<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยุธยา ชลบุรี และ ฉะเชิงเทรา เตรียมรับเงินเยียวยา ม.33 วันพรุ่งนี้ ส่วนกลุ่มตกหล่นรีบผูกพร้อมเพย์ด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ส.ค. 2564 &amp;nbsp; จากกรณีที่ สำนักงานประกันสังคม ได้โอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้างนายจ้างในพื้นที่สีแดงเข้มจำนวน 13 จังหวัด โดยแบ่งโอนเงินเยียวยาดังนี้
10 จังหวัดแรกที่เริ่มจ่าย ตั้งแต่วันที่ 4-6 สิงหาคม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานคร
นครปฐม
นนทบุรี
นราธิวาส
ปทุมธานี
ปัตตานี
ยะลา
สงขลา
สมุทรปราการ
สมุทรสาคร
&amp;nbsp;
ส่วนพื้นที่สีแดงเข้มอีก 3 จังหวัด เริ่มโอนวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระนครศรีอยุธยา
ชลบุรี
ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนักงานประกันสังคมโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ดังนี้
นายจ้างได้รับ 3,000 บาทต่อคนจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คน
ส่วนลูกจ้างได้รับ 2,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ผูกบัตรประชาชน
&amp;nbsp;
9 ประเภทกิจการ ดังนี้
กิจการก่อสร้าง
&amp;nbsp;กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร
กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ
กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ
การขายส่งขายปลีก ซ่อมยานยนต์
การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์
กิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตน ม.33 ที่ตกหล่นเงินเยียวยารอบแรก ไม่ต้องกังวล 13 สิงหานี้ โอนเงินอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ตกหล่นในการโอนเงินรอบแรกนี้ ขอให้ท่านเร่งตรวจสอบข้อมูลตนเอง หากเช็คแล้วว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี ให้รีบไปติดต่อธนาคารด่วน ท่านที่ยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน ให้รีบไปดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน โดยสามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ของธนาคารที่ท่านมีบัญชีอยู่ หรือบัญชีปิด/ไม่เคลื่อนไหวแล้ว ให้ดำเนินการเปิดบัญชี และผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เพื่อรอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งสำนักงานประกันสังคม จะโอนให้อีกรอบในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม ทั้งนี้้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 สิงหาคม นี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลได้ที่ https://www.sso.go.th/eform_news/ สปส.จะแจ้งสาเหตุของกลุ่มที่ตกหล่น ว่าเหตุใดจึงโอนเงินเข้าบัญชีไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, พร้อมเพย์, ม.33, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f2a3679ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;ลุยพัฒนาดิจิทัลระบบการเงินปลื้มคนแห่ใช้พร้อมเพย์55.1ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.2563 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน &amp;ldquo;Bangkok Fintech Fair 2020&amp;rdquo; ว่า ธปท.ให้ความสำคัญกับการผลักดันการพัฒนาและลงทุนด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีในระบบการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ภาคการเงินและภาคธุรกิจในการลดต้นทุน บริหารจัดการความเสี่ยง และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการให้บริการได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ยังสามารถทำได้ในภาวะที่ทุกคนไม่สามารถเดินทางออกไปข้างนอกได้ ส่งผลให้การใช้บริการธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเร่งตัวขึ้นมากในช่วงล็อกดาวน์ รวมถึงในภาคธุรกิจก็ยังเดินต่อไปได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท.สนับสนุนการให้บริการผ่านดิจิทัลเริ่มจากบริการพร้อมเพย์ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการพร้อมเพย์เพิ่มขึ้นที่ 55.1 ล้านราย และมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลพบว่า ปริมาณการทำธุรกรรมผ่านบริการพร้อมเพย์สูงสุดถึง 20 ล้านรายการ/วัน ส่วนการทำคิวอาร์โค้ด (QR Code)ก็ได้รับความนิยมต่อเนื่อง หลังจากที่ผู้ประกอบการเห็นถึงความสะดวกในการใช้คิวอาร์โค้ดรับโอนเงินชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนใช้คิวอาร์โค้ดจำนวน 6 ล้านไอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรไท กล่าวอีกว่า ธปท.ยังผลักดัน โครงการอินทนนท์ เพื่อรองรับการโอนเงินในประเทศระหว่างสถาบันการเงิน ด้วยการแปลงเงินฝากของสถาบันการเงินที่นำมาฝากไว้ที่ ธปท.ให้อยู่ในรูปสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและโอนชำระเงินระหว่างกัน โดยขณะนี้ได้มีการขยายไปสู่ความร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารในฮ่องกงแล้ว และยังมีการใช้แพลตฟอร์มทางการเงินสำหรับภาครัฐในสังกัดกระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมระหว่างบุคคลกับบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ได้เริ่มให้ใช้การยืนยันตัวตนผ่านแพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) ในการเปิดบัญชีเงินฝากไปแล้ว และมีการนำ Bio Metrix มาใช้ในการยืนยันตัวตน และบริการแพลตฟอร์มการให้บริการด้านสินเชื่อที่ทำให้ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างสะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ที่นำดิจิทัลและเทคโนโลยีไปใช้ในการให้บริการลูกค้าภาคธุรกิจและลูกค้ารายย่อย ได้เริ่มให้ใช้การยืนยันตัวตนผ่านแพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) ในการเปิดบัญชีเงินฝากไปแล้ว และการนำ Bio Metrix มาใช้ในการยืนยันตัวตน รวมถึงการบริการแพลตฟอร์มการให้บริการด้านสินเชื่อที่ทำให้ลูกค้าของธนาคารต่างๆ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างสะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีอีกหลายเรื่องที่ ธปท. ภาครัฐและภาคเอกชน ยังต้องเร่งทำงานร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุน และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมการเป็น Digital Economy&amp;rdquo; นายวิรไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรไท กล่าวอีกว่า ธปท. จะเดินหน้าผลักดันแผนงาน 4 ด้านและต่อยอดต่อไป ได้แก่ 1.การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาคการเงินและภาคธุรกิจโดยใช้มาตรฐาน ISO 20022 เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับสามารถช่วยภาคธุรกิจในด้านข้อมูลเกี่ยวกับการทำ E-invoice และ E-Factoring ทำให้ช่วยภาคธุรกิจในเรื่องของการเก็บรวบรวมข้อมูล และเพิ่มความรวดเร็วในการได้รับเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 1 ปีครึ่งจากนี้ จึงจะนำออกมาใช้ในวงกว้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ระบบDigital Footprint เป็นระบบที่ภาคธนาคารพาณิชย์จะนำมาใช้เป็นข้อมูลในการประเมินความสามารถของลูกค้าเพื่อพิจารณาให้สินเชื่อ และทำให้ธนาคารพาณิชย์บริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ ๆ ออกมาตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้า 3. การผลักดัน NDID ในอนาคตธปท.ต้องการผลักดันใช้ระบบNDID ได้ในวงกว้าง ให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้ NDID เพื่อประกอบการทำธุรกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ โดยในระยะต่อไปจะขยายการใช้ NDID ไปสู่บริการด้านหลักทรัพย์ และบริการภาครัฐ 4. โครงการอินทนนท์ เพื่อช่วยเหลือในด้านกลไกการชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจด้วยกันเอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การชำระเงินของภาคธุรกิจ และมีความปลอดภัยมากขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), พร้อมเพย์, ฟินเทค, วิรไท สันติประภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f7e26cb12e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนทะลักเปิดบัญชีพร้อมเพย์เตรียมลงทะเบียนรับเงินเยียวยา5พัน แน่นธนาคาร3แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 - ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประชาชนต่างแห่ไปเปิดบัญชีพร้อมเพย์กันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. และธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;ซึ่งเป็น 3 ธนาคารที่เปิดรับให้ประชาชนไปลงทะเบียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาขาของธนาคารทั้ง 3&amp;nbsp;แห่งซึ่งตั้งอยู่ในย่านหาดใหญ่ใน มีประชาชนไปต่อคิวกันอย่างเนืองแน่นและเต็มทั้ง 3&amp;nbsp;ธนาคารเพราะมีทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่รอบนอกตามหมู่บ้านต่างๆและในเมืองหาดใหญ่พากันมาเปิดบัญชีพร้อมเพย์หรือเปลี่ยนบัญชีเดิมเป็นบัญชีพร้อมเพย์เพื่อความสะดวกในการโอนเงินเข้าหากได้รับการอนุมัติ&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหาดใหญ่ในถึงกับระบบล่มหลังเปิดให้เปิดบัญชีเพียงแค่ 1&amp;nbsp;ชั่วโมงและทุกธนาคารทุกจัดคิวให้เข้าไปทีละคนและต้องผ่านการคัดกรองป้องกันโควิด19&amp;nbsp;อย่างละเอียดทั้งวัดอุณหภูมิและใช้เจลล้างมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนบอกว่าต้องการมาเปิดบัญชีพร้อมเพย์สำหรับใช้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000&amp;nbsp;บาทซึ่งจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรกเพื่อความสะดวก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61131</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, พร้อมเพย์, มาตรการเยียวยา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d9ea513fce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพากร” แนะยื่นแบบผ่านออนไลน์พ่วงพร้อมเพย์ได้รับเงินคืนภาษีว่องไว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ม.ค.2562- &amp;nbsp;นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เริ่มส่งข้อมูลการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2561 ให้ธนาคารแล้ว สำหรับกรณีผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือ ผ่านทาง RD Smart Tax Application และมีความประสงค์ขอคืนภาษี กรณีที่แบบฯ ดังกล่าว ไม่ติดเกณฑ์การตรวจสอบก่อนคืนภาษี โดยหากผู้เสียภาษีลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชนไว้ ธนาคารจะนำเงินคืนภาษีเข้าบัญชีเงินฝากที่ผู้เสียภาษีได้ลงทะเบียนไว้ในวันทำการถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี และการขอคืนภาษีในปีภาษี 2560 พบว่าผู้ขอคืนภาษี ส่วนใหญ่มีการผูกบัญชีเงินฝากธนาคารด้วยเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรับเงินผ่านระบบการโอนเงินแบบ พร้อมเพย์มากกว่า 70% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561) และด้วยการปรับปรุงกระบวนการให้บริการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบการโอนเงินแบบผ่านพร้อมเพย์นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ลดภาระในการเดินทางไปธนาคารเพื่อนำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ไม่ต้องรอรับเช็คคืนภาษีทางไปรษณีย์ รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องเช็คคืนภาษีส่งไม่ถึงมือผู้รับหรือเช็คคืนภาษีสูญหายอีกทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เช็คและจัดส่งทางไปรษณีย์ซึ่งเป็นต้นทุนของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมสรรพากรขอรณรงค์ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91) ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งผู้เสียภาษี จะได้รับเงินคืนภาษีอย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็ว&amp;rdquo; นายปิ่นสาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับเงินภาษีคืน สำหรับผู้ขอคืนที่ไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน กรมสรรพากรมีช่องทางการรับเงินคืนภาษี โดยให้ผู้ขอคืนนำหนังสือแจ้งยื่นเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กรมจัดส่งให้ทางไปรษณีย์พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน และหรือเอกสารหลักฐาน ซึ่งแสดงถึงฐานะของผู้มีเงินได้ที่มีสิทธิได้รับคืนเงินภาษีไปติดต่อ เพื่อขอรับเงินคืนภาษีได้ที่ธนาคารภายในวันที่ที่ระบุไว้ในหนังสือ ซึ่งผู้เสียภาษีจะได้รับเงินคืนภาษีอย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์, พร้อมเพย์, ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ยื่นภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7871c7d0d1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจ่อขยายวงเงินโอนพร้อมเพย์ 7 แสนบาทฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังจ่อขยายวงเงินโอนพร้อมเพย์ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียม เพิ่มเป็น 7 แสนบาท ภายใน 1-2 เดือนนี้ หวังรอบรับธุรกรรมขนาดใหญ่มากขึ้น พร้อมประเมินความสำเร็จก่อนเล็งขยายเพิ่มเป็น 2 ล้านบาทในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ National e- Payment ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) เตรียมหารือกับสมาคมธนาคารไทย เรื่องการขยายวงเงินในการโอนเงินฟรีผ่านระบบพร้อมเพย์ จากวงเงิน 5 พันบาท เพิ่มเป็น 7 แสนบาทภายใน 1 - 2 เดือนนี้ โดยจะประเมินผลเพื่อพิจารณาขยายวงเงินเป็น 2 ล้านบาทในระยะต่อไป เพื่อรองรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ และรองรับธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ ( net settlement ) ในระยะต่อไป เนื่องจากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ลงทะเบียนบัญชีพร้อมเพย์ 44.3 ล้านราย มีเงินโอนรวมกันกว่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นจำนวนกว่า 525 ล้านรายการ วงเงินโอนเฉลี่ยต่ำกว่า 5 พันบาท ซึ่งเป้าหมายต่อไปต้องการให้มีการโอนเงินในวงเงินที่มากขึ้น เพื่อให้ยอดรวมการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์มีจำนวนมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายบริการ e -Wallet กับระบบพร้อมเพย์ โดยให้การไฟฟ้า การประปา &amp;nbsp;มาเชื่อมระบบให้ประชาชนสามารถจ่ายค่าบริการน้ำ ไฟ ผ่านระบบนี้ได้โดยไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส คาดว่าเริ่มให้บริการได้อีกใน 2-3 เดือนจากนี้ &amp;nbsp; หลังจากการเปิดให้บริการมาตั้งแต่ 15 ก.ย. พบว่า มีการทำธุรกรรมผ่าน e -Wallet มีรายการสะสมแล้วกว่า 1.9 ล้านรายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มอบหมายให้ ธปท. ทำหน้าที่สรุปผลงานที่ผ่านและทิศทางในอนาคตเกี่ยวกับโครงการ National e-Payment และให้กรมสรรพากร สรุปเรื่องภาษีอิเล็คทอรนิกส์ว่าจะมีทิศทางอย่างไรในอนาคต มาเสนอในการประชุมครั้งหน้าด้วย&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการพัฒนาระบบเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ให้สามารถแยกรายการชำระค่าสินค้ากับภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากกันได้ เพื่อเป็นการรอบรับโครงการการคืนภาษีจากการซื้อสินค้าให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือภาษีอื่น ๆ ในอนาคต โดยยอมรับว่าโครงกาคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีรายได้น้อย คาดว่าจะทำไม่ทันในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เนื่องจากระบบยังทำไม่เสร็จ จึงคาดว่าน่าจะเลื่อนไปเริ่มได้วันที่ 1 พ.ย.นี้ไปถึงปีหน้าแทน พร้อมกับอาจพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปให้มากกว่า 3 เดือนด้วย เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการทำโครงการบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (อี-โดเนชัน) ปัจจุบันทำได้มา 2 เดือนแล้ว โดยมีคนบริจาคผ่านคิวอาร์โค้ดประมาณ 1 ล้านบาท และบริจาคแบบโอนเงินผ่านบัญชี 78 ล้านบาท และแผนในอนาคตกรมสรรพากรจะปรับระบบให้นำเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ เฉพาะการบริจาคผ่านอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาการนำใบอนุโมนาปลอมมาใช้ลดหย่อน รวมถึงการทุจริตเงินบริจาคในวัด แต่โครงการนี้จะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้คงต้องรออีกสักระยะให้ค่อยๆปรับตัวไป &amp;nbsp;ส่วนระบบการใช้ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมสรรพากรต่อไป จะมีการส่งเสริมให้คนมาใช้เพิ่มขึ้น โดยอาจจะพิจาณาลดอัตราภาษีให้น้อยลง เช่น จากเดิมเสียกันที่ 1-5% ให้ลดเหลือ 1-2%สำหรับคนที่มาใช้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16308</URL_LINK>
                <HASHTAG>National e- Payment, ธนาคารแห่งประเทศไทย, พร้อมเพย์, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, โอนเงินพร้อมเพย์ 7 แสนไม่เสียค่าธรรมเนียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. แจงแบงก์แข่งดุ “ฟรีค่าธรรมเนียม” หนุนฐานลูกค้าเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. แจงแบงก์พาณิชย์แข่งดุแห่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ช่วยหนุนฐานลูกค้าเพิ่มในระยะยาว ระบุ &amp;ldquo;พร้อมเพย์&amp;rdquo; เป็นหนึ่งในทางเลือกการใช้บริการของประชาชน ชี้หลายสถาบันการเงินเว้นค่าธรรมเนียมกรณีโอนเงินเกิน 5,000 บาทอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค. 61 - นางสาว สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เป้าหมายในเรื่องการส่งเสริม e-Payment คือ การให้ประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้เงินสดและเช็ค ซึ่งการปรับลดค่าธรรมเนียมโอนเงินด้วยเลขที่บัญชีของธนาคารพาณิชย์ ตามกลไกตลาดในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการทำธุรกรรมทางการเงินมากขึ้น &amp;nbsp;ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ก็จะได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นและสามารถต่อยอดการให้บริการอื่นๆ ได้ และจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลางทำให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งธนาคารพาณิชย์และผู้ใช้บริการทางการเงินจะได้ประโยชน์ในระยะยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับพร้อมเพย์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ประชาชนสามารถโอนและชำระเงินได้ง่าย และสะดวกด้วยการใช้หมายเลขโทรศัพท์และเลขประจำตัวประชาชนแทนเลขที่บัญชี และมีบริการต่อยอดต่างๆ เช่น บริการชำระบิลข้ามธนาคาร บริการเตือนเพื่อจ่าย (Request to Pay) เป็นต้น ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ ในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์นั้น แม้จะมีการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมตามช่วงมูลค่า เช่น &amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน 10 บาท แต่ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งก็มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ที่เกิน 5,000 บาท ให้กับประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าธรรมเนียม, ทำธุรกรรม, ธนาคารพาณิชย์, ธปท., พร้อมเพย์, สถาบันการเงิน, หมายเลขโทรศัพท์, อิเล็กทรอนิกส์, แบงก์, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcd336c290d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2018 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญชีกลาง&#039;เคาะจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เดือน ม.ค. รอบ 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;บัญชีกลาง&amp;rdquo; เคาะจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เดือน ม.ค. 2561 รอบ 2 ในวันที่ 22-23 ม.ค. นี้ สำหรับผู้มีสิทธิ 2 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 164 ล้านบาท แจงตังแต่ มี.ค. เป็นต้นไป พร้อมโอนเงินอุดหนุนผ่านระบบพร้อมเพย์ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับกรณีที่มีการชะลอการจ่ายเงินสำหรับผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เนื่องจากได้มีการกำหนดให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กรมกิจการเด็กและเยาวชนกำหนดไว้ในปี 2561 โดยที่ประชุมเห็นสอดคล้องกันว่าจะเพิ่มรอบการจ่ายเงินประจำเดือน ม.ค. 2561 รอบที่ 2 ในวันที่ 22-23 ม.ค. นี้ โดยในรอบนี้มีผู้มีสิทธิได้รับเงินทั้งสิ้น 2.02 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 164 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 9-10 ม.ค. 2561 กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำเดือน ม.ค. 2561 รอบที่ 1 ผ่านระบบการโอนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิแล้ว จำนวน 1.86 แสนราย คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 134.62 ล้าน สำหรับเดือน ก.พ. &amp;nbsp;2561 กรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินในวันที่ 12-13 ก.พ. 2561 และตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นไป จะจ่ายเงินภายในวันที่ 10 ของทุกเดือนตามเดิม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1346</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีกลาง, พร้อมเพย์, เด็กแรกเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180119/image_mid_5a61ba949850e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
