<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อ&#039;พระพิชัย&#039;รู้ว่า&#039;พระเจ้าเสือ&#039;ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระแสละครบุพเพสันนิวาสเริ่มจะจางหายแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ชาติไทยยังคงอยู่และมีให้ศึกษามากมาย ฉะนั้นมากล่าวกันต่อเรื่องพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นพระองค์ที่สองแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง &amp;nbsp;ทรงขึ้นครองราชย์หลังสมเด็จพระเพทราชา คือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ &amp;quot;พระเจ้าเสือ&amp;quot; ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.2246-2251&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ จดพระนามเดิมของพระองค์ว่า &amp;quot;มะเดื่อ&amp;quot; ส่วนในหนังสือปฐมวงศ์ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ เรียกว่า &amp;quot;ดอกเดื่อ&amp;quot; เนื่องจากประสูติใต้ต้นมะเดื่อในแขวงเมืองพิจิตรขณะพระมารดาเสด็จติดตามออกพระเพทราชาที่โดยเสด็จสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 (สมเด็จพระนารายณ์) ขึ้นไปนมัสการพระพุทธชินราชและพระพุทธชินสีห์ที่เมืองพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพนฯ ฉบับตัวเขียนระบุว่า สมเด็จพระเจ้าเสือเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับพระสนมซึ่งเป็นพระราชธิดาในพญาแสนหลวง เจ้าเมืองเชียงใหม่ โดยคำให้การขุนหลวงหาวัดออกพระนามว่า พระราชชายาเทวี หรือ เจ้าจอมสมบุญ &amp;nbsp;ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าเรียกว่า นางกุสาวดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในเวลาต่อมา สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานพระสนมดังกล่าวแก่พระเพทราชา เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง (เจ้ากรมช้าง) โดยในคำให้การขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่ามีเนื้อหาสอดคล้องกัน กล่าวคือนางเป็นสนมลับของพระนารายณ์แต่แตกต่างกันเพียงชื่อของนาง และเหตุผลในการพระราชทานพระโอรสแก่พระเพทราชา แต่พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ กลับให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติกำเนิดแตกต่างไปจากคำให้การของขุนหลวงหาวัดและคำให้การชาวกรุงเก่า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทำศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่แล้วได้ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นสนม แต่นางสนมเกิดตั้งครรภ์ พระองค์ทรงละอายพระราชหฤทัยด้วยเธอเป็นนางลาว พระองค์จึงได้พระราชทานแก่พระเพทราชา ดังความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระพนรัตน์ ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาจากเมืองเชียงใหม่นั้น พระองค์เสด็จทรงสังวาสด้วยพระราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ และนางนั้นก็ทรงครรภ์ขึ้นมา ทรงพระกรุณาละอายพระทัย จึงพระราชทานนางนั้นให้แก่พระเพทราชา แล้วดำรัสว่านางลาวนี้มีครรภ์ขึ้นมา เราจะเอาไปเลี้ยงไว้ในพระราชวังก็คิดละอายแก่พระสนมทั้งปวง และท่านจงรับเอาไปเลี้ยงไว้ ณ บ้านเถิด และพระเพทราชาก็รับพระราชทานเอานางนั้นไปเลี้ยงไว้ ณ บ้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุผลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ปรากฏในคำให้การชาวกรุงเก่าว่า พระองค์ทรงเกรงว่าพระราชโอรสองค์นี้จะคิดกบฏชิงราชสมบัติอย่างเมื่อคราวพระศรีศิลป์ ส่วนคำให้การของขุนหลวงหาวัดว่า พระองค์ทรงต้องรักษาราชบัลลังก์ให้แก่พระราชโอรสที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จดหมายเหตุเอนเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ชาวเยอรมันประจำคณะทูตของบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดาที่เข้ามาเจริญพระราชไมตรีราชสำนักสยามในปี พ.ศ. 2233 ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปีประสูติของออกหลวงสรศักดิ์ว่า เมื่อ พ.ศ.2233 พระสรศักดิ์ (Peja Surusak) พระมหาอุปราชมีพระชนมายุ 20 พรรษา แสดงว่าพระองค์ประสูติในปี พ.ศ.2213&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนในสมัยดังกล่าวเรียกขานพระนามพระองค์ว่า &amp;quot;พระเจ้าเสือ&amp;quot; ก็เพื่อเปรียบว่าพระองค์มีพระอุปนิสัยโหดร้ายดังเสือ พระองค์มีพระปรีชาด้านมวยไทย โดยทรงเป็นผู้คิดท่าแม่ไม้มวยไทย ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน และได้มีการถ่ายทอดเป็นตำราให้ชาวไทยรุ่นหลังได้เรียนรู้ฝึกฝนจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ระบุในหนังสือ &amp;quot;ศิลปะมวยไทย&amp;quot; ถึงการที่พระองค์ทรงปลอมพระองค์เป็นชาวบ้านมาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีจากเมืองวิเศษชัยชาญ และสามารถชนะนักมวยเอกได้ถึง 3 คน ซึ่งได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์เป็น


สล็อต789 &amp;quot;วันมวยไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงฝึกเจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรผู้เป็นพระราชโอรส ให้ทรงมีความสามารถในด้านมวยไทย, กระบี่กระบอง และมวยปล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำนานฝ่ายเหนือระบุว่า เมื่อเจ้าเดื่อโตขึ้นได้เป็นมหาดเล็ก พระนารายณ์ทรงพยายามสื่อนัยบางอย่างให้เจ้าเดื่อรู้ว่าคือลูก อาทิ ชวนมาส่องกระจกดูว่าคนทั้งสองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ จนเจ้าเดื่อได้ใจมักเอาเศษอาหารในจานเสวยไปกินต่อทุกครั้ง ติดนิสัยกร่างผสมเกรียนไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนตั้งแต่วัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของนายพลเดส์ฟาร์จชาวฝรั่งเศส บันทึกเหตุการณ์ช่วงพระนารายณ์ใกล้สวรรคตว่า &amp;nbsp;พระองค์ทรงโทมนัสที่เสียรู้ต่อ &amp;quot;กบฏสองพ่อลูกคู่นี้&amp;quot; ยิ่งนัก มิมีตอนใดเลยที่บอกว่าพระองค์ทรงเจ็บพระราชหฤทัยต่อลูกในไส้ที่ฝากเขาไปเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มิทรงเชื่อว่าหลวงสรศักดิ์จะเป็นพระราชโอรสลับในสมเด็จพระนารายณ์ ทรงวินิจฉัยว่าในเมื่อหลวงสรศักดิ์รู้อยู่เต็มอกว่าสมเด็จพระนารายณ์คือพระราชบิดา เหตุไฉนจึงร่วมมือกับพระเพทราชาบิดาบุญธรรมปราบดาภิเษกชนกแท้ๆ ของตน แทนที่จะประจบเอาใจขอราชสมบัติจากพระราชบิดาเมื่อครั้งยังทรงพระประชวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ได้รับการสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย &amp;quot;กรมพระราชวังบวรสถานมงคล&amp;quot; ซึ่งหวังจะได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สมเด็จพระเพทราชากลับโปรดปรานเจ้าพระขวัญ พระราชโอรสของพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ แถมมีผู้คนมากมายต่างพากันนับถือ ทำให้กรมพระราชวังบวรฯ เกิดความหวาดระแวงว่าราชสมบัติจะตกไปอยู่กับเจ้าพระขวัญ จึงทรงลวงเจ้าพระขวัญมาสำเร็จโทษด้วยไม้ท่อนจันทน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมเด็จพระเพทราชาซึ่งทรงประชวรได้ทราบก็ทรงพระพิโรธกรมพระราชวังบวรฯ&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง เป็นอันมาก แลตรัสว่าจะไม่ยกราชสมบัติแก่กรมพระราชวังบวรฯ แล้วทรงพระกรุณาตรัสเวนราชสมบัติให้เจ้าพระพิไชยสุรินทร พระราชนัดดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นสมเด็จพระเพทราชาทรงสวรรคต เจ้าพระพิไชยสุรินทรทรงเกรงกลัวกรมพระราชวังบวรฯ จึงไม่กล้ารับ และน้อมถวายราชสมบัติแด่กรมพระราชวังบวรฯ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2246 มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) มีพระสมัญญานามว่า &amp;quot;เสือ&amp;quot; ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเช่นในการเสด็จฯ ไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสทรงดำเนินงานเสร็จตามกำหนด &amp;nbsp;แต่เมื่อพระราชบิดาเสด็จพระราชดำเนินมา ช้างทรงเกิดตกหลุม จึงทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่ภายหลังก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 บ้านเมืองวุ่นวายเพราะพระยาราชสงครามรีดไถประชาชน ด้วยการอ้างพระบรมราชโองการในการเกณฑ์ช้างม้าวัวควายไปเพื่อเป็นภาษี ส่วนสาววัยรุ่นจะนำไปถวายพระเจ้าเสือเพื่อเป็นนางสนมในพระราชวัง ส่งผลให้ชาวบ้านทุกทั่วหัวระแหงได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันพระพิชัย เจ้าเมืองวิเศษชัยชาญ ก็ได้ตั้งกลุ่มเพื่อต่อต้านการกระทำของขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ด้วยการตั้งตัวเป็นกองโจรเพื่อปล้นเสบียงและนำตัวผู้หญิงที่ถูกเกณฑ์ไปในวังหลวงคืน &amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในกองโจรนั้นมี &amp;quot;สิน&amp;quot; ซึ่งชอบช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระเจ้าเสือได้เสด็จพระราชดำเนินไปตกปลากับขุนนางคนสนิทเป็นการส่วนพระองค์ โดยปลอมตัวเป็นสามัญชนชื่อว่า ทิดเดื่อ ซึ่งนัยหนึ่งพระองค์ต้องการทราบถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นได้ปะฝีมือเชิงมวยกับ &amp;quot;สิน&amp;quot; ผู้เป็นชาวบ้านธรรมดา โดยไม่รู้ว่าคนที่ตนกำลังชกอยู่ด้วยเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ไม่ทันได้รู้ผลแพ้ชนะก็มีขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงมาอ่านพระบรมราชโองการในการเกณฑ์ราษฎรชายไปเป็นทหาร ทำให้พระเจ้าเสือทรงได้รับทราบการทุจริตของข้าราชการและได้พูดคุยกับ &amp;quot;สิน&amp;quot; อย่างถูกคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิน&amp;quot; ซึ่งต่อมาคือ พันท้ายนรสิงห์ ได้รับคำยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัย ครั้นพระเจ้าเสือเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรี ซึ่งจะต้องผ่านตำบลโคกขามซึ่งคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวและแคบ ทำให้พระพิชัย และพระพินิจ ทหารเก่าในสมัยพระนารายณ์ที่เกลียดชังพระเจ้าเสือวางอุบายลอบปลงพระชนม์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนั้นสินที่ได้ล่วงรู้แผนการนี้ จึงให้นวลไปขอร้องกับพระพิชัยแต่ไม่ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;จึงวางแผนบังคับเรือพระที่นั่งให้ชนกับริมตลิ่งเพื่อไม่ให้พระเจ้าเสือเสด็จพระราชดำเนินไปถึงจุดที่กลุ่มชาวบ้านซุ่มอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเรือพระที่นั่งเอกไชยมาถึงตำบลโคกขาม &amp;quot;สิน&amp;quot; พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งจนชนตลิ่ง ทำให้หัวเรือพระที่นั่งเอกไชยหักตกลงไปในน้ำ สินรู้ดีว่าความผิดครั้งนี้โทษถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิน&amp;quot; จึงกราบทูลขอน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี พระเจ้าเสือทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยมิใช่ความประมาทจึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่ &amp;quot;สิน&amp;quot; ก็กราบบังคมทูลยืนยันให้ตัดศีรษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย และเป็นการป้องกันมิให้เกิดข้อติเตียนต่อพระเจ้าอยู่หัวว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้พระเจ้าเสือจะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใด ก็ทรงจำพระราชหฤทัยปฏิบัติตามพระราชกำหนด จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์ แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตาและนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล &amp;nbsp;ทำให้พระพิชัยที่แอบดูอยู่รู้ความจริงว่าพระเจ้าเสือมิได้ทรงเลวร้ายอย่างที่คิด จึงถวายตัวรับใช้พระเจ้าเสือด้วยความซื่อสัตย์ตลอดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพระราชวังบวรสถานมงคล, พระพิชัย, พระเจ้าเสืิอ, พระเพทราชา, พันท้ายนรสิงห์, มะเดื่อ, สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8, สิน#</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae6c31bc2fee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเพทราชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเพทราชา แต่เดิมเป็นสามัญชนชื่อว่า &amp;quot;ทองคำ&amp;quot; เป็นชาวพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี &amp;nbsp;เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2175 บางหลักฐานระบุว่า พ.ศ.2170 จุลศักราช 994 จัตวาศก ปีเดียวกับ สมเด็จพระนารายณ์ และทรงเป็นพระสหายกับสมเด็จพระนารายณ์มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ &amp;nbsp;เนื่องจากพระมารดาของพระองค์เป็นพระนมโทในสมเด็จพระนารายณ์ (พระนมเอกคือ เจ้าแม่วัดดุสิต &amp;nbsp;มารดาของโกษาเหล็กและโกษาปาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนต้นรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเพทราชาทรงมีตำแหน่งเป็นจางวางกรมช้าง มีความชำนาญในศิลปศาสตร์การบังคับช้างและมีฝีมือในการสงคราม เคยได้รับความชอบจากสมเด็จพระนารายณ์หลายครั้ง มีครั้งหนึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ สมเด็จพระเพทราชาหรือจางวางกรมช้างในขณะนั้นได้ตามเสด็จไปทำศึกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกในครั้งนั้นสมเด็จพระนารายณ์ทรงตีได้เมืองเชียงใหม่และได้มีสัมพันธ์กับราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่องค์หนึ่งจนตั้งครรภ์ แต่พระองค์ทรงคิดละอายที่จะรับราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ไว้เป็นพระสนม เนื่องจากในเวลานั้นยังถือว่าเมืองเชียงใหม่เป็นพวกเดียวกับเมืองลาวและยังเป็นที่ดูถูกว่าต่ำต้อย จึงทรงยกนางนั้นให้แก่จางวางกรมช้าง เมื่อเดินทัพกลับจากเมืองเชียงใหม่มาถึงเมืองพิษณุโลก ตำบลโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตรในปัจจุบัน ราชธิดาองค์นั้นได้คลอดบุตรออกมาเป็นเพศชายตั้งชื่อให้ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เดื่อ&amp;quot; ซึ่งก็คือหลวงสรศักดิ์ (ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์) สมเด็จลูกยาเธอกรมพระราชวังบวร (ในรัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา) หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระ เพทราชานั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาประวัติศาสตร์จากพงศาวดารต่างๆ จะเห็นได้ว่าปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ ได้มีฝรั่งต่างชาติเข้ามาติดต่อค้าขายและเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาจำนวนมาก หนึ่งในชาวต่างชาติที่คนไทยรู้จักดีก็คือชาวกรีกผู้ภักดีต่อฝรั่งเศสที่ชื่อ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (ฟอลคอน หรือ เยการี) สามีของท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์ เดอ ปีนา) ลูกผสมญี่ปุ่น-โปรตุเกส ต้นตำรับขนมหวาน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหม้อแกงของไทย สมเด็จพระนารายณ์โปรดเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความสามารถและได้ทำประโยชน์ให้แก่ราชการเป็นอันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การกระทำหลายอย่างของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์สร้างความไม่พอใจให้แก่เสนาบดีกลาโหม (สมเด็จพระเพทราชาได้รับตำแหน่งนี้ต่อจากโกษาเหล็ก) และหลวงสรศักดิ์เป็นอันมาก เนื่องจากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์พยายามจะโน้มน้าวสมเด็จพระนารายณ์ให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ อีกทั้งคริสเตียนชาวกรีกผู้นี้ได้กระทำการหมิ่นน้ำใจชาวพุทธหลายครั้ง เช่น จัดการสึกภิกษุสามเณรให้ลาสิกขาออกมารับราชการโดยไม่สมัครใจ เป็นต้น สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงโอนอ่อนตามเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ในหลายเรื่อง ทำให้พุทธศาสนิกชนอย่างเสนาบดีกลาโหมและหลวงสรศักดิ์รู้สึกโกรธเคืองในตัวชาวกรีกผู้นี้ยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมีความระแวงว่าเจ้าพระยาวิชาเยนทร์จะนำทหารฝรั่งเศสเข้ายึดกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากในเวลานั้นสมเด็จพระนารายณ์ทรงพระประชวรอย่างหนัก เสนาบดีกลาโหมและหลวงสรศักดิ์จึงก่อการยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ และได้ประหารเจ้าพระยาวิชาเยนทร์รวมทั้งผู้อยู่ในข่ายที่จะได้สืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระนารายณ์คือ เจ้าฟ้าอภัยทศ เจ้าฟ้าน้อย (พระอนุชาของสมเด็จพระนารายณ์) &amp;nbsp;และพระปีย์ (พระโอรสบุญธรรม) เสีย เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทรงทราบ อาการประชวรก็เพียบหนักขึ้นและสวรรคตในเวลาต่อมา เมื่อสมเด็จพระนารายณ์เสด็จสวรรคต เสนาบดีกลาโหมจึงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเพทราชา ครองราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระนารายณ์ นับเป็นกษัตริย์องค์ที่ 28 แห่งกรุงศรีอยุธยา (ไม่นับรัชกาลขุนวรวงษาธิราช) ส่วนหลวงสรศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จลูกยาเธอกรมพระราชวังบวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเพทราชาทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อปี พ.ศ.2231 จุลศักราช 1050 ขณะมีพระชนมพรรษา 51 &amp;nbsp;พรรษา ทรงพระนามว่า &amp;quot;สมเด็จพระมหาบุรุษ วิสุทธิเดชอุดม บรมจักรพรรดิศร บรมนาถบพิตร สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว&amp;quot; และได้ทรงแต่งตั้งคุณหญิงกันเป็นพระอัครมเหสีฝ่ายขวา&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ (พระมเหสีเดิมในพระเพทราชาเป็นผู้อภิบาลพระเจ้าเสือตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ภายหลังได้ขึ้นเป็นที่กรมพระเทพามาตย์ในสมัยของพระเจ้าเสือ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่งตั้งสมเด็จเจ้าฟ้าศรีสุพรรณ (กรมหลวงโยธาทิพ) ซึ่งเป็นพระขนิษฐาร่วมพระชนนีกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชให้เป็นพระมเหสีฝ่ายขวา ซึ่งต่อมาได้พระราชทานกำเนิดพระโอรสพระองค์หนึ่งคือ &amp;quot;เจ้าพระขวัญ&amp;quot; และแต่งตั้งเจ้าฟ้าทอง หรือเจ้าฟ้าสุดาวดี (กรมหลวงโยธาเทพ) พระราชธิดาพระองค์เดียวในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมเหสีฝ่ายซ้าย ซึ่งต่อมาได้พระราชทานกำเนิดพระโอรสพระองค์หนึ่งคือ &amp;quot;ตรัสน้อย&amp;quot; และแต่งตั้งนางนิ่มเป็นพระสนมเอก&amp;nbsp;


สล็อต789&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งหม่อมแก้วบุตรท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระขนิษฐาของพระองค์เป็นกรมขุนเสนาบริรักษ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ได้ทรงขับไล่กำลังทหารฝรั่งเศสออกไปจากกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย แต่ยังมีพระบรมราชานุญาตให้บาทหลวงและพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ ได้มีการทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส เรื่องการขนย้ายทหารและทรัพย์สินของฝรั่งเศสออกจากป้อมที่บางกอก โดยฝ่ายไทยเป็นผู้จัดเรือกับต้องส่งคืนทรัพย์สินที่เป็นของกรุงศรีอยุธยาคืนทั้งหมด สำหรับข้าราชการและราษฎรไทยที่ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา ผลการปฏิบัติดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศสสิ้นสุดลงตั้งแต่นั้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในสมัยของพระองค์ยังได้เกิดกบฏขึ้นหลายครั้ง อีกทั้งเกิดปัญหาหัวเมืองใหญ่อย่างเมืองนครราชสีมาและเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งได้รับการสถาปนาจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชไม่ยอมรับพระราชอำนาจของพระองค์ เนื่องจากมองว่าพระองค์เป็นผู้แย่งชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในเวลานั้นชาวฝรั่งเศส นักสอนศาสนาคริสต์ และชาวต่างชาติบางกลุ่มถูกเนรเทศให้กลับประเทศ ส่วนพระพุทธศาสนาได้รับการทำนุบำรุงเป็นอันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระองค์ยังได้ทรงทำการปฏิรูปการปกครองขึ้นมาใหม่ โดยได้กำหนดให้หัวเมืองฝ่ายเหนืออยู่ในความดูแลของสมุหนายก และหัวเมืองฝ่ายใต้อยู่ในความดูแลของสมุหพระกลาโหม และยังได้แบ่งให้แต่ละฝ่ายดูแลรับผิดชอบกิจการต่างๆ ทั้งด้านทหารและพลเรือนในภูมิภาคนั้นๆ&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง นอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงให้เพิ่มจำนวนกำลังทหารแก่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า เพื่อเป็นกำลังป้องกันวังหลวงอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานทางด้านต่างประเทศ มีหัวเมืองประเทศใกล้เคียงเข้ามาอ่อนน้อมสวามิภักดิ์เป็นประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา กล่าวคือในปี พ.ศ.2234 เขมรได้ส่งคณะราชทูตนำช้างเผือกเชือกหนึ่งมาถวาย ขอเข้ามาอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ต่อมาในปี พ.ศ.2238 กษัตริย์กรุงศรีสัตนาคนหุตได้ส่งราชทูตนำพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการเข้ามาถวาย กับขอให้กองทัพไทยไปช่วยต้านทานการรุกรานจากกองทัพหลวงพระบาง พระองค์ทรงจัดกองทัพขึ้นไปช่วยไกล่เกลี่ยจนทั้งสองเมืองกลับเป็นไมตรีต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเพทราชาทรงครองราชสมบัติเป็นเวลาถึง 15 ปี (สิริพระชนมพรรษาได้ 71 พรรษา) &amp;nbsp;ก่อนที่จะทรงพระประชวรอย่างหนัก ระหว่างที่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่นั้นได้เกิดปัญหาในการสืบราชสมบัติขึ้น ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์ในการสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์คือ เจ้าพระขวัญและตรัสน้อย พระราชโอรสแท้ๆ ของพระองค์ แต่เจ้าพระขวัญทรงถูกกรมพระราชวังบวร (พระเจ้าเสือ) ลอบสังหาร ตรัสน้อยทรงหนีไปบวชพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสมเด็จพระเพทราชาทรงทราบก็ทรงรีบตั้งพระราชนัดดาคือ &amp;quot;เจ้าพระยาพิไชยสุรินทร์&amp;quot; ให้ขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์ แต่เมื่อพระองค์สวรรคตในปี พ.ศ.2246 เจ้าพระยาพิไชยสุรินทร์กลับไม่กล้าปราบดาภิเษกขึ้นครองราชด้วยเกรงบารมีของกรมพระราชวังบวร จึงได้ขอให้กรมพระราชวังบวรขึ้นครองราชย์แทน กรมพระราชวังบวรจึงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7668</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีอยุธยา, ครองราชย์ 15 ปี, ประวัติศาสตร์, พระเพทราชา, สมเด็จพระเพทราชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5add891dca375.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกระหว่าง &#039;พระเพทราชา-คอนสแตนติน ฟอลคอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชวงศ์ปราสาททองมีทั้งสิ้น 4 รัชกาล สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดคือ 32 ปี ฉะนั้นจึงมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และเป็นช่วงเวลาที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในอยุธยามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาเหตุของการต้อนรับชาวต่างชาติ ในมุมมองของสมเด็จพระนารายณ์ หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 และกอบกู้โดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น อยุธยามีราษฎรเพียงหยิบมือ แม้เวลาจะล่วงเลยไปถึงกว่า 70 ปี จนถึงช่วงที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงขึ้นครองราชย์ ราษฎรก็มิได้เพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเปิดรับชาวต่างชาติเพราะ ณ ช่วงเวลานั้น เอเชียอุษาคเนย์กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากชาวยุโรปอย่างโปรตุเกสและฮอลันดา แม้ว่าทางอยุธยาเองจะทำการค้าขายกับฮอลันดา แต่ก็ไม่วายโดนฮอลันดาเอารัดเอาเปรียบ จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันจนได้&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระนารายณ์ทรงหวั่นเกรงว่าฮอลันดาจะกระทำกับอยุธยาเหมือนกับที่ทำกับพวกชวา พระองค์จึงต้องทรงหาทางดึงชาวยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสเข้ามาเป็นพวก ดังนั้นนโยบายการหาพันธมิตรจากแดนไกลจึงเริ่มขึ้นด้วยเหตุนี้นี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระนารายณ์มีพระราชประสงค์วิทยาการใหม่ๆ ในการค้าขาย เพื่อให้อยุธยาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่นั่นทำให้ตลอดช่วงการครองราชย์ของพระองค์ได้พานพบกับเกมแห่งอำนาจ บ้างก็เป็นเกมที่พระองค์ทรงเล่น และบ้างก็เป็นเกมที่พระองค์ทรงโดนท้าทาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะคุกคามต่อราชบัลลังก์ของพระองค์ได้มากเท่ากรณี เจ้าพระยาวิชเยนทร์ &amp;nbsp;(คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขัดแย้งกับพระเพทราชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในละครบุพเพสันนิวาส ฉากที่พระเพทราชาทูลถามสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเรื่องคอนสแตนติน &amp;nbsp;ฟอลคอน ในทุกตอนฟังแล้วขนลุกทุกครั้ง เพราะความเก่งกาจของนักแสดง บวกกับบันทึกประวัติศาสตร์ที่คอนสแตนติน ฟอลคอนถูกฆ่าอย่างทารุณ ทำให้บทสนทนามีความสมจริงและน่าติดตาม&amp;nbsp;


สล็อต789 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างที่ทราบกัน คอนสแตนติน ฟอลคอน นักผจญโชคผู้มากความสามารถ มีสติปัญญาเฉียบแหลม รู้จักเข้าหาคน และเป็นขุนนางต่างชาติเพียงคนเดียวที่ไม่มีขุนนางอยุธยาคนไหนกล้ามีปัญหา ด้วย ด้วยความที่เป็นคนสนิทของพระนารายณ์มหาราช จึงทำให้ขุนนางอยุธยาอีกกลุ่มที่ไม่ชอบหน้าในตัวเจ้าพระยาวิชเยนทร์รอคอยจังหวะที่จะทำลายให้ย่อยยับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนพระเพทราชาเป็นชาวบ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี ปัจจุบันคือบ้านพลูหลวงตั้งอยู่ในตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของพระนมเปรม และมีพระขนิษฐาคือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระสนมเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาได้รับราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นพระเพทราชา ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาล มีกำลังพลในสังกัดหลายพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชาคอยจับตาเจ้าพระยาวิชเยนทร์เมื่อครั้งนำทหารฝรั่งเศสพร้อมอาวุธทันสมัยเข้ามาประจำการที่ป้อมบางกอก&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเพราะอาวุธเหล่านั้นมีอานุภาพเหนือกว่าทางอยุธยามาก แม้มีทหารเพียงกองร้อยก็สามารถเอาชนะทหารไทยในระดับกองทัพได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเพทราชาเคยติงเรื่องนี้ในที่ประชุมขุนนางต่อหน้าพระพักตร์ เรื่องการคบหากับต่างชาติที่ต้องระมัดระวัง สมเด็จพระนารายณ์ในเวลานั้นโปรดพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และโปรดเจ้าพระยาวิชเยนทร์เป็นพิเศษ แม้จะทรงพระพิโรธการติงของพระเพทราชา แต่ก็ทรงระงับไว้ได้ ถ้าเป็นขุนนางผู้อื่นอาจถูกโบยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่นี่เป็นพระเพทราชาที่มีฐานะเป็นทั้งพระญาติสนิท เพราะแม่จริงของพระเพทราชาคือแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์ นั่นคือเจ้าแม่วัดดุสิต นอกจากนั้นยังเป็นศิษย์พระอาจารย์องค์เดียวกัน (พระอาจารย์พรหม) ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พระเพทราชาเป็นคนลุ่มลึก&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง เยือกเย็น องอาจกล้าหาญ และเฉลียวฉลาด ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ทรงรู้จักดีมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชาเวลานั้นดำรงตำแหน่งรักษาการสมุหพระกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2219 เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบดูแลความมั่นคงของบ้านเมือง จึงจำเป็นต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของเจ้าพระยาวิชเยนทร์อย่างเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความจริงก็คือเจ้าพระยาวิชเยนทร์จะใช้กองกำลังทหารฝรั่งเศสที่ป้อมบางกอกทำการรัฐประหารยึดอำนาจ กองทหารนั้นควบคุมโดยนายพลเดส์ฟาร์จ ทั้งนี้จะใช้กองกำลังเพียง 60-80 คนก็สามารถดำเนินการได้เพราะมีอาวุธที่ดีกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่พระเพทราชาฉลาดพอที่จะอาศัยพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ในเขตเมืองลพบุรีและปริมณฑล ทั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพระสังฆราชเมืองลพบุรี ณ วัดราชา ทั้งในเรื่องการสอดแนมการเคลื่อนไหวต่างๆ การก่อม็อบและอาจใช้เป็นกำลังรบถ้าจำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การอาศัยกำลังจากพระสงฆ์ในกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้น เป็นวิธีที่แนบเนียนซึ่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์ไม่เข้าใจ เขารู้แต่เพียงว่าพระเพทราชาไม่มีกำลังรบที่ดีๆ อยู่ในมือเลย กว่าจะระดมคนได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ขณะที่สมเด็จพระนารายณ์โปรดที่จะประทับอยู่ที่ละโว้มากกว่าอยุธยา เพื่อหลีกหนีการเมืองในวังหลวง ดังนั้นละโว้จึงเป็นสถานที่ที่พระองค์จะได้ทรงผ่อนคลายพระราชอิริยาบถจากความวุ่นวาย &amp;nbsp;ในปลายรัชกาลพระองค์ทรงพระประชวรอย่างหนักกระทั่งไม่สามารถว่าราชการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเพทราชจึงถือโอกาสนี้บุกเข้าวังหลวงอย่างง่ายดาย และคุมตัวสมเด็จพระนารายณ์เอาไว้ พระเพทราชาได้ว่าราชการแผ่นดินแทนสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทันที จากนั้นออกคำสั่งลวงให้เจ้าพระยาวิชเยนทร์มาเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านเจ้าพระยาวิชเยนทร์เมื่อทราบข่าวว่าสมเด็จพระนารายณ์ประชวรหนัก จึงถือโอกาสลงมือเดินหมากเช่นกัน แต่ทว่าหมากตัวเด่นที่เจ้าพระยาวิชเยนทร์จะใช้นั้นไม่สามารถเดินได้อย่างที่หวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าพระยาวิชเยนทร์เขียนจดหมายขอร้องให้ทหารฝรั่งเศสที่ป้อมบางกอกยกกำลังมาที่ละโว้ แต่ทว่าไม่มีกำลังทหารใดยกเข้ามาช่วย เจ้าพระยาวิชเยนทร์จึงจำใจเข้าวังหลวงเพื่อเข้าไปหาสมเด็จพระนารายณ์กับคนสนิทเพียงไม่กี่คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อผ่านประตูวังเข้าไปในตำแหน่งที่คนของหลวงสรศักดิ์แอบอยู่ ก็ถูกตีด้วยไม้พลองจนตกลงมา และถูกตีซ้ำอย่างทารุณ ก่อนจะถูกพันธนาการแน่นหนาและนำขึ้นเกวียนไปสังหาร ณ วัดซาก นอกเมืองลพบุรี ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน 2231&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วัดซากเป็นวัดที่ชาวบ้านสร้างขึ้นทับซ้อนบนเนินที่มีโบราณสถานวางทับซ้อนกันอยู่ เป็นพื้นที่ที่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เหล่านักโทษทางการเมืองที่ผู้มีอำนาจต้องการกำจัดจะถูกนำมาประหาร และทิ้งซากศพไว้โดยไม่ได้มีการประกอบพิธีใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์ และพระปีย์พระราชโอรสบุญธรรมที่คอยถวายการปรนนิบัติสมเด็จพระนารายณ์ก็ถูกนำมาประหารที่นี่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงกระดูกนี้เพิ่งถูกขุดค้นพบในพื้นที่ที่อยู่ตรงข้ามวัดสันเปาโลในสมัยก่อนน่าจะเป็นพื้นที่เดียวกัน &amp;nbsp;มีข้อสันนิษฐานจากนักโบราณคดี กรมศิลปากร ว่าอาจจะเป็นโครงกระดูกของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ซึ่งคนที่ยังมีความเคารพนับถือในตัวท่านแอบนำกลับมาฝังเพื่อให้ดวงวิญญาณได้มีโอกาสอยู่ใกล้กับพระผู้เป็นเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนโครงที่ฝังอยู่ไม่ไกลกัน ค่อนข้างสมบูรณ์แต่ไม่มีศีรษะ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระปีย์ เพราะกำหนดความสูงได้ประมาณ 140 เซนติเมตร กระดูกแตก ลักษณะตัวคดงอ ซึ่งไม่ใช่การฝังศพตามปกติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6877</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนสแตนติน  ฟอลคอน, บุพเพสันนิวาส, พระเพทราชา, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc0f5efae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
