<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศ ถวายแด่ &#039;หลวงปู่เหลือง&#039; วัดกระดึงทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น. ที่วัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง&amp;nbsp;องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ไปถวายแด่พระเทพมงคลวัชราจารย์ (หลวงปู่เหลือง&amp;nbsp; ฉันทาคโม ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้ง สมณศักดิ์ พระราชปัญญาวิสารัท&amp;nbsp; วัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; เป็นพระราชาคณะ&amp;nbsp;มีนามว่า พระเทพมงคลวัชราจารย์ ภานาวิธานโกศล โสภณประชาธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม ความวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดกระดึงทอง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยนายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเทพมงคลวัชราจารย์&amp;nbsp;หรือ หลวงปู่เหลือง&amp;nbsp; ฉันทาคโม&amp;nbsp; เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต)&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;94&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;74&amp;nbsp;พรรษา มีนามเดิมว่า&amp;nbsp;เหลือง ทรงแก้ว&amp;nbsp;เกิดเมื่อวันอังคารที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2470&amp;nbsp;ตรงกับวันแรม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ค่ำเดือน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปีเถาะ&amp;nbsp;ที่บ้านนาตัง&amp;nbsp; ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ บิดาและมารดาคือ นายเที่ยง&amp;nbsp;ทรงแก้ว และ นางเบียน ทองเชิด&amp;nbsp;เป็นบุตรคนที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ในจำนวนพี่น้อง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ศ.&amp;nbsp;2487&amp;nbsp;บวชเณรที่วัดสุทธจินดา&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา เจ้าคุณอริยเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.&amp;nbsp;2490&amp;nbsp;อุปสมบทที่วัดสุทธจินดา&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;มีพระญาณดิลก&amp;nbsp;เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.&amp;nbsp;2501&amp;nbsp;ไปอยู่วัดกระดึงทอง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2515&amp;nbsp;เป็นเจ้าคณะตำบลในเมือง,&amp;nbsp;เป็นเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง พ.ศ.&amp;nbsp;2517&amp;nbsp;อบรมพระสังฆาธิการชั้นต้น&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2518&amp;nbsp;อบรมพระสังฆาธิการชั้นสูง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2519&amp;nbsp;ได้รับสัญญาบัตร ที่ พระครูวิริยาภิวัฒน์&amp;nbsp;และเป็นพระอุปัชฌาย์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2521&amp;nbsp;ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองบุรีรัมย์ (ธ)&amp;nbsp; พ.ศ.&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;ให้รักษาการแทน เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธ)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2523&amp;nbsp;ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2528&amp;nbsp;ได้รับตราตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระชินวงศาจารย์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปัญญาวิสารัท&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเทพมงคลวัชราจารย์ เป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล&amp;nbsp;วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร และพระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ ท่านเจริญรอยตามครูบาอาจารย์ คือ การแน่วแน่กับการปฏิบัติภาวนาไม่เสื่อมคลาย อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย แทบไม่มีใครจำสมณะศักดิ์ของท่านได้&amp;nbsp;เรียกกันแต่ว่า หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง ด้วยวัย&amp;nbsp;94&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงนับได้ว่า หลวงปู่เหลือง&amp;nbsp;ฉันทาคโม ท่านได้ดำรงธาตุขันและวิถีชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกสมมุตินี้ อย่างสมถะ แลเรียบง่ายมากที่สุด จึงได้รับสมญานามว่าเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;พระอรหันต์เจ้าผู้ติดดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัดกระดึงทอง ได้รับอนุญาตสร้างเมื่อ ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2512&amp;nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2516&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เมตร ยาว&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เมตร มีสิ่งปลูกสร้างเป็น ศาลาเอนกประสงค์ชั้นเดียว ศาลาการเปรียญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น ความจุได้&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp; มีกุฎิ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;หลัง สำนักงานเจ้าคณะจังหวังบุรีรัมย์(ธรรมยุต)&amp;nbsp; มีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ มีเด็กในศูนย์&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน อุโบสถ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลัง เมรุและศาลาบำเพ็ญกุศล โรงครัว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลัง ห้องน้ำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง จำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ห้อง ส่วนกิจกรรมภายในวัด เป็นที่สอบธรรมสนามหลวง (ธรรมยุต) เป็นที่ประชุมพระสังฆาธิการในจังหวัด เป็นศูนย์อบรมจริยธรรมในนักเรียนกลุ่มอาชีวะ&amp;nbsp; และการจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106061</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะภริยาองคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, จังหวัดบุรีรัมย์, พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, พระเทพมงคลวัชราจารย์, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง, วัดกระดึงทอง, หลวงปู่เหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c349db8aeae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
