<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขื่อนเจ้าพระยา&#039; ระบายน้ำเพิ่มขึ้น เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนรับมือปริมาณน้ำสูงสุดปลายเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือตอนล่างและในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในวันนี้น้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 1,962 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ อ.เมืองชัยนาท ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 16.50 เมตร(รทก) น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณ 1,749 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 139 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา น้ำสูงขึ้น 43 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 13.47 เมตร(รทก) ส่วนน้ำที่ส่งเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตกและวันตะวันออก มีปริมาณรวมกัน 412 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 65 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 12/2564 เรื่องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เนื่องจากประเมินปริมาณฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในช่วงวันที่ 20-26 กันยายน 2564 จะส่งผลให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุด บริเวณสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 28 กันยายน 2564 และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 29 กันยายน 2564 ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายเขื่อน บริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1 เมตร ในช่วงวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ แจ้งเตือนจังหวัดในพื้นที่ท้ายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งผู้ประกอบกิจการ ในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผงและคลองบางบาล รวมทั้งปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ เพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117600</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, พร่องน้ำ, สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614be4596d607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำล้นเขื่อน! หนองคายเร่งระบายลงแม่น้ำโขง รับมือพายุ &#039;โพดุล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - จังหวัดหนองคาย ยังคงเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลางหลัก 3 แห่งที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่างเกินความจุ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยหินแก้ว อ.โพธิ์ตาก ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 4.047 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 101.175&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยทอนตอนบน ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 8.493 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 108.885 และอ่างเก็บน้ำห้วยบังพวน อ.ท่าบ่อ ที่มีปริมาตรน้ำภายในอ่าง 9.606 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 111.439 ขณะนี้อ่างเก็บน้ำหลักขนาดกลาง 4 แห่ง มีปริมาตรน้ำ รวม 23.184 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 100.06&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้เร่งระบายน้ำจากลำห้วยสาขาที่มีประตูระบายน้ำทั้งลำห้วยหลวง และลำห้วยโมง โดยเฉพาะลำห้วยโมง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง อ.ท่าบ่อ ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน เร่งระบายน้ำจากลำห้วยลงในแม่น้ำโขง ซึ่งวันนี้ (29 ส.ค. 62) มีน้ำอยู่ในระบบมากถึง 14.688 ล้าน ลบ.ม. สามารถระบายน้ำลงในแม่น้ำโขงได้วันละ 7.636 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำในลำห้วยโมงสูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขง 1.5 เมตร ซึ่งการเร่งระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำและในลำห้วยสาขาครั้งนี้ เพื่อเป็นการพร่องน้ำได้รองรับฝนที่จะตกลงมาใหม่จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน&amp;ldquo;โพดุล&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44539</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, พร่องน้ำ, พายุโพดุล, ระบายน้ำ, อ่างเก็บน้ำหนองคาย, เขื่อนหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67304772098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
