<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 15 วัน ปรับ 1.5 หมื่น เจ้าของบ้าน-ผู้ร่วมงานปาร์ตี้ &#039;พริตตี้วาวา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 เป็นโจทก์ฟ้องด้วยวาจา นายฤทธิ์เดช พรหมขุนทอง อายุ 44 ปี, นายปิติเลิศ อวยพร อายุ 41 ปี, นายเชิดศักดิ์ ศรัณพิพัฒน์ อายุ 42 ปี , ร.ต.อ.ธนพัฒน์ รุ่งเรืองสาคร อายุ 27 ปี เป็นจำเลยที่ 1-4 &amp;nbsp;เจ้าของบ้านปาร์ตี้และผู้ร่วมงาน ที่จ้าง น.ส.วิชญาพร วิเศษสมบัติ หรือพริตตี้วาวา ไปเอนเตอร์เทน แต่พริตตี้วาวา ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยร่วมกันมั่วสุมหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและร่วมกันกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานอัยการฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 -23 ก.พ. 2564 เวลาประมาณ 05.00 น. ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 21 คน ซึ่งแยกดำเนินคดีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้องและจำเลยที่ 1 - 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.668/2564 และจำเลยที่ 1 - 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.847/2564 ขอศาลนี้ซึ่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้ว ได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ตามวันเวลาในฟ้อง 1 ซึ่งอยู่ในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 21 คนร่วมกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านเลขที่ 402/121 ซ.พหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยร่วมรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเต้นรำ ทั้งมีการว่าจ้างพนักงานหญิงบริการ (พริตตี้) มาดูแลผู้ร่วมงานชงสุราภายในงานเลี้ยงสังสรรค์ อันเป็นการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมากถึง 25 คน ในห้องโถงชั้นที่สองของบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ปิดมิดชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเป็นการร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดในเขตพื้นที่ที่ได้มีการประกาศกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทั้งยังมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการแจกจ่ายยาเสพติดให้ผู้มาร่วมงานเพื่อเสพ ซึ่งทำให้การควบคุมสติลดลงจนไม่มีการรักษาระยะห่างระหว่างกัน และไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยอันเป็นการกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำโดยรู้สำนึก แต่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ให้โรคระบาดแพร่ออกไปในวงกว้าง ขอศาลลงโทษสถานหนักในชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพตลอดข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ลงโทษจำเลย ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 5 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) ลง 28 เม.ย. 2563 ประกาศเรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 9) ลง 6 ม.ค. 2564 โดยขยายระยะวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกระยะหนึ่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. - 28 ก.พ. 2564 &amp;nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6) และ 51 ป.อาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแขวงพระนครเหนือพิเคราะห์แล้ว พิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 (6), 51 ประกอบ ป.อาญา ม.83 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ดังนั้นฐานร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมและมั่วสุมในสถานที่แออัด คงจำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 10,000 บาท ฐานร่วมกันกระทำการซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ อันอาจเป็นเหตุให้โรคระบาดแพร่ออกไป ปรับคนละ 5,000 บาท รวมจำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 15,000 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงอาญา มีกำหนด 1 ปี ตาม ป.อาญา ม.56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อาญา ม.29, 30&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104388</URL_LINK>
                <HASHTAG>พริตตี้วาวา, ศาลแขวงพระนครเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daab24f15ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.เอกฃนรักษาพริตตี้วาวา อ่วมพบผิดเต็มๆ2กระทง ไม่คัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินแรกรับ คิดค่าอาหารทั้งที่ผู้ป่วยไม่สามารถกินได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64-อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยผลสอบโรงพยาบาลเอกชนที่ให้การรักษาพริตตี้วาวา พบผิดเต็มๆ 2 กระทง ทั้งไร้การคัดแยกระดับความฉุกเฉินผู้ป่วยเมื่อแรกรับ และมีการจัดทำเอกสารเท็จ ไม่รอช้าสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงดาบตามกฎหมายสถานพยาบาลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมมารดาของพริตตี้ วาวา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพว่าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในเขตจตุจักร มีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจนเป็นเหตุให้เกิดการรักษาล่าช้าและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เมื่อกรม สบส.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอัจฉริยะ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ตนก็ได้มอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม สบส.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ไขข้อกระจ่างเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายทันที ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯก็ได้ดำเนินการตรวจเอกสารทางการแพทย์ เวชระเบียนอย่างรัดกุม พร้อมเรียกทางฝั่งโรงพยาบาลเอกชน และญาติผู้เสียชีวิตมาให้ถ้อยคำ และนำข้อมูลที่ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมพิจารณา เมื่อบ่ายวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากคณะกรรมการได้ดำเนินการพิจารณาข้อมูลที่ได้รับอย่างถี่ถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีมติว่าโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวมีการกระทำผิดจริง จึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดำเนินการเอาผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 กับโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ใน 2 ข้อหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.ความผิดตามมาตรา 36 เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุคือวันที่ 23 กุมภาพันธ์ สถานพยาบาลไม่มีการคัดแยกผู้ป่วยว่าเข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤติ (สีแดง) ในระบบบันทึกและประเมินผู้ป่วย (UCEP) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นเหตุให้เกิดการคิดค่าบริการในขณะที่ให้บริการ ซึ่งเป็นที่มาของการร้องเรียนการรักษาพยาบาลที่ล่าช้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 2.ความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ตามมาตรา 73 เนื่องจากในใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมีการเรียกเก็บค่าอาหารจากผู้ป่วยเป็นจำนวนเงิน 400 บาท โดยที่ผู้ป่วยไม่ได้รับบริการ จึงถือว่าเป็นการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการปฏิเสธหรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจน ยิ่งในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการเคลื่อนย้ายของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัวระหว่างเดินทางเพิ่มมากขึ้น ตนได้กำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ มีการลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของโรงพยาบาลเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่บนเส้นทางหลักที่มีการสัญจรคับคั่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่าเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินตนและครอบครัวจะได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานอย่างแน่นอน และหากประชาชนพบว่าสถานพยาบาลเอกชนแห่งใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ให้แจ้งได้ที่สายด่วนกรม สบส. 1426 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95846</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์, คลินิก/รพ.เอกชน, พริตตี้วาวา, สบส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b233ad2677.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก.ยุติธรรม&#039; นำโมเดลคดีลัลลาเบล ช่วยเหลือครอบครัว &#039;พริตตี้วาวา&#039; ดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.64 - ที่ห้องแถลงข่าวกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2&amp;nbsp;อาคารกระทรวงยุติธรรมแห่งใหม่ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องจากนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยมารดาและน้องชายของนางสาววิชญาพร วิเศษสมบัติ หริอ วาวา พริตตี้สาว ซึ่งเสียชีวิตหลังรับงานเอนเตอร์เทน เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถ กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของน้องวาวา ยังเป็นข้อกังขาในสังคมซึ่งมีความคล้ายคลึงกับกรณีการเสียชีวิตของน้องลัลลาเบล โดยในเบื้องต้นได้มอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;และได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป รวมทั้งการขยายผลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่าย เรื่องยาเสพติดต้องให้ ปปส. เร่งกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสียชีวิตของน้องวาวา ถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัว ในการหารายได้เลี้ยงมารดาและยายที่ตาบอด ทั้งยังส่งเสียให้น้องชายเรียน อีกเมื่อน้องวาวาเสียชีวิตลง ครอบครัวน้องก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&amp;nbsp;โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข&amp;nbsp;ประสานกับกระทรวงแรงงาน ในการช่วยเหลือให้มารดาของน้องวาวามีอาชีพเลี้ยงครอบครัวที่สามารถทำงานได้ที่บ้าน โดยจะนำโมเดลการช่วยเหลือน้องลัลลาเบลมาเป็นต้นแบบ ในการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ ถือว่าเป็นการอำนวยความยุติธรรมที่รวดเร็ว เป็นการสานต่อนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ภายใต้การนำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนโยบายอย่างชัดเจนในการเน้นดำเนินงานเชิงรุกเพื่อสร้างสุขให้กับประชาชน&amp;nbsp;ทางกระทรวงยุติธรรมพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอยู่แล้ว และขอให้กำลังใจกับครอบครัวของน้องวาวา กับการเรียกร้องความยุติธรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94919</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลัลลาเบล, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, พริตตี้วาวา, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f81d47fdc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
