<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 06:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 06:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ยืนยันว่าเป็นข่าวจริง แต่สำนักพระราชวัง ไม่มีหน้าที่ตอบคำถาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63- ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากจะเขียนใส่ร้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งที หัดศึกษา ข้อมูลให้ถูกต้องหน่อย และสำนักพระราชวัง ไม่มีหน้าที่ตอบคำถาม.....แต่ขอยืนยันว่าเป็นข่าวจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;......จากที่มีบุคคล ได้ปล่อยข่าวปลอม อ้างข่าวพระราชทานเครื่องช่วยหายใจ 100 ชุด เป็นข่าวปลอม และกล่าวหา รัฐมนตรี ว่าการกระทรวง ICT ว่าปล่อยข่าวปล่อม โดยระบุว่าได้โทรไปตรวจสอบสำนักพระราชวังแล้วไม่ทราบเรื่องนั้น.......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูล ที่ผมลง FB ผมเอามาจาก เพจข้างล่าง นอกจากมีคนบังอาจ ทำปลอมขึ้นมา ถ้าเป็นจริงจะได้ติดคุกหัวโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุณาใช้วิจารณญาณ กันด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.จ. จุลเจิม ยุคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บอกว่า ได้ตรวจสอบกับ สำนักพระราชวัง อยากถามว่าตรวจสอบกับใคร ตรวจสอบกับผีหรือ แล้วมานั่งเทียนเขียนโจมตี พระเจ้าอยู่หัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ, พระเจ้าอยู่หัว, พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล, สำนักพระราชวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e322b3bf1e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อาทิตย์&#039;ฝากถึงลูกหลานที่เพิ่งเติบโต หากไม่มีพระมหากษัตริย์แล้วไซร้ คงจะไม่มีประเทศไทยอยู่เช่นทุกวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.62- ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat ว่า ขอเพิ่มเติมและขอเสริมด้วยว่า ผมอายุ 80 ปีแล้ว ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองไทยมาพอสมควร และยังได้สัมผัสใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลายโอกาสที่พระองค์ท่านทรงเป็นศูนย์ดวงใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ทรงวิตกห่วงใยในความผาสุกอยู่ดีกินดีของประชาชนตลอดทุกลมหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ในช่วงก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่จะมีการเสนอขอแต่งตั้ง พลเอกสุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิได้เป็น ส.ส. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน พระองค์ท่านก็ได้ทรงทัดทานไม่เห็นด้วย &amp;quot;โดยตั้งคำถาม 20 คำถาม&amp;quot; เช่น &amp;quot;มิเป็นการสวนกระแสความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งหรือ?&amp;quot; และเมื่อได้รับคำชี้แจงจากฝ่ายเสนอตั้ง พระองค์ท่านต้องยอมตาม ก็ยังได้โปรดพระราชทานคำแนะนำว่า &amp;quot;ให้ไปออกโทรทัศน์ชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ขึ้น และประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก พระองค์ท่านก็ได้ออกมาขจัดปัดเป่า ปกป้องประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีพระมหากษัตริย์หรือประมุขของประเทศใดเคยทำได้
ประเทศไทยจึงอยู่รอดปลอดภัยอีกวาระหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นึกไม่ออกเหมือนกันว่า หากไม่ใช่เพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ประเทศไทยคงจะล่มสลายลุกเป็นไฟตั้งแต่ปี 2535 ไม่ต้องรอให้เผาบ้านเผาเมืองในปี 2553 หรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอบอกเล่ากับลูกหลานที่เพิ่งเกิดเติบโตมาในประเทศไทย ได้รู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของไทย เป็นศูนย์รวมใจได้กอบกู้ประเทศไทย และคอยปกป้องดูแลช่วยเหลือชีวิตประชาชนไทยให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีพระมหากษัตริย์แล้วไซร้ คงจะไม่มีประเทศไทยอยู่เช่นทุกวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, พระเจ้าอยู่หัว, พฤษภาทมิฬ, สถาบันพระมหากษัตริย์, อดีตประธานรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad8120b1cc89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงกำชับแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 1 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบิน AIRBUS ACJ320 ไปลงที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เพื่อตรวจราชการและติดตามสถานการณ์ การจัดการและแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ที่กำลังมีปัญหาในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเวลา 08.30 น. นายกฯพร้อมคณะเดินทางถึงมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดที่ใดก็ตามขอให้รีบดับ อาจจะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานเข้ามาช่วย ซึ่งต้องใช้ให้เหมาะสม วันนี้ที่มาเพื่อให้เกิดการบูรณาการภาพกว้างมากยิ่งขึ้นขอให้ทุกคนทุ่มเทเสียสละ ขอบคุณทุกๆคนที่ทุ่มเทแก้ปัญหา ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารในโซเชียลมีเดียด้วยว่า มีการพูดจาอะไร ซึ่งบางอย่างเป็นประโยชน์ บางอย่างไม่เป็นประโยชน์ ขอให้ติดตาม เพื่อที่จะแก้ปัญหาได้ทันเวลา ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงกำชับมาให้แก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เราต้องทำเพื่อถวายพระเกียรติ ซึ่งใกล้จะถึงงานพระราชพิธีสำคัญ ที่ใกล้จะมีพิธีตักน้ำพลีกรรม ขอให้ทุกคนทำงานเพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานพระราชพิธีด้วย ขอให้ทุกคนสู้ๆ โดยสู้กับความไม่ดี ความอันตรายต่างๆ ถ้าเราคนไทยไม่ช่วยกันใครจะช่วย ใครจะทำให้ เราคือคนไทยใช่หรือไม่ ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาประเทศไทยในทุกเรื่อง ใครก็ตามที่บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย ฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีทุกอย่าง&amp;quot;นายกฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ เดี๋ยวกลับไปจะรีบจัดหาให้ ขอชาวบ้านจะต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ไม่ใช่ปล่อยเจ้าหน้าที่ทำคนเดียว เราต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 7 วัน เรื่องงบประมาณไม่มีปัญหา พร้อมที่จะสนับสนุน โดยให้ขอผ่านศูนย์ประจำท้องถิ่นขึ้นมา และขอให้ทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องมีชุดกระจายพื้นที่ให้มากกว่านี้ ต่อไปนี้ทหารตำรวจจะต้องดูแลนอนในป่าด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ทำหน้าที่ทหารให้ครบ ทั้งป้องกันประเทศ แก้ปัญหาภัยพิบัติ พัฒนา เฝ้าระวังไฟป่า ขณะที่ไฟป่าประเทศเพื่อนบ้านเราก็ได้ประสานความร่วมมือไปแล้ว ปัญหานี้เกิดกับโลกในปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะบ้านเรา ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการใช้กฎหมาย ถ้าพบการจุดไฟเผาป่าก็ขอให้มีการตักเตือนกันก่อน การปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของอากาศยานที่เข้ามาช่วยเหลือ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียใดๆ และจะเห็นว่าเราไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทางการทหารเพื่อทหารอย่างเดียว แต่ต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ดูแลเรื่องภัยพิบัติ แม้ภารกิจนั้นจะไม่ใช่ภารกิจของทหารโดยตรง เราต้องดูแลพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ต้องดูแลให้ได้ วันนี้นายกฯ มาเพื่อให้กำลังใจ ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ เราต้องรู้สาเหตุของปัญหาเกิดจากอะไร ต้องหาให้เจอ ขอบคุณและรักทุกคน ขอให้ปลอดภัยทุกคน วันนี้ต้องแยกแยะให้ออกในเรื่องของค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วย และชี้แจงประชาชน ไม่เช่นนั้นก็จะสับสนกันไปหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32776</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พระเจ้าอยู่หัว, ภาคเหนือ, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2d369847e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงแนะเรื่องย้ายคนในพระราชพิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พระเจ้าอยู่หัวทรงไม่อยากรบกวน &amp;nbsp;ไม่เชิญพระราชอาคันตุกะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;ldquo;สมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพระราชพิธีฯ &amp;nbsp;ต้องได้จังหวะจะโคนที่พอดี &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ใช้งบประมาณ 1 พันล้านบาท ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคใช้เวลา 4.30 ชม. ส่วนทางชลมารคใช้ระยะทาง 4 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ที่ห้องประชุม 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้แถลงข่าวงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 1/2562 โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แถลงว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะมีขึ้นในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แต่ไม่ต้องก่อสร้างถาวรวัตถุใด เพียงเอาโบราณวัตถุเดิมที่มีอยู่มาบูรณะซ่อมแซมใหม่ ส่วนใหญ่หนักเรื่องขั้นตอนพิธี ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ตามพระราชประเพณี แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ พระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุแถลงอีกว่า ฝ่ายจัดพิธีการต้องเตรียมการต่างๆ ดังนี้ 1.เตรียมเรื่องตราสัญลักษณ์ ซึ่งจะใช้ประทับลงบนคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงมอบให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) นำไปประดับตกแต่งสถานที่และเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ตลอดจนธงพระราชพิธีที่มีพื้นสีเหลืองและตราสัญลักษณ์อยู่ตรงกลาง และจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก ซึ่งจะเป็นเข็มพระราชทานแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และสำนักนายกฯ จะขอพระราชทานพระราชานุญาตนำไปจัดทำเป็นเข็มที่ระลึกเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชน 2.เตรียมเลือกพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อให้ใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ&amp;nbsp;
3.ตระเตรียมน้ำใช้พิธีสรงมุรธาภิเษก โดยจะมีพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เม.ย. 4.เตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด สำหรับใช้เป็นน้ำอภิเษก จะมีพิธีตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันในวันที่ 6 เม.ย. โดยวันที่ 8-9 เม.ย. จะเชิญน้ำไปจัดเก็บในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะเชิญไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยจัดเก็บในคนโทตราสัญลักษณ์ 5.ตระเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏ แกะดวงพระราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร ซึ่งพระราชลัญจกรเป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระมหากษัตริย์ ซึ่งในรัชกาลที่ 10 ตราพระลัญจกรประกอบด้วยครุฑพ่าห์องค์ใหญ่กางปีก ล้อมรอบด้วยพระปรมาภิไธยใหม่&amp;nbsp;
6.เครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับที่จะเสด็จลงเสลี่ยงหรือพระราชยานก้าวลงประทับแล้วเสด็จฯ เข้าสู่พระอุโบสถ 7.การเตรียมเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตรา ซึ่งในทางสถลมารคจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4.30 ชม. ฝ่ายทหารได้เตรียมการส่วนนี้แล้ว ส่วนทางชลมารคซึ่งจะมีช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยใช้เรือในพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในรัชกาลที่ 9 และเรือพระราชพิธีอีก 48 ลำ ใช้ฝีพาย &amp;nbsp;2,200 นาย โดยขบวนพยุหยาตราชลมารคจะเริ่มที่ท่าวาสุกรี ไปยังวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร และจะเห่เรือตลอดเส้นทางระยะทาง 4 กิโลเมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญคือการประชุมตระเตรียมคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าเฝ้าฯ ทูลละอองธุลีพระบาทในพิธีต่างๆ อาทิ พิธีในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พิธีในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พิธีในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พิธีเสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และภายในพระอารามหลวงทั้ง 3 แห่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสถานที่ นอกจากนี้ วันที่ 6 พ.ค. เสด็จออกสีหบัญชร ประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ ศาลฎีกา ไปจนถึงสนามหลวง คาดว่าจะมีประชาชนนับแสนนับล้านร่วมเฝ้าชื่นชมพระบารมี ซึ่งกทม.จะติดตั้งจอแอลอีดีเพื่อให้ประชาชนได้รับชมการถ่ายทอดสดอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากนี้จะเสด็จรับคณะทูตถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นการเสร็จพระราชพิธีเบื้องกลาง&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวต่อว่า เรื่องการเชิญพระราชอาคันตุกะได้ตกลงกันว่าจะไม่มีการเชิญ เพราะพระองค์ท่านตรัสว่าไม่อยากให้รบกวน แต่หากประเทศใดจะเดินทางมาให้แจ้งความประสงค์ จะถือเป็นแขกของรัฐบาล เราจะดูแลต้อนรับอำนวยความสะดวกอย่างดี ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพิธีต่างๆ เนื่องพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ หลายท่านเป็นผู้สูงอายุ การเดินจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดที่ละเอียดอ่อน จะต้องเป็นฝ่ายรอเฝ้าฯ ก่อนหรือตามไปเฝ้าฯ ทีหลัง ต้องได้จังหวะจะโคนที่พอดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้รัฐบาลตั้งงบไว้ 1,000 &amp;nbsp;ล้านบาท จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ใช้ไปแล้วจะอยู่คงทนถาวรไม่สิ้นเปลือง เช่น ในการปรับปรุงเส้นทางต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย จะมีการนำสายไฟลงใต้ดินตลอดเส้นทางเสด็จฯ เลียบพระนครระยะทาง 7 กิโลเมตร รวมถึงการซ่อมแซมเรือในพระราชพิธีที่ไม่ได้บูรณะมากว่า 10 ปี&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า งานที่ได้รับมอบหมายคือการเตรียมการขบวนอัญเชิญน้ำอภิเษก การจัดและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันที่ 5 พ.ค. อันเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเลียบพระนครด้วยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเสด็จฯ ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และในวันที่ 6 พ.ค. ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล&amp;nbsp;
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ กทม.ได้ดำเนินการไปแล้ว 4 เรื่องด้วยกัน คือ 1.การปรับปรุงภูมิทัศน์เส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จเลียบพระนครในวันที่ 4 พ.ค. โดยปรับปรุงซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างระบบการสื่อสาร รวมไปถึงการตีเส้นเครื่องหมายจราจรว่า 20 เส้นทาง ซึ่งคืบหน้าไปแล้วกว่า 75% ส่วนเรื่องสายไฟฟ้าและระบบติดต่อสื่อสารต่างๆ ก้าวหน้ามากกว่า 50% คาดว่าจะแล้วเสร็จทุกอย่างภายในวันที่ 15 &amp;nbsp;มี.ค. 2.ปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ปรับปรุง ถ.ราชดำเนินนอก ถ.ราชดำเนินกลาง และตรงบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานรวม 32 ซุ้ม และซุ้มเฉลิมพระเกียรติทั่ว กทม. 106 ซุ้ม พร้อมประดับธงตราสัญลักษณ์ที่เสา 4,000 ชุด คาดว่าจะเสร็จไม่เกินเดือน มี.ค.นี้ 3.การประดับตกแต่งต้นไม้ ซุ้มดอกไม้สด ดอกไม้แห้งและอื่นๆ จะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. โดยเฉพาะดอกไม้สด ซึ่งจะยังคงความสดและสวยงามไปจนถึงวันที่ 10 พ.ค. และ 4.การซ่อมแซมโบราณสถาน 12 แห่ง รอบเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ซึ่งได้ทาสีกำแพงโบราณ ทาสีอาคารอนุรักษ์ไปแล้ว จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้จัดทำร่างแผนการรักษาความปลอดภัยและการจราจรงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักสมพระเกียรติ ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการแผนปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการถวายความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ พื้นที่ชั้นใน พื้นที่ชั้นกลาง และพื้นที่ชั้นนอก กำหนด 6 โซน เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี โดยจะผ่านจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ ก่อนเข้าพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า ส่วนการอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงพระราชพิธีเบื้องกลาง วันที่ 2-4 พ.ค.จะปิดการจราจร พื้นที่ชั้นใน 8 เส้นทาง ได้แก่ ถ.ราชดำเนินใน, ถ.สนามไชย, ถ.หน้าพระลาน, ถ.หน้าพระธาตุ, ถ.ท้ายวัง, ถ.หน้าหับเผย, ถ.หลักเมือง &amp;nbsp;และ ถ.สราญรมย์ นอกจากนี้จะจัดจราจรเดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง จากนั้นวันที่ 5 พ.ค. เสด็จเลียบพระนคร จะยกระดับปิดการจราจร 27 เส้นทาง เพื่อรองรับประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ วันที่ 6 พ.ค. เสด็จสีหบัญชร จะลดระดับปิดการจราจรเหลือ 17 เส้นทาง โดยจัดพื้นที่จอดรถรองรับประชาชนใน 4 มุมเมือง 27 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเดินเท้าต่อไปยังพื้นที่พระราชพิธี นอกจากการเดินทางโดยรถแล้ว ประชาชนสามารถใช้ขนส่งระบบรางและทางน้ำได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า กรมได้จัดทำข้อมูลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรูปแบบออนไลน์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.phralan.in.th ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านหนังสือสำคัญๆ ที่บรรจุในรูปแบบอีบุ๊ก 4 เล่ม ที่ได้เปิดตัวแล้ว 2.เพจเฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 &amp;nbsp;มีเนื้อหาเช่นเดียวกับเว็บไซต์พระลาน และ 3.คิวอาร์โค้ดและกูเกิลไดรฟ์บรรจุข้อมูลต่างๆ ข้างต้นไว้เพื่ออำนวยความสะดวก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ยังถือเป็นการเปิดศูนย์สื่อมวลชนย่อยเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-26 เม.ย. ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ก่อนย้ายไปเปิดศูนย์สื่อมวลชนหลัก ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.- 6 พ.ค. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ ยังมีสายด่วนสอบถามข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โทร.1257 เปิดให้บริการ 10 คู่สาย&amp;rdquo;นางทัศนีย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30267</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพระราชพิธี, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7944fdb0020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐจัดยิ่งใหญ่11ริ้วขบวน พระบรมสารีริกธาตุ5ยุค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจัดยิ่งใหญ่ 11 ริ้วขบวน &amp;quot;บรมธาตุพุทธศิลป์แผ่นดิน พระทรงธรรม&amp;quot; เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 5 ยุค ตั้งแต่ทวารวดี-รัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐาน เคลื่อนจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ไปท้องสนามหลวงวันที่ 22 ก.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ของกระทรวงวัฒนธรรมว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 และเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา &amp;nbsp;วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รัฐบาลได้มอบหมายให้ วธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาระหว่างวันที่ 22-28 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;โดยแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทยที่มีระยะเวลายาวนานถึง 1,400 ปี อีกทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก ทรงปกครองประเทศด้วยหลักทศพิธราชธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมหลักที่จัดขึ้นเป็นการจัดริ้วขบวน &amp;quot;บรมธาตุพุทธศิลป์แผ่นดิน พระทรงธรรม&amp;quot; ซึ่งมีการจำลองศาสนสถานที่สำคัญของประเทศ พร้อมอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระบรมสารีริกธาตุ และสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาใน 5 ยุคสมัยเรียงตามระยะเวลาแต่ละยุค ได้แก่ ทวารวดี, ล้านนา, สุโขทัย, อยุธยา และรัตนโกสินทร์มาประดิษฐานบนรถขบวน จำนวน 11 ริ้วขบวน โดยจะเคลื่อนขบวนตั้งแต่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนิน ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ประกอบด้วยขบวนที่ 1 ธรรมจักรยาตรา อัญเชิญธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี และวงล้อธรรมจักร แสดงถึงสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ขบวนที่ 2 เทียนพรรษาเสริมศาสน์ ขบวนแห่เทียนพรรษาที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงามด้วยฝีมือช่างไทยชั้นเยี่ยม ขบวนที่ 3 บรมนาถทวารวดี รถขบวนจำลองโบราณสถานวัดคูบัว จ.ราชบุรี ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุค้นพบที่โบราณสถานคูบัว และพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ศิลปะยุคทวารวดี รวมทั้งมีใบเสมาที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธประวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า ขบวนที่ 4 เสริมศรีโคตรบูรณ์ รถขบวนจำลองพระธาตุพนม ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย ขบวนที่ 5 เจิดจำรูญศรีวิชัย รถขบวนจำลองเจดีย์พระบรมธาตุไชยา &amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยนาคปรกวัดเวียง ขบวนที่ 6 ไตรภพลพบุรี รถขบวนจำลองพระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรี ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องปางนาคปรก ขบวนที่ 7 ธรรมวิถีล้านนา รถขบวนจำลองพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงส์ จ.เชียงใหม่ และพระบรมสารีริกธาตุค้นพบที่ จ.ตาก ขบวนที่ 8 เชิดบูชาสุโขทัย รถขบวนจำลองเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และประดิษฐานพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบใน จ.สุโขทัย ขบวนที่ 9 เกษมสมัยอยุธยา รถขบวนจำลองเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องวัดหน้าพระเมรุ และพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบภายในวัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา บรรจุในผอบ 7 ชั้น ขบวนที่ 10 ธรรมารัตนโกสินทร์ รถขบวนจำลองพระศรีศากยะทศพลญาณ พระพุทธรูปปางลีลาจากพุทธมณฑล และพระศรีรัตนเจดีย์ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และขบวนที่ 11 แผ่นดินศาสนูปถัมภก เป็นขบวนเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ทั้งนี้ ในริ้วขบวนต่างๆ จะประกอบการแสดงระบำโบราณคดีที่ฟื้นฟูขึ้นในแต่ละยุคด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับเป็นครั้งแรกที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งมีหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีในประเทศไทยตามหลักวิชาการมารวมกัน และเป็นการผสมผสานพุทธศิลป์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสถาบันกษัตริย์และพุทธศาสนิกชนได้ทำนุบำรุงและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ และพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดสีขาว พร้อมตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัยตลอดสองข้างทางที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ไปตามถนนราชดำเนิน สิ้นสุดที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดย วธ.จะประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อจัดพื้นที่ให้ประชาชนกราบสักการะ สำหรับพระบรมสารีริกธาตุแต่ละยุคจะประดิษฐานให้ประชาชนได้บูชาและเวียนเทียน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงจนถึงวันที่ 28 ก.ค. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย&amp;quot; นายวีระกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวารวดี, พระบรมสารีริกธาตุ, พระเจ้าอยู่หัว, รัตนโกสินทร์, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437afb30db1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัชกาลนี้ต้องไม่มีม็อบ นายกลั่นอย่าให้ใครปลุกปั่น ซัดสมชัยทำวันเลือกตั้งป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรอยู่ &amp;nbsp; รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น&amp;rdquo; ประยุทธ์แนะชาวบ้านอย่าให้ใครปลุกปั่นไปประท้วง หวังประชาชนร่วมมือร่วมใจเลิกโกรธเกลียด รับฝ่ายกฎหมายขอมาให้ใช้มาตรา 44 ฟัน &amp;ldquo;สมชัย&amp;rdquo; เพราะทำป่วนวันเลือกตั้ง โพลอีสานเผยชัดเลือก &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; นั่งนายกฯ พร้อมเชียร์เพื่อไทย &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ลั่นถึงยุค 3 ทางเลือก &amp;ldquo;คสช.-พท.-ปชป.&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp; (คสช.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเป็นประธานสักขีพยานในการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า &amp;nbsp; วันนี้รัฐบาลเป็นแบบนี้ วันหน้าเป็นรัฐบาลแบบไหนไม่รู้ &amp;nbsp;อยู่ที่ประชาชนแล้ว ที่ผ่านมาดีหรือยัง ดีตอนไหน แล้วรัฐบาลนี้ดีหรือยัง แต่มันไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เพราะเป็นการเริ่มต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องหลักคิดที่ถูกต้อง ประชาธิปไตยไทยควรเป็นอย่างไร ควรเป็นประชาธิปไตยที่ดูแลทุกคนหรือไม่ ส.ส.ที่มาจากทุกพื้นที่ทุกจังหวัดมาจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นธรรมดา มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายไหนเป็นรัฐบาลเขาก็ลงพื้นที่ของเขา ใครเป็นฝ่ายค้านไม่ค่อยได้ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะได้ตลอดไป ไม่ได้ มันต้องนึกถึงคนอื่นเขาด้วย เพราะฉะนั้น ต้องมีรัฐบาลที่ทำแบบนี้ คือลงมาทุกพื้นที่ทุกจังหวัด จังหวัดไหนลำบากมากต้องดูแลมาก อย่างรัฐบาลนี้ก็ดูแลหนองบัวลำภูเป็นหนองบัวลำภูโมเดล เหมือนกาฬสินธุ์โมเดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ต้องไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย ใครเป็นรัฐบาลต้องไม่ทิ้งฝ่ายค้าน เพราะเขามีประชาชนที่จะต้องดูแลเหมือนกัน รัฐบาลนี้คิดแบบนี้ จะได้มั่นคงเสียที ไม่ต้องไปกลัวใครฝ่ายไหนจะได้ไม่ได้เป็นบุญคุณกันตลอดไป ไม่ได้อะไรขึ้นมาใหม่ ก็ได้เหมือนเดิม วันหน้าน่าจะดีขึ้น&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงคำถาม 10 ข้อที่ถามประชาชน ว่ามีคนตอบแล้ว 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนที่จบการศึกษาชั้น ป.4 ทั้งสิ้น คนที่จบการศึกษาสูงไม่ค่อยมาตอบ ภาคเกษตรเสียส่วนใหญ่ และเข้าใจว่าต้องการประชาธิปไตยอย่างไร ซึ่งต้องการฟังพวกเรา มันจะได้ตรงกันเสียที ปรับตรงกลางให้มาเจอกัน ให้ประโยชน์กลับสู่ประชาชนให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกประเทศชื่นชมประเทศไทย แต่เขาถามว่าทำไมประเทศไทยวุ่นวายกันนัก ประเทศอื่นเขาส่งคนไปสำรวจจะไปอยู่โลกไหนกันแล้วถ้าโลกนี้อยู่ไม่ได้ เขาเตรียมการแล้ว แต่ไทยยังเริ่มต้นประชาธิปไตยเปาะแปะๆ อยู่ กี่ปีมาแล้ว ประชาธิปไตยมาจากประชาชนชาวไทย ไม่ใช่ประชาชนกลุ่มนี้ๆ เป็นปวงชนชาวไทยทุกกลุ่มทั้งหมด ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ 200 กว่ามาตรา ท้ายสุดต้องไปดูพระราชบัญญัติต่างๆ แต่นี่เอารัฐธรรมนูญมาทะเลาะกันอย่างเดียวไม่ได้ กฎหมายลูกมีเป็นร้อยเป็นพัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า อย่าให้ใครมาปลุกปั่น ไปประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล อย่าไปเลย เสียเวลา เสียเงินเสียทอง อยู่บ้านนอน มีอะไรส่งศูนย์ดำรงธรรม แก้ให้หมด แก้มากแก้น้อย แก้เร็วแก้ช้า ก็ว่าไปตามกลไก อย่าไปประท้วง อย่าให้ใครเขาปลุกปั่นอีกเลย ไม่เกิดประโยชน์กับท่านหรอก คนอื่นเขาเดือดร้อน ไม่ได้ ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกฯ กล่าวอยู่ ได้หันไปถามประชาชนว่า &amp;ldquo;เคยไปทำเนียบฯ หรือเปล่า ไปประท้วง&amp;rdquo; ก่อนจะกล่าวต่ออีกว่า &amp;ldquo;ใครเขาชวนอย่าไปอีกเลย ไปแล้วอันตราย วันหน้าอย่าให้เกิดอีกนะ รัชกาลนี้ต้องไม่มีนะ พระเจ้าอยู่หัวท่านทอดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่มันไม่ดีเกิดขึ้นอีก &amp;nbsp;เราต้องทำให้สิ่งดีๆ ร่วมกัน เพื่อลูกหลานในอนาคต เราเดี๋ยวก็แก่ตาย ผม 64 เข้าไปแล้ว วันนี้ถือว่ามาให้ของขวัญวันเกิดตัวเอง คือการมาเจอพวกเรา ผมต้องการของขวัญจากท่านคือความร่วมมือร่วมใจเท่านั้น ไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ใครเคยโกรธเกลียดกันเลิกโกรธเลิกทะเลาะกัน ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย หาส่วนดีเขาให้เจอ แล้วคบเขาให้ได้ เขาจะได้ดีขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.40 น. ที่กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมืองฯ จ.หนองบัวลำภู พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า ครั้งนี้มีความสุขที่ได้พบปะกับชาวบ้าน ติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ไม่เคยสนใจคะแนนเสียง ขอร้องวันนี้การเมืองขอให้เอาไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไม่ได้มาเพื่องานการเมืองทั้งสิ้น อาจจะมีคนมาพูดจาโน่นนี่ว่ามาเช็กคะแนนเสียง ผมไม่ต้องการคะแนนเสียง คะแนนเสียงเดียวผมก็ทำให้ ซึ่งการทำงานคะแนนเสียงอย่างเดียวไปไม่ได้ ประเทศชาติจะติดหล่มอยู่ที่เดิม&amp;ldquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งนายกฯ ยังได้หันไปถามชาวบ้านว่าจะกลับไปที่เดิมหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านก็ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯ กล่าวอีกว่า สัญญาแล้วนะ สัญญาไม่ใช่สายัณห์ อย่ากลับไปที่เดิมโดยเด็ดขาด เราต้องมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล อย่าเลือกเพราะรู้จัก แล้ววันหน้าถ้าพวกนี้ไม่ได้ พวกนั้นมา อีกพวกหนึ่งมาอีก ท่านก็ไม่ได้อะไรเหมือนเดิม ก็กลับไปกลับมาอยู่แบบนี้ ต้องเป็นอย่างรัฐบาลทุกวันนี้ ที่ไปได้ทุกพื้นที่ ไปทุกตารางนิ้วของประเทศไทยก็ไปได้ ไม่ใช่พรรคหนึ่งไปได้ พรรคหนึ่งไปไม่ได้ ต้องหารัฐบาลที่ไปได้ทุกพื้นที่ นี่ประเทศไทยไม่ใช่ของใคร และวันนี้ไม่ใช่การหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันหน้าถ้าเรามีรัฐบาลที่คิดละเอียดว่าจะทำอย่างไร ซึ่งจะถามในเดือน มิ.ย. ซึ่งเขาบอกว่าจะไม่มาตอบ กลัวจะรู้หรือไง ก็เขาจะมาพูดให้ท่านฟัง รัฐบาลหรือใครที่จะมาเลือกตั้ง อย่าไปฟังเฉพาะตอนที่เขาหาเสียง ไม่เอา ต้องการสร้างการเรียนรู้ตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยไม่มีชนชั้น ไม่มีไพร่อะไรทั้งสิ้น มีใครเขาพูดกันว่าไพร่หมื่นล้าน มีไหม ไม่มีนะ ไพร่เลิกตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ไปแล้ว มีที่ไหนทาส พูดส่งเดชไปเรื่อย ถ้าใครพูดอย่างนี้ถือว่าดูถูกเรา วันนี้เราต้องเดิน ไม่ใช่การเมืองมานำประเทศ เอาการพัฒนาไทยนิยมยั่งยืนมานำประเทศ ไม่ใช่ให้การเมืองมาชี้นำทุกอัน ผมพูดเลยไม่ใช่การเมือง&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 ปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีความจำเป็น เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายเขาขอมา เขาบอกว่ามันไม่ไหวแล้ว ทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่านมากพอสมควร ซึ่งก็ไม่ได้อยากจะออกคำสั่งนี้กับใคร ขอร้องสื่อว่าพอ และจบได้แล้ว อย่าไปขยายความให้กับเขาเลย เขาก็รู้ตัวหรอกน่า ถ้าวันนี้สื่อยิ่งไปขยายให้กับเขา ก็ยิ่งออกมาพูดหนักขึ้นไปอีก แล้วคราวนี้จะให้ใช้อะไร คำสั่งมาตรา 45 หรือ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากขอร้องให้ดูว่าถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์ ผมก็ฟัง แล้วไม่คิดกันบ้างหรือว่าผมฟังมาสี่ปีแล้ว ตอนนี้ก็กำลังเลือกตั้งแล้ว แต่ก็ทำให้สับสนอลหม่านไปกันหมด เลือกอย่างนั้นอย่างนี้ ขอถามว่าเขาเป็นคนเลือกหรือ เขาเป็นคนกำหนดวันเวลาวันเลือกตั้ง หรือใครเป็นคนกำหนด รัฐบาลกับ คสช.ไม่ใช่หรือ หรือ กกต.เป็นคนกำหนด เมื่อไหร่ที่มีการกำหนดวันเลือกตั้ง เขาถึงมีหน้าที่ตรงนั้น อย่าออกมาพูดว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้ ผมบอกไปแล้วว่าต้นปี 2562 ก็แค่นั้น จบแล้ว จะมาบอกเลือกวันไหนกันอีก จะย้อนกลับมาเดือนตุลาคมอะไรกันอีก พูดจนสับสนอลหม่านกันหมด แต่เขาอาจจะหวังดีมั้ง ผมขี้เกียจจะไปยุ่งแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายสมชัยยังไม่หยุด ยังเคลื่อนไหวอีก นายกฯ กล่าวย้อนถามพร้อมกับยกนิ้วมือขึ้นมาเกาว่า &amp;ldquo;ใครจะเคลื่อนล่ะ ไม่รู้สิ แล้วสื่อจะไปขยายให้เขาทำไม พูดแล้วก็คัน ยุงกัดเต็มไปหมด สงสารผมบ้างไหม&amp;ldquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ก็เคลื่อนไหวไป แต่ก็อย่าขัดกฎหมายแล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัยโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายถึงการคาดการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา 6 เรื่องว่ากลายเป็นเรื่องจริง 5 เรื่อง ส่วนเรื่องที่ 6 ต้องรอดูว่าจะเกิดผลอย่างไร และในวันที่ 23 มี.ค. จะอธิบายในเรื่องที่ 7 ซึ่งยังไม่ได้พูด และอาจเป็นเหตุให้ คสช.หวั่นไหว จนต้องออกคำสั่งมาตรา 44 ให้พ้นจากหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวจดแจ้งตั้งพรรคเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งถือเป็นวันที่ 15 นั้น มีกลุ่มการเมืองมาขอจด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของนายธีรพงษ์ พริ้งกลาง ขอจดในนามพรรคพันปีธรรมดีเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นลำดับที่ 69 และกลุ่มของ พล.อ.อธิชาติ เจริญยิ่ง ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จดแจ้งชื่อพรรคสยามพัฒนา เป็นลำดับที่ 70 &amp;nbsp;
คนอีสานเชียร์หญิงหน่อย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เผยผลสำรวจเรื่องพรรคการเมืองในฝันของคนอีสาน ซึ่งสำรวจประชาชนใน 20 จังหวัดภาคอีสาน จำนวน 1,190 ราย โดยเมื่อสอบถามถึงการจัดเลือกตั้ง ส.ส.ช่วงใดเหมาะสมที่สุด พบว่า 50.5% เห็นว่าควรจัดในช่วง พ.ค.-ส.ค.2561, 31.8% ควรจัดช่วง ก.ย.-ธ.ค.2561, 12.9% ควรจัดช่วง ม.ค.-เม.ย.2562, 3.5% ควรจัดช่วง พ.ค.-ส.ค.2562 และ 1.3% ควรจัดช่วงปลายปี 2562 หรือนานกว่านั้น ซึ่งโดยสรุปคนอีสาน 82.3% คิดว่าการจัดเลือกตั้ง ส.ส.ภายในปี 2561 เหมาะสมที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสำรวจจุดเด่นของพรรคการเมืองในฝัน พบว่า 90.8% มีหัวหน้าพรรคที่บริหารประเทศเก่ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ, 81.7% มีหัวหน้าพรรคที่มีจริยธรรมสูง/เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม, 81.2% มีนโยบายและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย, 80% มีนโยบายและความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาทุจริตของชาติอย่างจริงจัง และ 79.4% มีทีมงานและผู้สมัคร ส.ส.ที่มีจริยธรรมสูง/เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกฯ คนต่อไป พบว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 35.2%, นายจาตุรนต์ ฉายแสง 34.9%, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 34.3%, พล.อ.ประยุทธ์ 24.1% และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 22.0% และเมื่อสอบถามถึงการสนับสนุนพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า อันดับหนึ่ง 42.9% จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย, 38.3% พรรคทางเลือกอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจ, 7.2% พรรคประชาธิปัตย์, 6.4% พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์, 2.4% พรรคภูมิใจไทย, 2% พรรคชาติพัฒนา และ 0.7% พรรคชาติไทยพัฒนา
ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคว่า วันนี้สังคมมีทางเลือกชัดเจน ทางเลือกที่ 1 รัฐราชการอนุรักษนิยมที่ คสช.ทำอยู่ 2.ประชานิยมกลับไปหาทุจริตคอร์รัปชัน และ 3.เสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งทางเลือกนี้เป็นของ ปชป. เรายืนยันว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จากนั้นเสรีนิยมประชาธิปไตยต้องมาแปลงเป็นเรื่องๆ ว่านโยบายมีอะไรบ้าง ส่วนพรรคใหม่อื่นจะเสนอเป็นทางเลือกใดว่ากันไป เพราะประเทศจะมาแข่งขันกันเป็นเรื่องๆ ไม่ได้แล้ว ใครจะให้ค่าแรงสูงกว่ากันมันไม่ใช่แล้ว ต้องมาพูดว่าตกลงเราจะเดินแบบ คสช.หรือไม่ หรือเราจะเดินแบบประชานิยม
&amp;ldquo;ที่ ปชป.ประกาศเป็นพรรคทางเลือกนั้นมีเป้าหมายเป็นทางหลัก แต่ผมให้เกียรติทางเลือกอื่น จะมาบอกว่าผมเป็นหลักคนเดียวได้อย่างไร ใครจะเป็นหลักไม่ได้อยู่ที่พรรค อยู่ที่คนเลือกตั้ง ถ้าคนเลือกตั้งเลือกคุณมาเยอะถือว่าคุณเป็นหลัก ผมเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย จึงบอกว่าประชาชนต้องมีทางเลือก ส่วนจะจับมือกับพรรคหรือกลุ่มไหนนั้น ต้องดูว่าใครยอมรับแนวทางความคิดที่เราทำ เช่นเราเอาเรื่องกระจายอำนาจคุณเอาหรือไม่ เราไม่ยอมให้มีการทุจริตคอร์รัปชันคุณเอาหรือไม่&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า หากพรรคขนาดกลางรวมตัวกันแล้วเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกฯ ปชป.จะร่วมขบวนด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่รู้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นคนนอกหรือเป็นคนใน สมมุติว่าเขารวบรวมเสียงมาได้ ถามว่าเราจะไปร่วมหรือไม่ เราต้องดูก่อนว่าแนวทางของเขาตรงกับแนวทางที่เราไปหาเสียงหรือไม่ มันปรับเข้ากันได้หรือไม่ มันปรับเข้ากันไม่ได้ก็ไม่ไป จะไปทำไม ต้องซื่อสัตย์ซื่อตรงกับคนที่สนับสนุนเรา
&amp;ldquo;ถ้ามันตรงกันมันร่วมได้ แต่ตอนนี้มันมีอะไรที่ไม่ตรงกันเยอะพอสมควร เพราะชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เอากระจายอำนาจ แนวคิดเศรษฐกิจไม่ได้แก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างในเรื่องทุนใหญ่ ไม่ได้แก้โครงสร้างการดูแลภาคการเกษตร&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ย้ำ
1เม.ย.ปชป.โชว์อุดมการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อ คสช.ปลดล็อกการเมืองแล้ว ปชป.มีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะบอก เพราะวันที่ 1 เม.ย.จะเริ่มกระบวนการยืนยันสมาชิกพรรค โดยจะแถลงเพื่อบอกว่าแนวทางที่ตั้งใจไว้ แม้จะไม่เป็นมติพรรค มันมีอะไรบ้างเพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิก จะได้พูดเป็นเรื่องเป็นราว ลำดับให้ขั้นตอนของพรรค ปชป.ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา สามารถกลับมาสมัครคัดเลือกเป็น กกต.อีกรอบ หลัง สนช.มีมติไม่เห็นชอบได้ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. 2560 มาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติว่า ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป โดยผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่นี้ไม่ได้ ซึ่งวิธีการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งว่าที่ กกต.นั้นจะมีอยู่ 2 ทาง คือการสรรหาและการคัดเลือก ตามมาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติบทห้ามไว้แต่เพียงว่า ผู้ที่ได้รับการสรรหารายใดที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ กฎหมายเขียนห้ามไว้อย่างชัดเจนจะเข้ารับการสรรหาซ้ำไม่ได้ แต่ในส่วนที่เป็นการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้ ผู้สมัครทั้ง 2 คนจึงสมัครเข้าคัดเลือกในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ หากผ่านการคัดเลือกก็ต้องส่งให้วุฒิสภาที่ปัจจุบัน สนช.ทำหน้าที่นี้แทน เพื่อให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง
มีรายงานว่า จากบทเรียนจากกรณี สนช.ลงมติไม่เห็นชอบว่าที่ กกต. เพราะ สนช.เกรงว่าจะเกิดปัญหาในเรื่องข้อกฎหมาย ในการคัดเลือก กกต.สายศาลรอบนี้จึงได้มีการออกระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต.2561 เพิ่มเติมเป็นฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 12 มี.ค. โดยระเบียบดังกล่าวมีเนื้อหาสำคัญระบุว่า &amp;ldquo;การลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. ตามข้อ 11 ให้กระทำโดยเปิดเผย ด้วยการทำเครื่องหมายกากบาท (X) อย่างชัดเจน ลงหน้าชื่อตัว และชื่อสกุลผู้ซึ่งตนเลือก จำนวนไม่เกิน 2 คน หรือจำนวนเท่าที่ยังขาดอยู่ในบัตรเลือกที่จัดไว้ ซึ่งระบุชื่อตัว และชื่อสกุล ลำดับหมายเลขตามบัญชีอาวุโสในศาลฎีกา แล้วบัตรเลือกไปมอบให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและนับคะแนน เพื่อดำเนินการนับคะแนนต่อไป&amp;rdquo; ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวยังระบุว่า ให้เลขานุการศาลฎีกาเป็นผู้เก็บรักษาบัตรเลือกไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และหากไม่มีการโต้แย้งการคัดเลือกเป็น กกต. ก็ให้ทำลายบัตรเลือกตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยงานสารบัญ พ.ศ.2562 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5608</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ปชป., พท., พระเจ้าอยู่หัว, มาร์ค, หญิงหน่อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3bcfb5c598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
