<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพมนตรี&#039; จวก &#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; งับหลักฐานปลอมผสมโรง &#039;เพนกวิน&#039; ใส่ร้ายในหลวง ร.7 จะขายพระแก้วมรกต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบคณะราษฎร โพสต์ใส่ร้ายในหลวง รัชกาลที่ 7 ว่าจะทรงขายพระแก้วมรกต ขณะเดียวกันพระมหาไพรวัลย์ พระเซเลบนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อ้างหลักฐานจากข่าวหนังสือพิมพ์&amp;nbsp;New York Times วันที่ 22 มกราคม 1935 พร้อมคำแปล โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเนื้อหาที่ครบถ้วน โยมอ่านและใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเอาเองแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเทพมนตรี กล่าวว่า พระมหาไพรวัลย์และเพนกวิน กับหลักฐานปลอม&amp;nbsp;อันที่จริงผมไม่อยากพูดถึงพระท่านเสียเท่าไหร่ แต่กระนั้นเป็นเพราะท่านไปโพสต์ข่าวฝรั่งพร้อมคำแปลเกี่ยวกับเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 7&amp;nbsp;จะทรงขายพระราชทรัพย์หลายรายการ รวมถึงพระบรมมหาราชวังและพระแก้วมรกต อันเป็นที่มาที่ทำให้เพนกวินโพสต์เปรียบเทียบกับในหลวงองค์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กระนั้นผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ก็ย่อมรู้ดีว่าหลักฐานประเภทข่าวลือ ข่าวเล่า เต้าข่าวแล้วนำมาเขียนเองเป็นปัญหาอย่างมาก และมีความไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว ตราบใดที่เราไม่เห็นลายพระราชหัตถเลขาของในหลวงรัชกาลที่ 7&amp;nbsp;ที่พระองค์จะทรงทำเช่นที่ว่านั้นจริงๆ ก็ไม่สมควรสำหรับผู้ศึกษาใฝ่รู้ประวัติศาสตร์จะหยิบยกเอาข่าวหนังสือพิมพ์ตัดแปะมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง เราต้องใช้หลักฐานชั้นต้นที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือตัวของในหลวงรัชกาลที่ 7&amp;nbsp;ทรงมีพระราชหัตถเลขาว่าจะขายพระราชทรัพย์ที่ว่ามานี้จริงๆ&amp;nbsp;นี่คือตัวอย่างความเลวของคนยุคปัจจุบัน จอดไม่ต้องแจว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้อยากต่อว่าท่านพระมหาไพรวัลย์ว่า ท่านมิได้เข้าใจหลักวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง รวมถึงปรัชญาประวัติศาสตร์ เมื่อไม่มีความเข้าใจ เห็นหลักฐานอะไรโผล่มาก็รีบคว้าไว้นำมาเผยแพร่อย่างไม่เข้าใจ&amp;nbsp;หลักฐานประเภทนี้ก็คือข่าวปลอมอย่างที่เห็นปัจจุบัน&amp;nbsp;คิดดูอย่างมีเหตุผล ไม่มีพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์พระองค์ใดจะสละพระแก้วมรกตและพระบรมมหาราช แม้แต่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงมีปัญหากับฝรั่งเศสจำต้องเสียพระราชทรัพย์และเงินถุงแดงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณปารีณาที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเพนกวิน หากต้องการพยานในศาลผมยินดีจะไปเป็นพยานให้ หากเพนกวินจะควักเอาหนังสือพิมพ์ฝรั่งมาอ้างเป็นหลักฐาน&amp;nbsp;ช่วยบอกพระท่านด้วยว่าปลดโพสต์นี้ออกไปเถอะ เพราะศิษย์ตถาคตไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องโลกียะ ควรมุ่งหมายธงชัยพระอรหันต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85609</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระมหาไพรวัลย์, พระแก้วมรกต, เทพมนตรี ลิมปพยอม, ในหลวง รัชกาลที่ 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5d1bc3b582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.7 ไม่เคยประกาศขายพระแก้วมรกตให้ใคร มีแต่ ร.5 เคยยกพระแก้วมรกตถวายให้พระเจ้าซาร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟซบุ๊ก อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์บทความหัวข้อ ร.7 ไม่เคยประกาศขายพระแก้วมรกตให้ใคร มีแต่ ร.5 เคยยกพระแก้วมรกตถวายให้พระเจ้าซาร์!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชสำนักสยามกับราชสำนักรัสเซีย ที่คุณ...อาจไม่เคยรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๕ และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ เป็นพระสหายสนิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชอาณาจักรสยามในสมัยรัชกาลที่ ๕ คือประเทศที่มีชื่อเสียงและเจริญรุ่งเรืองระดับแนวหน้าของชาติตะวันออก แต่ถ้าเอาไปเทียบกับจักรวรรดิรัสเซียที่เป็นอภิมหาอำนาจจากตะวันตกแล้ว สยามอาจเป็นเพียงแค่หินกัอนหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วรัชกาลที่ ๕ ของสยาม กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิรัสเซียอันยิ่งใหญ่ได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ขณะที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ ครั้งยังดำรงพระอิสริยศแกรนด์ดุกซารวิตซ์ มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ได้เสด็จเยือนดินแดนตะวันออกและเสด็จแวะมาสยาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ใช้โอกาสทองในคราวนั้น ต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ด้วยขบวนต้อนรับอย่างมโหฬารที่สุดเท่าที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่วันที่เรือพระที่นั่งผ่านสันดอนปากน้ำเข้ามายังท่าเทียบเรือที่ประดับประดาอย่างงดงามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดพระราชวังสราญรมย์ให้เป็นที่ประทับ ซึ่งมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียประทับพระราชหฤทัยมาก โดยเฉพาะม่านหน้าต่างโปร่งที่ร้อยด้วยดอกไม้และเปลี่ยนถวายทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามมาด้วยการ &amp;ldquo;ปิกนิก&amp;rdquo; ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยการจัดการต้อนรับด้วยจำนวนคนเป็นหลักพันคน และมีเรือเข้าร่วมขบวนเสด็จจำนวนนับร้อย เสด็จไปพระราชวังบางปะอิน โดยรัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานการรับรองด้วยพระองค์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีพิธีการคล้องช้างครั้งสุดท้ายของสยาม ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งการคล้องช้างป่าถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ไม่ได้จัดขึ้นอย่างง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปิดท้ายด้วยพิธีพระราชทาน &amp;ldquo;สายสะพายจักรี&amp;rdquo; สีเหลืองสด ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ชั้นสูงสุดของไทยที่สงวนไว้เฉพาะผู้มีกำเนิดเป็นเจ้านายชั้นสูงแด่แกรนด์ดุ๊กซาร์เร วิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถือเป็นการประกาศเชิงสัญลักษณ์ถึงความยินยอมพร้อมใจ ที่จะรับอาคันตุกะจากอีกซีกโลกเป็นสมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์จักรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถวายการต้อนรับอย่างอบอุ่นของรัฐบาลไทยครั้งนั้นได้ผูกพระทัย ซาร์เรวิชกับสยามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเพียงไม่กี่วันในสยามนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพอันยืนยงและยิ่งใหญ่ จนถึงกับเกิดคำพูดกล่าวเปรียบเปรยกันติดปากต่อมาอีกนับร้อยปี สัพยอกใครต่อใครที่ทำอะไรใหญ่โตหรูหราว่า &amp;ldquo;อย่าวกับซาร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;อย่างกับรับซาร์แห่งรัสเซีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
**ตำนานในหลวงรัชกาลที่ 5 ยกพระแก้วมรกตถวายให้พระเจ้าซาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเรื่องเล่ากันในหมู่ผู้คนในสมัยก่อนว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ได้มีพระราชดำริว่า สยามและรัสเซียนั้นแม้อยู่ห่างไกล แต่ทั้ง ๒ พระราชวงศ์ได้ดำเนินพระราชไมตรีด้วยดีเสมือนหนึ่งแผ่นดินเดียวกัน ในการที่มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียเสด็จฯ จากแดนไกลมาถึงเพียงนี้ มีพระหฤทัยประสงค์จำนงสิ่งใดในราชอาณาจักรนี้ก็จะทรงจัดหาให้ไม่ขัดข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย จึงอยากทดลองน้ำพระราชหฤทัยในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จึงได้กราบบังคมทูลขอ &amp;ldquo;พระแก้วมรกต&amp;rdquo; ไปประดิษฐานที่กรุงรัสเซีย !!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงสดับดังนั้นแล้ว ทรงนิ่งไปชั่วครู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำรัสตอบตกลง ที่จะพระราชทานพระแก้วมรกตแก่รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทำให้มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ทรงตกพระทัยไม่น้อย เพราะทรงทราบดีว่าพระแก้วมรตกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของพระราชวงศ์ และอาณาประชาราษฎร์ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียจึงตระหนักดีว่าฝ่ายสยามมีน้ำใจไมตรีที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทรงมีพระดำรัสตรัสขอบพระทัยอย่างสุดซึ้ง และขอให้ฝ่ายสยามได้ขอสิ่งใดๆ จาก รัสเซียเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำรัสตอบกลับโดยทันที...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ทรงขอ &amp;ldquo;พระแก้วมรกต&amp;rdquo;กลับคืนสู่ราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของปวงชนทั้งราชอาณาจักรเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มงกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ได้ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงเลื่อมใสในพระปรีชาสามารถในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเป็นอย่างมาก และทรงถวายพระแก้วมรกตคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ตัดฉากมาเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายปี ราชอาณาจักรสยามต้องเผชิญวิกฤตการณ์จากการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจจากยุโรปอย่างหนัก จนประเทศเพื่อนบ้านไปโดยรอบโดนยึดไปจนหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังกฤษคลืบคลานมาทางตะวันตก ยึดพม่า สิงคโปร์ มาเลยเซีย ส่วนฝรั่งเศสมาทางตะวันออกอย่างโฉ่งฉ่าง ยึดญวน เขมร ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทั้ง ๒ อภิมหาอำนาจต่างก็มีเป้าหมายที่จะเข้ายึดครองไทย ถึงขนาดจะใช้แม่น้ำเจ้าพระยาแบ่งเขตอิทธิพลกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
กุศโลบายที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวใช้ต่อสู้กับชาติอภิมหาอำนาจคือ การมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยตามแบบชาติยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยการทรงจ้างฝรั่งเข้ามารับราชการ และส่งคนไทยไปศึกษาในยุโรปเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พระองค์ ยังใช้การทูตเพื่อรับมือกับการเมืองระดับโลก โดยเตรียมพระองค์ในการที่จะเดินสายโชว์ตัวให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ว่าสยามไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ล้าสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแล้วในวันที่ ๗ เมษายน ๒๔๔๐ การเสด็จพระราชดำเนินไปยุโรปก็เริ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเรือพระที่นั่งมหาจักรี เพื่อเยือน ๑๒ ประเทศในยุโรป ได้แก้ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ค อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมัน ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส และสเปน มีกำหนดเวลาประมาณ ๙ เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนั้น ประเทศที่รัชกาลที่ ๕ ทรงมุ่งหวังจะไปเยือนมากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อครั้งที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๒ มาเยือนสยามนั้นยังเป็นเพียงมงกุฎราชกุมาร แต่เมื่อรัชกาล ๕ เสด็จเยือนยุโรปนั้น ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินมาของประเทศอภิมหาอำนาจได้ ๓ ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และรัสเซียคืออภิมหาอำนาจที่อังกฤษและฝรั่งเศสให้ความเกรงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จฯโดยรถไฟจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันถึงกรุงเซ็นต์ปิเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม เวลา ๒๑.๓๐ น. พระซาร์ฯ เสด็จมารับถึงสถานีรถไฟ ทั้งสองพระองค์ประทับรถพระที่นั่งไปสู่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟซึ่งจัดเป็นที่ประทับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสวยพระกระยาการค่ำร่วมกันในวันที่ ๔ กรกฎาคม สมเด็จพระปิพุทธเจ้าหลวงทรงถือโอกาสปรับทุกข์ถึงการรุกรานของมหาอำนาจจากยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเช้าวันรุ่งขึ้น พระเจ้าซาร์จึงจัดให้มีการฉายพระรูปร่วมกันที่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ ซึ่งถือเป็น&amp;rdquo;ภาพประวัติศาสตร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้ทรงรับสั่งให้ราชสำนักรัสเซียนำภาพที่คิงจุฬาลงกรณ์จากสยามประทับคู่กับพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ทั้งในรัสเซียและทั่วทั้งยุโรปทุกฉบับ รวมทั้งยังทรงเขียนคำอธิบายภาพด้วยพระองค์เองว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สยามเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หาใช่ประเทศล้าหลังซึ่งมหาประเทศจะอาศัยเป็นมูลเหตุเข้ายึดครองมิได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภาพประวัติศาสตร์นั้น เป็นเครื่องมือสำคัญทางการเมืองระดับนานานชาติ ที่ทำให้ชาติมหาอำนาจอื่นๆ รู้ว่า สยามมีรัสเซียเป็นมหามิตร ที่ใครจะคิดข่มเหงไม่ได้ ซึ่งส่งได้ผลทางการเมืองระดับโลกอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองของเราเป็นเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แข็งแกร่ง และทรงงานหนักเพื่อชาติและประชาชนอย่างซื่อตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ภาพบนซ้าย: คือภาพในสมัยที่พระเจ้าซาร์ฯ เสด็จเยือนสยามครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพขวบน: คือภาพประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าซาร์ฯ จัดให้ถ่ายแล้วรับสั่งในนำเผยแพร่ไปทั่วยุโรป เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า รัสเซียและสยามเป็นมหามิตรต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค
รวบรวม เรียบเรียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85597</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, พระแก้วมรกต, ร.5-ร.7, รัสเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5c512df992.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039; จับไต๋แก๊งปั่นกระแสขาย &#039;พระแก้วมรกต&#039; แค่สร้างเรื่องทำลายภาพลักษณ์สถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ว่า&amp;nbsp;ที่มาของข้ออ้างของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ว่า ร.7 ทรงมีพระราชประสงค์ในการเอาพระแก้วมรกตไปขาย&amp;nbsp;มาจากการเขียนบทความอันหนึ่งในย่อหน้าเล็กๆ ของหนังสือพิมพ์ New York Times วันที่ 22 ม.ค.1935 ซึ่งเอาจริงๆ แทบจะอ้างอิงอะไรไม่ได้ นอกจากเป็นการอ้างของนักเขียนข่าวเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเนื้อข่าวจะทราบว่าเป็นการอ้างถึงความคับข้องใจของรัชกาลที่ 7 ต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยในเวลานั้น ในเรื่องพระราชอำนาจเกี่ยวกับโทษประหาร ซึ่งหากไม่คลี่คลาย ท่านอาจจะสละราชสมบัติและไม่กลับประเทศไทยอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ย่อหน้าต่อมาเขียนว่า &amp;quot;กลุ่มผลประโยชน์ในอังกฤษบอกว่าสนใจจะซื้อนู้นซื้อนี่ ซึ่งรวมถึงพระบรมมหาราชวังและพระแก้วมรกต&amp;quot; ซึ่งอ่านดีๆ จะทราบว่าย่อหน้านั้นเป็นการบอกว่า &amp;quot;มีคนสนใจอยากซื้อ&amp;quot; แต่ไม่มีสักคำที่บอกว่า &amp;quot;ท่านมีประสงค์จะเอาสมบัติชาติไปขายเลย&amp;quot; จะมีก็แค่สำนักข่าวที่เอาไปจั่วหัวเพื่อเรียกเรตติ้งก็เท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ดังนั้นอย่าทึกทักเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : หากดูกระบวนการปั่นกระแสดังกล่าว จะทราบว่านี่คือการสร้างเรื่องเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของกษัตริย์ เช่นเดียวกับสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ทำให้ภาพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เป็นกษัตริย์ขายชาติ/ทรยศต่อชาติ เพื่อลดความชอบธรรมของกษัตริย์ต่อสาธารณชน&lt;/p&gt;


	ครอบครัวหนูน้อยสุดปีติ ได้รับ &amp;#39;จดหมายตอบกลับจากพระราชา&amp;#39;
	ควันหลงเลือดท่วมจอ!สะท้อนชัดปลูกฝังชุดความคิดแบบท่องจำสูตรสำเร็จ&amp;nbsp;
	เอาเด็กเป็นโล่มนุษย์!ประณามม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;คณะก้าวหน้า&amp;#39; ฟ้องกราวรูดพวก
	ม็อบ 3 นิ้วอ่วม!โดนแล้วกว่า 170 คดี เฉพาะกรุงเทพฯพุ่ง 110 คดี
	สาวก 3 นิ้วไม่รอด!หลังโพสต์กล่าวหาบริษัทบุญรอดฯเอี่ยวแก๊สน้ำตาสลายม็อบ


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, พระแก้วมรกต, เพนกวิน, ในหลวง รัชกาลที่ 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea52da1c4835.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระไพรวัลย์&#039; ขอบคุณชาวเน็ตส่งข้อมูล &#039;พระแก้วมรกต&#039; นสพ.ฝรั่งตีข่าว 85 ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - จากกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มม็อบคณะราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่าเมื่อครั้งอดีตมีความพยายามจะเอาพระแก้วมรกตไปขาย ทำให้พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระเซเลปนักเคลื่อนไหวการเมือง&amp;nbsp;โพสต์ถามว่า&amp;nbsp;&amp;quot;เอาข้อมูลมาจากไหนว่าเคยจะขายพระแก้วมรกต ขอหลักฐานอ้างอิง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ โพสต์รูปภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ New York Times วันที่ 22 มกราคม 1935 โดยพระชื่อดังระบุว่า&amp;nbsp;ขอบคุณที่โยมหลายท่านส่งข้อมูลมาที่อาตมาเคยถามเรื่อง...จะขายพระแก้วมาให้ ว่าแต่เขาเขียนว่าไงหรอ อาตมาอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น พระมหาไพรวัลย์ ได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า มีคนแปลให้แล้วนะ เป็นข้อมูลเนื้อหาที่ครบถ้วน โยมอ่านและใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเอาเองแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพ, สยาม, วันอังคารที่ 22 ม.ค. (AP) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ขู่จะขายทรัพย์สมบัติสยามจำนวนมหาศาลของท่านในการเคลื่อนไหวนาทีสุดท้ายเพื่อจะนำรัฐบาลกลับสู่แนวทางที่ต้องการ ตามการรายงานวันนี้โดยสำนักข่าวที่เชื่อถือได้&lt;/p&gt;


	วอนสื่อช่วยเสนอความจริงจำนวนผู้ชุมนุม หลังม็อบ 3 นิ้วแค่หลักพันแต่อ้างมาเป็นแสนคน!
	ครอบครัวหนูน้อยสุดปีติ ได้รับ &amp;#39;จดหมายตอบกลับจากพระราชา&amp;#39;
	ควันหลงเลือดท่วมจอ!สะท้อนชัดปลูกฝังชุดความคิดแบบท่องจำสูตรสำเร็จ&amp;nbsp;
	เอาเด็กเป็นโล่มนุษย์!ประณามม็อบ 3 นิ้ว


&lt;p&gt;ตามรายงานระบุ ท่านได้พูดว่าจะออกจากประเทศตลอดไปถ้ารัฐบาลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำขาดเมื่อเดือนตุลาคมที่เรียกร้องให้คืนพระราชอำนาจในการควบคุมบทลงโทษประหารชีวิตให้กับสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่ากลุ่มผลประโยชน์ของอังกฤษจะเต็มใจที่จะซื้อทรัพย์สินของพระองค์ ซึ่งไม่ได้มีเพียงวัง เทวสถานที่มีความงดงามตามแบบตะวันออก และที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังมีพระแก้วมรกตด้วย อัญมณีอันเลื่องชื่อชิ้นนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและภาพแห่งความรุ่งเรืองของประเทศสยาม มันเป็นหินที่งดงามชิ้นใหญ่โตที่ถูกฝังไว้ที่ส่วนหน้าผากของพระพุทธรูปและเป็นทรัพย์สินของกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์นั้นให้ดอกผลเป็นรายได้ห้าแสนดอลล่าร์ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้พระองค์อยู่ในอังกฤษ ที่ซึ่งพระองค์ประทับอยู่ตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัดพระจักษุเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ผู้แทนทางการทูตของสยามได้เดินทางไปกรุงลอนดอนเพื่อเตรียมการกราบบังคมทูลเชิญให้ทรงเดินทางกลับ แต่พวกเขายังกระจัดกระจายอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในยุโรป ขณะที่รัฐบาลกำลังร่างคำตอบสำหรับข้อเรียกร้องที่เป็นคำขาดของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหานี้เริ่มต้นจากการใช้กำลังระหว่างที่พระมหากษัตริย์ประทับอยู่นอกประเทศบังคับให้พระญาติบางส่วนออกจากตำแหน่งราชการและแก้ไขรัฐธรรมนูญ พระญาติเหล่านั้นได้ร่วมกับกองกำลังอีกส่วนหนึ่งพยายามที่จะต่อต้านโดยไม่ประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดข่าวลือกันมากมายเกี่ยวกับการคาดเดาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งต่อไปหากพระมหากษัตริย์ทรงสละราชสมบัติตามคำขู่จริง มีตัวเลือกอยู่สองสามทาง ทายาทโดยชอบธรรม คือหนึ่งในพระราชนัดดา (ไม่มีมกุฎราชกุมาร) จะไม่ยอมรับตำแหน่ง ส่วนพระราชนัดดาอีกพระองค์ คือพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์นั้น เป็นที่ยอมรับ แต่มีพระมารดาเป็นชาวรัสเซีย จึงทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85469</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระมหาไพรวัลย์, พระแก้วมรกต, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เพนกวิน, ในหลวง รัชกาลที่ 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc46a6d44e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพมนตรี&#039; ลั่นขอสาปแช่ง &#039;เพนกวิน&#039; ไม่น่าเชื่อจะเลวทรามถึงขั้นใส่ร้ายในหลวง ร.7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.63 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบคณะราษฎร บิดเบือนข้อมูลเรื่องพระแก้วมรกต&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ไม่น่าเชื่อเลย ข้าพเจ้าขอสาปแช่ง! มีกัลยาณมิตรที่ห่วงใยส่งข้อความเหล่านี้มาให้ดู ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพนกวิน จะเลวทรามได้ถึงเพียงนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 7&amp;nbsp;ไม่ทรงเคยทำเช่นนั้นกับองค์พระแก้วมรกต ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นพระราชกรณียกิจทรงมีพระราชศรัทธากราบเบญจางคประดิษฐ์อยู่รอพระประทีปลดเปลวสว่างลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการให้ร้ายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 โดยขาดความรู้ความเข้าใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเร่งดำเนินการด่วนที่สุด จาบจ้วงไม่พอนี่เล่นใส่ร้ายป้ายสี ความรู้ประวัติศาสตร์เท่าหางอึ่ง เอาหลักฐานมาจากไหน? เล่นถึงองค์พระแก้วมรกต ถึงกาลเสื่อมสลายของเพนกวินแล้ว พ่อแม่คงมิได้ให้คำสั่งสอน การคิดเช่นนี้หาเรื่องและภัยมาใส่ตัว ขอให้มีอันเป็นไป!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85387</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระแก้วมรกต, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เทพมนตรี ลิมปพยอม, เพนกวิน, ในหลวง รัชกาลที่ 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbeeee35ef86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเข้าพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; เสด็จฯ ไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน &amp;quot;พระแก้วมรกต&amp;quot; จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 17.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp; กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเป็นเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงพระดำเนินเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์&amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินไปด้านหลังฐานชุกชีขึ้นเกยไปยังบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ ทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มอบเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงวางพระมหาสังข์ไว้ที่เดิม ทรงรับพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏจากเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงคืนพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏแก่เจ้าพนักงานภูษามาลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงานภูษามาลาซับตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงรับมงกุฎประจำฤดูฝนจากเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงสวมถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ เสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่จัดไว้ข้างฐานชุกชี ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ชุบพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ แล้วทรงพระดำเนินไปที่ฐานชุกชี ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา&amp;nbsp; ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์เพชรน้อยเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อย แล้วสรงที่พระเศียร พระราชทานน้ำพระมหาสังข์เพชรน้อยแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญสังข์นครเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย พระราชทานน้ำสังข์นครแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ข้าราชการที่มาเฝ้าฯ ภายในพระอุโบสถ เสร็จแล้วประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนครบ 3 รอบและเจิมที่ฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงพระดำเนินออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา
เสด็จฯ ไปวัดบวรนิเวศวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงพระดำเนินเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์&amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ ทรงถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ ทรงถวายพุ่มเทียน แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงถวายพุ่มเทียน แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงถวายพุ่มเทียน แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเสด็จขึ้นไปบนฐานชุกชี ทรงถวายพุ่มเทียน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา 50 พรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp; บรมนาถบพิตร ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงถวายพุ่มเทียน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จลงจากฐานชุกชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธชินสีห์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp; มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระวันรัตถวายอดิเรก จบแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ทรงพระดำเนินออกจากพระอุโบสถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp; มหาวัชรราชธิดา ไปยังพระเจดีย์หลังพระอุโบสถ ทรงพระดำเนินเข้าไปภายในคูหาพระเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายพุ่มเทียน แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทรงพระดำเนินออกจากพระเจดีย์ไปยังพระวิหารพระศาสดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ ถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระศาสดา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระศาสดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระศาสดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทรงพระดำเนินไปทางด้านหลังพระศาสดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธไสยา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธไสยา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธไสยา ทรงพระดำเนินไปยังพระวิหารเก๋งด้านทิศตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่ายฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น ทรงถือสายสูตรยกฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้นขึ้นกางกั้นพระพุทธชินสีห์จำลองที่ใต้ฐานพระพุทธรูปบรรจุพระสรีรางคารสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินสีห์จำลอง ทรงพระดำเนินไปยังพระวิหารเก๋ง (กลาง) ถวายพุ่มเทียน แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนบูชาเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธวชิรญาณ&amp;nbsp; สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมนุสสนาค สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธปัญญาอัคคะ ทรงพระดำเนินไปยังพระวิหารเก๋งด้านทิศตะวันออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่ายฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น ทรงถือสายสูตรยกฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้นขึ้นกางกั้นพระพุทธทีฆายุมหมงคลที่ใต้ฐานพระพุทธรูปบรรจุพระสรีรางคารสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ ถวายพุ่มเทียนและทรงจุดธูปเทียนเครื่องท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทีฆายุมหมงคล จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเข้าพรรษา, พระแก้วมรกต, ร.10, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f032f464081e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน&amp;ldquo;พระแก้วมรกต&amp;rdquo;&amp;nbsp;เสด็จฯ ทรงจุดเทียนพรรษา&amp;nbsp;ถวายพุ่มเทียนที่วัดบวรฯ&amp;nbsp;ในเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นเฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เวลา&amp;nbsp;17.16&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp;ในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปด้านหลังฐานชุกชีขึ้นเกยไปยังบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ ทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มอบเจ้าพนักงาน ทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงวางพระมหาสังข์ไว้ที่เดิม ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อยจากเจ้าพนักงาน ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงวางพระมหาสังข์ไว้ที่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏจากเจ้าพนักงาน ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;เสร็จแล้วทรงคืนพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏให้เจ้าพนักงาน ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงาน ซับตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงรับมงกุฎประจำฤดูฝนจากเจ้าพนักงาน ทรงสวมถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่จัดไว้ข้างฐานชุกชี ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้วนั้นชุบน้ำพระสุคนธ์ในโถแก้วแล้ว ทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ เสร็จแล้วเสด็จฯไปที่ฐานชุกชี ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงาน วางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งแล้ว ทรงจุดธูปเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์เพชรน้อยเข้าทูลฯ ถวาย ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อย แล้วสรงที่พระเศียร พระราชทานน้ำพระมหาสังข์เพชรน้อยแก่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์เพชรน้อยออก เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญสังข์นครเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย พระราชทานน้ำสังข์นครแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จฯ ไปทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์แก่ข้าราชการที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายในพระอุโบสถ เสร็จแล้วประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนครบ 3&amp;nbsp;รอบ และเจิมที่ฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถแล้วทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ประชาชนที่มาเฝ้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;บรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังในช่วงบ่าย มีประชาชนต่างสวมเสื้อสีเหลืองมารอเฝ้าฯ รับเสด็จกันจำนวนมาก ตั้งแต่ริมบาทวิถีถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ตลอดถึงหน้าศาลหลักเมืองและฝั่งบริเวณหน้าพระบรมราชวังถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ประตูมณีนพรัตน์ถึงประตูวิเศษไชยศรี ขณะเดียวกัน ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประชาชนทุกเพศทุกวัยมาเฝ้ารอรับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง และปลื้มปีติได้รับพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์และชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา&amp;nbsp;18.38&amp;nbsp;&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี มายังวัดบวรนิเวศวิหาร&amp;nbsp;ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระอุโบสถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ เข้าภายในพระอุโบสถ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์&amp;nbsp;การนี้&amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ทรงถวายพุ่มเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานในพระอุโบสถ ทรงคม&amp;nbsp;ทรงถวายพุ่มเทียนและทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงคม&amp;nbsp;ทรงถวายพุ่มเทียน&amp;nbsp;และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส&amp;nbsp;ทรงคม&amp;nbsp;ทรงถวายพุ่มเทียนและทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระรูปสมเด็จพระสังฆราช เจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จขึ้นบนฐานชุกชีทรงถวายพุ่มเทียน&amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา 50&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ทรงคม&amp;nbsp;ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร ทรงถวายพุ่มเทียน&amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ทรงคม&amp;nbsp;เสด็จลงจากฐานชุกชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธชินสีห์ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6&amp;nbsp;และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร&amp;nbsp;ทรงคม&amp;nbsp;ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ&amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์สมเด็จพระวันรัตถวายอดิเรก จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ&amp;nbsp;ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ&amp;nbsp;เสด็จออกจากพระอุโบสถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังพระเจดีย์หลังพระอุโบสถ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถวายพุ่มเทียนแล้ว ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระบรมสารีริกธาตุ&amp;nbsp;ทรงคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระเจดีย์ไปยังพระวิหารพระศาสดา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ทรงถวายพุ่มเทียน&amp;nbsp;แล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระศาสดา&amp;nbsp;ทรงกราบ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เข้าไปทางด้านหลังพระศาสดา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายพุ่มเทียน แล้วทรงจุดเทียนบูชาพระพุทธไสยา&amp;nbsp;ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนบูชาพระพุทธไสยา&amp;nbsp;ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระวิหารพระศาสดาไปยังพระวิหารเก๋งด้านทิศตะวันตก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธชินสีห์จำลอง&amp;nbsp;ทรงกราบ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปยังพระวิหารเก๋ง (กลาง)&amp;nbsp;ทรงถวายพุ่มเทียนแล้วทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธวชิรญาณ&amp;nbsp;พระพุทธปัญญาอัคคะ&amp;nbsp;พระพุทธมนุษยนาค&amp;nbsp;ทรงกราบ แล้วเสด็จออกจากพระวิหารเก๋งไปยังประตูหน้าพระอุโบสถ&amp;nbsp;ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;บรรยากาศโดยรอบวัดบวรนิเวศวิหารตั้งแต่ช่วงเย็น มีประชาชนสวมเสื้อเหลืองมารอเฝ้าฯ&amp;nbsp;รับเสด็จในหลวงจำนวนมาก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันภายในวัดบวรนิเวศวิหาร มีประชาชนมาจับจองพื้นที่เพื่อร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาเนืองแน่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระแก้วมรกต, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f3f378f4f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
