<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 06:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระไพศาล วิสาโล เทศน์ออนไลน์ใช้วิถีชีวิตใหม่มีสติ4ข้อ ทิศทางประเทศไทยเดินถูกทาง ดูแลวิถีชีวิตสุขภาพมิติใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ชีวิตดีเริ่มต้นที่เรา สสส.&amp;rdquo; จัดเสวนาใหญ่ &amp;ldquo;ฝ่าวิกฤติโควิด-19 สู่ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ เทศน์ทางไกลออนไลน์หลักปฏิบัติในการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างมีสติ 4 ข้อ ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียให้ผ่านวิกฤติ รักษาใจไม่แพ้รักษากาย ผจก.สสส.ยืนยัน สสส.เดินถูกทาง สร้าง New Normal ฝังลึกในสังคมระยะยาว คำนึงความปลอดภัยชุมชนมาก่อน เดินหน้าสู่ SDGs ยั่งยืน ชวนคนไทยรักษาสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เป็นโรค NCDs สร้างปราการป้องกันโรคติดต่อ WHO ชมเมืองไทยระบบบริหารจัดการโควิด-19 ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ อสม. รพ.สต.เข้มแข็ง ม.จอห์น ฮอปกินส์ จัดอันดับสุขภาพโลกก่อนโควิดระบาด ไทยติดอันดับ 6 ของโลก อันดับ 1 สหรัฐ อันดับ 2 สหราชอาณาจักร อันดับ 3 แคนาดา ข้อคิดสุดยอดจากวิทยากรระดับแถวหน้าเมืองไทย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ วิวัฒน์ ศัลยกำธร อาจารย์ยักษ์ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรฯ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใต้ลานสาละ จัดเสวนาทิศทางประเทศไทย : ฝ่าวิกฤติโควิด-19 สู่ชีวิตวิถีใหม่ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทุกมิติทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และสุขภาพ มาร่วมเสวนาเปิดมุมมองแนวทางการพัฒนาประเทศไทยภายหลังวิกฤติโควิด-19 ทั้งนี้ สามารถรับชมการเสวนาผ่าน Live ทาง FB : สสส. : ThaiHealth หรือชมย้อนหลังได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ กล่าวเทศน์ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ว่าใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างมีสติ การรักษาใจสำคัญไม่แพ้การรักษากาย การใช้ชีวิตวิถีใหม่ช่วงยุคโควิด-19 มีหลักปฏิบัติ 4 ข้อ 1.ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ตระหนักว่าความเครียด วิตกกังวล ความกลัวทำร้ายจิตใจ 2.พยายามอย่าอยู่นิ่ง หากิจกรรมทำเพื่อคลายความเครียด 3.ทำประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วยการผลิตหน้ากากผ้า เพื่อแบ่งปันตามกำลังที่พอทำได้ 4.ปรับตัว หาช่องทางเพิ่มรายได้ การขายของผ่านออนไลน์ วัดเป็นสถานที่พึ่งพิงของประชาชนในช่วงวิกฤติ มีการช่วยเหลือด้านปัจจัย 4.อาหาร และยังเป็นที่พึ่งทางจิตใจโดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นพลังทางใจให้ประชาชนก้าวพ้นผ่านวิกฤติไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โควิด-19 ทำให้การดำรงชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง การดำเนินวิถีชีวิตใหม่ต้องทำอย่างมีสติ ปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โรคระบาดไม่ได้บั่นทอนสุขภาพกายเพียงอย่างเดียว แต่บั่นทอนจิตใจผู้คนด้วย ดูแลรักษาตัวไม่ให้เชื้อโควิดเข้าร่างกายจนเกิดโรคไม่เพียงพอ ต้องหมั่นล้างมือ ใช้หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ ส่วนสุขภาพใจ บางคนมีความทุกข์ใจ มีความเครียด วิตกกังวล เกิดความเบื่อหน่าย บั่นทอนจิตใจผู้คนเป็นอย่างมาก เราต้องรักษาใจให้ดี แม้กายไม่ป่วย แต่ถ้าใจเป็นทุกข์จะพากันป่วยได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นการดูแลใจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงโรคระบาด แต่มาตรการต่างๆ ที่ไม่ใช่เป็นเรื่องปกติ การหยุดทำงาน เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน รวมถึงการไม่มีงานทำ รายได้หดหาย สิ่งที่เราควรทำก็คือต้องยอมรับความจริง ถ้าเราปฏิเสธความจริง ตีโพยตีพาย เกิดความโกรธ ความคับแค้นใจ ท้อถอย สิ้นเรี่ยวแรง เท่ากับเป็นการซ้ำเติมตัวเอง ความยากลำบากทางเศรษฐกิจก็มี เอาความทุกข์มาใส่ในจิตใจ ขอให้ยอมรับว่าความจริงเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่ยอมรับความจริง สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งตีโพยตีพาย ปัญหายิ่งเพิ่มขึ้น เป็นความทุกข์ใจ เราอย่ามัวแต่อาลัย ความปกติที่เปลี่ยนแปลงไป สูญหาย แท้จริงแล้วความปกติดียังอยู่กับเรา อย่ามัวแต่อาลัยสิ่งที่เราสูญเสียไปในยามวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรายังมีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ยังมีลมหายใจอยู่ มีคนจำนวนไม่น้อยที่หายใจลำบาก โควิดเล่นงานปอด เรามีกิน กินอิ่ม นอนอิ่ม ยังอยู่กับเรา คนรักอยู่รอบตัวเรา เรายังไม่ได้พลัดที่นาคาที่อยู่ ยังมีเคหสถานพักอาศัยอยู่ได้ ถ้าเรานึกถึงภัยพิบัติ น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 สึนามิพายุใหญ่ เราอยู่ไม่ได้ เราต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ถึงมีเคหสถานก็พักอาศัยไม่ได้ แต่ขณะนี้เรายังมีสิ่งดีๆ อยู่กับเรา ยังเป็นคนปกติ ไม่สูญเสียไปไหน ให้เราได้ชื่นชมสิ่งดีๆ สิ่งที่คงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ยังอยู่รอบตัวไม่ได้กระจัดกระจายหายไปไหน ถ้าหากเราปล่อยใจให้คิดไปทางลบหรือทางร้าย ก่อให้เกิดความคับแค้นใจ ท้อแท้ ห่อเหี่ยว สิ้นเรี่ยวสิ้นแรง เราจะหาอะไรมาสร้างสรรค์ให้เป็นรูปธรรมได้ เวลาอย่างนี้ควรจัดบ้าน ซ่อมประตู ซ่อมห้องน้ำ เย็บถุงผ้า ถักโครเชต์ มีที่ดินก็ปลูกพืชผักสวนครัว วาดรูป เอาเวลามาใช้กับงานสร้างสรรค์ เป็นรูปธรรม ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น จิตใจไม่ห่อเหี่ยว เมื่อเราได้ทำเรื่องดีๆ มีจิตใจจดจ่อ ทำให้ใจเราเป็นสุขได้ ฟังอะไรก็มีแต่เรื่องสร้างสรรค์ เติมพลังให้กับจิตใจ ถ้าวางจิตให้เป็นก็จะเป็นพลังจากภายใน ยิ่งทำอะไรที่สร้างสรรค์เกิดความภาคภูมิใจ จิตใจปลอดโปร่ง แจ่มใส ไม่สิ้นเรี่ยวแรงในสถานการณ์อย่างนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ก่อนหน้านี้หลายคนช่วยกันทำหน้ากากอนามัย ทำ Face Shield ส่งไปให้ตาม รพ. หลายคนทำตู้ปันสุขตั้งไว้หน้าบ้าน ริมถนน เพราะเห็นถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นจะได้อานิสงส์จากตู้ปันสุข วิถีชุมชนป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาถึงผู้คนในชุมชน การเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อจะได้อยู่กันอย่างสะดวกสบาย ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ชุมชน แบ่งปันอาหารให้คนที่เดือดร้อน เป็นการเติมพลังทางจิตใจ จะได้ไม่สิ้นเรี่ยวแรง ห่อเหี่ยว ช่วยกันเติมพลังทางจิตใจ เราควรหันหน้าเข้าหาเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถึงจะเว้นระยะห่างทางสังคม เราก็ยังมีเครือข่ายมิตรสหาย ในบ้านในเมืองมีช่องทางที่จะเข้าหาเพื่อน รับฟังความทุกข์ ความเครียด เมื่อได้มีการระบายความทุกข์ก็จะสบายใจขึ้น หันหน้าปรึกษาหารือหรือปรับทุกข์กันได้ รับฟังเพื่อน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รวมกลุ่มเพื่อนเพื่อช่วยเหลือกัน เครือข่ายมิตรสหายที่เป็นไปในปัจจุบัน มีกลุ่มไลน์ กลุ่ม facebook โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใส มีพลังและไม่อ่อนเพลีย ปรับตัวให้เข้ากับอาชีพการทำงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อยาวนาน เปลี่ยนตัวเราเอง เรายังมีพลังชุมชน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติไปด้วยดี ตราบใดที่เราอยู่ท่ามกลางวิกฤติโควิดก็ขอให้ปลอดภัยทั้งกายและใจด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า วงจรการเกิดโรคระบาดมี 3 ระยะ คือ 1.ระยะความกลัว กังวล เพราะยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ 2.ระยะการเรียนรู้ และ 3.ระยะเกิดพัฒนาการสู่การเปลี่ยนแปลง นอกจากจะให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันโควิด-19 แล้ว ยังนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อการป้องกันในอนาคตทั้งในระดับบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และเชิงระบบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการป้องกันโรคระบาด โดยในระดับบุคคล เน้นการรักษาความสะอาดร่างกาย การกิน การสวมหน้ากาก การเว้นระยะห่าง และยังต้องคำนึงถึงการทำให้สุขภาพกายและใจแข็งแรง ด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า รวมถึงการมีกิจกรรมทางกาย การบริโภคอาหาร และพฤติกรรมเพื่อสุขภาพอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นอกจากการใช้มาตรการเชิงนโยบายและการบังคับใช้ในช่วงเกิดการระบาดแล้ว ยังต้องเสริมด้วยกระบวนการสร้างค่านิยมวัฒนธรรมที่นำไปสู่การเห็นประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงในวิถีใหม่ของชีวิตด้วย กล่าวได้ว่ากระบวนการในการสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส.ใช้อยู่ สามารถนำไปใช้ในการขับเคลื่อนได้ทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การขับเคลื่อนการสร้างชีวิตวิถีใหม่จะเชื่อมโยงปัจจัยและระบบสุขภาพ สังคม การศึกษา เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยรัฐและสังคมไทยต้องร่วมกันกำหนด &amp;ldquo;จุดหมาย&amp;rdquo; ของวิถีใหม่ที่เห็นพ้องกันว่าจำเป็นและเหมาะสม โดยร่วมกับโลกในการเร่งการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ประชาคมโลกได้ลงปฏิญญาไว้แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และใช้กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ในก้าวเบื้องต้นของการเดินทางไกลในขณะนี้ สสส.และภาคีเครือข่ายได้จัดทำไกด์ไลน์แนวทางปฏิบัติการสร้างชีวิตวิถีใหม่แล้ว 7 คู่มือ ครอบคลุมประเด็นการใช้ชีวิตประจำวัน การป้องกันและเฝ้าระวังโรค มาตรการสำหรับโรงเรียน สถานศึกษา รวมถึงการจัดระเบียบสังคม การสร้างความเข้าใจเพื่อลดการตีตราผู้ป่วย โดยได้กระจายให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชนและสถานศึกษามากกว่า 1 แสนเล่ม ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือได้ที่ www.thaihealth.or.th&amp;rdquo; ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผอ.ฝ่ายการสื่อสารองค์กร สสส.สวมเสื้อข้อความ &amp;ldquo;ชีวิตดีเริ่มต้นที่เรา สสส. Healthy Life Starts with me&amp;rdquo; ทำหน้าที่พิธีกร และเวทีเสวนาที่มีฉากกั้นแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลกระทบวิกฤติโควิดการสร้างเสริมสุขภาพต้องดูวิถีและคำนิยามใหม่ๆ เพื่อจะฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดไม่ทำให้เจ็บป่วย เราเผชิญหน้าการติดเชื้อใหม่ๆ เมื่อต้อง Wave ตัวเองก็ย่อมมีเรื่องคู่ขนานปัญหาคนตกงาน อาหารขาดแคลน เมืองไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น ประเทศคูเวตมีเงินเต็มกระเป๋า แต่ต้องปันส่วนอาหาร โรงพยาบาลปิดรักษาโรคอื่นปรับมารักษาโควิดแทน บทเรียนที่โลกเรียนรู้โรคระบาดใหญ่สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากประวัติศาสตร์ โรคทางเดินอาหารที่ต้องเผชิญจากการระบาด สุขาภิบาล นักสาธารณสุขในช่วง 3-40 ปีเร่งให้มีการสร้างส้วมที่อยู่ไกลจากตัวบ้าน แต่ในวันนี้ส้วมเข้ามาอยู่ในห้องนอน โรคเอดส์เมื่อ 30 ปีก่อนส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คลินิกกามโรคเต็มบ้านเต็มเมืองหมด แต่ในวันนี้หายไปแล้ว โรคนิวมอเนียหายไป ทุกคนหันมาช่วยป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มหาวิกฤติโรคระบาดสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมการรับมือด้วยกระบวนการคิด Keyword การจัดทำคู่มือเรื่องโควิด-19 หมอช่วยกันทดลองยาเพื่อดูผลข้างเคียง มาตรการต่างๆ ถูกทดสอบ งานทั้งหมดเรียนรู้ไปด้วยกัน การแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยการยึดหลักช่วยกันรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม สิ่งที่น่าเป็นห่วงเรื่องกลัวน้อยเกินไป กลัวมากเกินไป พฤติกรรมความกลัว โกรธ ก่นด่า มีการกักตุนสินค้า สังคมได้เรียนรู้และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ปรับเปลี่ยนวิถีใหม่ๆ ราชบัณฑิตบัญญัติศัพท์ New Normal ฐานวิถีใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.อยู่กับโควิด-19 ตั้งแต่ Day 1 Week 1 ร่วมกันสื่อสาร ยกระดับ Keyword ความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาต่างๆ การล็อกตัวเองอยู่บ้านเพื่อทำงาน ให้ตระหนักถึงส่วนรวมเพื่อให้ประเทศพ้นวิบัติ การสร้าง New Normal ด้วยมาตรการล็อกดาวน์อยู่บ้าน ก่อนหน้านี้โรคระบาดผ่านการเดินทางด้วยเครื่องบินไปยัง 200 ประเทศ ต่อมาน่านฟ้าถูกปิดระงับการเดินทาง เราหนีตัวต่อตัวแตน แต่สักวันหนึ่งก็ต้องโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ดังนั้นเราต้องปรับตัวเองด้วยวิถีใหม่ๆ สุขอนามัย การสร้างบรรทัดฐานใหม่ New Normal เพื่อให้เกิดผลระยะยาวฝังลึกในสังคมคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพมาก่อนความสนุกสนาน งานสังคมจัดเล็กแต่ลึกซึ้ง ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดบุหรี่ เหล้า การพนัน ลดการใช้เวลาที่เปล่าประโยชน์ ลดการพบแพทย์ คำนึงถึงส่วนรวม ลดความเหลื่อมล้ำเห็นคุณค่าด้านจิตวิญญาณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เราทำอย่างไรไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ตัวเราทั้งระดับตัวบุคคล การเข้าไปสัมผัสโรค ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย กินร้อน มีช้อนกลางส่วนตัว ใช้มาตรฐานทางสังคม สิ่งแวดล้อม สร้างพื้นที่สะอาดไม่ให้มีการแพร่เชื้อโรคออกไป คนที่เสี่ยงโรคเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคติดต่อเรื้อรังอยู่แล้ว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระบบเหลื่อมล้ำในสังคมไม่มีหลักประกันขั้นพื้นฐาน สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นฐานชีวิตที่ดี แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ด้วยระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ต้องช่วยกันรับมือไม่เพียงแค่เฉพาะหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในฐานะนักเสริมสร้างสุขภาวะ สสส.มีบทบาทสนับสนุนพระเอก นางเอกในการสร้างเสริมสุขภาพ คนเราต้องปรับตัว มีคู่มือ 6 เรื่อง สู้! โควิด-19 ไปด้วยกัน คู่มือดูแลตัวเองสำหรับประชาชน คู่มือจัดการ รร.รับมือโควิด-19 คู่มือมนุษย์โควิด เปิดเมืองให้ปลอด ใช้ได้ในชีวิตจริง 1, 2 แนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แนวปฏิบัติสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 คู่มือเรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์ ชุดที่ 1-3 คู่มือสู้โควิด-19 แบบไม่ตีตราและไม่เลือกปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปกติชายไทยเรื่องสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อ 3-40 ปีก่อน เป็นเรื่องโก้เก๋ เป็นแมน แต่ปัจจุบันความคิดนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การสูบบุหรี่เป็นการทำร้ายผู้อื่น สูดควันพิษทำให้เกิดโรคถึง 30 โรค สร้างปัญหาและยังเป็นการทำร้ายผู้อื่นด้วย ให้เหล้าเป็นของขวัญ ถือเป็นอัปมงคลให้เหล้าเท่ากับแช่ง เราต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนความคิดเพื่อสุขภาพที่ดีของส่วนรวม การสวมหมวกกันน็อกทำให้เป็นพฤตินิสัย ทั้งๆ ที่ กม.บังคับให้สวมหมวกกันน็อก แต่ทางปฏิบัติไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ขณะเดียวกันการบังคับใช้ กม.ก็ไม่เข้มพอ เมื่อหลายคนทำงานที่บ้าน Work From Home มีความยืดหยุ่นในการทำงาน ก็สั่งอาหารทาง delivery เพื่อจะได้กินอาหารที่หลากหลายโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;งานวิจัยในเมืองไทย ระบบสุขภาพไทยมีจุดแข็งหลายอย่างเรื่องหลักประกันสุขภาพ การที่รัฐบาลจ่ายเงิน 5,000 บาท ให้คนที่ประกอบอาชีพอิสระและไม่มีสวัสดิการ ทำให้เห็นฐานข้อมูลที่วุ่นวายอย่างโกลาหล เมืองไทยมี อสม.เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก มีโครงสร้างสาธารณสุขเข้มแข็งเป็นทุนที่ดีของสังคม ควบคุมโรคไม่ให้ติดต่อได้เป็นอย่างดี การขับเคลื่อนวิถีชีวิตใหม่ต้องใช้ความหลากหลายมิติด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อมโยงความเปลี่ยนแปลงกับมิติสุขภาพ โลกของเราต้องเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs Sustainable Development Goals รวมถึงเรื่องการไม่กดขี่แรงงานด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผจก.สสส. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังงานเสวนาว่า มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ได้จัดอันดับระบบบริการสุขภาพและสาธารณสุขในระดับโลก (ดัชนี Check List) เมืองไทยอยู่ในอันดับ 6 ของโลก ประเทศสหรัฐอยู่ในอันดับ 1 ของโลก สหราชอาณาจักรอยู่ในอันดับ 2 ของโลก แคนาดาอันดับ 3 ของโลก ทั้งนี้เป็นการจัดอันดับก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด แต่หลังจากเกิดโควิดคุกคามทั่วโลกแล้วยังไม่ได้มีงานวิจัยเพื่อจัดอันดับใหม่แต่อย่างใด เพราะโรคที่ระบาดใหม่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่ผ่านมานั้นได้รับคำชมจาก WHO ว่าประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการโควิดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะระบบการบริการสุขภาพปฐมภูมิซึ่งเรามีฐานที่แข็งแรงจาก อสม. รพ.สต. มีโครงสร้างหลักประกันสุขภาพเป็นฐานอย่างชัดเจน ดูแลเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม การระบาดของโรคสอนให้คนไทยมีความรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม รักษาสุขภาพให้แข็งแรง คนไทยมีจุดแข็งหลายอย่าง ซึ่งได้รับการยอมรับจากประเทศอื่นๆ ขณะนี้มี 9 จังหวัดที่การแพร่เชื้อโควิด-19 เป็น O เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากจังหวัดและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชาชนสหรัฐจำนวน 30 ล้านคนไม่ได้มีหลักประกันสุขภาพ โดยเฉพาะชนชั้นล่างของสังคม 65% ที่เป็นกลุ่มผิวสีเสียชีวิต (สหรัฐป่วยโควิด-19 ติดอันดับ 1 ของโลก ป่วยเข้าหลักล้านที่ 2 ตายหลักแสนแล้ว) ขณะนี้โลกทั้งโลกเร่งขับเคลื่อน SDGs Sustainable Development Goals ทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม ให้บรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เรื่อง รวมถึงเรื่องการไม่กดขี่แรงงานด้วย ให้พ้นจากการคุกคามจากสิ่งแวดล้อม การมีภูมิคุ้มกันที่ดี บนปรัชญาพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง เป็นมิติสุขภาวะอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากวิกฤติโควิด องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งสัญญาณถึง สสส.เน้นย้ำเป็นพิเศษเรื่องการสร้างฐานประเทศให้เข้มแข็ง WHO ตั้งผู้เชี่ยวชาญจากโรคไข้หวัดซาร์สให้ภาพรวมของโลก ต้องปรับองค์ความรู้ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก ไม่ทำร้ายเด็ก วิธีจัดการเชื้อโรคให้ออกจากร่างกาย เพื่อเป็นฐานการมีสุขภาพที่ดีดังที่ สสส.ยึดหลักการ Health Promotion มาโดยตลอด ถือได้ว่า สสส.เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้วที่จะฝ่าวิกฤติโควิด ขณะเดียวกันเราต้องเรียนรู้ในการดูแลวิถีชีวิตสุขภาพ เพื่อให้คนไทยแข็งแรง ไม่เป็นโรค NCDs การสร้างสาธารณสุขมูลฐานที่เข้มแข็ง ด้วยการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ สร้างชีวิตวิถีใหม่ให้มากขึ้น New Normal life ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ทำให้รับมือกับโควิดได้อย่างเข้มแข็งด้วยองค์ความรู้สุขภาพที่ดีในครอบครัว ชุมชน และสังคมส่วนรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), พระไพศาล วิสาโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5fb5a39ab0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระไพศาล&#039; โพสต์ขอบคุณคำอวยพรวันเกิด น้อมรับเสียงวิจารณ์ที่มิใช่กัลยาณมิตร แต่ถือเป็นการ &#039;ชี้ขุมทรัพย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล&amp;nbsp;นักเผยแผ่พระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต และประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของทุกท่านเนื่องในวันเกิดของอาตมา (10 พ.ค.) หลายท่านได้ใช้โอกาสนี้ทำความดีเพื่อเป็นอาจาริยบูชา เช่น สวดมนต์ ทำสมาธิ ปลูกต้นไม้เพื่อส่วนรวม รวมทั้งทำบุญเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ขออนุโมทนาในบุญกิริยาดังกล่าวของทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณอีกเช่นกันสำหรับคำชื่นชมสรรเสริญเนื่องในโอกาสดังกล่าว อย่างไรก็ตามนอกจากคำชื่นชมสรรเสริญแล้ว หากวันหน้ามิตรสหายและศิษยานุศิษย์จะมีคำตำหนิ ติติง ทักท้วงหรือคำวิจารณ์ อาตมาก็จะน้อมรับ เพราะตระหนักดีว่าตนเองไม่ใช่คนสมบูรณ์พร้อม ย่อมมีข้อผิดพลาด ทั้งในเรื่องส่วนตัวและการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกัลยาณมิตรมาคอยชี้แนะทักท้วง อาตมาจะถือว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการ &amp;ldquo;ชี้ขุมทรัพย์&amp;rdquo; ดังคำของพระพุทธองค์ ที่จริงแม้กระทั่งคำตำหนิหรือคำวิจารณ์ของผู้อื่นที่มิใช่กัลยาณมิตร ก็สมควรที่จะมองว่าเป็นการชี้ขุมทรัพย์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ขออวยพรให้ทุกท่าน มีพลานามัย ปลอดภัย ไกลทุกข์ มีสุขเป็นนิจ จิตผ่องใส อยู่ในอารักขาของธรรมเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65651</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระไพศาล วิสาโล, เครือข่ายพุทธิกา, เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb93da8c746b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039; ป้อง &#039;พระไพศาล&#039; เป็นนักสันติวิธีจุดยืนชัดเจนแล้วจะเทศน์แบ่งแยกทางชนชั้นได้หรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิด คือ ของขวัญ&amp;quot; แต่กลับถูกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างพระมหาไพรวัลย์ พระเซเลบโลกโซเชียล และ&amp;nbsp;ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา&amp;nbsp;พิธีกรปากกล้าช่องวอยซ์ทีวี โจมตีว่าสอนธรรมะเอื้อประโยชน์ชนชั้นกลาง ไม่เห็นหัวอกคนไม่มีจะกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.รสนา กล่าวว่า การทำกิจและการทำจิตของพระไพศาล วิสาโล ดิฉันรู้จักกับพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ เป็นเวลากว่า40ปี มาแล้ว ท่านเป็นนักเรียนทุน สอบเข้าได้เป็นที่หนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือท่านเป็นคนลึกซึ้งมาก สนใจปัญหาสังคม การเมือง และการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยสันติวิธีมาตั้งแต่สมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ท่านยังเป็นน.ศ.ปี 2 ทำกิจกรรมชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี และได้เข้าร่วมการประท้วงรัฐบาลตามวิถีสันติแบบมหาตมะคานธีด้วยการอดอาหาร ท่านจึงถูกทุบตีและถูกจับกุมคุมขังเหมือนเพื่อนน.ศ.อื่นๆที่ปักหลักอยู่ในรั้วธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากมิใช่แกนนำสำคัญท่านจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา และร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆก่อตั้งกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคมทำงานประสานรอยร้าวทางสังคมด้วยสันติธรรมและสันติวิธี งานหลักของท่านตอนนั้นก็คือ การประสานความร่วมมือกับองค์การนิรโทษกรรมสากลในอังกฤษโดยไดัรับความช่วยเหลืออย่างดีกับเพื่อนชาวอังกฤษที่ทำงานอยู่ในองค์การยูเนสโก กล่าวได้ว่าพระอาจารย์ไพศาลเริ่มบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหวสันติวิธีระดับระหว่างประเทศตั้งแต่ยังเป็นน.ศ.ปี3และทำงานด้านนี้ต่อมาอย่างแข็งขันหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ในท่ามกลางการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในยุคมืดสนิทเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านเป็นผู้เคลื่อนไหวหลักในการยื่นจดหมายเรียกร้องขอให้รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เมื่อปี2521 ปล่อยนักโทษการเมือง ซึ่งนักโทษการเมืองยุค 6ตุลา 2519 ได้แก่ สุธรรม แสงประทุม ธงชัย วินิจจกุล วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อภินันท์ บัวหภักดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การทำงานด้านมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และสันติวิธี บ้างครั้งก็ทำให้นักกิจกรรมทางสังคมอย่างท่านเกิดความทุกข์ใจ ท้อใจ หรือถึงกับมีโทสจริตเกิดความขัดแย้งในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความที่ท่านเป็นคนลึกซึ้ง ท่านจึงได้มาบวชเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านใน จากความตั้งใจบวชเพียง 3 เดือนในปี 2526 กลายเป็นการบวชยาวนานกว่าชีวิตฆราวาสของท่าน การบวชของท่านไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการเผชิญปัญหาด้วยคุณภาพของจิตใจที่มีกำลังในการรับมือกับความทุกข์ภายใน ดังที่ท่านมักพูดเสมอว่า การ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo;เพื่อสังคม ต้องประกอบกับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ด้วยความปล่อยวางทั้งความโกรธ ความเกลียด ความคับแค้นใจ ที่สังคมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างที่เราปรารถนาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสันติวิธีในสังคมแห่งการแบ่งขั้ว มักจะถูกเล่นงานจากฝ่ายสุดโต่ง (Extremist)ที่มองผู้คนเป็นฝักฝ่ายว่า ไม่มีจุดยืน ทั้งที่ท่านไพศาลมีจุดยืนอย่างชัดเจนตามหลักโอวาทปาติโมกข์ว่า ต้องไม่พูดร้าย ต้องไม่ทำร้าย มีขันติธรรมใจกว้างรับฟังความเห็นที่แตกต่างอย่างลึกซึ้ง คนที่นำประเด็นโควิดมาโจมตีท่านว่าเอียงข้างชนชั้นกลาง คงอาจไม่ทราบว่าท่านเองก็เคยถูกโจมตีว่าเอียงข้างโรฮิงญา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เป็นชนกลุ่มที่ยากจนที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มชนชายขอบของโลกที่ถูกเหยียบย่ำความเป็นมนุษย์มากที่สุด จนไม่มีที่ยืนอยู่ในโลกใบนี้ บุคคลที่ยืนหยัดอยู่ข้างเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ที่สุด ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างความเชื่อ เช่นนี้น่ะหรือจะเทศนาเพื่อการแบ่งแยกทางชนชั้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเทศน์เรื่อง &amp;rdquo;โควิดเป็นของขวัญ&amp;rdquo; กับญาติโยมในวัด นั้นเป็นภาษาธรรมที่แสดงแก่ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งที่กำลังมีปัญหาทางจิตใจเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ว่าการไปไหนไม่ได้ ก็ทำให้มีเวลาเป็น ของขวัญ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเวลา และทำใจรับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาด้วยใจที่ยอมรับ คือ&amp;rdquo;การทำจิต&amp;rdquo;กับสถานการณ์ทุกอย่างที่มากระทบ ไม่ว่าพอใจ หรือไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่เอาข้อความประโยคเดียว เรื่องเดียวที่พูดในมุมเฉพาะไปโจมตีท่านว่าพูดให้คนรวย คนชั้นกลางที่ไม่เดือดร้อนจากปัจจัยยังชีพฟัง โดยไม่เห็นความลำบาก ทุกข์ยากของคนจนที่ไม่มีปัจจัยเลี้ยงชีพและตกงานเพราะโรคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากบอกว่าบทเทศน์เรื่อง โควิดคือของขวัญ เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; ท่านไม่ได้แค่พูดเทศนาลอยๆ เพ้อเจ้ออยู่กับทุ่งลาเวนเดอร์ อย่างที่มีการโจมตีท่านในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาโควิดในฐานะที่เป็นปัญหาทางโลกที่ส่งผลกระทบต่อคนจน ในส่วนของ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายก่อนปัญหาโควิด ท่านผลักดันให้มีการช่วยเหลือ แบ่งปันกันอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง งานของเครือข่ายพุทธิกาที่ท่านเป็นหลัก ได้รวบรวมอาสาสมัครในการทำงานทางสังคมเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ การช่วยเหลือ และแบ่งปัน เช่น การมีอาสาสมัครไปช่วยบริการ อำนวยความสะดวกผู้ป่วย(นอก)ที่ร.พประสาท เป็นกิจกรรมเล็กๆแต่ให้ความสุขกับอาสาสมัครที่ได้ทำประโยชน์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสูงอายุที่ลำบากในการช่วยเหลือตัวเอง มีความสุขที่ได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ของร.พ ก็ได้ผ่อนเบาภาระ และได้รับความรู้สึกที่ดีจากคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมทางสังคมในการช่วยเติมเต็มช่องว่างทางสังคมของท่าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การอบรมอาสาสมัครมาช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยที่กำลังจากโลกนี้ไป จากไปด้วยความอบอุ่น ไม่อ้างว้างเดียวดาย เป็นการสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ท่านทำให้อาสาสมัครในหลากหลายกิจกรรมได้พบว่าความสุขจากการให้ มีความลึกซึ้งเหนือกว่าความสุขจากการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปกป้องผืนป่าลุ่มน้ำลำปะทาว ท่านได้ร่วมกับหลวงพ่อคำเขียนเดินธรรมยาตราทุกปีเป็นเวลา 20 ปีโดยตัวท่านเองนำเดินเท้าเปล่าเป็นระยะทางนับร้อยกิโลเมตรเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าอีสานที่นับวันจะถูกทำลายให้ลดน้อยลงไปทุกที นอกจากนี้ในแต่ละปีท่านร่วมกับชาวบ้านออกดับไฟป่าซึ่งเป็นงานที่หนักและเสี่ยงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเคยนำพุทธบริษัทเดินธรรมยาตราอนุรักษ์พื้นที่รอบทะเลสาปสงขลามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีผู้คนยากไร้ที่ประสบความทุกข์สาหัสจากโควิด เพราะปัจจัยยังชีพ นอกจากบทเทศน์ที่ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ ท่านในฐานะประธานได้มอบหมายแนวทางกิจกรรมให้เครือข่ายพุทธิกาดำเนินการในโครงการ ปันกันอิ่ม ซึ่งเป็นการ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน โดยท่านได้เทศน์เล่ากิจกรรมดังกล่าวในชื่อ &amp;ldquo;อยากทำดีเพราะมีตัวช่วย &amp;ldquo; ที่วัดป่ามหาวัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด เครือข่ายพุทธิกาก็มีโครงการนี้อยู่แล้วเรียกว่า ปันกันอิ่ม ชื่อคล้ายๆกันแต่ว่าคนที่ไปติดต่อร้านค้าต่างๆเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิของเครือข่ายพุทธิกา แต่ว่าโครงการปันความอิ่มเขาไม่มีคน เขาก็เลยใช้วิธีเชิญชวนคนสนใจไปเป็นจิตอาสาที่จะไปติดต่อร้านค้าให้มาร่วมโครงการนี้ วิธีนี้ทำให้โครงการนี้กระจายไปได้กว้าง เพราะว่าคนที่อยากจะเป็นจิตอาสามีอยู่ทั่วประเทศ เขาก็ไปติดต่อร้านค้าที่รู้จักเพราะอยู่ใกล้บ้าน เขาก็มีร้านเจ้าประจำอยู่แล้วที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ก็ไปถามเจ้าของร้าน ถามแม่ค้าว่าสนใจไหม ใช้ความคุ้นเคยกันจากความเป็นลูกค้า มากินประจำ ทำให้มีความไว้วางใจ รู้ว่าไม่มาหลอก ก็ทำให้อยากจะช่วย วิธีนี้ทำให้ความมีน้ำใจของคนเรามันแพร่กระจายไปกว้างขวาง คนเราบางครั้งอยากจะช่วย แต่ถ้าไม่มีตัวช่วย ไม่มีปัจจัยสนับสนุน ความมีน้ำใจก็จำกัดวงแคบๆ แต่พอมีปัจจัยสนับสนุนหรือตัวช่วยแบบนี้ มันก็เป็นกำลังทำให้ความเมตตากรุณาได้แพร่กระจายไปกว้างๆ เมืองไทย คนไทยถ้ามีตัวช่วย ตัวสนับสนุนแบบนี้มากๆ คนก็จะเอื้อเฟื้อกันมากขึ้น แล้วคนเห็นแก่ตัวก็จะน้อยลง ๆ จากคนที่เห็นแก่ตัวเขาเห็นแบบอย่างว่า มีคนทำดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรู้สึกนึกคิดก็เปลี่ยนไป กลายเป็นว่าอยากทำความดี เพื่อผู้อื่นบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องการทำความดี เราจะอาศัยน้ำใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมช่วย ทั้งธรรมเนียม วัฒนธรรม การหล่อหลอม การเลี้ยงดู และปัจจัยสนับสนุนอย่างที่ว่าด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า สิ่งพระอาจารย์ไพศาลทำมาตลอดไม่ว่าเป็นการกระทำ หรือคำเทศนา จะสอดรับอยู่ตลอดคือ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; โดยเฉพาะนักกิจกรรมทางสังคม การหวังเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องประกอบด้วยการ &amp;ldquo;ทำกิจ&amp;rdquo;อย่างมุ่งมั่น สุจริต และการจะทำกิจได้อย่างถูกต้อง ไม่เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย ก็ต้องมีการ &amp;ldquo;ทำจิต&amp;rdquo;ควบคู่กันไป มิเช่นนั้นแล้ว การทำกิจที่ดี อาจถูกกิเลสลากพาไปสู่การทุจริต คอร์รัปชัน ถ้าการทำจิตไม่เข้มแข็ง หรือการทำกิจ ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่จิตที่ท้อแท้ ขุ่นเคือง คับข้องใจ จนต้องระบายสู่คนรอบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำกิจ และการทำจิตจึงเปรียบได้กับ ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้กว้างใหญ่ไพศาลมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับรากของต้นไม้นั้นว่าจะหยั่งลึก และแผ่ไพศาลอยู่ในเนื้อดินได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเชื่อเช่นเดียวกับสาธุชนทั่วไปว่ากรณีวิวาทะเรื่องโควิด จะเป็นของขวัญอันประเสริฐสำหรับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ของพระอาจารย์ไพศาลและชาวพุทธทั้งหลายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65623</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คำผกา, พระมหาไพรวัลย์, พระไพศาล วิสาโล, รสนา โตสิตระกูล, อดีต ส.ว., โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ee239070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดอีก! &#039;ดร.สุวินัย&#039; ตอก &#039;คำผกา&#039; หน้าหงายใช้เสรีภาพระรานคนเห็นต่าง-ป้ายสี &#039;พระไพศาล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute&amp;quot; เผยแพร่บทความเรียบเรียงโดย&amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิดคือ ของขวัญ&amp;quot; แต่มีกลุ่มการเมืองนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนละเลยเจตนาของการเทศน์ ทั้งพระมหาไพรวัลย์ และ ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและพิธีกรปากกล้าประจำช่องวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวินัย กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคำผกาไม่รู้บริบทคำพูดของพระไพศาลหรอก เพราะมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะรู้ แต่แค่อยากหาเรื่องด่า แล้วก็เอาไปขยายความให้คนอื่นมาด่าต่อ เมื่อปี 2553 ก็ใส่ร้ายพระไพศาลอย่างเลวร้ายและหยาบคาย แล้วสาวกและสื่อในเครือก็เอาไปปั่นกันสนุกสนาน มันไม่ใช่ว่าห้ามวิจารณ์พระ หรือพระไพศาลต้องถูกทุกเรื่อง โต้แย้งไม่ได้ คนดีห้ามวิจารณ์ แต่สิ่งที่คำผกาทำกับพระไพศาลตั้งแต่ปี 53 มันไม่ใช่การวิจารณ์ ไม่ใช่กระทั่งการด่าทอ แต่คือการจงใจใส่ร้ายแบบเติมแต่งขึ้นมาเอง ตีขลุมเอาเอง มโนขึ้นมาเอง ให้เป็นไปตามธงที่ตัวเองตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังเอามาพูดอย่างภาคภูมิใจว่าปี 53 ก็ด่าพระไพศาลมาแล้ว ราวกับว่าแค่ด่าก็ชนะแล้ว ฉันแน่มาก โดยไม่ต้องสนใจว่าสิ่งที่ตัวเองด่า (ป้ายสี) คนอื่นจะเป็นความจริงหรือเปล่า เป็นธรรมกับเขาไหม พยายามให้พระไพศาลเป็นคนจิตใจอำมหิต เลือดเย็น ไม่เห็นใจความทุกข์ยากของคน เป็นพระสลิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเป็นพระที่พูดเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างมากที่สุดในประเทศนี้แล้ว แถมขับเคลื่อนภาคสังคมอีกไม่รู้กี่เรื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ &amp;ldquo;ปัญญาชน&amp;rdquo; กลุ่มนี้ก็ยังหาเรื่องด่า (ใส่ร้าย) ไม่เว้นแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสาวกก็เฮโลเชื่อตามและสื่อในเครือก็เอาไปขยายความต่อ (ตามสูตร) ที่เหลือเชื่ออีกเรื่องคือเอาไปปั่นหูกันว่า พระไพศาลบอกว่าคนเสื้อแดงต้องรับกรรมที่โดนปราบปี 53 เพราะว่าคนเสื้อแดงไปสนับสนุนทักษิณให้ฆ่าตัดตอน ... คือป้ายสีได้ชั่วร้ายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ วิธีคิดของคนกลุ่มนี้ไม่มีอะไรมาก คือหมั่นไส้ชนชั้นกลาง (แม้ว่าตัวเองก็เป็นชนชั้นกลาง และใช้ชีวิตเหมือนชนชั้นกลางทั่วไป) ถ้าชนชั้นกลางชอบหรือให้ค่ากับอะไร (หรือเกลียดอะไร) ฉันจะต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องหาเรื่องมาด่า ต้องหาแง่มุมมาเหยียด โดยไม่ต้องแยกแยะอะไร ด่าแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสูงส่ง ลึกซึ้ง มีจิตสำนึกสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้บอกว่าฝ่ายอนุรักษ์ หรือสลิ่ม หรือชนชั้นกลาง ชอบล่าแม่มด ชอบสร้างภาพปีศาจให้คนอื่น แต่ความจริงคือฝั่งที่บอกว่าตัวเองเห็นคนเท่ากัน ก็ชอบล่าแม่มดและสร้างปีศาจชั่วร้ายไม่ต่างกันเลย และก็ทำมาตลอด ฝ่ายหนึ่งอวดอ้างความดีไปทำร้ายคนอื่น อีกฝ่ายก็อวดอ้างสิทธิ/เสรีภาพ/ประชาธิปไตย/คนเท่ากันไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย ชั่วพอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ความเป็นธรรมให้คนอื่นยังไม่มี แล้วจะไปเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่คนอื่นแสดงออกไม่เหมือนกับที่ตัวเองอยากให้แสดงออก คิดไม่ตรงกับที่ตัวเองคิด (บางทีคิดเหมือนกันด้วยซ้ำ แค่แสดงออกไม่เหมือนเท่านั้น) ก็เที่ยวบดขยี้ ระราน รังแก ป้ายสี เหยียดเขาไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่เขาไม่ด่าอย่างที่ตัวเองอยากให้ด่า ก็ไปด่าเขา แค่เขาไม่เกลียดอย่างที่ตัวเองเกลียด ก็ไปประณามเขา แล้วก็เรียกตัวเองว่าเสรีชน เห็นคนเท่ากัน ไม่อยู่ในกะลา ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมิตรสหายท่านหนึ่ง...เท่าที่ติดตามฟังเทศน์พระอาจารย์ไพศาลมาหลายปี ท่านมีธีมหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องแรกคือ &amp;quot;หาข้อดีในเรื่องร้าย&amp;quot; นั่นคือการปลูกทัศนคติ ให้มองเป็น ให้เห็นธรรม บนฐานความจริง โดยไม่เอาทุกข์ไปโถมให้ขาดสติจนแก้ไขปัญหาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแก่นหนึ่งคือ &amp;quot;ยอมรับความจริง&amp;quot; ท่านพูดถึงจุดนี้ก่อนที่จะให้เราก้าวไปสู่ทางไหนเพื่อดับทุกข์ คือเห็นทุกข์และยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการเบลอใจให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่านช่วยกอบกู้ใจคนมากมาย กิจกรรมที่ท่านทำก็ล้วนแต่ทำเพื่อคนทุกระดับทั้งสิ้น ตั้งแต่การเผชิญความตายอย่างสงบ การปลูกป่า การทำความเข้าใจในทุกกลุ่มชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่าน ที่สอนถึงคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณฺโณ อยู่เสมอ คือ &amp;quot;ไม่เอาอะไร กับอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าใจธรรมะแล้วไม่สะท้านกับสิ่งที่มาสะเทือนตามที่ท่านสอน คำสอนท่านคงเข้าไปอยู่ในใจเราได้จริง แม้จะยากเต็มทีในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65577</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเสื้อแดง, คำผกา, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, พระไพศาล วิสาโล, สถาบันทิศทางไทย, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb802d107231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นักเขียนรางวัลซีไรต์&#039;ป้อง&#039;พระไพศาล&#039;ย้อน&#039;พระมหาไพรวัลย์&#039;อยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค.63 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;ldquo;ธรรมกับชนชั้น&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ถามพระไพศาลว่า &amp;ldquo;อยู่กับชนชั้นกลางมากเกินไปหรือเปล่า&amp;rdquo;
ผมก็อยากถามพระมหาไพรวัลย์ว่า &amp;ldquo;ท่านอยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า โดยเฉพาะการเมืองแบ่งฝ่าย&amp;rdquo;
เรื่องมีอยู่ว่า...
&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ยกข้อความเทศนาของพระไพศาลมาประโยคหนึ่ง ที่ว่า &amp;ldquo;โควิดคือของขวัญ...&amp;rdquo; แล้วก็แสดงความเห็นว่า &amp;ldquo;ธรรมของอาจารย์ถึงเป็นประโยชน์แต่กับชนชั้นกลาง...มันเป็นของขวัญของคนมีอันจะกินครับ ที่แม้อยู่กับบ้านเฉยๆโดยไม่ต้องทำงานก็ไม่เดือดร้อน&amp;rdquo;
&amp;ldquo;แต่มันเป็นยาพิษสำหรับใครหลายคน&amp;rdquo; ซึ่งก็คือคนยากคนจน คนป่วยเพราะโควิด ทำให้ถูกรังเกียจ ไร้บ้าน ฯลฯ
ผมเข้าใจพระมหาไพรวัลย์ดีว่าห่วงใยคนยากจนที่เดือดร้อนและมีทุกข์เพราะโควิด ซึ่งเป็นเรื่องเมตตา-กรุณาอันจำเป็นต้องมี แต่เมื่อเอาเรื่อง &amp;ldquo;ชนชั้น&amp;rdquo; มาแบ่งแยก มันจึงกลายเป็นเรื่องการเมืองไปอย่างน่าเสียดาย
เรื่องชนชั้นในสังคมไทยที่แบ่งเป็น 1 คนชั้นล่าง (คนยากคนจน) 2 คนชั้นกลาง (มีอันจะกิน พึ่งตัวเองได้) 3 คนชั้นสูง (คนร่ำรวย)
&amp;nbsp;ทั้งหมดที่แบ่งไว้ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก &amp;ndash; ขัดแย้ง - เข่นฆ่าทำลายล้างกันเหมือนลัทธิมาร์กซ์ แต่แบ่งเพื่อ &amp;ldquo;การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม&amp;rdquo; เป็นการแบ่งแบบขั้นบันได เพื่อพัฒนาทางด้าน &amp;ldquo;วัตถุ&amp;rdquo; สำหรับดำเนินชีวิต
เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนาที่แบ่งคนเป็น 4 เหล่า โดยเปรียบเทียบกับบัว ซึ่งก็ไม่ได้แบ่งไว้เพื่อให้แบ่งแยก - ขัดแย้ง &amp;ndash; เข่นฆ่าทำลายล้างกัน แต่แบ่งเพื่อให้คนได้ &amp;ldquo;พิจารณาและพัฒนาสติปัญญา&amp;rdquo; ของตน เป็นการแบ่งแบบศักยภาพของคน เพื่อพัฒนาทางด้าน &amp;ldquo;จิต&amp;rdquo;
เพราะคนไม่ได้มีแต่ร่างกาย (รูป) แต่มีจิต(นาม)ด้วย อย่างที่เรียกว่า &amp;ldquo;นามรูป&amp;rdquo; จึงต้องพัฒนาทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
พระมหาไพรวัลย์เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา จึงน่าจะรู้ตั้งแต่ก่อนบวชแล้วว่า พระพุทธศาสนานั้นไม่ได้กำเนิดเพื่อรับใช้ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง ตรงกันข้าม...กลับทำหน้าที่สลายชนชั้น เพราะใครที่เข้ามาบวช ไม่ว่าจะสังกัดวรรณะใดในอินเดีย จะต้องไม่ &amp;ldquo;แบก&amp;rdquo; เอาชนชั้นมาด้วย
ทุกคนเท่าเทียมกัน มีเพียง &amp;ldquo;อาวุโส&amp;rdquo; ตามพรรษาเท่านั้นที่จำแนกคน เป็นการปกครองเพื่อการอยู่ร่วมกันของภิกษุสงฆ์ แต่การบรรลุธรรมนั้นไม่ได้เป็นไปตามอาวุโส
ดังนั้น ชนชั้นในพระพุทธศาสนาจึงไม่มี
ส่วนข้อความของพระไพศาลที่ว่า &amp;ldquo;โควิดคือของขวัญ&amp;rdquo; นั้น ก็ต้องดูด้วยว่าท่านเทศให้ใครฟัง หรือใครฟังท่านเทศ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร นั่นคือข้อความที่ให้กำลังใจ-ให้บทเรียนแก่ผู้คน ไม่ได้เลือกชนชั้น ไม่ได้มีชนชั้นอยู่ในข้อความนั้น
และผมก็เชื่อว่าพระไพศาลไม่ได้มีเจตนาแบ่งแยกชนชั้น ด้วยการเทศนาให้เฉพาะชนชั้นกลางฟังอย่างที่พระมหาไพรวัลย์กล่าวหา (เป็นประโยชน์แก่ชนชั้นกลาง)
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอง มองมุมไหน หรือใครไม่มองก็ไม่เป็นปัญหา
พระมหาไพรวัลย์นั้นเลือกมองด้วยมุม &amp;quot;การเมืองเรื่องชนชั้น&amp;quot;&amp;nbsp; แต่การเมืองนั้นมี &amp;ldquo;กรอบคิด&amp;rdquo; ของมันเสมอไป ซึ่งก็คือมี &amp;quot;คติและอคติ&amp;quot; เฉพาะของมันเอง มันไม่ใช่ &amp;ldquo;สัจธรรม&amp;rdquo; จึงน่าเสียดายว่าพระมหาไพรวัลย์ไม่มองด้วยมุมของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสัจธรรม &amp;nbsp;
กลับเอาการเมืองมองพระพุทธศาสนา คือ &amp;ldquo;เอาของแคบมามองของกว้าง&amp;rdquo; เอาเรื่องสมมุติมามองสัจธรรม จึงมองไม่เห็นเจตนาของพระไพศาล(โควิดคือของขวัญ)
&amp;nbsp;เห็นได้แค่เรื่องชนชั้น
ทั้งที่...สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมกับชนชั้น, พระมหาไพรวัลย์, พระไพศาล วิสาโล, วิมล ไทรนิ่มนวล, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระไพศาลชี้แนะ ทำบุญสงกรานต์ ช่วยจนท.สู้ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ออกสารเนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว ขอพระบารมีในหลวง-พระราชินี ดลบันดาลประทานพรให้คนไทยมีความสุข ย้ำ &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; &amp;quot;พระไพศาล&amp;rdquo; ฝากข้อคิด สงกรานต์ที่บ้าน ทำบุญที่ใจ แสดงความกตัญญูรดน้ำผ่านออนไลน์ ส่งพวงมาลัย-การ์ดอวยพรผู้ใหญ่ ชี้คุณค่าและความหมายยังเหมือนเดิม พร้อมแนะวิธีทำบุญเปลี่ยนเงินเป็นอาหารช่วยคนยากลำบากในยามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกสารเนื่องใน &amp;ldquo;วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว&amp;quot; ประจำปี 2563 วันที่ 13 เม.ย. และวันที่ 14 เม.ย. 2563 ความว่า สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 13 เม.ย.ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และกำหนดให้วันที่ 14 เม.ย.ของทุกปี เป็นวันแห่งครอบครัว เพื่อให้ประชาชนเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุในฐานะผู้เป็นเสาหลักในการเชื่อมโยงสายใยและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว อันเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอแสดงความห่วงใยมายังผู้สูงอายุทุกท่าน และขอให้ทุกครอบครัวช่วยกันดูแลสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) โดยร่วมกัน &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยป้องกันตัวเองและครอบครัวจากการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค รวมทั้งจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนสามารถดำเนินชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อย่างเป็นปกติสุขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2563 ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุทุกท่าน และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกครอบครัว พร้อมทั้งขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ และสัมฤทธิผลในสิ่งที่พึงปรารถนาโดยทั่วกัน&amp;quot; นายกรัฐมนตรีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ปีนี้สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เราสามารถทำพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้านได้ ส่วนสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ เข้าวัดทำบุญ เล่นสาดน้ำ ปีนี้ต้องงดทั่วประเทศ เป็นสถานการณ์ของประเทศทั่วโลก ดังนั้นเราควรปรับเปลี่ยนใหม่ ควรใช้โอกาสนี้ทำกิจกรรมสงกรานต์ที่บ้าน ทำบุญที่ใจ แสดงความกตัญญูหรือเคารพบุพการีญาติผู้ใหญ่ เช่น แต่ก่อนเราไปเยี่ยม ไปกราบเท้า รดน้ำดำหัว แต่ตอนนี้ทั้งเราและญาติผู้ใหญ่ต่างคนต่างอยู่บ้าน บางทีอยู่คนละจังหวัดก็แสดงความเคารพได้ แทนที่จะไปรดน้ำดำหัวด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนเป็นส่งพวงมาลัยดอกไม้ไปมอบให้ สมัยนี้มีเดลิเวอรี มีไลน์แมน มีแกร็บ &amp;nbsp;แทนที่จะส่งอาหาร เรียกอาหารให้เขามาส่งที่บ้าน ก็เรียกให้ส่งดอกไม้พวงมาลัย หรือการ์ดอวยพร ใช้บริการเดลิเวอรีไปให้กับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ จากนั้นอาจจะวิดีโอคอลไลน์ให้ดอกไม้พวงมาลัยเป็นเสมือนเครื่องบูชา เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ขอพรท่าน และก็อวยพรให้ท่าน ซึ่งเทคโนโลยีสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงออกถึงความกตัญญู การเคารพญาติผู้ใหญ่ เป็นเครื่องแสดงความรู้สึกในจิตใจ ซึ่งยังคงสาระการทำบุญในเทศกาลสงกรานต์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระไพศาลกล่าวว่า ขณะนี้วัดหลายแห่งเหมือนปิดวัด การทำบุญถวายสังฆทานไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสงกรานต์นี้จึงควรทำบุญที่บ้าน หลายคนก็ทำอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ มาวัดไม่ได้ก็ทำอาหารหรือจัดหาเครื่องสังฆทานอุปกรณ์ที่จำเป็นส่งมาทางไปรษณีย์ เดลิเวอรี อันนี้เรียกว่าสังฆทานได้เหมือนกัน เพราะเป็นการทำบุญในเทศกาลสงกรานต์ โดยประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ ทำเสร็จแล้วก็กรวดน้ำไปให้บุพการีญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับ หรืออีกรูปแบบคือไม่จำเป็นต้องทำหรือถวายกับพระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้มีคนเดือดร้อนตกงานจำนวนมาก เราก็ช่วยทำบุญให้เขาได้ เช่น ส่งอาหาร ส่งเงิน ส่งข้าวของเครื่องใช้ไปให้ ตอนนี้มีหลายร้านที่มีน้ำใจทำอาหารฟรีให้กับคนตกยากทุกข์ร้อน เช่น ร้านในโครงการปันกันอิ่ม เปิดโอกาสให้คนมาบริจาคเงิน เรียกว่าฝากเงินให้กับร้าน แล้วร้านก็เปลี่ยนเงินเป็นอาหารฟรี ใครต้องการกินอาหารก็มาที่ร้านโดยไม่ถามว่ายากจนหรือไม่ หรือบางที่ก็เอาของใช้ที่จำเป็นใส่ถุงวางไว้บนโต๊ะหน้าบ้าน แล้วติดป้ายไว้ เชิญมารับฟรีได้เลย หรือการทำบุญด้วยการส่งอุปกรณ์ที่จำเป็นและขนมไปให้กับหมอพยาบาลเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานอย่างเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด นี่ก็เป็นการทำบุญ อย่าไปคิดว่าทำบุญต้องทำกับพระอย่างเดียว&amp;quot; พระไพศาลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63054</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระไพศาล วิสาโล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e94611647d64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ถึงสงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ชุ่มฉ่ำกับการเล่นน้ำที่ถูกงดในการป้องกันไวรัสโควิด แต่ยังมีความสุขกาย สุขใจได้ในเรื่องอื่น เพียงแค่เรามองอะไรใกล้ๆ ตัว มองอะไรที่มันเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ก็สามารถพบกับความสุขได้ ดังเช่นตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมา อากาศสุดจะร้อนแสนร้อน พอเข้าเมื่อวานนี้ 13 เม.ย. ตามปฏิทินสงกรานต์วันแรก ท้องฟ้าเหมือนหยั่งรู้กาลเวลา ชักพาให้ฝนตกลงมาดับร้อนราวปาฏิหาริย์หลายพื้นที่ เหมือนกับว่าฟ้าเมตตาให้ชาวประชาได้สดชื่นในวันสงกรานต์ปีนี้เช่นเคย ในวันที่คนเล่นน้ำไม่ได้ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความสุขในวันสงกรานต์ที่ไม่มีงานรื่นเริง คงชวนให้มนุษย์เรากลับมาหาความสุขกันภายในจิตใจยิ่งขึ้นได้ ไม่ต้องพบปะผู้คนที่คึกคะนอง เล่นน้ำพร้อมความเมา เปิดเพลงเสียงดัง เอาแป้งป้ายหน้าผู้อื่น ซึ่งความมัวเมาเหล่านั้น บางครั้งก็นำไปสู่เหตุทะเลาะวิวาทและการสูญเสียได้ ดังที่ทุกปีเราเรียกว่า &amp;ldquo;ช่วง 7 วันอันตราย&amp;rdquo; ในทุกเทศกาลวันหยุดยาว ยกเว้นปีนี้ที่ความอันตรายหลักคือไวรัสโควิด อย่างน้อยทำให้ชีวิตคนไทยเราไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายบนท้องถนนเหมือนปีที่ผ่านมา ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงกรานต์ที่บ้าน ทำบุญที่ใจ &amp;ldquo;พระไพศาล วิสาโล&amp;rdquo; เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พระนักเทศน์ชื่อดัง ท่านได้ให้ข้อคิดถึงความสุขในใจช่วงนี้ไว้ ตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;น้ำใจเราก็แสดงออกได้หลายวิธี ไม่ต้องสาดน้ำ นอกจากการแสดงความเคารพกตัญญูและการให้ทานแล้ว ก็ควรมีศีล คือ การฝึกกาย ฝึกวาจา ฝึกภาวนา เจริญสมาธิ&amp;nbsp; เจริญสติที่บ้านได้ ทำบุญด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนก็เป็นบุญ ไม่อวดเก่ง ไม่ถือตน ไม่ถือว่าวิเศษหรือสูงกว่าคนอื่น ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่อวดเบ่ง ไม่ใช้เส้นสาย ก็เป็นการทำบุญเหมือนกัน&amp;rdquo; บันทึกไว้เป็นข้อปฏิบัติเพื่อความสุขใจในปีใหม่ไทยครั้งนี้ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์ไวรัสโควิดในไทยกำลังดีขึ้น จากยอดผู้ป่วยเพิ่มที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้สู้ต่อจนกว่าจะยุติลงในที่สุด แม้แต่ในส่วนของนักการเมือง เราก็ได้เห็นแง่มุมดีๆ ที่เราไม่เคยเห็นบ้างเช่นกัน อย่าง &amp;ldquo;วัฒนา เมืองสุข&amp;rdquo; แกนนำพรรคเพื่อไทย จากที่เคยโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องการเมืองอย่างดุเดือด ก็ยังโพสต์ถึงสถานการณ์โควิดในทางที่ดีขึ้นว่า &amp;ldquo;ไทยรับมือได้ดี จึงขอแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; พร้อมเสนอแนะแนวทางฟื้นฟูประเทศแก่รัฐบาล บนพื้นฐานของความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้กลับมามีชีวิตปกติหลังจาก 30 เม.ย.นี้ ...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเยียวยาฟื้นฟูอย่างทั่วถึง เป็นธรรม คือหัวใจสำคัญที่รัฐบาลต้องทำ มีตัวอย่างจากเยอรมนี เช่นที่ &amp;ldquo;ดำรง พุฒตาล&amp;rdquo; อดีต ส.ว. โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กคู่สร้างคู่สม เล่าถึงร้านอาหารไทยในเยอรมนีที่ต้องปิดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งราชการ ทางราชการได้จ่ายเงินเดือนให้พนักงานทุกคน 60-67% ของเงินเดือน, เจ้าของร้านจะได้รับเงินประกันฟรี และให้เจ้าของกิจการกู้เงินโดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 ผ่อนได้ยาว 62 เดือน! จากที่ &amp;ldquo;ดำรง&amp;rdquo; เล่ามา เราก็รอดูรัฐบาลไทย จะใจถึงทำได้อย่างเขาบ้างไหมน้อ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศึกหน้ากากอนามัยยาวไป &amp;ldquo;อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;rdquo; ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ปะทะ &amp;ldquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo; รมว.พาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องกันไปมาจากปมหน้ากากอนามัยหาย คนหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนอีกคนมีหน้าที่ดูแล ถ้าคนดูแลสามารถทำได้ดีจริง คนตรวจสอบก็คงไม่มีอะไรมาวิจารณ์ได้ &amp;ldquo;สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง&amp;rdquo; ไม่ต้องฟ้องกันไปกันมา วันข้างหน้าอาจจะไม่ใช่แค่หน้ากากหาย แต่คะแนนเสียงจะหายไปอีกมากแค่ไหน ถ้าไม่ลองลงมือพิสูจน์ความโปร่งใสให้กระจ่างชัด มัดตัวคนร้ายระดับบิ๊กๆ มาดำเนินคดีให้ได้ คนจะเชื่อใครต้องใช้ผลงาน ไม่ใช่แค่คำฟ้องนะจ๊ะ&amp;nbsp; ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63040</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ดำรง พุฒตาล, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พระไพศาล วิสาโล, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
