<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณน้ำผึ้ง&#039;ผลิตเครื่องดื่มพริกไทยดำสกัด เจ้าแรกในโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพกำลังมาแรง เพราะทุกคนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น รายการเจาะใจ เลยขอเปิดบ้านต้อนรับ คุณน้ำผึ้ง-หม่อมหลวง สราลี กิติยากร &amp;nbsp;และ คุณวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ &amp;nbsp;เจ้าของธุรกิจสุขภาพ เครื่องดื่มสมุนไพรอัศวิน ที่นำเอาสมุนไพรไทยอย่าง พริกไทยดำ มาแปรรูปเป็นส่วนผสมหลักเป็นเจ้าแรกของโลก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง คุณน้ำผึ้ง เผยว่า &amp;ldquo;ก่อนจะได้มาเป็นผลิตภัณฑ์นี้ เราได้ทำการวิจัยและพัฒนาอย่างลึกซึ้ง ทำให้ค้นพบว่าพริกไทยดำมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย อีกทั้งเคยทำธุรกิจค้าขายส่งออกพริกไทยและเครื่องเทศมาก่อนด้วย เลยคิดกันว่าเราอยากนำเอาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยมาแปรรูป เรียกว่าเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางแก่เกษตรกรชาวไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และยังสอดคล้องกับแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนสำเร็จออกมาเป็นเครื่องดื่มพริกไทยดำสกัดเป็นเจ้าแรกในโลกค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามชมกระบวนการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรอัศวิน และ เหตุผลที่เลือกพริกไทยดำ มาเป็นส่วนผสมหลักของเครื่องดื่มได้ ใน รายการเจาะใจ วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลา 22.00 น. ทาง ช่อง 9 MCOT HD &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73041</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณน้ำผึ้ง, พริกไทยดำ, หม่อมหลวง สราลี กิติยากร, เจาะใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23df3aabfe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวตรังโค่นต้นยางหันปลูกพริกไทยส่งขายกิโลกรัมละ 300-380 บาท รายได้งามยอดขายพุ่งเตรียมขยายพื้นที่ปลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรกรชาวสวนยางพาราตัดโค่นต้นยาง เพื่อหันมาปลูกพริกไทยแปรรูปเป็นพริกไทยดำส่งขายกิโลกรัมละ 300-380 บาท ปรากฎว่ายอดขายพุ่งต้องเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.62 - นายสุนะ ชูพูล อายุ 54 ปีอยู่บ้านเลขที่ 59/1 หมู่ที่ 7 ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง ได้ปรึกษากันกับลูก ๆ ในครอบครัวว่า เมื่อราคายางพาราตกต่ำลง จึงจำเป็นต้องหารายได้เสริมที่ดีกว่าเพื่อจะได้มีเงินส่งเสียให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือจนจบระดับปริญญาตรี จึงตัดสินใจโค่นต้นยางพาราเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ เพื่อปลูกพริกไทย 2 สายพันธุ์คือพันธุ์ซีรอนจำนวน 100 ต้น และพันธุ์พื้นเมือง 300 ต้น โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2557 แม้จะเก็บพริกไทยได้เต็มที่ในช่วงฤดูกาลคือระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม ก็ยังมีรายได้กว่า 300,000 บาท ซึ่งดีกว่าการทำสวนยางพารามาก อีกทั้งการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก ใส่ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15 ปีละ 1 ครั้งเพื่อบำรุงต้น รดน้ำสัปดาห์ละครั้ง ไม่มีปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวนมาก ซึ่งนอกฤดูกาลก็ยังมีพริกไทยทยอยออกเรื่อย ๆ ยังพอได้เก็บขายเป็นพริกไทยอ่อนหรือนำไปใช้ในครัวเรือนโดยไม่ต้องซื้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพริกไทยที่ปลูกใช้เวลาประมาณ 1 ปีกว่าก็เริ่มให้ผลผลิตเมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ปีที่ 3 ผลผลิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อขายสดไม่หมด ก็นำมาตากแห้ง 3-4 แดดเพื่อทำเป็นพริกไทยดำ ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นาน 4-5 ปี และทยอยออกขายได้ตลอดทั้งปี ส่วนราคาก็ดีกว่าพริกไทยสดซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-100 บาท แต่พริกไทยดำพันธุ์ซีรอนกิโลกรัมละ 300 บาท พริกไทยดำพันธุ์พื้นเมืองกิโลกรัมละ 380 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องแกงตำมือ ร้านอาหารภัตตาคารและชาวบ้านทั่วไป ซึ่งพริกไทยพันธุ์พื้นเมืองจะได้รับความนิยมมากกว่าเพราะรสชาติเผ็ดร้อนและหอมกว่า จึงมีราคาดีกว่า ส่วนใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 080-8710376 หรือ 098-0159834&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุนะ ชูพูล เกษตรกรผู้หันมาปลูกพริกไทย ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรังกล่าวว่า เริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2557 ระยะที่เก็บผลผลิตเต็มที่คือ 5 ปีใน 400 ต้นได้ผลผลิตประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อปี ขายสดต่ำสุด 80 บาท ทำพริกไทยดำขาย 300-350 บาท ลูกค้าทั่วไปตามสั่ง ผลตอบรับดีมากมีเท่าไหร่ก็ไม่พอและขายได้ทั้งปีเก็บไว้ได้นาน แนวโน้มจะปลูกเพิ่ม โดยพันธุ์ซีรอนถูกกว่า ถ้าสั่งเยอะ ๆ จะลดราคาลงได้อีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, พริกไทย, พริกไทยดำ, ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f5b4587662.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
