<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคุณประสาร ยัน &#039;ล้างมือ&#039; เคลื่อนไหวการเมืองแล้ว ชี้วิจารณ์รัฐบาลตามสิทธิขั้นพื้นฐานพลเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 - หลังจากที่ พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ประเทศไทยเรายังมีรัฐบาลอยู่ไหม&amp;quot; พร้อมวิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิดเป็นไปอย่างล่าช้า ล่าสุด พระเมธีธรรมาจารย์ โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า อนุโมทนาขอบคุณ&amp;nbsp;อาตมาท้วงติงรัฐบาลเรื่องโควิด-19 ด้วยความสุจริตใจ ถัาอ่านให้ดีจะเห็นว่าอาตมาพูดด้วยความสุภาพ แต่ก็แน่นอนก็ย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นธรรมดา เป็นธรรมดาจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไม่เห็นด้วยก็มีหลายระดับ ทั้งเอาข้อมูลมายันกัน ทั้งอธิบายความ รวมทั้งเข้ามาด่าหยาบคายเสียๆหายๆ&amp;nbsp;ส่วนคนเห็นด้วย ให้กำลังใจก็ขออนุโมทนาขอบคุณในน้ำใจทุกท่าน ส่วนตัวอาตมาไม่ถือโทษโกรธเคือง ให้อภัย ไม่ต่อล้อต่อเถียง ไม่ผูกอาฆาตพยาบาทจองเวรกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารประเทศมีทั้งปัญหา อุปสรรค มีทั้งคนชื่นชมและท้วงติง มีทั้งกองเชียร์ กองหนุน และกองไล่ เป็นธรรมดาทั่วโลก ไม่เฉพาะเมืองไทยเรา เปิดใจให้กว้าง ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง อย่าผลักประชาชนให้เป็นศัตรูโดยเฉพาะฝ่ายกองเชียร์&amp;nbsp;อย่าโกรธ อย่าเกลียดกัน อย่าทำลายกัน อยู่ร่วมกันในประเทศด้วยเหตุ ด้วยผล&amp;nbsp;แค่นี้ประเทศก็สงบร่มเย็นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาเป็นพระ ได้บอกไปแล้วหลายครั้งหลายคราว่า มีงานด้านการศึกษาและอื่นๆ มาก การเคลื่อนไหวใดๆที่สังคมมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวในทางการเมืองนั้น แทบจะเรียกได้ว่า&amp;quot;ล้างมือ&amp;quot;ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดในคราวนี้ก็เป็นการพูดในภาพรวมของสังคมไทยในภาวะวิกฤตจากโรคระบาดเท่านั้นเอง ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิพื้นฐานธรรมดาๆของประชาชนพลเมืองคนหนึ่งในประเทศนี้&amp;nbsp;ลองเปิดใจจะเห็นประโยชน์มากกว่าโทษว่าพระไม่ควรทำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99729</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเมธีธรรมาจารย์, วัคซีนโควิด, เจ้าคุณประสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a50654e805.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครรู้ช่วยตอบที &#039;เจ้าคุณประสาร&#039; ถามประเทศไทยยังมีรัฐบาลอยู่ไหม ทำไมฉีดวัคซีนล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.64 - พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ประเทศไทยเรายังมีรัฐบาลอยู่ไหม&amp;quot;&amp;nbsp;ตั้งแต่โควิด-19 ระบาดในไทยและทั่วโลก ในแต่ละประเทศก็มีมาตรการ &amp;nbsp;1-2-3 ไปเรื่อยตามหลักการและขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยมีเป้าหมายในการหยุดยั้งไวรัสร้ายนี้ภายในประเทศของตนให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศในแถบยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้นได้เดินหน้าไปไกลมากแล้ว เช่น ผลิตวัคซีนขึ้นมาใช้เองพร้อมทั้งจำหน่ายให้ประเทศอื่นๆหรือแม้กระทั่งแจกจ่ายให้มิตรประเทศไปใช้ฟรีๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนในประเทศเหล่านั้นนับว่าโชคดีที่รัฐบาลสามารถบริหาร จัดการให้ประชาชนของเขาเข้าถึงวัคซีนได้ง่าย สะดวกและครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ทั่วประเทศในประเทศเพื่อนบ้านเรา เช่นลาว กัมพูชา ก็ปรากฎข่าวว่ารัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนให้ประชาชนของตนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศมาเลเซียก้าวไกลไปถึงขั้นว่ารัฐบาลจะให้บริการวัคซีนนี้แก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าไปท่องเที่ยวในมาเลเซีย มาตรการนี้นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว ยังพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองในการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย ในท่ามกลางภาวะการท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังหายใจรวยริน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะประสบภาวะวิกฤตจากโควิด-19 รอบที่หนึ่ง รอบที่ 2 และครั้งนี้ก็เป็นรอบที่ 3&amp;nbsp;แล้วก็ตาม รัฐบาลก็ยังคงเป็นแผ่นเสียงตกร่อง คือพูดเรื่องเดิม มาตรการเดิม วิธีการเดิมๆ ไม่มีอะไรที่จะคืบหน้า เป็น 2-3-4 เลย ไม่มีเลยจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนชั้นดียังคงมืดมนสำหรับประชาชนในประเทศนี้ ชะตาชีวิตก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโชคดีหรือโชคร้ายกว่ากัน วัดกันเอาเองประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรัฐมนตรีบางท่าน ส.ส.บางคน หรือคนในภาครัฐกลับไปในสถานที่ที่ไม่ควร ไม่เหมาะสมกับเกียรติและฐานะที่ดำรงอยู่ เป็นเหตุให้ติดและแพร่เชื้อในภาวะการณ์เช่นนี้ ผู้นำรัฐบาลและองคาพยพของรัฐบาลต่างเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงไอและจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จึงอยากถามว่า &amp;quot;ประเทศไทยเรายังมีรัฐบาลอยู่ไหม&amp;quot; ใครรู้ช่วยตอบที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99645</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเมธีธรรมาจารย์, เจ้าคุณประสาร, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60791d955407a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรองดอง! &#039;พุทธะอิสระ&#039; ถอนฟ้อง &#039;เจ้าคุณประสาร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ &amp;nbsp;เจ้าคุณประสาร &amp;nbsp; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และ &amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ขึ้นศาลอาญา รัชดาฯ&amp;nbsp;
โจทก์ ถอนฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุโมทนาขอบคุณโจทก์ ทนายโจทก์ ทนายจำเลย ผู้ช่วยและจำเลยร่วมทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณประสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่อดีตพระพุทธะอิสระถอนฟ้องเจ้าคุณประสารนั้น เป็นคดีที่พระพุทธะอิสระเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร จันทสาโร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน และฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.- 5 เม.ย. 2559 จำเลยได้ใช้คำพูดกล่าวประกาศจะขับไล่โจทก์ให้ออกจากหมู่สงฆ์ด้วยการประกาศอุกเขปนียกรรม ซึ่งอุกเขปนียกรรม เป็นวิธีการลงโทษกับสงฆ์ผู้ต้องอาบัติที่ไม่ยอมรับอาบัติด้วยการวางเฉย ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย โดยจำเลยทั้ง 4 ยังชักชวนสั่งการให้ภิกษุที่เป็นเจ้าคณะปกครอง กระทำกรรมที่ละเมิดหลักธรรมวินัย ด้วยการประกาศอุกเขปนียกรรมอันมิชอบต่อโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนฟ้อง, พระเมธีธรรมาจารย์, พุทธะอิสระ, เจ้าคุณประสาร, ้จ้าอาวาสวัดอ้อน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59557b41673.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกมาตรการคุ้มครองพระ จุฬาราชมนตรีปลอบขวัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ถกร่วม พศ.หามาตรการดูแลพระ-วัดชายแดนใต้ ประสานฝ่ายความมั่นคง รปภ.ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย พร้อมจัดงบและส่ง &amp;quot;รอง ผอ.พศ.&amp;quot; &amp;nbsp;ดูแลเฉพาะพื้นที่ &amp;quot;พระสงฆ์นราธิวาส&amp;quot; กำลังใจดีออกบิณฑบาตตามปกติ &amp;quot;หลวงพี่บิลลี่&amp;quot; ยันไม่ทิ้งชาวบ้าน &amp;quot;จุฬาราชมนตรี&amp;quot; ห่วงพุทธ-มุสลิมแตกแยก ส่งตัวแทนเยี่ยมปลอบขวัญ &amp;quot;เลขาฯ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แถลงแนวทางป้องกันเป็นรูปธรรม &amp;quot;ไก่-เจี๊ยบ&amp;quot; &amp;nbsp; โหนซัด &amp;quot;คสช.-กองทัพ&amp;quot; เล่นการเมืองจนลืมดูแลไฟใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วันที่ 20 ม.ค. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อม พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรียกประชุมด่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการดูแลพระสงฆ์จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามายิงพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและเป็นเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ มรณภาพพร้อมพระลูกวัดรวม 2 รูป และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ที่วัดรัตนานุภาพ ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์แถลงผลการประชุมว่า แนวทางที่จะต้องดำเนินการคือเรื่องการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว การดูแลเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการเพิ่มการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง พ.ศ.และหน่วยงานด้านความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งเร่งด่วนที่ต้องทำขณะนี้คือ การวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเฉพาะหน้า การดูแลพระสงฆ์และวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความปลอดภัย สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ และการดูแลเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งการประกอบพิธีศพจะต้องจัดอย่างสมเกียรติ รวมถึงดูแลเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บที่ปัจจุบันยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ได้รับสิทธิ์อย่างเต็มที่ รวมทั้งในเรื่องมาตรการดูแลพระสงฆ์ วัด ให้สามารถประกอบศาสนกิจได้ พศ.จะหารือร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการบูรณาการการทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนระยะยาว พศ.ได้น้อมนำรับสั่งของสมเด็จพระสังฆราชฯ ในการที่จะดูแลกรณีที่คณะสงฆ์ในพื้นที่เกิดความหวาดวิตกเรื่องความปลอดภัย หรือขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในการประกอบศาสนกิจภายในวัด โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณพร้อมส่งรอง ผอ.พศ.เข้าไปดูแลการทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมด้านพุทธศาสนาให้เข้มแข็ง ซึ่งทั้งหมดจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค. ทาง พ.ต.ท.พงศ์พรจะเข้าไปรายงานความคืบหน้าของการหารือครั้งนี้ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้กรรมการ มส. ได้รับทราบแนวทางการทำงานของภาคราชการ และหากกรรมการ มส.มีข้อพิจารณา หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ทาง พศ.ก็จะได้รับมาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นราธิวาส บรรยากาศหลังคนร้ายยิงพระครูประโชติและพระลูกวัดมรณภาพ และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ตั้งแต่ช่วงเช้าพระสงฆ์วัดชลเฉลิมเขต ซึ่งตั้งอยู่ อ.สุไหงโก-ลกยังออกบิณฑบาต มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก และอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงโก-ลก ได้ร่วมกันจัดกำลังในการรักษาความปลอดภัยแก่พระ ตั้งแต่บริเวณหน้าประตูวัด และกระจายกำลังกันยืน รปภ.พระที่ยืนรอรับบาตรจากประชาชนตามรายทางที่พระสงฆ์ผ่าน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
พระใต้ไม่ทิ้งชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระปลัดธัมมานันโท หรือหลวงพี่บิลลี่ สำนักสงฆ์ราษฎร์บำรุง ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง กล่าวว่า แม้เกิดเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ ชาวบ้านก็มีกำลังใจที่จะอยู่ต่อ เพราะที่ตรงนี้คือบ้าน บ้านที่เขาเกิด ไม่จำเป็นเขาไม่ทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น หลักศาสนาทุกศาสนาเขาสอนให้เป็นคนดี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเรามาใช้กรรม แต่กรรมตรงนี้เราต้องทำกรรมดีให้มากๆ ขึ้น เพื่อให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของไทยพุทธ เพราะหลักศาสนาเราสอนให้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทำร้ายผู้อื่น ส่วนพระก็ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าท้อมั้ย มันมีบ้างทางความคิด แต่มันไปไม่ได้ เพราะว่าถ้าเราไปแล้วกำลังใจของชาวบ้านจะมีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่เปราะบาง เปราะบางทางวัฒนธรรม เปราะบางทางความเชื่อ เราต้องใช้หลักศาสนานี้ในการดำรงชีวิตและดำรงวิถีความเป็นเราให้ดำรงคู่ 3 ชายแดนใต้ต่อไป&amp;quot; หลวงพี่บิลลี่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศักดิ์กริยา บิลลาแหละ ประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา, นายสุรินทร์ ปาลาเร่ เลขานุการคณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย, นายซากี พิทักษ์คุมพล รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี ได้เป็นตัวแทนนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เดินทางมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเข้าเยี่ยมอาการและปลอบขวัญให้กำลังใจแก่พระประเวศ สุขแก้ว และพระธนโชติ ชุมเลิศ 2 พระลูกวัดรัตนานุภาพ ซึ่งถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บพักรักษาตัวอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคณะตัวแทนของจุฬาราชมนตรีได้เดินทางต่อไปยังวัดรัตนานุภาพ โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส และพระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายสุรินทร์ ปาละเร่เลขานุการคณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย ได้เป็นตัวแทนมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลืองานศพของพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส และพระสมุห์อรรถพร ขุนอำไพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรินทร์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านจุฬาราชมนตรีไม่สบายใจ จึงได้มอบหมายให้ทางคณะมาเยี่ยมปลอบขวัญกำลังใจแก่พระสงฆ์ที่มรณภาพและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศาสนาแต่อย่างใด เพราะศาสนาทุกศาสนาไม่ได้สอนให้มีการฆ่าฟันกันในลักษณะอย่างนี้ เพราะพื้นที่ประเทศไทยเราอยู่กันอย่างสันติ ภายใต้พาหุวัฒนธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีมีข่าวระบุแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งห้ามพระภิกษุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกบิณฑบาตเพื่อความปลอดภัยว่า แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งให้ทุกหน่วยตรวจสอบวัด สำนักสงฆ์ และชุมชนล่อแหลมในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยให้บูรณาการกำลังร่วมกับภาคประชาชนดูแลวัดและพระภิกษุให้เกิดความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน จัดให้มีการประชุมร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยให้พระภิกษุขณะออกบิณฑบาตโดยไม่ให้เสียกิจของสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในพื้นที่เสี่ยงก็ให้อยู่ในดุลยพินิจ ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยไม่เคยมีคำสั่งห้ามพระภิกษุออกบิณฑบาต เพราะเป็นกิจของสงฆ์ แต่จะวางระบบการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมที่สุด อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ใดไม่มั่นใจในความปลอดภัย อาจนำอาหารไปถวายที่วัด ซึ่งปัจจุบันพระภิกษุยังสามารถออกบิณฑบาตได้ตามปกติ&amp;rdquo; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว
&amp;#39;ไก่-เจี๊ยบ&amp;#39;โหนซัด รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ฝ่ายรัฐบอกจะดูแลปกป้องประชาชน ซึ่งพูดแบบนี้มายาวนานตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ชาวพุทธได้ยินคำพูดทำนองนี้มาแล้วจนชินชา และก็เดาทางออกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะพูดจาว่าอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ร้ายแรงทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะท่องบ่นตำราแบบเดียวกันนี้ตลอดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวพุทธรักสงบ รักสันติ และมีเมตตากรุณา อาตมาจึงขอเรียกร้องอีกครั้งว่า ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำประเทศได้แถลงอย่างเป็นทางการถึงมาตรการของรัฐในการพิทักษ์ ปกป้องและคุ้มครองพระสงฆ์ ชาวพุทธและประชาชนผู้บริสุทธิ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดรับกับหลักสากลปฏิบัติด้วยเพื่อความสงบร่มเย็น จะได้กลับคืนสู่พี่น้องประชาชนในทุกศาสนา ท่ามกลางพหุวัฒนธรรมทางสังคมของจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot; เลขาฯ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า มิตรท่านหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาล คสช.มีกำลังและงบประมาณด้านความมั่นคงสูงกว่าทุกรัฐบาล แต่เอามาใช้คุกคามเด็ก สตรีและประชาชนมือเปล่า ทั้งบุกบ้านแกนนำ จับกุมและตั้งข้อหาประชาชน แต่ปล่อยให้พระสงฆ์ถูกฆ่า ประชาชนถูกทำร้าย พอเกิดเหตุทำได้เพียงขอให้ช่วยกันประณามโจร &amp;ldquo;เสียดายข้าวสุก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งระบุว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่กองทัพต้องเลิกแทรกแซงการเมือง ซึ่งไม่ใช่งานในหน้าที่ แต่ควรกลับไปทุ่มเททำงานของตัวเอง คืองานด้านความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกองทัพตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอาเวลามาเล่นการเมืองเพื่อช่วยใครสืบทอดอำนาจ ที่ผ่านมางานด้านการข่าวในภาคใต้ถือว่าไม่ได้ผล และจะเดินช้ากว่าคนร้ายหนึ่งก้าวอยู่เสมอ จึงไม่สามารถป้องกันหรือยับยั้งความสูญเสียได้ล่วงหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพจะทำงานเชิงรุก และรู้ดีไปซะทุกเรื่อง ไม่ว่านักการเมืองหรือประชาชนที่คิดต่าง จะไปทำอะไรที่ไหน กองทัพจะรู้ล่วงหน้าทุกครั้ง และสามารถส่งกำลังทหารจำนวนมากไปคอยประกบเพื่อคุกคามหรือสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนไหวได้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ผิดกับความไม่สงบในภาคใต้ เชื่อว่ากองทัพคงตอบไม่ได้ด้วยว่าใครคือโจรใต้กันแน่ แม้จะส่งกำลังทหารนับแสนนายลงไปแก้ปัญหาไฟใต้มาแล้ว 15 ปี ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อปี 2547 ก็ตาม ซึ่งสะท้อนว่าการข่าวในภาคใต้ล้มเหลว เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใครย่อมทำงานไม่ได้ผล การที่ตนพูดเช่นนี้ ก็ไม่ได้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจหรือบุคลากรด้านอื่นๆ ในพื้นที่เสียกำลังใจ เพราะทราบดีว่าทุกท่านเสียสละทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสาระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27085</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พระเมธีธรรมาจารย์, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, วัฒนา เมืองสุข, ศักดิ์กริยา บิลลาแหละ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448cf78eb2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
