<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ให้ประกันอดีตรมต.อุ้มฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บรรยิน&amp;quot;-พวกรวม 6 คนนอนคุก! ศาลไม่ให้ประกันหวั่นหลบหนี หลังกองปราบฯ ยื่นฝากขังผลัดแรก คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เผยพฤติการณ์สุดเหี้ยม คุมทีมเองทุกขั้นตอน สตช.แถลงทางเอกสาร &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; นำทีมสืบสวนจนจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 13.15 น. พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน อายุ 56 ปี, นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และดาบตำรวจธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-6 คดีร่วมกันอุ้มลักพาตัวและฆ่า&amp;nbsp;นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ&amp;nbsp;พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อข่มขู่ น.ส.พนิดาให้ยกฟ้องคดี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.-7 มี.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานบุคคลจำนวน 10 ปาก, รอผลการตรวจสอบวัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้จากการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาและจากที่เกิดเหตุ, รอผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ และรอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า สืบเนื่องจากพนักงานอัยการกองคดีอาญากรุงเทพใต้ และทายาทของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ผู้ตาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวก เป็นจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสาร ใบโอนหุ้นและมีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ไปให้พรรคพวกของ พ.ต.ท.บรรยิน ที่ร่วมกระทำความผิดโดยทุจริต ซึ่งเป็นคดีที่มีความเกี่ยวพันกับการฆาตกรรมอำพรางนายชูวงษ์ ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยินถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาพระโขนงอีกคดีหนึ่ง ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้สั่งรวมสำนวนเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.305/2561 โดยมอบหมาย น.ส.พนิดา ผู้พิพากษาอาวุโสเป็นเจ้าของสำนวน ซึ่งได้มีการสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว และมีการนัดหมายฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ในวันที่ 20 มี.ค.2563 ต่อมาผู้ต้องหาที่ 1-6 ได้สมคบกันเพื่อทำการลักพาตัวนายวีรชัย&amp;nbsp;เพื่อนำไปข่มขู่ให้ น.ส.พนิดามีคำพิพากษายกฟ้อง พ.ต.ท.บรรยินกับพวก พร้อมกับให้คืนเงินกับหุ้นในคดีทั้งหมดแก่ พ.ต.ท.บรรยิน ซึ่งมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้ต้องหาที่ 1 ได้มอบโทรศัพท์มือถือให้กับผู้ต้องหาที่ 2, 3 คนละ 1 เครื่อง ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 มีไว้ใช้เอง 2 เครื่อง จากนั้นได้เดินทางจาก จ.นครสวรรค์-กรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเอเวอร์เรสต์ สีดำ ทะเบียน กร 39 นครสวรรค์ มาถึงบ้านเลขที่ 9/13 ซ.คลังมนตรี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2, 3 ได้ช่วยกันนำรถจักรยานยนต์ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะ ทะเบียน บย 8386 นครสวรรค์ โดยผู้ต้องหาที่ 2 เป็นคนขับ และผู้ต้องหาที่ 1, 3 นั่งไปด้วย ขับมาจอดในวัดสุทธิวราราม จากนั้นผู้ต้องหาที่ 2 กับพวก ได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาติดแผ่นป้ายทะเบียน ลจข 579 กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเฝ้าดู น.ส.พนิดาและนายวีรชัย แต่ไม่พบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 8, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 20 ม.ค.2563 ผู้ต้องหาที่ 1-3 ยังคอยติดตามสะกดรอยเฝ้าดูพฤติการณ์ของ น.ส.พนิดาและนายวีรชัย ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไปจนถึงบ้านพักย่าน ถ.วรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีการใช้รถจักรยานยนต์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลจข 597 กรุงเทพฯ และใช้รถยนต์ยี่ห้อมินิคูเปอร์ ทะเบียน 2 กฐ 524 กรุงเทพฯ ในการเฝ้าติดตาม จนได้ทราบถึงพฤติกรรมและกิจวัตรประจำวันของ น.ส.พนิดาและนายวีรชัย โดยในแต่ละวันนายวีรชัยจะนั่งรถแท็กซี่จากบ้านพักมารับ-ส่ง น.ส.พนิดาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้เป็นประจำ&amp;nbsp;
&amp;#39;บรรยิน&amp;#39;คุมทีมอุ้มฆ่าเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 4 ก.พ.2563 ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.บรรยินได้ขับรถยนต์โตโยต้า รุ่นสปอร์ตไรเดอร์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน 3 กว 7719 กรุงเทพฯ ออกจากบ้านเลขที่ 9/13 ซ.คลังมนตรีฯ ขึ้นทางด่วนที่ด่านเก็บเงินพหลโยธิน ขับลงที่ ถ.จันทน์ แล้วไปจอดรอที่ฝั่งตรงข้ามศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (จุดเกิดเหตุ) เมื่อนายวีรชัยลงจากรถแท็กซี่ พ.ต.ท.บรรยิน, นายณรงค์ศักดิ์, นายประชาวิทย์, นายชาติชาย ร่วมกันพาตัวนายวีรชัยขึ้นรถ แล้วขับหลบหนีขึ้นทางด่วนที่ด่านสุรวงศ์ ก่อนที่จะขับไปเข้าทางด่วนที่ด่านบางซื่อ 1 มุ่งหน้าไปทาง อ.บางบัวทอง และ จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้น น.ส.พนิดาได้โทรศัพท์ไปหานายวีรชัย แต่ พ.ต.ท.บรรยินกับพวกได้ออกอุบายว่านายวีรชัยเกิดอุบัติเหตุ เมื่อ น.ส.พนิดาตรวจสอบตามโรงพยาบาลต่างๆ แล้วไม่พบเหตุ จึงไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างนั้น น.ส.พนิดาได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขของนายวีรชัยอีกครั้ง พ.ต.ท.บรรยินกับพวกได้พูดข่มขู่ น.ส.พนิดาให้พิพากษายกฟ้อง พ.ต.ท.บรรยินกับพวก พร้อมกับให้คืนเงินกับหุ้นทั้งหมด หากไม่ทำตามก็จะฆ่านายวีรชัย แล้ว น.ส.พนิดาจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.บรรยินกับพวกได้ร่วมกันฆ่านายวีรชัยแล้วนำศพไปเผาอำพราง ในพื้นที่ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ก่อนที่จะนำศพของนายวีรชัยที่ยังเผาไหม้ไม่หมด รวมทั้งเถ้ากระดูก และเถ้าถ่านในจุดที่เผาไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทำลายหลักฐานในการกระทำผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 คนต่อศาลอาญา และศาลได้อนุมัติหมายจับในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป, เป็นซ่องโจร โดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป, พยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้อื่น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป และเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-6 ตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจากการสอบถามผู้ต้องหาที่ 1-6 ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง จึงถูกนำตัวส่งถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในชั้นสอบสวน&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ 1, 2, 6 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 3, 4, 5 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่บริเวณหน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร, แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร, ต.ตาคลี อ.ตาคลี, อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ หลายท้องที่เกี่ยวพันกัน ระหว่างวันที่ 7 ม.ค.2563 ถึงวันที่ 5 ก.พ.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก เนื่องจากคดีที่มีอัตราโทษสูงเกิน 3 ปี เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ศาลไม่ให้ประกันหวั่นหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามพนักงานสอบสวน บก.ป. แล้ว ยืนยันเหตุจำเป็นตามคำร้องที่จะรอตรวจดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนศพ รอผลตรวจดีเอ็นเอจากคราบเลือดที่พบในรถยนต์ของกลาง รอสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก รอผลตรวจสถานที่เกิดเหตุ ขณะที่ พ.ต.ท.บรรยินได้แถลงต่อศาลให้ทราบว่านับตั้งแต่ถูกจับกุมจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้ติดต่อกับทนายความของตัวเอง โดยตำรวจได้ยึดโทรศัพท์ไว้ ขณะที่ศาลสอบถามผู้ต้องหาว่า ในระหว่างสอบคำให้การในชั้นสอบสวนได้มีทนายอยู่ด้วยหรือไม่ และให้การไว้อย่างไร พ.ต.ท.บรรยินระบุว่ามีทนายที่รัฐจัดหาให้ และมีภรรยาอยู่ด้วยโดยตลอด ส่วนตนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ขอให้การในชั้นศาล ศาลจึงชี้แจงว่ากระบวนการดังกล่าวมาถือได้ว่ามีทนายความของผู้ต้องหาร่วมอยู่ด้วยแล้ว เมื่อศาลพิจารณาคำร้องแล้ว ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ได้แจ้งให้ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบว่าในวันที่ 26 ก.พ. เวลา 13.00 น. อัยการจะนำพยานมาสืบหน้าล่วงหน้า ซึ่งได้มีการประสานกับพนักงานสอบสวน บก.ป.แล้ว โดยให้ผู้ต้องหาที่ 1 จัดหาทนายมาให้พร้อมทำการซักค้านด้วย หากไม่มีทนาย ศาลจะจัดหาให้ตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการฝากขัง พ.ต.ท.บรรยินกับพวกผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาคำร้องของผู้ต้องหาที่ 1-6 พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน เชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราว ในชั้นนี้มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ดังนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ไปคุมขังยังเรือนจำในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สาเหตุที่พนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นกับกลุ่มผู้ต้องหานั้น เนื่องจากต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจนก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดหนุมานควบคุมตัวพ.ต.ท.บรรยินมาศาลนั้น พ.ต.ท.บรรยินยังมีสีหน้าแจ่มใส แต่ปฏิเสธว่ายังไม่รู้ เมื่อถามถึงความเป็นมาของคดีและการถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยา พ.ต.ท.บรรยิน เปิดเผยว่า ได้หารือกับสามีกรณีมีสื่อบางสำนักเสนอข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุที่ 4 ก.พ. มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายอยู่ในงานศพของคนคนหนึ่งที่ จ.นครสวรรค์ ไม่ได้อยู่หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งจะขอข้อมูลในส่วนนี้ เพื่อนำมาประกอบกับการแสดงความบริสุทธิ์ของสามี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า แม้ตำรวจจะยังไม่พบศพผู้เสียชีวิต แต่ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนกระดูกที่พบ ก็เพียงพอในการดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนกองปราบฯ และชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน คุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ นายชาติชาย และนายประชาวิทย์ ไปทำแผนชี้จุดประกอบการรับสารภาพรวม 3 จุด คือ 1.บริเวณบ้านพักที่ พ.ต.ท.บรรยิน ในซอยรัชดาฯ 33 ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นที่พักและรวมตัวกันก่อนลงมือก่อเหตุ 2.จุดรวมพลหน้าศาลแพ่ง และ 3.ริมถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี สถานที่สุดท้ายที่คาดว่าผู้ตายอาจหมดสติก่อนจะเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจกเอกสารการแถลงการจับกุมตัว พ.ต.ท.บรรยินอย่างละเอียด ตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 4 ก.พ. ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.,&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.,&amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,&amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,&amp;nbsp;พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรมัย ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันวางแผนดำเนินการสืบสวนจับกุม โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.ป. และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล เป็นกำลังหลักในการปฏิบัติ&amp;nbsp;จนกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คนดังกล่าว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58186</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา, บรรยิน ตั้งภากรณ์, พฤติการณ์สุดเหี้ยม, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, ศาลไม่ให้ประกัน, สตช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e552dd9c4085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
