<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องแล้ว 10 อดีตพระผู้ใหญ่-ฆราวาส ฟอกเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 ได้นำสำนวนเอกสาร ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสระสามพระยา เป็นจำเลย&amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันเดียวกัน&amp;nbsp;พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 ก็ได้ยื่นฟ้องอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ร่วมกับฆราวาส รวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันจำเลยทั้งสิบถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เหตุที่ระหว่างการฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่า การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนาและมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของพวกกระทำผิด หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินการทุจริตนั้น ที่ผ่านมามีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเพียง 1 สำนวน คือ พระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อท.38/2561 กรณีที่ร่วมกันกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อายุ 59 ปี ซึ่งยังหลบหนีคดี สมคบฟอกเงินทอนวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในเขต จ.เพชรบูรณ์, นครสวรรค์,&amp;nbsp; ตากและชุมพร ราว 28 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชั้นฝากขังพระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็เพิ่งจะได้ประกันตัวชั้นพิจารณาคดีด้วยหลักทรัพย์ที่ศาลตีราคาประกัน 1.5 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางของจำเลยไว้ด้วย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการรอไต่สวนพยานในชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, พระโกง, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ad128b1c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.พศ.แถลงยันไม่มีอคติร้องทุกข์กล่าวโทษพระโกงเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 61 - พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงภายหลังการประชุมมหาเถรสมมาคม(มส.)ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ตนเองมาชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนเพียงว่าในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยหรือสอบถามประเด็นการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยในการร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่และพระ เป็นการกล่าวหาตามหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูล โดยไม่ได้มีอคติ และการร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ได้ทำให้ผู้ถูกกล่าวหา ทั้งเจ้าหน้าที่หรือพระ เป็นผู้กระทำผิดในทันที เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างชั้นการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัย อีกทั้งยังไม่มีความเห็นลงมา จึงยังไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก ขณะนี้ยังไม่มีผู้กระทำผิด จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาล&amp;quot;พ.ต.ท.พงศ์พร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าผอ.พศ.จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับอีก 7 วัดที่เหลือวันใด เนื่องจากมีการเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนวานนี้ แต่พ.ต.ท.พงศ์พร เลี่ยงตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงขอบคุณสื่อมวลชนเท่านั้น ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนซักถามแต่อย่างใด และขอให้ไปสอบถามกับหน่วยงานที่ดำเนินการสอบสวนทางกฎหมายทั้ง ปปป.และ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระทุจริต, พระโกง, มส., มหาเถรสมาคม, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9a9139c34d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
