<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 23:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 23:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แลมพ์ไม่โอเค&quot;ฮัดสัน-โอดอย&quot;โดนข้อหาพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟรงค์ แลมพาร์ด บอสทีม&amp;quot;สิงห์น้ำเงินคราม&amp;quot;เชลซ๊ ออกโรงปกป้องนักเตะของตัวเอง คัลลัม ฮํดสัน-โอดอย ที่โดนใบเหลือ ในข้อหาพุ่งล้มตบตากรรมการ ในเกมที่ เชลซี เอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้ 4-2 เมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตียน ปูลิซิช โชว์ฟอร์มเป็นดาวเด่นของทีมเยือน โดยทำแฮทริกได้ พาทีมเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันจากทุกรายการ โดยในช่วง 15 นาทีสุดท้าย คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ของเชลซีล้มลงในจังหวะที่โดน เจมส์ ทาร์คอฟสกี กับ แมททิว โลว์ตัน เข้ามากดดัน และ ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ชี้นิ้วไปที่จุดโทษ ก่อนที่จะเปลี่ยนใจหลังมีการเช็ค VAR ซึ่ง ฮัดสัน-โอดอย ก็ต้องโดนใบเหลืองไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกม แลมพาร์ด กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ &amp;quot;ถ้าผมรู้สึกว่ามันเป็นการพุ่ง ผมจะพูดกับ คัลลัม และบอกเขาว่าการกระทำแบบนั้นไม่ใช่เชลซี เราจะไม่เล่นอย่างนี้เด็ดขาด แต่เมื่อคุณกำลังเคลื่อนที่เข้าไปในกรอบเขตโทษด้วยความเร็ว และหักหลบกองหลัง ถ้า VAR จะบอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่เลย ผมคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในเกมนี้ นักเตะพุ่งล้มให้เห็นหลายคน ม้านั่งสำรองของพวกเขาต้องการได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่ แอชลี่ย์ บาร์นส ขึ้นเล่นลูกกลางอากาศ เขาล้มลงกับพื้น พวกเขาเรียกร้องขอฟรีคิก&amp;quot; เกมต่อไปของ เชลซี จะลงเตะในบ้าน รับการไปเยือนของ แมนเเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก อีเอฟแอล คัพ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, พรเีมียร์ลีก, ฟุตบอล, เชลซี, เบิร์นลี่ย์, แฟรงค์ แลมพาร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db5c2bb14e05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คล็อปป์จ่อเฉือน6แข้งหงส์เพิ่มงบช็อปปิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอร์เกน คล็อปป์ บอสลิเวอร์พูล กำลังหาทางเพิ่งงบสำหรับซื้อนักเตะเสริมทัพ โดยการขายนักเตะออกไปให้ได้เงินเข้าสโมสรรวม 100 ล้านปอนด์ ซึ่งคาดว่าจะมีอยู่ 6 คนที่อาจต้องเตรียมใจที่จะต้องย้ายไปอยู่กับทีมใหม่ในซัมเมอร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากพลาดถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกไปแบบเฉียดฉิวแต้มน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่แต้มเดียว คล็อปป์ ยังคงมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยแชมป์แรกกับ ลิเวอร์พูล ด้วยเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล คือนัดชิงฯ แชมเปี้ยนส์ลีก วันที่ 1 มิ.ย.นี้ กุนซือชาวเยอรมัน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องหาทางเสริมแกร่งให้กับทีมขึ้นอีกแน่ อย่างน้อยก็ต้องมีนักเตะทดแทนให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรายงานจาก ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ เองที่ระบุว่า คล็อปป์ เตรียมที่จะโละนักเตะออกไปจำนวนหนึ่ง เพื่อเพิ่มงบในการซื้อนักเตะเสริมทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซิมง มิโยเลท์ ผู้รักษาประตู, นาธาเนียล ไคลน์ ฟูลแบ็ค และ ราฟาเอล คามาโช่ มิดฟิลด์ น่าจะหมดอนาคตกับทีมแล้ว มิโยเลท์ ฤดูกาลที่ผ่านมา ได้เป็นนายทวารมือสองของทีมรองจาก อลิสซอน หลังๆก็มีปฏิกริยาในทางลบกับสโมสร ค่าตัวจะอยู่ที่ราว 4.5 ล้านปอนด์ ไคลน์ ช่วงปีที่ผ่าน ไปเล่นให้ บอร์นมัธ แบบยืมตัว ขณะที่ คามาโช่ ยังคงมีข่าวย้ายไป เรอัล มาดริด นอกนั้นที่น่าจะได้ย้าย คือ มาร์โก กรูยิช, แฮร์รี่ วิลสัน และ ไรอัน เคนท์ แต่ก็อาจย้ายออกไปเพียงแค่ยืมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรเีมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde99bfc50dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 00:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หงส์เตรียมหวดจิ้งจอกลุ้นไร้พ่ายต่อในบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล กลับมาลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก คืนวันพุธนี้ โดยจะเปิดบ้านรับการไปเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีอันตรายอยู่ที่กองหน้าตัวเก๋า เจมี่ วาร์ดี้ ที่ มีสถิติค่อนข้างดีในการเจอกับทีมหงส์แดงในเกมลีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิเวอร์พูล พักยาวมา 11 วัน นับตั้งแต่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ในเกมที่ยิงกันดุเดือดถึง 7 ประตู เนื่องจากตกรอบบอลถ้วยไปแล้วทั้ง 2 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในขณะที่ทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเปิดศึกกับ เบอร์ตัน ในอีเอฟแอล คัพ และ เบิร์นลี่ย์ ใน เอฟเอ คัพ ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ ได้พา ลิเวอร์พูล ไป ดูไบ เพื่อเก็บตัวซ้อมหนีหนาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิเวอร์พูล ได้เบรกหนีหนาวแบบสั้นๆ โดยที่มีปัญหาผู้เล่นเจ็บอยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะมีใครบ้างสามารถที่ฟิตกลับมาลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกได้ในวันพุธนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะโดน วูล์ฟส เขี่ยตกรอบเอฟเอ คัพไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ แต่ดูจะเป็นเพราะ ลิเวอร์พูล ต้องการโฟกัสไปที่ พรีเมียร์ลีก มากกว่า และแม้จะมีตัวหลักเจ็บอยู่บางคน ทีมของ คล็อปป์ ก็ยังเก็บชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกมาได้อย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาระยะห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แบบค่อนข้างหายห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่แพ้ให้กับทีมแชมป์เก่าไป 2-1 ช่องว่างหุบลงจาก 7 เหลือ 4 แต้ม แต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีพลาดท่าใมห้กับทีมอื่น โดยเฉือนชนะ ไบรท์ตัน มาได้ 1-0 ที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สังหารจุดโทษชี้ขาดเกมนั้น ก่อนจะมาบดเอาชนะ พาเลซ ได้อย่างสุดมัน 4-3 ที่แอนฟิลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยชนะในเกมล่าสุดทำให้ ลิเวอร์พูล เพิ่มสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันที่ แอนฟิลด์ เป็น 32 นัดแล้วในพรีเมียร์ลีก และกำลังมีลุ้นที่จะทำลายสถิติไร้พ่ายในบ้านของตัวเองติดต่อกันยาวนานที่สุดในดิวิชั่น นับตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยทำได้ 37 เกม ระหว่างเดือน ธันวาคม 2010 และ ธันวาคม 2012
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ลิเวอร์พูล ยังไม่แพ้ใครในการลงเตะบ้านนัดกลางสัปดาห์ 19 นัดหลังสุด ในพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น อังคาร, พุธ หรือ พฤหัสฯ โดยสามารถชนะได้ 13 นัด เสมอ 6 นับตั้งแต่ที่ โดน ฟูแล่ม บุกเชือด ในเดือน พฤษภาคม 2012 และ 7 นัดหลังสุดที่เตะในบ้านนัดกลางสัปดาห์คือชนะได้ทั้งหมด และเกมกับ เลสเตอร์ จะเป็นโอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะทำได้ 8 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ มีนาคม 2010
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหวังของทาง เลสเตอร์ คือต้องภาวนาให้ ลิเวอร์พูล รั่วได้อีกหลังเพิ่งโดน พาเลซ ยิงได้ถึง 3 ประตูในเกมล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงอย่างนั้น ทีมของ คล็อปป์ ก็ยังถือว่ามีสถิติแนวรับดีที่สุดในลีก โดยยังเสียน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 4 ประตู แต่ปัญหาในช่วงหลังอาจมาจากแนวรับที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเนื่องจากมีผู้เล่นบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลสเตอร์ ซิตี้ แม้ฟอร์มจะไม่ได้ดีอะไรนัก แต่ยังมีกองหน้าที่คู่แข่งต้องระวังอยู่ คือ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าที่มีสถิติค่อนข้างดีในการเจอกับ ลิเวอร์พูล โดยหัวหอกวัย 32 รายนี้ สถิติเป็นรองก็เพียง เธียร์รี่ อองรี กับ แอนดี้ โคล เท่านั้น หลังเคยพังตาข่ายทีมหงส์แดงมาแล้ว 7 ลูก เฉพาะในพรีเมียร์ลีก โดย อองรี เคยทำได้ 8 และ โคล เคยทำได้ 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปโปรแกรมพรีเมียร์ลีก คืนวันพุธที่ 30 มกราคม 2019 (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) - เซาแธมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ เวลา ตี 02.45 น. ทาง beIN SPORTS 3, บอร์นมัธ พบ เชลซี เวลา 2.45 น. ทาง beIN SPORTS 4, ลิเวอร์พูล พบ เลสเตอร์ เวลา 3.00 น. ทาง beIN SPORTS 1, และ ท็อตแน่ม พบ วัตฟอร์ด เวลา 03.00 น. ทาง beIN SPORTS 2&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรเีมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เลสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5088b6dca20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
