<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉ่ง‘รีเดม’ขู่เข็ญศาล ไต่สวนเบนจาละเมิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานศาลยุติธรรมออกแถลงการณ์พฤติกรรมของกลุ่มรีเดม ขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรม ก้าวล่วงใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซงศาล ไม่ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตย ตร.พหลฯ ยื่นฝากขัง 2 ราย ศาลไม่ให้ประตัว คิวต่อไป &amp;quot;เบนจา&amp;quot; โดนแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 สำนักงานศาลยุติธรรมเผยแพร่แถลงการณ์หลังผู้ชุมนุมกลุ่มรีเดมชุมนุมหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 2 พ.ค. มีเนื้อหาระบุว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณศาลอาญาเมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่บุคคลจำนวนหนึ่งใช้ความรุนแรงด้วยการขว้างปาสิ่งของ ใช้เครื่องมือยิงวัสดุเข้ามาในอาคารศาล การใช้วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง จนเกิดความเสียหาย ความรุนแรงและไม่สงบขึ้นนั้น นอกจากจะเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลอาญา ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยและอันเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรมภายในกรอบของกฎหมาย อีกทั้งยังมีลักษณะของการก้าวล่วงใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซงโดยหวังผลให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาไปในทางหนึ่งทางใดตามที่กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงมุ่งประสงค์โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันเป็นการมุ่งทำลายความอิสระของตุลาการตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการใช้ความรุนแรงดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันยังมีพฤติกรรมทำนองขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไม่เพียงแก่บุคลากรในศาลยุติธรรมเท่านั้น หากแต่ยังมีการขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรมด้วย ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด พฤติกรรมดังกล่าวที่มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ ใช้สื่อโซเชียลต่างๆ ล้วนมุ่งหวังให้เกิดผลในทำนองเดียวกับการใช้ความรุนแรงข้างต้นที่ต้องการให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งในทางที่ตนเองหรือขบวนการของตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจึงขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบการกระทำและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากมีการกระทำใดที่เป็นการละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นและใช้เสรีภาพของตนอย่างสันติ ด้วยความสงบ และงดเว้นการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต เป็นภยันตรายแก่ร่างกาย หรือสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินไม่ว่าของส่วนบุคคลหรือของทางราชการ และให้การดำเนินกระบวนพิจารณาต่างๆ ดำเนินไปตามครรลองของกฎหมายที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง ศาลยุติธรรมทุกศาลจะยังคงทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติ พิพากษาและมีคำสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คดี 2 ผู้ต้องหาร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเดมหน้าศาลอาญา คือนายร่อซีกีน นิยมเดชา อายุ 20 ปี และ น.ส.หทัยรัตน์ แก้วสีคราม อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 โดยฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 พ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องสอบพยานจำนวน 6 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสองมาประกอบสำนวนการสอบสวน เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ผู้ต้องหาที่ 1-2 ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแต่ไม่เลิกฯ, ร่วมกันทำให้ทรัพย์เสียหายฯ, ร่วมกันมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดต่อฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 83, 138 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 140 วรรคหนึ่ง, 295 ประกอบมาตรา 289 (2), 215 วรรคหนึ่ง, 216, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป เกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองไป มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินยื่นคำร้องขอให้ศาลตรวจสอบการจับกุม 1 ในเยาวชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเดม ศาลได้ทำการไต่สวนตามที่พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินผู้ร้องขอแล้ว มีคำสั่งว่าให้ออกหมายควบคุมเว้นแต่มีประกัน ต่อมาผู้ปกครองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา โดยให้ทำสัญญาประกัน วางหลักประกันจำนวน 10,000 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายข้อหา จึงเห็นควรเรียกหลักประกันเพื่อป้องกันมิให้หลบหนี เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงระบาดของเชื้อโควิด-19 หากควบคุมผู้ต้องหาอาจได้รับการติดเชื้อ จึงเห็นสมควรปล่อยชั่วคราว แต่ให้เรียกหลักประกัน วันนี้ผู้ต้องหานำเงินมาเพียง 2,000 บาท จึงให้วางเป็นหลักประกัน ส่วนที่เหลือให้วางภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ โดยให้วางส่วนที่เหลือถึงวันที่ 17 พ.ค.2564 หากนำเงินมาวางครบให้ใช้สัญญานี้เป็นสัญญาประกันต่อไป และนัดรายงานตัวในวันที่ 22 มิ.ย.2564 เวลา 08.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นอกรั้วศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของสำนักงานเขตจตุจักร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของศาลอาญา และจิตอาสาจำนวนกว่า 100 คน เข้าทำความสะอาดบริเวณภายในและภายนอกศาลอาญา ที่กลุ่มผู้ชุมนุมรีเดมได้ทำลายสิ่งของ ขว้างปาและสาดสี รวมทั้งยิงหัวนอต ลูกเหล็ก ลูกแก้ว ลูกหิน ใส่บริเวณกระจกทางเข้าศาลอาญา มีร่องรอย 7-8 รู ในเหตุการณ์ชุมนุมหน้าศาลเมื่อวันที่ 2 พ.ค. โดยในช่วงที่ทำความสะอาดมีคราบสีน้ำมัน คราบไข่ไก่ มะเขือเทศปะปน และมีกลิ่นคาวคละคลุ้ง ซึ่งในการทำความสะอาดครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการฉีดน้ำล้างทำความสะอาด และนำทรายมาถมตรงจุดที่มีคราบน้ำมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณป้ายศาลอาญาริมถนนรัชดาภิเษกได้รับความเสียหายด้วยการถูกสาดสี เจ้าหน้าที่ทำการระดมล้างทำความสะอาด และตัวสัญลักษณ์พญาครุฑหักโค้งงอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทำให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 08.30 น. เนื่องจากวันนี้ศาลยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญายื่นคำร้องคดีละเมิดอำนาจศาล รวม 3 ชุด ที่กล่าวหา น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี, นายณัฐชนน ไพโรจน์ อายุ 21 ปี สมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี แกนนำกลุ่มราษฎรนนทบุรี ฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล และกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญา ว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา พ.ศ.2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลาประมาณ 12.30 น. มีมวลชนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประมาณ 300 คน ได้มีการเชิญชวนกันมาทำกิจกรรมอื่นจดหมาย &amp;ldquo;ราชอยุติธรรม&amp;rdquo; พร้อมทั้งยืนอ่านกลอน &amp;ldquo;ตุลาการภิวัติ&amp;rdquo; ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาในบริเวณศาลอาญา และรวมตัวกันบริเวณบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) มีการใช้เครื่องขยายเสียงพร้อมทั้งตะโกนข้อความ &amp;ldquo;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.เบนจาได้วิ่งผ่านแนวรั้วแผงเหล็กที่กั้นอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา โปรยแผ่นกระดาษขณะวิ่งขึ้นบันได โดยพยายามหลบหลีกเจ้าหน้าที่ศาลอาญา พร้อมตะโกนสรุปข้อความว่า &amp;ldquo;ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย&amp;rdquo; เมื่อโปรยกระดาษเสร็จแล้วได้หยุดยืนอยู่บริเวณบันได และพูดผ่านเครื่องขยายเสียงโดยหันหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ศาล พร้อมโปรยกระดาษที่เหลืออีกครั้งต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ขณะที่นายณัฐชนนกับนายชินวัตรได้ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง มีเนื้อหาโจมตีศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงให้เรียก น.ส.เบนจามาไต่สวนฐานละเมิดอำนาจศาลในวันที่ 27 พ.ค.2564 เวลา 13.30 น. ส่วนนายณัฐชนนและนายชินวัตร ให้เรียกมาไต่สวนในวันที่ 19 พ.ค.2564 เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศาลยังไม่ให้ประกันตัวนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อาญา ม.112 กรณีร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเดมที่สนามหลวง แปะป้ายที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลบนพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.อีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัว, ขู่เข็ญและสร้างความหวาดกลัวไปยังบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษาและบุคลากรในศาลยุติธรรม, พฤติกรรมของกลุ่มรีเดม, รีเดม, ศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608ffdc8389ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
