ ราคา 99,000 บาท นอกจากนี้ จัดจำหน่ายหนังสือรวมภาพถ่ายจากนิทรรศการ &amp;ldquo;Little Wild&amp;rdquo; รวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 41 ภาพ  พิมพ์ 4 สี ราคา 999 บาท จำนวน 300 เล่ม รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ทางบริษัทฯ จะทูลเกล้าถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระอัธยาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดนัย สรไกรกิติกูล, นสพ.ไทยโพสต์, นิทรรศการ “Little Wild” ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, เคนย่า, เจ้าหญิงนักดีไซเนอร์, ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์, ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83ec92dfd32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระองค์หญิงสิริวัณณวรี&#039;ทรงปล่อยพันธุ์ปลาเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทรงปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อบำเพ็ญพระกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26027</URL_LINK>
                <HASHTAG>8 มกราคม, ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ, เสด็จทรงปล่อยพันธุ์ปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c3421b5a255a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคอลเลคชั่น Marsi X FLYNOW III   แฟชั่นจากภาพฝีพระหัตภ์มารศี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ Live Exhibition: Marsi X FLYNOW III
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกที่มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ &amp;nbsp;บริพัตร และบริษัท FLYNOW III แบรนด์แฟชั่นไทยที่มีเอกลักษณ์ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นแรงบันดาลใจจากภาพเขียนของหม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร &amp;nbsp;จิตรกรหญิงชาวไทย ผู้สร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางของศิลปะแบบเซอร์เรียลลิสต์&amp;ndash;แฟนตาสติก เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและใกล้ชิดกับงานศิลปะมากขึ้น ผลงานเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ชื่อว่า &amp;nbsp;Marsi X FLYNOW III&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทอดพระเนตร แฟชั่นโชว์ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ&amp;quot; &amp;nbsp;Beauty and Ugliness: Aesthetic of Marsi ความงามและ ความน่าเกลียด: สุนทรียศิลป์แห่งมารศี&amp;quot; ที่ชื่อว่า &amp;nbsp;Live Exhibition: Marsi X FLYNOW III &amp;nbsp;ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนน เจ้าฟ้า กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน &amp;nbsp;โดยมี ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร,นายสมชัย &amp;nbsp;ส่งวัฒนา ผู้บริหาร บริษัท FLYNOW III จำกัด นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ตลอดจนคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้บริหารหอศิลป เฝ้ารับเสด็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดคอลเลคชั่น Marsi X FLYNOW III แบบมีเอกลักษณ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า กิจกรรมพิเศษนี้เป็นการร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ กับ FLYNOW III &amp;nbsp;ผลงานเสื้อผ้าในคอลเลคชั่น Marsi X FLYNOW III ที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ประกอบด้วยชุดแฟชั่นโชว์จำนวน 14 ชุด ภายใต้แนวคิดการเล่าเรื่องที่สื่อถึงกระบวนการทำงานศิลปะของหม่อมเจ้ามารศีฯ คู่ขนานไปกับเบื้องหลังการทำงานแฟชั่นของ FLY NOW III เพื่อสะท้อนมุมมองของความงามและความน่าเกลียดที่เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว การแสดงแฟชั่นโชว์ของ FLYNOW III ประกอบนิทรรศการ จัดขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของท่านหญิงมารศีฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนำปรัชญาการทำงานและแนวคิดที่มีร่วมกันใน 4 ประเด็นมานำเสนอ &amp;nbsp;ได้แก่ Deconstruction, Surrealism, Sadism และ Futurism สื่อถึงกระบวนการทำงานและบรรยากาศการสร้างสรรค์งานของท่านหญิงมารศีฯ ในยุคสมัยหนึ่งผ่านการตีความของ FLYNOW III ในยุคปัจจุบัน ที่ต่างมีความ หลงใหลในเรื่องราวคล้ายคลึงกัน โดยหยิบยกการทำงานเบื้องหลังเวทีแฟชั่นมาสู่เบื้องหน้าเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่า กระบวนการทำงานศิลปะของท่านหญิงในยุคก่อน &amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาสู่โลกของแฟชั่นในยุคปัจจุบัน มีกระบวนการสร้างงานที่คู่ขนานกันอย่างไร ทั้งระหว่างยุคสมัยและสถานที่ที่ต่างกันและระหว่างการสร้างสรรค์งานของหม่อมเจ้ามารศี และ FLYNOW III &amp;nbsp;ถือเป็นการเชื่อมโยงกันของเวลาและมุมมองเรื่องของความงาม ความน่าเกลียด ผ่านกระบวนการที่คู่ขนานของทั้งสองฝ่ายในการสร้างผลงานสู่ผู้ชมให้ซาบซึ้งในความงามของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์ FLYNOW III&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์ FLYNOW III กล่าวว่า แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในกระบวนท่าของการทำโชว์บนสเตจหรือมาตรฐานที่ทำกัน แต่เราพยายามทำให้แตกต่าง ความแตกต่างนี้คือวิธีคิดของรายละเอียดการทำโชว์ถือเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งเช่นกัน นอกจากนี้ในการทำงานต้องหาความเชื่อมโยงของสองฝ่ายในแง่ของเรื่องราว ยุคสมัย โดยมีผลงานของท่านหญิงมารศีฯ เป็นประธานในการคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเสื้อผ้าทั้ง 14 ชุดที่ออกแบบเกิดจากการตั้งคำถามที่ว่า ในความจริง ความลวง ความรัก ความตาย ความสวยงาม หรือความน่าเกลียด อะไรคือกฎเกณฑ์ที่กำหนดสิ่งเหล่านี้ ก่อนจะนำมาถ่ายทอดผ่านลวดลายบนผืนผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียน ไม่ว่าจะเป็นภาพดอกไม้ สัตว์ และธรรมชาติของมนุษย์ จากภาพ อาทิ La mort aux dents, La Belle et la B&amp;ecirc;te, Le Mariage Mystique du Prince Noui Noui &amp;agrave; Vellara, Le Bal &amp;nbsp;โดยรายได้จากการจำหน่ายเสื้อผ้าทั้ง 14 ชุด FLYNOW III จะมอบให้กับมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาด้านศิลปะ ตลอดจนให้การสนับสนุนนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของนักศึกษาและศิลปินรุ่นใหม่ ในหอศิลป์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลวดลายบนผืนผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่จัดแสดงในงานแฟชั่นโชว์แล้ว FLYNOW III ยังจัดทำคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Basic Line และแอคเซสซอรี่ ที่นำภาพของท่านหญิงมารศีฯ จำนวน 5 ภาพ อาทิ La mort aux dents, La Belle et la B&amp;ecirc;te, Le Mariage Mystique du Prince Noui Noui &amp;agrave; Vellara, Le Bal &amp;nbsp;รวมถึงข้อความภาษาฝรั่งเศสที่เป็นพระปณิธานของท่านหญิง แปลเป็นไทยว่า &amp;ldquo;ศิลปะ สะท้อนชีวิตและความตาย ฉันจะใช้ความสามารถของฉัน ถ่ายทอดออกมา&amp;rdquo; มาจัดพิมพ์ลงบนเสื้อเชิ้ต เสื้อทีเชิ้ต เดรส ผ้าพันคอ ฯลฯ จำหน่ายภายในนิทรรศการ รวมถึงในช้อป FLYNOW III สาขา ดิ เอ็มโพเรียม, สยามเซ็นเตอร์, สยามพารากอน, เซ็นทรัลลาดพร้าว และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นดังกล่าว 20 % จะมอบให้กับมูลนิธิฯ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดนิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของท่านหญิงมารศีฯ &amp;nbsp;ถือเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ &amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมค้นหาความหมายแห่งสุนทรียศาสตร์จากผลงานทรงคุณค่ากว่า 40 ชิ้น รวมถึงของใช้ส่วนพระองค์กว่าร้อยชิ้นที่สร้างแรงบันดาลใจ &amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;ldquo;ความงามและความน่าเกลียด : สุนทรียศิลป์แห่งมารศี&amp;rdquo; จัดแสดงถึงวันที่ 23 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;ณ ห้องนิทรรศการ 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ &amp;ndash; วันอาทิตย์ เวลา 09.00 &amp;ndash; 18.30 น. (ยกเว้นวันจันทร์ &amp;ndash; วันอังคาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23734</URL_LINK>
                <HASHTAG>Beauty and Ugliness: Aesthetic of Marsi, Marsi X FLYNOW III, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนน เจ้าฟ้า, สมชัย  ส่งวัฒนา, หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร, แฟชั่นโชว์ Live Exhibition: Marsi X FLYNOW III</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a2d5ece776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยรำลึก&#039;เสด็จพ่อ ร.5&#039; ปกป้องชาติรอดพ้นวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครบ 108 ปี &amp;nbsp; ประชาชนพร้อมใจใส่เสื้อสีชมพูเฝ้าฯ รับเสด็จ ร่วมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั่วไทยจัดกิจกรรมรำลึกเสด็จพ่อ ร.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 15.09 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระบรมราชานุสรณ์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 15.19 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระลานพระราชวังดุสิต มายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิและพระอัฐิแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี &amp;nbsp;พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลา&amp;nbsp;
ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายบังคมของผู้มาเข้าเฝ้าฯ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 57 รูป สวดพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายพระธรรมเทศนา &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรสำหรับพระบรมอัฐิ และพระอัฐิทรงธรรม จากนั้นพระพรหมมุนีถวายศีลและพระธรรมเทศนา จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ 57 รูป และพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่พระลานพระราชวังดุสิต ประชาชนจากทุกทั่วสารทิศต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีชมพู ถวายพานพุ่มดอกกุหลาบสีแดงและสีชมพู รวมถึงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะรัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นจำนวนมาก พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กฤชเกศ ธรรมรัตน์นิกร อายุ 49 ปี เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี พร้อมบุตรชาย เพื่อถวายดอกกุหลาบสีชมพู พร้อมพานผลไม้และหมากพลู กล่าวว่า ก่อนเดินทางมาพระลานพระราชวังดุสิต ได้ถวายพวงมาลัยพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ที่บ้าน พร้อมตั้งจิตอธิษฐานจะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล มหาราชพระองค์นี้ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทย แม้ไม่ใช่วันปิยมหาราช ก็ถวายพวงมาลัยทุกวันอังคาร และสอนลูกเสมอว่าประเทศไทยดำรงอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีอธิปไตย ร่มเย็นผาสุกจนทุกวันนี้ ก็ด้วยพระบารมีและพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ท่าน ขอให้ลูกหลานทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม จงภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งปลื้มใจที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประหยัด สิงห์คุณ ชาวปากเกร็ด อายุ 38 ปี เดินทางมาพร้อมภรรยาและหลานชาย เพื่อถวายกระเช้าดอกกุหลาบสีชมพู กล่าวว่า เคารพรักและเทิดทูนเสด็จพ่อ ร.5 กราบไหว้บูชาเป็นประจำด้วยระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงทำคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองมหาศาล กษัตริย์พระองค์นี้ทรงประกาศเลิกทาสในไทย เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่พสกนิกรไม่อาจลืมเลือน ในโอกาสนี้ จะขอประพฤติตนเป็นคนดี &amp;nbsp;รับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรจิตรา ทิพย์อักษร ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ อายุ 58 ปี เดินทางมาพร้อมกลุ่มเพื่อนข้าราชการ โดยแต่งกายด้วยเสื้อสีชมพู กล่าวว่า ช่วงเช้าไปซื้อดอกกุหลาบสีชมพูเพื่อนำมาถวายราชสักการะ รัชกาลที่ 5 ณ พระลานพระราชวังดุสิต พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในดวงใจ มีพระราชกรณียกิจมากคุณอนันต์ ทรงพัฒนาการคมนาคม ก่อสร้างทางรถไฟ ทรงริเริ่มกิจการประปาของไทย ทำให้คนไทยปัจจุบันมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขอให้ทุกคนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอราวรรณ คงสีทอง ชาวกรุงเทพฯ อายุ 57 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตบางกะปิ พร้อมดอกกุหลาบจำนวนมากและหมากพลู เพื่อถวายราชสักการะพ่อหลวง ร.5 ตั้งใจมาทุกปี ปีก่อนมากลางคืน ปีนี้ได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เนื่องในวันปิยมหาราช จะขอแสดงความจงรักภักดี แสดงความรักความสามัคคี อยากเห็นคนไทยหลอมรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อพัฒนาบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 108 ปี จากนั้นนายกฯ ภริยา พร้อมด้วยองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานองค์กรอิสระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หน่วยงานราชการ ภาคการเมือง และภาคเอกชนประกอบพิธีตักบาตรที่บริเวณปะรำพิธี พระสงฆ์ 570 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 07.17 น. นายกฯ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคม น้อมรำลึกครบรอบ 108 ปี วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 5 ที่พระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต โดยมีหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ พ่อค้าประชาชน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีชมพูและสีขาวร่วมในพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤติต่างๆ สามารถธำรงไว้ซึ่งเอกราชตราบจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในทุกจังหวัดก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20553</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชวังดุสิต, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พลตรีหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf312595af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีฆายุกาโหตุนาถปรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.10-พระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาฯ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าถวายพระพรเนืองแน่น ทั่วไทยพร้อมใจสวมเสื้อฟ้าทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมทำความดีเนื่องในวันแม่แห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp; สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จออกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.39 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ &amp;nbsp;พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp; พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ &amp;nbsp;และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลของบรรพชิตจีนและญวน จากนั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ &amp;nbsp;พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทับยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ เสด็จฯ &amp;nbsp; ไปทรงจุดธูปเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดาบนแท่นซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ &amp;nbsp; เสด็จลงจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทับยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่พระราชอาสน์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระราชอาสน์ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล พระสงฆ์ 87 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ ทรงจุดเทียนที่ฝาครอบพระกริ่ง ทรงจุดแล้ว เจ้าพนักงานเชิญเข้าไปตั้งที่โต๊ะข้างหน้าผู้เป็นประธานสงฆ์ เสด็จฯ ไปทรงประเคนครอบพระกริ่งแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;และสมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนผ้าไตรแด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ซึ่งจะเดินเข้ามารับจนครบ 87 รูป ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง&amp;nbsp;
เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯ กลับในเวลาต่อมา
สวมเสื้อฟ้าเฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนหน้าพระลานและประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนต่างมาจับจองพื้นที่เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถือพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จำนวนมาก ขณะที่เต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน พระบรมมหาราชวัง และบริเวณโดยรอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีพสกนิกรและประชาชนจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ พร้อมใจสวมเสื้อสีฟ้าเฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมีอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ พระลานพระราชวังดุสิต &amp;nbsp;ในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท้องสนามหลวง เวลา 06.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีองคมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ส่วนราชการในพระองค์ ประธานองค์กรอิสระ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคเอกชน ประชาชน ร่วมพิธีกว่า 3,000 คน โดยนิมนต์พระสงฆ์และสามเณร 243 รูป จากวัดใน กทม. รับบิณฑบาต &amp;nbsp;สำหรับสิ่งของและอาหารแห้งที่ได้รับบิณฑบาตนี้ จะนำไปมอบให้สถานสงเคราะห์ต่างๆ ใน กทม.และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนเริ่มพิธีตักบาตร ได้นิมนต์สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ รวม 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และอัญเชิญพระพุทธโลกนาถสิริคุณ ซึ่งจัดสร้างในโอกาสมหามงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 ส.ค.2535 เป็นพระพุทธรูปประธานในพิธี ตามที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้คณะบุคคล บุคคลสำคัญ และประชาชน ลงพระนามและลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา วันที่ 12 ส.ค.2561 ไว้ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น.นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 07.16 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร ภริยา ได้นำคณะรัฐมนตรีมาลงนามถวายพระพรพร้อมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรต่างประเทศ เดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เหล่าคณะบุคคล ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ถวายพระพรเนืองแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เต็นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน สำนักพระราชวังจัดที่ให้ประชาชนลงนามถวายพระพร ได้มีประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีฟ้า รวมถึงชุดไทยสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสายใจ สังขพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ นำคณะครูอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ เดินทางมาลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิองค์อนุเคราะห์คนหูหนวก ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนคนหูหนวกแห่งแรกของประเทศไทย จนกลายเป็นโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ ในปัจจุบัน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ ร่วมกันจัดทำบทเพลงภาษามือที่สวยงาม ชื่อว่า แม่คือผู้หญิงของแผ่นดิน เผยแพร่ทางยูทูบ ถือเป็นบทเพลงจากหัวใจ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นอกจากเป็นพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ทรงเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่ อยากเผยแพร่เพลงให้เป็นที่จดจำ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้พิการเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงเวลา 12.00 น. 3 เหล่าทัพทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา พร้อมกัน กองทัพบก โดยกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1 พัน.1 รอ.) ทำการยิงสลุต ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ส่วนกองทัพเรือ ทำการยิง ณ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ขณะที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิง ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 ส.ค. 2561 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดนั้นๆ พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีฟ้า ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษา ในวันที่ 12 ส.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมในโครงการจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย &amp;nbsp;อย่างที่ร้านขายยาเกรียงเจริญเภสัช ตั้งอยู่ถนนธนสาร ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ นายสุกิจ กังวานศุภพันธ์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน พร้อมด้วยภรรยา ลูกหลาน และมารดา ได้มาช่วยกันแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้านฟรีให้แก่ประชาชนที่เข้าแถวรอคิวยาวเหยียดกว่า 500 เมตร และมีการมอบแว่นสายตาให้แก่ผู้สูงอายุฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ธนาคารเลือด โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี จ.จันทบุรี มีประชาชน โดยเฉพาะแม่ลูกหลายครอบครัว ได้เดินทางมาบริจาคโลหิต และบริจาคอวัยวะ ดวงตา เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอต่อคิวบริจาคโลหิตกันเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15258</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พลตรีหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สายใจ สังขพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b705d933385b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใส่เสื้อเหลือง เฝ้าฯรับเสด็จ อาสาฬหบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา พสกนิกรสวมเสื้อเหลืองเฝ้าชื่นชมพระบารมี พุทธศาสนิกชนทั่วไทยทำบุญตักบาตร เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 15.06 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย &amp;nbsp; ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทอง-ต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้าพระราชทาน ผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ &amp;nbsp;นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว เสด็จฯ ไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่อาสน์สงฆ์เที่ยวแรก จำนวน 30 รูป ประทับพระราชอาสน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp;ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 2 จำนวน 30 รูป จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารัตน์ ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 3 จำนวน 30 รูป ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงประเคนพุ่มเทียน เมื่อหมดจำนวนพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนประมาณ 350 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อใกล้เวลาเสด็จพระราชดำเนิน มีพสกนิกรจำนวนมากต่างจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าชื่นชมพระบารมี ตั้งแต่ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน จนถึงประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวล โดยพสกนิกรต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ต่างตื้นตันใจที่ได้รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คณะสงฆ์ หน่วยงานต่างๆ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 4 ยุค จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นประดิษฐานบนมณฑป และเปิดให้ประชาชนสักการะจนถึงเวลา 20.30 น. ของวันที่ 28 ก.ค. ทั้งนี้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตลอดทั้งวันมีพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างเนืองแน่น ทั้งการสักการะพระบรมสารีริกธาตุ การเวียนเทียนรอบมณฑป ขณะเดียวกันยังได้เข้าร่วมกิจกรรมภายในเต็นท์พิธี ทั้งการสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา นั่งสมาธิ &amp;nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร &amp;nbsp; นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561 พร้อมด้วยพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ พระภิกษุ สามเณร และเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา ได้ร่วมฟังพระธรรมเทศนา เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เวลา 07.09 น. พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์บนหลังช้างแห่งเดียวในโลก ที่นำพระสงฆ์ 67 รูปนั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้างกว่า 35 เชือก เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมนำ ข้าราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมพิธีและตักบาตรบนหลังช้างเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และพุทธศาสนิกชน กว่า 1,000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสามเณร จำนวน 109 รูป ที่หอพระไตรปิฎก วัดกลาง พระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปี 2561 โดยมีพระธรรมเสนานุวัตร &amp;nbsp; รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวเมืองพิษณุโลก เข้าร่วมในพิธีสำคัญจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรอาหารคาว-หวาน พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นำพระภิกษุสงฆ์ร่วมพิธี ก่อนในช่วงค่ำพุทธศาสนิกชนชาวจันทบุรีได้ออกมาร่วมกันเวียนเทียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดน้ำนาพันสาม วัดนาพรม อ.เมืองฯ จ.เพชรบุรี ได้มีการจัดงานบุญใหญ่เข้าพรรษา ตักบาตรพระบนหลังเกวียน ครั้งที่ 3 ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลนาพันสามได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27-28 ก.ค. เพื่อเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 10 และอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมประเพณีโบราณของชาวเพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งขบวนแห่เกวียนเทียนพรรษากว่า 30 เล่ม การตักบาตรพระบนหลังเกวียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อุโบสถวัดวิชิตสังฆาราม จ.ภูเก็ต สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ได้จัดโครงการวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา &amp;quot;วันอาสาฬหบูชา&amp;quot; จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2561 โดยมีพระครูประคุณสุตกิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวิชิตสังฆาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักเรียน และพุทธศาสนิกชนชาวภูเก็ต เข้าร่วมพิธีสงฆ์ และร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เป็นประธานในพิธีตักบาตรวันอาสาฬหบูชาถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมในงานพิธีต่างตั้งใจที่จะทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และยังอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14241</URL_LINK>
                <HASHTAG>บำเพ็ญพระราชกุศลวันอาสาฬหบูชา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พุทธศาสนิกชน, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันอาสาฬหบูชา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5b1296b2b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายรางวัลศิลปาธรปี61 พระองค์หญิงนักออกแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล &amp;ldquo;ศิลปาธร&amp;rdquo; ปี 2561 สาขาศิลปะการออกแบบแด่ &amp;ldquo;พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ทรงมีพระปรีชา บุกเบิกออกแบบศิลปกรรมร่วมสมัยสู่อุตสาหกรรม นำเอกลักษณ์ไทยเผยแพร่ระดับโลก สคร.ทูลเชิญเป็นประธานเปิดนิทรรศการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ประกาศผลรายชื่อศิลปินผู้ที่ได้รับรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับคนในวงการศิลปะร่วมสมัย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ศิลปินร่วมสมัยรุ่นกลางที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณภาพในสาขาต่างๆ รวม 7 สาขา โดยในปีนี้ สศร.ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านผลงานการออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ทรงเป็นผู้บุกเบิกการออกแบบศิลปกรรมร่วมสมัยสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) อย่างมีคุณค่าและสร้างมูลค่า ทรงผสมผสานนำเอกลักษณ์อัตลักษณ์ไทยเผยแพร่สู่สากล ขณะที่ผลงานการออกแบบเสื้อผ้า ทรงมีแรงบันดาลพระทัยจากผลงานศิลปะแขนงต่างๆ และเรื่องราวจากประวัติศาสตร์ นำมาผสมผสานเรื่องราวในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยโครงเสื้อและเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่ รวมถึงลวดลายกราฟฟิกต่างๆ ซึ่งเป็นฝีพระหัตถ์ที่ทรงวาดด้วยเทคนิคต่างๆ ด้วย พระองค์เองมาผสมผสาน อีกทั้งยังทรงใส่พระทัยในรายละเอียดของการปักชั้นสูงของไทยและฝรั่งเศส โดยทรงพัฒนาผลงานให้ทันสมัยเสมอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลงานที่เผยแพร่ในประเทศ (2547-2560) ทรงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้คอลเลคชั่น Red Hobby, Viva Victorian, FLy to Nuvo, Spring &amp;amp; Summer &amp;nbsp;ทรงแสดงผลงานแฟชั่นภายใต้นิทรรศการ Red Hobby, Presence of the past, Ethnic rock และ How I see it ในส่วนผลงานที่เผยแพร่ในต่างประเทศ (2550-2551) ทรงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้คอลเลคชั่น Spring &amp;amp; Summer 2007 ในงาน Paris Fashion &amp;nbsp;Week 2007 ทรงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้คอลเลคชั่น Spring &amp;amp; Summer 2008 ในงาน Paris Fashion Week 2008 ซึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีความโดดเด่น สร้างชื่อเสียง และความชื่นชมในพระปรีชาสามารถจากศิลปินวงการออกแบบระดับโลก นอกจากนี้ยังทรงแสดงผลงานแฟชั่น Exhibition &amp;ldquo;Ethnic rock&amp;rdquo; ในงาน Russian Fashion Week ตุลาคม 2008 ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สศร.ได้ทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและเชิดชูเกียรติรางวัลศิลปาธรประจำปี 2561 ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน วันที่ 26 ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น. โดยนิทรรศการดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ประวัติและผลงานของศิลปินร่วมสมัยดีเด่นที่ได้รับรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีก 6 สาขาที่ได้รับรางวัลศิลปาธร มีดังนี้ &amp;nbsp;สาขาทัศนศิลป์ (ภัณฑารักษ์) นายอรรฆย์ ฟองสมุทร, สาขาสถาปัตยกรรม น.ส.ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ, สาขาวรรณศิลป์ นายอุทิศ เหมะ, สาขาดนตรี ผศ.ดร. นรอรรถ จันทร์กล่ำ, สาขาศิลปะการแสดง นายธีระวัฒน์ มุลวิไล และสาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว นายโสฬส สุขุม ทั้งนี้ การคัดเลือกศิลปินศิลปาธรได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน มีศิลปินที่ได้รับรางวัลศิลปาธรทั้งสิ้น 74 &amp;nbsp;คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ, ผศ.ดร. นรอรรถ จันทร์กล่ำ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, รางวัลศิลปาธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรฆย์ ฟองสมุทร, อุทิศ เหมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51eb779e440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
