<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหิม!ขีดเส้น พ.ร.ฎ. ขู่เกิน18ม.ค.ม็อบแน่/คสช.เดือดอัดวุฒิภาวะปชต.บกพร่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โฆษก คสช.อัดกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวุฒิภาวะทาง ปชต.บกพร่อง ใช้อารมณ์กราดเกรี้ยว ผลักคนเห็นต่างอยู่ฝ่ายตรงข้าม แจง ผบ.ทบ.ห่วงบ้านเมือง ช่วงพระราชพิธีมหามงคลอยากให้ประเทศสงบเรียบร้อย &amp;quot;ทษช.&amp;quot; โต้ ผบ.ทบ.มีอคติป้ายสีคนค้านเลื่อนเลือกตั้งทั้งที่รัฐบาลไม่ชัดเจนเอง &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; เตือนฟางเส้นสุดท้าย ปชช.ลุกฮือทั่วประเทศขับไล่ ขณะที่กลุ่มอยากเลือกตั้งเหิมขีดเส้นภายใน 18 ม.ค.หากยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งพร้อมยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โพลมองเลื่อนเลือกตั้งไม่คุ้มค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนักการเมือง ตอบโต้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ในฐานะเลขาธิการ คสช. ตำหนิการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า เชื่อว่าประชาชนเข้าใจในสาระสำคัญที่ ผบ.ทบ.สะท้อนให้เห็นภาพด้วยความห่วงใย ในฐานะที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อย ที่กองทัพบกประสงค์ให้ในช่วงเวลาสำคัญนี้ วาระสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่เป็นมหามงคลยิ่งของพสกนิกร ที่ในตลอดห้วงชีวิตนี้จะมีโอกาสได้มีส่วนร่วมเพียงครั้งหนึ่ง ควรจะเป็นช่วงเวลาที่สังคมไทยมีบรรยากาศที่มีความสุขสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ในขณะนี้ภาคส่วนต่างๆ ส่วนใหญ่รับข่าวสารเรื่องการเลือกตั้งด้วยวิจารณญาณ มีความเข้าใจในเหตุและผล และเฝ้าดูการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีความพร้อมที่จะร่วมสร้างบรรยากาศแจ่มใสให้ประเทศไทย เพื่อเตรียมสำหรับพระราชพิธีที่เป็นมหามงคลยิ่ง และสามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด อย่างไรก็ตามกองทัพบกเชื่อในความตั้งใจจริงของทุกฝ่าย ที่กำลังหารือเพื่อให้ได้การปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุด สง่างามที่สุด ประชาชนเห็นด้วยที่สุด และเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในความเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก คสช.กล่าวอีกว่า หากสังคมไทยจะมองการตั้งใจเคลื่อนไหวอย่างมีนัยที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วยความรู้สึกกังขา และมองว่าไม่เหมาะไม่ควร ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นอารมณ์ประชาธิปไตย ที่ใครๆ ก็มีสิทธิจะเกิดความรู้สึกแบบนั้นขึ้นได้ และถ้ามองอย่างพิจารณา อาจตั้งข้อสังเกตได้ไหมว่าความเคลื่อนไหวบางอย่างได้กลายเป็นอาชีพหนึ่งไปเสียแล้ว และยังเป็นวิธีการเดิมๆ ที่บางกลุ่มบางส่วนนำมาใช้ โดยที่บางครั้งก็ไม่ได้สนใจบริบททางสังคมโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเคลื่อนไหวแบบมีนัยและการวิจารณ์ด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยทัศนคติเชิงลบ ไม่น่าจะเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยที่งดงาม และยังไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อสังคมไทยเลยแม้แต่น้อย ส่วนการให้ความเห็นของสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น คงไม่ต่างจากความเห็นเก่าที่ได้เคยประกาศไว้ตั้งแต่อดีต แต่ระยะหลังมีความกราดเกรี้ยวในถ้อยคำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวาทะที่สังคมคงจะต้องไตร่ตรองให้ชัดเจน โดยเฉพาะการชูประเด็นว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยแล้วผลักผู้อื่นให้ไปอยู่ตรงข้าม อาจมองได้ถึงวุฒิภาวะทางประชาธิปไตยที่กำลังบกพร่องก็เป็นได้&amp;quot; พ.อ.วินธัย กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปี 2562 เป็นปีแห่งความปลื้มปีติและความเป็นมงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย และเป็นวาระสำคัญของประเทศในการเลือกตั้งทั่วไป และการร่วมกันทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพอาเซียน รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงยังคงเดินหน้าร่วมกันขับเคลื่อนงานหลักในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประเทศต่อเนื่องกันไป สำหรับการแสดงความคิดเห็นและการลงพื้นที่หาเสียงของบางพรรคการเมืองที่มีเจตนาพาดพิงชี้นำบิดเบือนเชื่อมโยงข้อมูลใส่ร้ายป้ายสีกองทัพและสถาบันการศึกษาทางทหารให้มีภาพลักษณ์เสียหาย และเกิดความเข้าใจผิดจากประชาชนนั้น ขอให้สังคมได้ใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบและพิจารณายกระดับบรรทัดฐานการทำงานการเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ควบคู่กันไป โดยเฉพาะอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง ควรเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย วาจาก้าวร้าวพาดพิงสถาบันใดๆ เพียงเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์แสดงออกถึงวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม เชื่อว่าไม่เป็นที่พึงปรารถนาของสังคม และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กและเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพมีจิตวิญญาณ และกำลังพลทุกคนของกองทัพคือพี่น้องประชาชนที่เสียสละหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติสืบเนื่องกันมาด้วยความตั้งใจ ขณะเดียวกัน ก็เปิดกว้างรับฟังทุกข้อคิดเห็นจากสังคมอย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด เพื่อการปรับเปลี่ยนและพัฒนาบทบาทของกองทัพให้มีความเหมาะสมเพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป และความต้องการที่แท้จริงของประชาชน จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสร้างสรรค์&amp;quot; พล.ท.คงชีพกล่าว&amp;nbsp;
ซัด ผบ.ทบ.มีอคติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ตำหนิกลุ่มที่เคลื่อนไหวคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง ว่า ตนไม่กังวล และเห็นว่าทุกฝ่ายไม่ควรสร้างความขัดแย้ง ส่วนผู้ที่เคลื่อนไหว หากกระทำตามกรอบกฎหมายก็ถือเป็นสิทธิ์ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการเลื่อนการเลือกตั้งนั้น จะเลื่อนไปนานเท่าใด ผมตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายในกรอบกฎหมาย 150 วัน ซึ่งการเปิดตัวคิกออฟในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเดินหน้าสู่สนามการเลือกตั้ง และจะไม่กลับสู่วงจรรัฐประหารอีก&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การที่ ผบ.ทบ.พูดถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและประชาชนที่คัดค้านการเลื่อนการเลือกตั้ง แสดงถึงความไม่เข้าใจเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย มีอคติ คับแคบ และเป็นการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม การชุมนุมแสดงความคิดเห็นย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพ ตราบใดที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร จะว่าเป็นความวุ่นวายได้อย่างไร การพูดว่าพวกนี้มีหน้าที่สร้างความวุ่นวายและมีคนสั่งให้ทำก็ไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงอะไรรองรับ เป็นการดูถูกประชาชนที่อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วตามกำหนดที่ประกาศไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทบ.ได้พูดถึงพระราชพิธีเหมือนกับจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าผู้ที่คัดค้านการเลื่อนการเลือกตั้งไม่คำนึงถึงพระราชพิธี ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริงเลย ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่รัฐบาลไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าต้องการอย่างไร มีเหตุผลอย่างไร คนจำนวนไม่น้อยก็คิดว่ายิ่งเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม เป็นต้น การพูดของ ผบ.ทบ. จึงอาจทำให้คนโกรธเคืองกัน แทนที่จะรับฟังความเห็นที่อาจจะต่างกัน แต่ทุกฝ่ายก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ระบุว่า สาเหตุที่ประชาชนทั่วประเทศอยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว ก็เพราะอยากให้บ้านเมืองคืนสู่สภาพปกติ ทำให้เกิดโอกาสในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาอื่นๆ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ทษช. &amp;nbsp;กล่าวว่า เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แน่นอนคนไทยทุกคนล้วนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ตำหนิกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่าคิดแต่อยากจะเลือกตั้ง และพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายนั้น ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องคงไม่ใช่เพียงแค่อย่าเลื่อนการเลือกตั้ง ความชัดเจนของรัฐบาล คสช.ในการกำหนดวันเลือกตั้งจะช่วยคลายความกังวลของทุกฝ่าย แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา กลับไม่มีความชัดเจน เกิดการโยนกันไปมาระหว่างรัฐบาล คสช.และ กกต. จนประชาชนเกิดความสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือความชัดเจน แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้สัญญากับนานาประเทศว่าจะจัดการเลือกตั้งตั้งแต่หลายปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน และมีแนวโน้มว่าอาจจะเลื่อนออกไปอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ประชาชนต้องการให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด จึงอยากเรียกร้องให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแสดงความชัดเจนออกมาเสียที หยุดย่ำยีประเทศ อย่าเพิกเฉยต่อความหวังของประชาชน และหยุดขวางโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากความเสียหายไปมากกว่านี้&amp;quot; นายพงศ์เกษมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวว่า การที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูดในลักษณะดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในฐานะที่ตัวท่านเองมีหน้าที่หนึ่งคือการดูแลความสงบเรียบร้อย เพราะเป็นการประกาศชัดเจนว่าอยู่ตรงข้ามกับผู้ชุมนุม และสะท้อนความไม่เข้าใจอารมณ์และความต้องการของประชาชน ที่ต้องการเปลี่ยนเข้าสู่การเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสงบผ่านการเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่ได้เท่ากับความวุ่นวาย ความไม่ชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งต่างหากที่จะเป็นต้นเหตุของความไม่สงบในบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญอย่างยิ่ง ผบ.ทบ.ไม่ควรหยิบยกเรื่องงานพระราชพิธีมาเป็นประเด็นในการปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน เพราะพระราชพิธีสำคัญกับการเลือกตั้งสามารถดำเนินการไปด้วยกันได้ในระบอบประชาธิปไตย หากผู้มีอำนาจไม่เจตนาจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหา ดังนั้น การให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ.จึงไม่เหมาะสม และอาจจะถูกมองได้ว่าเจตนาจะสร้างเรื่องให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นเสียเอง&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
ขู่ ปชช.ลุกฮือขับไล่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พ.พ.ช.) กล่าวว่า จากการที่พรรคเพื่อชาติได้เดินสายพบปะประชาชนทั่วประเทศ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันถึงความลำบาก เดือดร้อน โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ส่วนใหญ่ต่างต้องการให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว &amp;nbsp;ด้วยเป็นความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงครั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62 จึงเกิดกระแสต่อต้านขึ้น โดยเฉพาะครั้งนี้เป็นกระแสที่รุนแรงมากกว่าทุกครั้ง เพราะถือว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวได้ประกาศท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะจัดเลือกตั้งขึ้นในวันดังกล่าว จึงเสมือนเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับคนไทย และเป็นที่รับรู้ต่อนานาอารยประเทศ ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนต่างแสดงออกถึงความไม่พอใจเมื่อรัฐบาลที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์กล่าวว่า กระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก แม้กระทั่งกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน ก็ออกมาเรียกร้องไม่ให้เลื่อนการเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ออกมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบแฟลชม็อบ ซึ่งได้ผลตอบรับดีเกินคาด เช่นเดียวกันยังมีองค์กรภาคประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา แสดงออกถึงการคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง เป็นการชุมนุมอย่างไม่มีรูปแบบ แต่แฝงไปด้วยพลัง และอุดมการณ์อันแรงกล้า ที่รัฐบาล หรือ คสช. จะประมาทไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากำลังรอฟางเส้นสุดท้ายสักเส้นหนึ่ง ที่ความอดทน อดกลั้นของประชาชนจะขาด และออกมาต่อต้านอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วทั้งประเทศ หากถึงวันใดที่ประชาชนไม่ยอมอีกแล้ว กระแสสังคมถูกจุดติด ลุกลามบานปลาย จนยกระดับเป็นการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศขึ้นมา เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี รัฐบาล ก็มีความเป็นไปได้สูง หาก คสช.เมินความรู้สึกของสังคม และประเมินพลังของประชาชนต่ำไป ซึ่งอาจส่งผลต่อรัฐบาล คสช.อย่างคาดไม่ถึง ประวัติศาสตร์ได้บอกแล้วว่า ผู้ก่อการรัฐประหารทุกคณะจุดจบเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังทันยังพอลงได้ แม้จะลำบากหน่อย แต่ถ้าลงช้ากว่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และคณะ ระวังจะลงไม่สวย&amp;quot; นายรยุศด์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กทม. ทางกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ &amp;ldquo;จ่านิว&amp;rdquo;, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมปราศรัยแสดงพลังในจุดยืน &amp;ldquo;ไม่เลื่อน ไม่ล้ม ไม่ต่อเวลาการเลือกตั้ง&amp;rdquo; คู่ขนานไปพร้อมๆ กับการจัดกิจกรรมดังกล่าวที่บริเวณศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วบริเวณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเวลา 17.00 น. มีเหตุชุลมุนเล็กน้อยระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องการใช้เครื่องขยายเสียง ก่อนจะเจรจากันสำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ยินยอมให้ใช้เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ได้ จากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. น.ส.ณัฏฐาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยวางพวงหรีดเขียนชื่อ สนช., กกต., คสช., ครม., สปช. และ กรธ. หรือแม่น้ำทั้ง 6 สาย เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้การเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 ที่ถูกเลื่อนออกไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสิรวิชญ์อ่านแถลงการณ์ว่า ข้อเรียกร้องความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งไม่ได้รับการตอบสนอง ทางกลุ่มขอยื่นคำขาดต่อรัฐบาล คสช. 3 ข้อ ดังนี้ 1.ไม่เลื่อนวันเลือกตั้งให้ล่วงเลยกว่าวันที่ 10 มี.ค. 2.ไม่ล้มการเลือกตั้งด้วยการใช้เล่ห์กล ข้ออ้าง หรือเทคนิคทางกฎหมายใดๆ และ 3.ไม่ต่อเวลาให้กับการอยู่ในอำนาจของตน ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความได้เปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากภายในวันที่ 18 ม.ค.ไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง มวลชนจะยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น. วันที่ 19 ม.ค.62&amp;rdquo; นายสิรวิชญ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคปชป.และอดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มีบันทึกการประชุมระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับ กกต. ครั้งที่ 185 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 ที่เผยแพร่กันว่า ประธาน กรธ.และตน มีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน เป็นที่รู้เรื่องแล้วว่าหมายถึงการหย่อนบัตรอย่างเดียว เจตนาของการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว เข้าใจว่าน่าจะต้องการให้สังคมเห็นว่า การยื้อการเลือกตั้งออกไปสามารถทำได้ถึงไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.2562
เตือน กกต.ติดคุก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมาค้นดูรายละเอียดของการประชุม ปรากฏว่าที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นเพียงแค่สรุปการประชุม ไม่มีบันทึกการประชุมตามที่มีผู้เอามาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เมื่อดูในรายละเอียดแล้ว เป็นดังนี้ 1) การประชุมครั้งที่ 185 ในวันนั้น มิใช่วาระเกี่ยวกับการพิจารณาตีความหมายมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา แต่เป็นวาระการพิจารณา พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ซึ่งเป็นกฎหมายลูก 2) จากเอกสารสรุปการประชุมที่เผยแพร่ต่อสาธารณะในเว็บไซต์ของ กรธ. ไม่มีข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญเลย 3) การหยิบยกเรื่อง 150 วันนั้น เป็นการถามจากตนในช่วงท้ายของการประชุม เพราะเป็นสิ่งที่ กกต.กังวลว่าจะเป็นความผิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4) การตอบของอาจารย์มีชัย เป็นเพียงลมปากว่าแค่หย่อนบัตร แต่เมื่อตนบอกว่าจะขอทำหนังสือถามมาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นลายลักษณ์อักษร ท่านก็ว่าต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ 5) บันทึกการประชุมที่เผยแพร่ ไม่เคยเผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่สามารถค้นได้ในเว็บไซต์ของ กรธ. และเพิ่งอาจจะเขียนเสร็จหรือเพิ่งแก้ไข มีใครลงนามรับรองบ้าง แทบไม่มีใครทราบเลย แต่มีเจตนาจะมาแก้ต่างว่า หย่อนบัตรใน 150 วัน ไม่ผิดกฎหมาย เพื่อความชอบธรรมในการยื้อการเลือกตั้ง 6) การปฏิเสธไม่ยอมตอบเอกสารที่เป็นทางการที่ กกต.สอบถามไปยัง กรธ. แสดงถึงความขลาดกลัวที่จะร่วมรับผิดชอบของ กรธ. หากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตว่า การจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วันนั้น ให้รวมประกาศผลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;กกต.จะทำให้ผู้เสียภาษีเป็นผู้รับความเสี่ยงหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ&amp;quot; ระบุว่า ตามที่เผยแพร่หนังสือของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. ถึงประธาน กกต. ซึ่งระบุว่าการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.2550 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีการประกาศผล 11 ครั้ง (ขณะนั้นกำหนดเวลา 90 วัน) พบว่า กกต.ประกาศผลภายใน 90 วัน 2 ครั้ง แต่ประกาศเลย 90 วัน 9 ครั้ง โดยใช้เวลาระหว่าง 88 วัน จนถึงสูงสุด 115 วัน มีผู้อ่านตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากในปี 2550 ไม่มีการลงโทษ อาจแสดงว่าถ้าเกิน 150 วันตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ไม่เป็นไร ตนไม่ทราบว่า กรณีปี 2550 นั้น การประกาศ 2 ครั้งที่อยู่ภายใน 90 วันเป็นประกาศใหญ่ที่ครอบคลุมจำนวน 95% หรือไม่ เพราะถ้าครอบคลุม และประกาศที่เกินเวลาเป็นการเลือกตั้งซ่อมบางเขตไม่กี่คนก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้ ในปี 2550 ไม่มีผู้ใดฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนั้น กกต.ก็ปลอดภัย แต่การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีการเปลี่ยนกติกา ซึ่งจะทำให้มีการต่อสู้กันอย่างหนัก ไม่เฉพาะจากฝั่งผู้แพ้ แต่จะมีจากฝั่งผู้ชนะด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงจะมีคนที่ไม่พอใจการชี้ขาดของ กกต.ทั้งสองฝั่ง ดังที่นายวิษณุ เครืองงาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์เมื่อ 4 ม.ค.ว่า การเลือกตั้งในครั้งก่อนๆ ผู้ที่แพ้มักจะร้องเรียน แต่เลือกตั้งครั้งนี้ใช้ระบบใหม่นับทุกคะแนนเสียง ซึ่งจะได้เห็นคนชนะร้องเรียน เพื่อทำลายคะแนนที่จะเสียไปให้กับฝั่งตรงข้ามที่จะได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นจะเห็นการร้องเรียนอุตลุดวุ่นวาย แม้หลายคนบอก กกต.สามารถแจกใบแดง ใบเหลืองไปก่อนได้ แต่นั่นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และสุดท้ายคะแนนในการจัดตั้งรัฐบาลจะเรรวน คนที่ถูกเลือกเข้ามาแล้วอาจถูกสอยภายหลัง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัยระบุอีกว่า เป็นอันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 จะกระตุ้นการฟ้องร้องกันมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน ถ้ามีใครร้องว่าการประกาศผล 95% หลัง 150 วันทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ใครจะรับประกันได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบยกเจตนารมณ์ของ กรธ.ขึ้นมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ ประเด็นที่ทุกคนต้องตระหนักคือ ในเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ขยายเวลาจาก 90 วันไปเป็น 150 วัน และในเมื่อปี 2550 การประกาศผลเลือกตั้งที่ล่าช้าที่สุดก็เกิดขึ้นใน 115 วัน ดังนั้น การวางปฏิทินให้ประกาศผลภายใน 150 วันย่อมปลอดภัยไร้กังวล เพราะกรณีถ้าหากการเลือกตั้งเกิดเป็นโมฆะ นอกจาก กกต.จะมีความผิดอาญาและต้องหารยาวรับชดใช้ค่าใช้จ่ายเลือกตั้งหลายพันล้านบาทเองแล้ว ยังไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีทั้งมวล และสร้างปัญหาต่อการจัดตั้งรัฐบาลอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถ้าจะตีความแบบศรีธนญชัย! กำหนดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ 150 วัน ยังสามารถตีความได้อีกอย่างหนึ่งว่า ระยะเวลา 150 วันนั้น เป็นเพียงระยะเวลาการออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ส่วนจะเลือกตั้งเมื่อใด นานเท่าใด ไม่เกี่ยว (ขณะนี้การตีความมี 2 อย่างคือ 1.ตีความตามที่ กกต.ตีความ คือต้องเลือกตั้งและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน และ 2.ตีความตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญตีความว่า ระยะเวลาเลือกตั้งแล้วเสร็จคือวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มีและไม่ได้ ส.ส.เลยแม้แต่สักคนเดียว)
เลื่อนเลือกตั้งไม่คุ้มค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไร กับการเลื่อนเลือกตั้ง โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,029 คน ระหว่างวันที่ 8-12 ม.ค.62 สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประชาชนคิดอย่างไร กับการเลื่อนเลือกตั้ง อาจไม่ใช่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;อันดับ 1 ร้อยละ 31.50 เห็นว่า ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายเห็นแก่ส่วนรวม ไม่สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง, อันดับ 2 ร้อยละ 23.32 กกต.ต้องประกาศวัน เวลา เลือกตั้งที่ชัดเจน, อันดับ 3 ร้อยละ 20.11 ส่งผลกระทบกับรัฐบาลและ กกต. มีกระแสข่าวในทางลบ, อันดับ 4 ร้อยละ 17.96 ถูกมองว่าเป็นการซื้อเวลา มีนัยแอบแฝง, อันดับ 5 &amp;nbsp;ร้อยละ 15.68 ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ก็ต้องมีการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.&amp;ldquo;ข้อดี&amp;rdquo; ของการเลื่อนเลือกตั้งคือ อันดับ 1 ร้อยละ 48.45 เห็นว่าทั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองมีเวลาเตรียมตัวลงพื้นที่หาเสียงได้มากขึ้น, อันดับ 2 ร้อยละ 29.19 กกต.มีเวลาเตรียมการต่างๆ เกี่ยวกับเลือกตั้งอย่างรอบคอบ รัดกุม, อันดับ 3 ร้อยละ 27.95 ประชาชนมีเวลาในการตัดสินใจมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.&amp;ldquo;ข้อเสีย&amp;rdquo; ของการเลื่อนเลือกตั้งคือ อันดับ 1 ร้อยละ 49.17 เห็นว่าบ้านเมืองขาดเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ, อันดับ 2 ร้อยละ 44.97 ทิศทางการเมืองไม่ชัดเจน อึมครึม เสียเวลา, อันดับ 3 ร้อยละ 30.70 เกิดความขัดแย้ง ใส่ร้าย โจมตีทางการเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เมื่อพิจารณาแล้ว ประชาชนคิดว่าการเลื่อนเลือกตั้งจะทำให้เกิดความคุ้มค่าหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 63.75 เห็นว่าไม่คุ้มค่า เพราะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจ การเมืองขาดเสถียรภาพ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ เป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาผู้นำเยาวชน(YLDF) โดย ดร.วงษ์ภูมิ วนาสิน และเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 100 คนทั่วประเทศ ร่วมแถลงจัดตั้ง &amp;ldquo;เครือข่ายปฏิบัติการเลือกตั้ง หรือ CEPP : Civic Election Participation Partnership&amp;rdquo; ภายใต้การรับรองของ กกต. เพื่อช่วยประเทศทำหน้าที่ 3 ประการ คือ 1) การรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp;2) การชักจูงให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากๆ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และ 3) การสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และให้มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณแถลงสรุปภารกิจของ CEPP จะมุ่งเน้นการตรวจสอบเพิ่มอีก 4 ประการ คือ 1) ตรวจสอบเล่ห์ฉลของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่อไปในทางซื้อสิทธิ์-ขายเสียง 2) ตรวจสอบพรรคการเมืองทุกพรรคว่ามีนโยบายที่ทำได้จริงและขัดต่อกฎหมายหรือไม่ 3) ตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐว่ามีความเป็นกลางในการเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครพรรคใด พรรคหนึ่งเป็นการเฉพาะหรือไม่ และ 4) ตรวจสอบ กกต.ว่าดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่กฎหมายบัญญัติหรือไม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ CEPP จะเปิดรับประชาชน หรือองค์กรภาคประชาสังคม หรือแนวร่วมทั่วประเทศที่ประสงค์จะเห็นการเลือกตั้งในทุกระดับเป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม ได้ผู้แทนของประชาชนมาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ สามารถอีเมลมาสมัครได้ที่ cepp.work@gmail.com ซึ่งระบบคัดกรองคือการเลือกตั้ง จะต้องไม่ถูกแทรกแซงโดยคนหรือกลุ่มคนที่เราเรียกว่า &amp;ldquo;มือที่มองไม่เห็น&amp;rdquo; และหาก CEPP พบความผิดปกติจะใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการบุคคลหรือกลุ่มคนเหล่านี้ทันที แม้กระทั่งผู้ควบคุมกฎก็ไม่ละเว้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26466</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ปชต.บกพร่อง, พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง, พร้อมยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b3fc7d2128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
