<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2025 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เว็บไซต์รวบรวมไซด์ไลน์ยอดนิยม fiwfans รัชดา ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ กระดานผู้นำนักท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>fiwfans สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไปเท่านั้น

&lt;p&gt;ติดต่อแอดมิน เราเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ให้บริการสำหรับการโฆษณาเพื่อหาเพื่อน หาแฟน หาคนรัก หาคู่เดท หาคนเลี้ยง หาคนดูแล หาหมอนวด กิน เที่ยว ดูหนัง รับจ้างเที่ยว เท่านั้น ไม่มีการซื้อบริการทางเพศ ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หากมีการให้โอนเงินเพื่อซื้อบริการ กรุณาอย่าโอน หากมีการเก็บค่าจ้าง กรุณาติดต่อน้อง ๆ โดยตรงจากบัญชีไลน์ที่ปรากฎในแต่ละหน้า Profile ของแต่ละบุคคล (ห้ามขายบริการทางเพศ ห้ามกระทำการค้าประเวณีโดยเด็ดขาด)&amp;nbsp;Powered by&amp;nbsp;fiwfan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117108</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, พรากผู้เยาว์, รุมโทรม, สภ.พลับพลาชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145bd357253e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเชียงใหม่อนุญาตฝากขัง&#039;อาผะ&#039; คดีพราก&#039;น้องจีน่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ฝากขังผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ นายอาข่า อาจ่อ หรืออาผะ อายุ 44 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหา กระทำความผิดฐาน&amp;ldquo; พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองผู้ดูแล, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย&amp;rdquo; เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 13 - 24 ก.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564&amp;nbsp; น้องจีน่า(ด.ญ.พรศิริ วงศ์ศิลารุ่ง) ได้หายไปจากบ้านในตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2564&amp;nbsp; ได้พบตัวน้องจีน่า ที่กระท่อมในสวนกล้วย เชิงเขาในหมู่บ้าน ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.597/2564 ลงวันที่ 11 ก.ย.2564&amp;nbsp; ความผิดฐาน&amp;ldquo; พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต่อมาผู้ต้องหาถูกจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2530 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 อัตราโทษจำคุกสามปีถึงสิบห้าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาคำร้องพร้อมสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116540</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องจีน่า, ฝากขัง, พรากผู้เยาว์, ศาลเชียงใหม่, อาผะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61382ab02ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหาอาผะลักพาตัว พรากผู้เยาว์คดีน้องจีน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตร.เชียงใหม่จ่อแจ้งข้อหา &amp;ldquo;อาผะ&amp;rdquo; มืออุ้ม &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; พรากผู้เยาว์-ลักพาตัว พร้อมขยายผลหาคนร่วมแก๊ง &amp;ldquo;น้องจูเนียร์&amp;rdquo; พี่ชายให้เบาะแสอีกรอบ สอบผู้ต้องสงสัยเพิ่มญาติ-หมอผี พ่อเผยอาการดีขึ้น มีรอยยุงกัดเต็มตัว ยอมให้อุ้มแล้ว ส่วนคดีปล่อย จนท.ทำงาน
ความคืบหน้ากรณี &amp;ldquo;น้องจีน่า&amp;rdquo; เด็กหญิงอายุ 1 ปี 11 เดือน ถูกลักพาตัวหายออกไปจากบ้านในหมู่บ้านห้วยฝักดาบ ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 5 ก.ย.2564 ต่อมานายเสี่ยว หรือ อาผะ อายุ 44 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องสงสัยสารภาพว่าลักพาตัวน้องไปทิ้งไว้หน้าถ้ำในป่าบนภูเขา จนวันที่ 8 ก.ย. พบน้องจีน่าถูกทิ้งอยู่ลำพังในกระท่อมบนภูเขา ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลจนปลอดภัยแล้วนั้น
วันที่ 9 ก.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวแอน น้าของน้องจีน่า ได้พาตัวน้องจูเนียร์ อายุ 4 ปี พี่ชายของน้องจีน่า เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ภายในห้องศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันการค้ามนุษย์ บก.ภว.จว.เชียงใหม่
พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้ทางทีมสหวิชาชีพพร้อมพนักงานสอบสวนเชิญตัวน้องจูเนียร์ อายุ 4 ปี พี่ชายของน้องจีน่า มาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการสอบปากคำไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและพาตัวน้องจีน่าไป โดยถึงแม้ทางตำรวจจะสามารถจับตัวนายอาผะ หรือเสี่ยว ผู้ต้องหาที่เป็นคนลักพาตัวน้องจีน่าไปได้แล้ว แต่พบว่าช่วงที่นายอาผะถูกจับกุมตัวนั้น กลับมีการไปพบตัวน้องจีน่าอยู่บนกระท่อมร้างบนภูเขาท้ายป่าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เด็กไม่สามารถเดินทางไปได้ด้วยตัวเองและไม่น่าอยู่เพียงลำพังได้โดยไม่มีผู้ดูแล เวลานี้ตำรวจกำลังสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังไม่ได้มีการตัดประเด็นใดทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะเดียวกันยังได้ทำการสอบสวนตัวลุงและญาติที่เป็นผู้ขึ้นไปพบเจอน้องจีน่าด้วย ส่วนตัวหมอผีที่ทางญาติฝ่ายแม่น้องจีน่าไปถามนั้น จะต้องไปสอบสวนเช่นกัน แต่เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่ม และยังไม่มีการตั้งข้อหากับนายอาผะเพิ่ม ข้อมูลที่ปรากฏไปตามข่าวนั้นตำรวจรับฟัง จะนำมารวบรวมเป็นพยานหลักฐานหาเบาะแสว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง และภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายอาผะ ข้อหาพรากผู้เยาว์และลักพาตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา&amp;quot; พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะ วงศิลารุ่ง พ่อน้องจีน่า&amp;nbsp;กล่าวว่า หลังพบตัวน้องจีน่า และได้ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ เนื่องจากน้องมีอาการอ่อนเพลียจากการที่ถูกลักพาตัวไปนานถึง 3 วัน เบื้องต้นแพทย์ให้น้ำเกลือ ตรวจร่างกาย พบมีอาการขาดน้ำและมีร่อยรอยบาดแผลถูกบาดด้วยหญ้าหรือกิ่งไม้ตามร่างกาย รวมถึงร่อยรอยของยุงและแมลงกัดเต็มตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่พบตัวน้องยังมีอาการผวาคนรอบข้าง แม้แต่พ่อเองก็ไม่ยอมให้อุ้มหรือกอด แต่เช้าวันนี้อาการหวาดผวาลดลง ยอมให้พ่อแม่กอด หมอยังให้น้ำเกลือ แต่ทานอาหารได้เป็นปกติแล้ว อาการขาดน้ำดีขึ้น น้องแข็งแรงและสดชื่นมากกว่าวานนี้ หมอบอกแข็งแรง แต่ให้รอดูอาการต่อ ดูแลสภาพจิตใจจะมีจิตแพทย์เด็กเข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องด้วย ทางครอบครัวดีใจที่สุดได้น้องจีน่าคืนมาปลอดภัย ส่วนเรื่องคดีการสอบสวนต่างๆ ขอให้ตำรวจดำเนินการอย่างเต็มที่&amp;quot; นายสุริยะกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116188</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องจีน่า, พรากผู้เยาว์, รอยยุงกัดเต็มตัว, ลักพาตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาการดีขึ้น, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61382ab02ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโมเดลลิ่งหื่น! หลอกเด็กสาวนับสิบ ถ่ายคลิปลวนลาม โดนแจ้ง 2 ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนสภ.หาดใหญ่ ร่วมกับชุดปราบปรามโจรกรรมรถ สภ.หาดใหญ่ ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ สว.สส.ฯ&amp;nbsp;ร.ต.อ.ศรายุทธ์ อังศุภานิช รองสวป.หัวหน้าชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่จ.16/2564 ลงวันที่ 19 ม.ค. 64 เข้าจับกุม นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;มั่นคงวิวัฒน์ หรือ พงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นโมเดลลิ่ง และเปิดได้ที่บ้านเช่าเลขที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ถนนโชติวิริยะกุล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นบริษัทดราม่าเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยตำรวจได้เข้าจับกุมเมือเวลา 19.30 น.เมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความผิดใน 2 ข้อหา ได้แก่ 1.พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และ 2.พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และยินยอมให้เด็กประพฤติตัวไม่สมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมยึดของกลาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รายการคือเช่น&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;4เครื่องอุปกรณ์คอมพิงเตอร์จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;และขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวเพื่อรอการสอบสวนที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบภาพอนาจารของเด็กสาววัยรุ่นจำนวนหนึ่งด้วย ในขณะที่ในคอมพิวเตอร์เจ้าหน้าที่ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามรายละเอียดในชั้นการจับกุม นายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่ามีการกอดจูบลูบคลำเด็กรุ่นสาววันรุ่นบ้าง แต่ในรายละเอียดอื่นๆทั้งเรื่องการเป็นโมเดลลิ่งและการเปิดบริษัทดรามาเอ็นเตอร์เม้นท์ยังไม่ให้การอะไรมากนักซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนปากคำอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติการณ์ของนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ทางตำรวจสภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ปกครองรายหนึ่งว่าลูกสาวของตนได้ถูกนายพงษ์ศักดิ์กระทำอนาจาร ทาง พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ จึงได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการออกหมายจับเมื่อวันที่ 19 มกราคม และเข้าจับกุมทันทีเมื่อคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นโมเดลลิ่ง ได้ชักชวนเด็กสาววันรุ่นหน้าตาดีไปดูตัว เทสหน้ากล้องเพื่อส่งประกวดตามงานต่างๆที่เป็นกิจกรรมของวัยรุ่น เพื่อปูทางเข้าสู่วงการบันเทิง และมีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนสนใจไปเทสหน้ากล้องและดูตัว ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกัน นายพงษ์ศักดิ์ก็ให้ลองชุดต่างๆ และแอบถ่ายภาพเอาไว้ บางรายก็ถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวจับหน้าอกจับอวัยวะเพศ และกอดจูบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องโมเดลลิ่งหลอกเด็กรายนี้ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้นำมาลงไอจี แฉเหลือบในวงการบันเทิงอนาจารเด็กมากกว่า 10 คนเอาภาพเอาคลิปไปขาย และมีคนในวงการบันเทิงเกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งได้ตามเรื่องนี้มีเป็นเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.หญิง ภัทรียา ปานนิ่ม รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ ได้นำตัวนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;มั่นคงวิวัฒน์&amp;nbsp;มาทำการสอบสวนที่ห้องสอบสวน ชั้น 3 ของ สภ.หาดใหญ่ โดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90480</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, บุ๋ม ปนัดดา, พรากผู้เยาว์, สภ.หาดใหญ่, อนาจาร, โมเดลลิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60081eb4b7523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุดสืบเมืองตรังพลิกแผ่นดินรวบตัวผู้ต้องหาฆ่าเผาเด็กหญิงวัย 14 สารภาพบีบคอจนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.คืนวันพุธที่ผ่านมา&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ได้ควบคุมตัวนายวิษณุ บุญคง หรือ กาย-เจมส์ อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 40 ถ.รักษ์จันทน์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตรัง ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 245/2562 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2562&amp;nbsp;ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปราศจากเหตุอันควรพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล&amp;rdquo; เข้าพบต่อ ร.ต.อ.สมพงษ์ สุดฉิม รองสว.(สอบสวน) สภ.นาโยง ในข้อหาพรากผู้เยาว์ คือ ด.ญ.สิริกาญจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ปี เด็กสาวชาวบ้านมาบหยี ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง หลังจากที่ทางนางสมจิตร ศรีแก้ว อายุ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นยายของเด็กหญิงรายดังกล่าว เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มี.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยัง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ริมถนนบึงขุนทะเล&amp;nbsp;ม.3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จากการสืบสวน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง&amp;nbsp;ทราบว่านายวิษณุ&amp;nbsp;บุญคง เป็นผู้ก่อเหตุก่อเหตุฆ่า ด.ญ.สิริกาญจน์&amp;nbsp;เป็นผู้ลงมือจริง หลังฆ่าแล้วได้นำศพมาซุกซ่อนและเผาอำพรางศพจึงได้ออกสืบสวนสวนจนทราบ ที่หลบหนีและจับกุมได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงให้ดูข้างต้นและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน แต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ ด.ญ.สิริกาญจน์&amp;nbsp;ที่ข้างวัดช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ในเวลาประมาณ&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. ในช่วงเดือนมีนาคม 2562&amp;nbsp;จากนั้นได้ขี่รถนำ ด.ญ.สิริกาญจน์&amp;nbsp;มาเที่ยวในตัวเมืองตรัง จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนเองกับด.ญ.สิริกาญจน์&amp;nbsp;ได้ทะเลาะกันเนื่องจากตนเองทราบว่า&amp;nbsp;ด.ญ.สิริกาญจน์ คบหากับชายอื่นอีกคน&amp;nbsp;ตนเองเกิดความโมโหจึงใช้มือบีบคอ&amp;nbsp;ด.ญ.สิริกาญจน์&amp;nbsp;จนเสียชีวิต ก่อนลากศพไปทิ้งในจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบโครงกระดูกและเผาทำลายศพในวันต่อมา จากนั้นได้หลบหนีออกจากบ้าน มาทำงานต่างจังหวัดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ผู้ต้องหารายดังกล่าว ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าโดยการบีบคอ ด.ญ.วัย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ปี รายดังกล่าว และราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองตรัง ได้ทำการเค้นสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยมีการทำร้ายร่างกายก่อนจะบีบคอจนเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุยังไม่เปิดเผย เมื่อผู้ตายเสียชีวิตจึงได้นำร่างไปราดน้ำมันจุดไฟเผาที่ป่าละเมาะดังกล่าว ก่อนจะอำพรางปิดบังและซ่อนเร้นศพ จนกระทั่งมีการมาพบ และเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยเนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นแฟนหนุ่มกับ ด.ญ.วัย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ปี และเป็นผู้ที่ขับรถ จยย.มารับก่อนที่จะหายตัวไป โดยน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน แน่นอน ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า จนท.เตรียมทำการขออนุมัติศาลออกหมายจับและอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37190</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าอำพราง, ฆ่าเด็กหญิงวัย14, จังหวัดตรัง, พรากผู้เยาว์, สภ.นาโยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cef2ed305a36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มใหญ่พราก&#039;น้องโยโย่&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ร.ต.อ.กิจติพล สีแพน พนักงานสอบสวนสนพลับพลาไชย 1 ได้ควบคุมตัวนายรณชิต บำรุงจิตร์ อายุ 52 ปี ภูมิลำเนา กทม. ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 14/2560 ลงวันที่ 10 ม.ค.62 คดีพราก น้องโยโย่ เด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.2 ซึ่งอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาฯ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ม.ค.นี้เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มอีก 8 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนก็ได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหานี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี เพราะคดีมีอัตราโทษสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 เวลาประมาณ 13.05 น. ผู้ปกครองของเด็กหญิง ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาได้แจ้งความว่า เด็กหญิงซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 14 ปี ได้หายออกไปจากโรงเรียนแห่งหนึ่งหลังจากสอบกลางภาค ไม่กลับบ้านพักโดยไม่สามารถติดต่อได้ พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด และได้ทำการสืบสวนจนพบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเงินของเด็กหญิง ซึ่งผู้ต้องหาเป็นผู้จดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์นั้นไว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้กล่าวหาแล้ว ทราบว่าผู้ต้องหานั้นเป็นบุคคลที่สนิทสนมกลับกับครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็ได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร พบว่ามีการเบิกถอนเงินไปช่วงวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารใน จ.เชียงใหม่ จึงได้ทำการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ก็พบ ภาพผู้ต้องหาและเด็กหญิงเดินอยู่ด้วยกันภายในห้างสรรพสินค้า ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้กล่าวหาดูภาพแล้วยืนยันบุคคลตามภาพนั้นคือผู้ต้องหาและเด็กหญิงที่เป็นบุตรสาว จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาได้หลอกลวงพาเด็กหญิงไปจากผู้ปกครอง พนักงานสอบสวนก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จ.เชียงใหม่ และเมื่อทำการสอบสวนผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าเมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2561 ได้พาเด็กหญิงไปสอนพิเศษ ที่ห้างขายสินค้าค้าปลีกแห่งหนึ่งภายในกรุงเทพฯ จากนั้นได้ร่วมเพศกันภายในรถยนต์ ก่อนพาเด็กหญิงกลับไปส่งบ้านพัก พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ฐานพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแล หรือเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ ตามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 317&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วกรณีตามคำร้องเป็นความผิดอาญาร้ายแรง จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจนสิ้นสุดเวลาราชการ ผู้ต้องหาก็ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง 12 วันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26391</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องโยโย่, พรากผู้เยาว์, รณชิต บำรุงจิตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39a56acb96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก &#039;สมีคำ&#039; 16 ปี &#039;พรากผู้เยาว์-ชำเราเด็ก&#039; รวมโทษคดีฉ้อโกงเป็น 36 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีเณรคำพราก-ชำเราผู้เยาว์ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 ยื่นฟ้อง นายวิรพล สุขผล อดีตพระฉายาวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ อายุ 39 ปี อดีตประธานสงฆ์&amp;nbsp;อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาได้เมื่อปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ อ.2340/2560 ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม (อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 - 40,000 บาท) และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภริยาตนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก (อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีกล่าวหาว่า เมื่อเดือน ม.ค. 2543 - กลางปี 2544 จำเลย ได้พรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี จากผู้ปกครองไปข่มขืนกระทำชำเรา เป็นเวลา 2 ปี จนมีบุตร 1 คน อันเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่ระหว่างดำเนินคดีจำเลยได้หลบหนีไปประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาอัยการสูงสุดดำเนินการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทางการไทยได้รับตัว นายวิรพล มาจากประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 และอัยการยื่นฟ้องดำเนินคดีในวันที่ 20 ก.ค. 2560 ตามพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การพิจารณาคดีชั้นศาล นายวิรพล จำเลย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้กระทำผิดและเด็กที่เกิดมาก็ไม่ใช่บุตรของตนเอง โดยนับตั้งแต่ได้รับตัวกลับมาดำเนินคดี นายวิรพลไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีผู้ปกครองและเด็กผู้เสียหายช่วงเกิดเหตุปี 2543 อายุ 14 ปีเศษ เบิกความสอดคล้องบันทึกคำให้การถึงรายละเอียด ช่วงเวลาตั้งแต่จำเลยขับรถยนต์มารับผู้เสียหายที่ 2 ไปอนาจารกอด จูบ และข่มขืนกระทำชำเรา หลายครั้ง หลายหน จนกระทั่งผู้เสียหายย้ายไปจังหวัดอื่น เพราะกลัวผู้อื่นจะรู้เรื่อง โดยยังมีพนักงานสอบสวนร่วมเบิกความด้วย ซึ่งพยานไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่ายากที่จะปั้นแต่งให้เรื่องตัวเองและครอบครัวอับอาย และขณะเกิดเหตุจำเลยใช้ความเป็นพระภิกษุที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธา กระทำผิดกับเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ทำให้ศาสนามัวหมอง จึงเห็นควรให้ลงโทษสถานหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาให้จำคุกจำเลยข้อหาพรากผู้เยาว์ 8 ปี ข้อหาชำเราเด็ก 8 ปี รวมจำคุก 16 ปี และให้นับโทษจำเลยในคดีฉ้อโกงประชาชนที่ศาลอาญาพิพากษาแล้วมารวมด้วยอีก 20 ปี จึงรวมโทษจำคุกทั้งสองคดีได้เป็น 36 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20098</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกงประชาชน, จำคุกเณรคำ, ชำเราเด็ก, นายวิรพล สุขผล, พรากผู้เยาว์, ศรีสะเกษ, สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม, อดีตพระวิรพล ฉัตติโก, เณรคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6bc5d30faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
