<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชั่วโมงนี้ว่ากันว่าแวดวงการเมืองร้อนแรง เพราะนอกจากฝ่ายค้านกำลังจะเปิดอภิปรายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกแล้ว ในแวดวง สีกากี ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อน ข่าวเด้ง!!! ข่าวย้าย!!! ข่าวฟ้องร้อง!!! ข่าวความขัดแย้ง!!! ออกมาแทบจะรายวัน ขนาด บิ๊กช้าง-พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.ที่โดนคำสั่ง บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ไปช่วยราชการ ศปก.ตร. ขาดจากหน้าที่เดิมที่ได้รับมอบหมายให้ดูงานสืบสวน โผล่มานั่งร่วมประชุม ก.ตร.เมื่อวันพุธที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะประธาน ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะแม้ตามกฎ ตามระเบียบ บิ๊กช้าง จะเป็น รอง ผบ.ตร.อยู่ ยังสามารถเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; ก.ตร.ได้ แต่ความเหมาะสมก็กลายเป็นคำถามที่หลายคนข้องใจ แถมยังเมาธ์คำสั่งเด้ง บิ๊กช้าง ครั้งนี้ของ เพื่อนแป๊ะ เป็นแบบ ตัดบัวเหลือใย ถึงจะให้ไปอยู่ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม แต่ก็ยังคงทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง เหมือนเดิม ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ก็ยิ่งกว่า ถ่ายทอดสด การเดินทางไปบวชทดแทนคุณพ่อแม่ของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยได้รับฉายา สุรเชฏฺฐโพธิ ซึ่งแปลว่า ผู้มีปัญญาเครื่องตรัสรู้ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ เพราะแม้การบวชครั้งนี้ของ พระสุรเชฏฺฐโพธิ จะไปจำวัดอยู่ไกลถึงอินเดีย แต่ดูเหมือนทั้งรูปทั้งข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวกลับปรากฏเป็นรายวัน ตั้งแต่ภาพวันบวชจนถึงเป็นพระ หรือเดินบิณฑบาต ทำวัตรเช้า และปฏิบัติธรรม จนหลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวมา เห็นอาจนึกว่า พระโจ๊ก บวชอยู่ในเมืองไทย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ ผบ.แป๊ะ มีคำสั่งเด้งจาก ผบช.สตม. เข้ากรุ ศปก.ตร. ตามมาด้วยโอนย้ายจากตำรวจไปเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นั่งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงนั้นใครต่อใครหาตัว หาข่าว พระโจ๊ก ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก็บตกผลประชุม ก.ตร.ที่ นายกฯ บิ๊กตู่ ไปนั่งเป็นประธาน 2 วาระสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ&amp;nbsp; เรื่องที่ อนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.ท.วทัญญู วิทยผโลทัย อดีต ผกก.สันติบาลและอดีตนายตำรวจติดตาม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสันติบาล มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน น่าจะเป็นคำสั่งที่มิชอบ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุป อนุ ก.ตร.กฎหมายชี้ว่าสามารถกระทำได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติมาตรา 84&amp;nbsp; และ 86 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ข้อ 3 กรณีมีการกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยร้ายแรง จะสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ ในกรณีนี้แสดงว่าผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมีความเห็นว่ามีมูล การดำเนินการตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงโดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงสามารถทำได้ตามกฎหมาย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอนุ ก.ตร.ร้องทุกข์หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี&amp;nbsp; สรุปว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตช. (ขณะนั้น) ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปก.ตร. ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. จึงมีอำนาจให้ตำรวจมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ได้ รวมทั้งการส่งตัวไปฝึกธำรงวินัยก็สามารถส่งไปได้ เพราะกรณีถ้าเห็นว่ามีโครงการเพิ่มพูนประสิทธิภาพก็สามารถส่งไปได้ และเมื่อจเรตำรวจแห่งชาติพบการกระทำความผิดของข้าราชการตำรวจแล้วดำเนินการทางวินัย กฎหมายกำหนดไว้ว่ากรรมการดำเนินการทางวินัยเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา เมื่อจเรตำรวจพบการกระทำผิดของข้าราชการตำรวจก็ส่งเรื่องไปทางต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยอยู่แล้ว...สรุปทั้ง 2 เรื่องที่ร้องทุกข์เป็นอันตกไปทั้งคู่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่สงสัยว่า คณะกรรมการตรวจจ้างสร้างเรือดำน้ำ (กตจ.รด.) 20 นายไปอยู่ที่เมือง อู่ฮั่น ต้นทางแพร่ระบาด &amp;quot;เชื้อไวรัสโคโรนา&amp;quot; ได้อย่างไร แต่หากจำกันได้เมื่อครั้งที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการลำแรกกองทัพเรือ ได้แถลงถึงแนวทางส่งทีมไปประกบการสร้างเรือให้เป็นไปมาตรฐานตามสัญญา และเดือนพฤศจิกายน 2562 กตจ.รด.จึงได้เดินทางไปที่อู่ฮั่น เพื่อเข้าไปทำงานร่วมกับวิศวกรสร้างเรือดำน้ำของจีน จากอู่ต่อเรือ Wuchang Shipbuilding Industry Group ระยะเวลาการทำงานในระยะแรกประมาณ 3 เดือน โดยประธาน กตจ.คือ เสธ.ตุ้ย-น.อ.วิทยา พันธุ์โภคา&amp;nbsp; นายนาวาสถาปัตย์ที่มีความสามารถในการออกแบบเรือและวิศวกรรมการต่อเรือจากสหรัฐอเมริกา โดยมีทีมงานทั้งนายทหารอิเล็กทรอนิกส์, นายทหารสื่อสาร, วิศวกรด้านต่างๆ ครบ โดยทหารเรือทั้งหมดจะกลับเข้าไปทำหน้าที่หลังจากสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ พลทหาร ขับรถชนรถของประชาชนจนได้รับความเสียหายหลายคันที่ จ.ชลบุรี เนื่องจากดื่มสุราระหว่างเสร็จภารกิจไปรับไข่ไก่จากฟาร์มมาที่หน่วย ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดคือ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ได้เข้าแสดงความรับผิดชอบทันที ทั้งการประสานความช่วยเหลือ พูดคุยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันภัย รวมถึงผลกระทบอื่นๆ&amp;nbsp; สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของระบบประกันภัย 6 คัน โดยหน่วยต้นสังกัดได้ชดเชยค่าเสียหายให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนรถยนต์อีก 8 คันที่อยู่ในความคุ้มครองของระบบประกันภัยกำลังเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและชดเชยค่าเสียหายตามข้อตกลงในกรมธรรม์&amp;nbsp; และความประสงค์ของเจ้าของรถ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กำลังพลของกองทัพยุคนี้ต้องเข้าสู่ ศูนย์ธำรงวินัยกลาง ที่กองทัพบกตั้งขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการลงฑัณฑ์และปรับปรุงวินัย โดยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นขึ้นไป 2 ลำดับชั้น ซึ่งก็คือผู้บังคับกองพัน ต้องได้รับการปรับปรุงวินัยด้วย โดยศูนย์ธำรงวินัยกลางในกรุงเทพฯ ก็ตั้งอยู่ใน พล.ม.2&amp;nbsp; รอ.พอดี อีกทั้งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ พลทหาร ทั้ง 2 นายและนายสิบ 1 นายที่ไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)&amp;nbsp; ที่ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นมาในทุกมณฑลทหารบก เพื่อให้ทหารอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ปฏิบัติตนออกนอกลู่นอกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดจาก &amp;quot;ไวรัสโคโรนา&amp;quot; ปัญหาภัยแล้งกำลังจี้ตามมาติดๆ ทางกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) นักรบสีน้ำเงิน เป็นกำลังสำคัญ ซึ่ง ผอ.เวฟ-พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม ผอ.สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กำลังดำเนินการตามแผนของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งในขั้นต้นได้ขุดเจาะบ่อบาดาลตามที่ได้รับการร้องขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแล้วเสร็จจำนวนทั้งสิ้น 20 บ่อ ในพื้นที่&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น ลำพูน และปัตตานี รวมทั้งยังได้ทำการแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ประกาศภัยแล้งฉุกเฉิน 20 จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการแจกจ่ายไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp; 1,255,000 ลิตร อีกทั้งขณะนี้หน่วยได้ดำเนินการขุดลอกลำน้ำยมที่แห้งขอดในพื้นที่ จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้ประปาหมู่บ้าน และสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 12 จุด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56031</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ตร.เคร่งครัด จับรถขวางจร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำระดมทุกหน่วยแก้ปัญหาฝนตกน้ำท่วม ชี้ใน กทม.ส่งผลกระทบหนักการจราจร เหตุเพราะมีโครงการก่อสร้างจำนวนมาก กำชับตำรวจเข้มงวดจอดรถกีดขวางตามถนนสายต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 11 มิถุนายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือฝนตกหนักว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ตนได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยประชุมบูรณาการร่วมกันระหว่าง กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พลเรือน ตำรวจ ทหาร และจิตอาสาจากหลายหน่วยงาน ร่วมแก้ไขปัญหา เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งมีหลายมาตรการออกมา และได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ มาแก้ปัญหา เช่น เสาไฟฟ้าล้ม ระบบไฟมีปัญหา และปัญหาการสูบน้ำ ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว และต้องขอแรงจิตอาสาจากสถาบันอาชีวะ ช่างอาสาต่างๆ มาช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รถยนต์เสีย จะดูแลทั้งหมด เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญทุกปีในช่วงฤดูฝน ขณะที่ในส่วนของ กทม.จะเร่งดำเนินการให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แก้ปัญหาโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทราบดีว่าประชาชนเดือดร้อน คงไม่ใช่เรื่องน้ำท่วมอย่างเดียว คงเป็นเรื่องของการจราจรด้วย ซึ่งพอดีกับมีการก่อสร้างจำนวนมาก จึงให้ฝ่ายความมั่นคงสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้มงวดการจอดรถกีดขวางการจราจรตามถนนต่างๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องการระบายรถ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก &amp;#39;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;#39; ระบุว่า เวลานี้มีฝนตกปกคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งทางศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังและพร้อมแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ กทม.ยังได้รับการสนับสนุนทีมเฉพาะกิจจากการไฟฟ้านครหลวงในการนำรถแก้ไฟ หรือรถฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหากรณีไฟฟ้าขัดข้องมาประจำบริเวณอุโมงค์บางซื่อเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการป้องกันและแก้ไขปัญหาบริเวณพื้นที่เอกชนในซอยพระราม 9 ซอย 7 ที่เมื่อฝนตกหนักจะเกิดน้ำท่วมขังสูงเป็นประจำนั้น กทม.ได้เข้าสำรวจปัญหา พร้อมเชิญผู้แทนจาก อสมท บริษัท ทีโอที และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว โดย กทม.จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมให้อีก 2 ตัว บริเวณกลางซอย เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากกลางซอย ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดให้ลดระดับน้ำให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝนและแจ้งจุดน้ำท่วมขังได้ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. แอปพลิเคชัน กทม. Connect /เฟซบุ๊ก bkk.best /ทวิตเตอร์ bkk_best /ไลน์ @bkk_best เว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ http://dds.bangkok.go.th หรือ โทร.0-2248-5115
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้สั่งการเร่งด่วนให้กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและแก้ไขปัญหาการจราจร ตามนโยบาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และ รวม.กห. โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง และตำรวจทุกพื้นที่ รวมทั้งประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือกับฤดูฝนในทุกมิติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม. ซึ่งมีจุดอ่อนน้ำท่วมแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ จุดเสี่ยงน้ำท่วมรวม 14 จุด แม้ปริมาณฝนตกไม่ถึง 60 มม. ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมได้ และจุดเฝ้าระวัง รวม 56 จุด ซึ่งหากฝนตกเกิน 60 มม.จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบต่อการจราจรเป็นวงกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย (ศบภ.ทท.) ประสานการปฏิบัติร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ (ศบภ.เหล่าทัพ) ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่รับผิดชอบ โดยยึดถือแนวทางตามแผนบรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย พ.ศ.2560 และรายงานผลการปฏิบัติประจำวันให้ ศบภ.ทท.ทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีที่ตั้งหน่วยในบริเวณจุดเสี่ยงน้ำท่วม ได้ปฏิบัติตามสั่งการของ ผบ.ทสส.อย่างเร่งด่วน โดยได้ทำการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านการจราจร บริเวณ ถ.เกษตร-นวมินทร์-ถ.พหลโยธิน-แยกเสนานิคม-ห้าแยกลาดพร้าว พร้อมทั้งจัดกำลังพลร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กทม. ในการเก็บขยะเพื่อเปิดเส้นทางระบายน้ำในพื้นที่คลองลาดพร้าว สำนักกองบัญชาการ บก.ทท.ได้จัดเตรียมชุดช่าง ชุดช่วยเหลือประชาชน และยานพานะ พร้อมปฏิบัติงานในพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ พื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 5 และซอยแจ้งวัฒนะ 7 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองพันระวังป้องกัน สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในพื้นที่เขตดอนเมือง รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ได้แก่ เรือท้องแบน รถลำเลียงพล ชุดซ่อมเคลื่อนที่และชุดปฐมพยาบาลเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาใกล้เที่ยงวันอังคาร เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ของ กทม. โดยบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต โซนมุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีฝนตกหนัก การจราจรรถชะลอตัวเคลื่อนตัวกันได้ตามจังหวะ นอกจากนี้ พื้นที่โซนเกษตร-นวมินทร์ ฝนตกหนักระดับ 5 น้ำเริ่มท่วมขัง ส่วนแยกเอกมัย มีฝนตกระดับ 1-2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 11-12 มิ.ย.62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งจังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทย มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 13-17 มิ.ย.62 บริเวณประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นลดลง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 11-12 มิ.ย.62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดาและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ควรงดออกจากฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 11-12 มิ.ย.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 13-17 มิ.ย. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38308</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cffa8c633fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตท.ริบคืนรางวัลจักรดาว ถอดทักษิณพ้นศิษย์ดีเด่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; โดนอีกดอก บอร์ดศิษย์เก่า รร.เตรียมทหารที่มี &amp;ldquo;พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะเคาะมติเอกฉันท์ถอดชื่อออกจากศิษย์เก่าดีเด่น พร้อมเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับในยุค รสช. อึ้ง! &amp;ldquo;หลานแม้ว&amp;rdquo; ก็ร่วมออกเสียงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 มี.ค. คณะกรรมการศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร จำนวน 35 คน ได้มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนเตรียมทหาร พร้อมเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวด้วย ทั้งนี้ รายชื่อคณะกรรมการศิษย์เก่า รร.เตรียมทหารที่มีมติดังกล่าว อาทิ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะประธานกรรมการ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานกรรมการ, &amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองประธานกรรมการ และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.ร.อ.นวพล ดำรงพงศ์ รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.อ.อ.วันชัย นุชเกษม รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ และ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหาร ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ รวมถึงประธานหรือตัวแทนของประธานรุ่นเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ยังมีชื่อ พ.อ.สราวุธ ชินวัตร หลานนายทักษิณ ร่วมเป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในการพิจารณาศิษย์เก่าดีเด่นเพื่อรับรางวัลของ รร.เตรียมทหาร ต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม ทั้งในหน้าที่การงานและความประพฤติส่วนตัว ตลอดจนต้องไม่มีประวัติเสื่อมเสียในทางเสียหายในสังคม ทั้งเป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละอุทิศตนเพื่องานในหน้าที่ราชการหรืองานสังคมจนเป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป หากผู้ที่ได้รับรางวัลมีความประพฤติตนเสื่อมเสีย เสียหายต่อสังคม ต่อสถาบัน ด้วยการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และประเทศชาติ ทำให้ขัดต่อระเบียบฯ
ขั้นต้นที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารจึงได้พิจารณาถอนรางวัลจากสาเหตุดังนี้ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเรื่องการถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากยศตำรวจ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547 และถูกถอดยศเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2558 และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2551 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 โดยพิจารณาให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จึงมีมติให้คืนรางวัลนายทักษิณด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รางวัลเกียรติยศจักรดาว ด้านพัฒนาเศรษฐกิจของนายทักษิณนั้น ถือเป็นคนแรกที่ได้รับจากคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2534 ซึ่งเป็นยุคที่มีคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) รัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษก บก.ทสส.กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ในวันที่ 28 มี.ค. พล.อ.พรพิพัฒน์พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีกำหนดเดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เวลา 11.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งภายหลังการตรวจเยี่ยมจะประชุมคณะผู้บัญชาการทหารถือเป็นประชุมนอกสถานที่ครั้งแรก และจะแถลงข่าว ซึ่งสื่อสามารถสอบถามได้โดยตรงจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b995841841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน 5พรรคจ่อจัดหนัก-&#039;พปชร.&#039;ลุ้นหวัง&#039;บิ๊กตู่&#039;ขึ้นเวที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; มั่นใจหลังปิดหีบ 1 ชั่วโมงเริ่มรายงานผล แจงยังไม่คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ต้องรอ ส.ส.เขตจบ &amp;ldquo;5 พรรคการเมือง&amp;rdquo; ใช้กรุงเทพฯ จัดปราศรัยใหญ่ &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ลุ้นระทึกหวังให้ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขึ้นเวทีหลังปล่อยคลิปแล้วไม่เวิร์ก &amp;ldquo;ตระกูลเพื่อ&amp;rdquo; แบ่ง 2 เวที เพื่อไทยชูปลุกเลือกตั้งแลนด์สไลด์เหมือนยุคไทยรักไทย เพื่อเป็นหัวหอกสู้ 250 ส.ว.ลากตั้ง ส่วนพรรคจตุพรฝันพาลุงกลับบ้าน &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; เลือกลานคนเมือง &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; เตรียมเปิดใจทิ้งไพ่ใบสุดท้าย &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; ใช้สนามไทย-ญี่ปุ่นทิ้งทวน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในทุกจังหวัด ให้เตรียมความพร้อมและปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นกรอบกฎหมายด้วยความเป็นกลางทางการเมือง สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระดับพื้นที่เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นทั่วประเทศ ใน 24 มี.ค. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตรได้ย้ำขอให้คงเข้มมาตรการความปลอดภัยและงานข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงทุกพื้นที่ เฝ้าระวังและป้องปรามการก่อเหตุหรือการก่อกวน ที่อาจกระทบต่อการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน รวมทั้งกระบวนการทำงานของ กกต.ระดับพื้นที่ทั่วประเทศต่อเนื่องกันไป และให้นำบทเรียนจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาไปตรวจสอบและพิจารณาปรับการบริหารจัดการพื้นที่ด้วย&amp;rdquo; พล.ท.คงชีพกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้นำสื่อมวลชนเข้าดูความพร้อมของศูนย์อำนวยการและประสานการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมสาธิตการลงคะแนน การนับคะแนน การทักท้วงกรณีเห็นว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง รวมถึงโชว์ระบบการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 92,300 หน่วยเลือกตั้งจากทั่วประเทศ ซึ่งมีการทดลองระบบแล้วและในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. ที่จะแจกบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ ก็จะให้แต่ละเขตรายงานเรื่องการรับบัตรเลือกตั้ง และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้ามาเพื่อเช็กระบบครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กกต.มั่นใจว่าหลังปิดการลงคะแนนในวันที่ 24 มี.ค. แล้วการนับคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิน้อยจะทราบผลอย่างไม่ทางการภายใน 1 ชั่วโมงหลังปิดหีบ&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว และว่า กกต.จะไม่นำผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไปคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงหาก กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ดังนั้น กกต.จะเปิดเผยจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคที่ควรได้ก็เมื่อมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยืนยันว่า การจัดเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. จะไม่เกิดปัญหาเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 17 มี.ค. แต่ที่ห่วงก็คือในวันดังกล่าวพรรคการเมืองอาจยังเข้าใจว่าสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ ซึ่งจะผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้ผู้สมัครพรรคการเมืองหาเสียงได้ถึงเวลา 18.00 น.ของวัน 23 มี.ค.เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เลขาฯ กกต.ยังกล่าวถึงมติเอกฉันท์ของ กกต.ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชอบด้วยกฎหมาย ว่าในรายละเอียดยังไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่เห็นมติของ กกต.
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในเรื่องนี้ว่า รู้สึกสบายใจที่ กกต.ได้เคลียร์เรื่องนี้ให้สังคมรับรู้แล้วก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้ชื่องาน &amp;quot;เปิดใจประชารัฐ ร่วมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว&amp;quot; ซึ่งจะเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคจะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่ ต้องขอให้อดใจรอ เพราะหากเป็นเซอร์ไพรส์ ก็ต้องห้ามบอกก่อน ยังไม่สามารถบอกอะไรได้
คลิปไม่เวิร์กหวังลุงตู่ขึ้นเวที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านจะเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมด ส่วนจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีในวันพรุ่งนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตายตัว แต่เนื้อหาเวทีจะเป็นการที่จะสื่อสารในลักษณะเปิดใจกับพี่น้องประชาชนว่าทำไมพรรคถึงมาอยู่ ณ จุดนี้ และทำไมควรได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานข่าวจาก พปชร.ว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามเทพหัสดินหรือไม่นั้น แต่หลังจาก พปชร.ได้นำคลิปของ พล.อ.ประยุทธ์ไปเปิดตามเวทีปราศรัยต่างๆ ก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากการประเมินพบว่ายังไม่สามารถทำให้ความนิยมของพรรคกระเตื้องหรือเป็นที่พูดถึงในวงกว้างได้เท่าที่ควร ทำให้แกนนำของพรรคยังคงต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วย โดยเฉพาะการขึ้นปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายในวันที่ 22 มี.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฝ่ายกฎหมายและทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นห่วงใยในกรณีดังกล่าว เนื่องด้วยบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์หากขึ้นเวทีแล้ว อาจคุมการพูดบนเวทีไม่ได้ รวมถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยยังกังวลในเรื่องการดูแลความปลอดภัย จึงยังไม่ได้รับคำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีปราศรัยหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจกำลังตัดสินใจในขั้นสุดท้าย และคาดกันว่ายังมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจขึ้นเวทีด้วยตัวเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอุตตมยังตอบคำถามถึงจุดยืนของ พปชร.จะให้พรรคการเมืองอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า จุดยืนของ พปชร. คือพรรคใดที่ไปรวบรวมเสียงได้เกินครึ่ง ซึ่งอาจมากกว่า 1 พรรคก็ได้ ก็สมควรที่จะมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเลือกตั้ง คือการฟังเสียงของประชาชนทั้งหมดที่ออกมาใช้สิทธิ เมื่อพรรคไหนหรือกลุ่มไหนที่รวบรวมเสียงได้อันดับ 1 ก็ควรจัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งถือเป็นกติกาก็ควรเดินตามนั้น ส่วน ส.ว.นั้นต้องให้เกียรติ อย่าไปปรามาสว่าจะเลือกแบบไหนหรืออย่างไร เพราะท่านมีความคิดเห็นของท่านเอง และตัดสินใจด้วยตัวเอง เนื่องจากการโหวตตอนนั้นคนไทยเห็นกันทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;แนวทางการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคใด ต้องรอให้ผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ออกมาก่อน ซึ่งหลังจากนั้นจะพูดคุยเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยพิจารณาจากผลการเลือกตั้งเป็นสำคัญ และหากพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำ พล.อ.ประยุทธ์ ก็อาจร่วมตัดสินใจด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมยังชี้แจงถึงการวิจารณ์นโยบายพรรคว่าเป็นนโยบายประชานิยม เน้นการแจกเงิน ว่าเพียงการพิจารณาด้านเดียว ขาดการพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม ยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคไม่มีเพียงแค่การลดแลกแจกแถมเท่านั้น ขอให้คนที่วิจารณ์ดูทุกนโยบายด้วยความเป็นธรรม อย่าสร้างอคติ และทุกนโยบายของพรรคทำได้จริงแน่นอน แม้หลายฝ่ายประเมินว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นคือรัฐบาลผสม ซึ่งหาก พปชร.ได้รับความไว้วางใจเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ปฏิบัติการเริ่มต้นคือพูดคุยกับพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกัน หารือการทำงานร่วมกันบนนโยบายที่สอดคล้อง จากนั้นจะจัดลำดับการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน มากกว่ามองผลประโยชน์ของบุคคลหรือการเมืองจากพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นหลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวว่า การกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์เป็นพวกสืบทอดอำนาจ เผด็จการ เป็นการโจมดีเรื่องเดิมๆ เนื่องจากพรรคคู่แข่งไม่มีมุกใหม่ๆ ประชาชนฟังจนเบื่อแล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เผด็จการ หากเป็นเผด็จการต้องแบบอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำพรรคนาซีเยอรมัน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ ภาพรวมในแต่ละพื้นที่ไม่มีจุดไหนต้องกังวล มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ คือ 130 ที่บวกลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พร้อมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมแถลงนโยบายแก้วิกฤติเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้าย โดยได้เรียกร้องให้เลือกพรรคให้ถล่มทลาย เพื่อเขาไปเป็นหัวหอกต่อสู้กับ ส.ว. 250 เสียงที่รัฐบาล คสช.เลือกเข้า
ขอเป็นหัวหอกสู้ ส.ว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ต้องเลือกอย่างถล่มทลายผ่านยุทธศาสตร์ในการส่งเพื่อไทยเข้าไปต่อสู้กับผู้มีอำนาจ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเลือกเพื่อไทยเข้าไปสกัดกั้น ส.ว. และเพื่อไทยจะสร้างความสงบสุขที่อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี และเคารพเสียงประชาชน ไม่สร้างความเกลียดชัง เดินหน้าหาพันธมิตรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และย้ำว่าเพื่อไทยจะไม่เป็นเหยื่อของความขัดแย้ง&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชัชชาติกล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 22 มี.ค. ว่าจะเป็นการสรุปว่าในอนาคต พรรคจะเป็นอย่างไร ซึ่งพรรคเรามีผลงานที่ประจักษ์และเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่เข้าใจอนาคต เข้าใจประชาชน และเข้าใจวิธีทำ เน้นผลลัพธ์ คือจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่มีแต่ความฝัน แล้วทำให้เป็นจริงไม่ได้ และที่สำคัญคือการทำงานเป็นทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรค พท.ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยมาพร้อมสโลแกน &amp;quot;เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล&amp;quot; โดยแกนนำจะปราศรัยและปิดท้ายเวทีด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง มีการใช้กลไกอำนาจรัฐเอื้อให้ผู้มีอำนาจรัฐได้อยู่ต่อ ซึ่งสังคมไทยต้องไม่ติดในหลุมดำวาทกรรมความไม่สงบ โดยเชื่อว่าถ้าระบบเดินหน้าตามวิถีทางที่ควรจะเป็น และกลไกการเลือกตั้งยุติธรรมพอ ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีโอกาสกลับมาบริหารประเทศอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้อย่ามาอ้างวาทกรรมว่าหยุดความวุ่นวายต่างๆ แล้วไปจบที่ลุงตู่ ผมคิดว่าผิด ลุงตู่ควรจะจบควรกลับบ้านให้ประเทศหลุดพ้นสภาวะที่เป็นอยู่ จึงต้องหยุดกระบวนการต่อท่ออำนาจของเผด็จการให้ได้ ถ้ายังหยุดไม่ได้จะเป็นปัญหาต่อสังคมไทย ปี 2020 ที่วิเคราะห์ว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกกำลังจะมา&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า วิธีเดียวที่จะเอาชนะได้ คือพลังจากคนไทยทั้งประเทศที่จะมอบให้กับพรรคเข้ามาต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น เหมือนปี 2548 ที่พี่น้องประชาชนมีฉันทานุมัติให้พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นโมเดลหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค. พรรคจะให้ผู้สมัครทั่วประเทศพิจารณาในแต่ละพื้นที่ว่าจะหาเสียงในรูปแบบใด แต่ให้จบก่อนเวลา 17.00 น. และเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. รวมทั้งเฝ้าระวังทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งพรรคได้จัดแคมเปญหาเสียงวันสุดท้ายด้วยการใช้นักบริหารผู้มากประสบการณ์ของพรรคร่วมกันนำนโยบายและสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกพรรค และจะปล่อยขบวนหาเสียง &amp;ldquo;เลือกเพื่อไทยทำได้ทันที&amp;rdquo; โดยออกสตาร์ทจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลาประมาณ 07.30 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น ได้กำหนดการปราศรัยทิ้งทวนที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค รวมถึงกลุ่ม NEW DEM โดยไฮไลต์จะอยู่ที่การปราศรัยเปิดใจครั้งสำคัญของนายอภิสิทธิ์ พร้อมประกาศจุดยืนของพรรคทิ้งท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่เฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์วิดีโอคลิปประชาสัมพันธ์ &amp;quot;งานปราศรัยใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวทีสุดท้ายก่อนเข้าคูหา&amp;quot; ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 22 มี.ค. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยนอกจากเป็นคลิปเสียงขึ้นข้อความ ยังมีการเพิ่มภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยินด้วย ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า พรรคเห็นความสำคัญของผู้พิการทางการได้ยิน พรรคจึงเริ่มต้นทำสื่อรณรงค์ของพรรคให้มีภาษามือด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งที่จะจัดในวันที่ 22 มี.ค. พรรคจะมีล่ามภาษามือ และถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไลฟ์ด้วย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานในการปิดท้ายเวที นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จะเป็นผู้กล่าวปิดท้าย
แนะ&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;ทำเหมือน&amp;quot;ป๋า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านพรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พ.ช. ได้เลือกจัดเวทีปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนกับภารกิจ &amp;quot;ส่ง พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน&amp;quot; บริเวณลานหน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยนายจตุพรกล่าวว่า เชื่อว่าภารกิจส่ง พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้าน ด้วยการเลือกพรรคเพื่อชาติ และฝ่ายประชาธิปไตยมีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมากขานรับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมให้เกิดงูเห่าขึ้นในพรรคการเมือง ซึ่งเชื่อว่าถ้าฝ่ายประชาธิปไตยไม่สามารถชนะได้อย่างเด็ดขาด งูเห่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะเป็นความเลวร้าย จะเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติที่ใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยเกิดขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ใช้ความกล้าครั้งเดียว ในวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.นี้ด้วยการล้างบางเผด็จการชุดนี้ เหมือนที่เคยล้างบางเผด็จการ รสช.เมื่อปี 2535 ซึ่งพี่น้องประชาชนได้สำแดงมาแล้ว ถ้าทำได้งูเห่าก็เกิดขึ้นยาก ถ้าชนะกันเด็ดขาดเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าก้ำกึ่งเมื่อไหร่จะยิ่งกว่าที่ทำการสถานเสาวภาซะอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพรยังกล่าวถึงคลิปของพรรคที่ปล่อยว่า เราต้องการบอก พล.อ.ประยุทธ์ ให้จำคำพูดสุดท้ายของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ว่าผมพอแล้ว ซึ่งหลังคำดังกล่าวประเทศไทยก็ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ แต่ว่าถ้าไม่รู้จักพอ ปลายทางคือเผด็จการทรราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เหลืออีกเพียง 3 วัน ประเทศก็จะมีการเลือกตั้ง หลังไม่มีมานาน 8 ปี ถ้าย้อนไปกว่า 12 ปีที่ระบอบทักษิณเกิดขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางความคิดก็เกิดขึ้น ฟากหนึ่งเป็นพรรคการเมืองของทักษิณ และมวลชนคนเสื้อแดง ฟากหนึ่งกลุ่มเป็นประชาชนที่รวมตัวกันต่อต้าน นำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สัญลักษณ์เสื้อเหลือง มีแกนนำเกิดขึ้นหลายรุ่น ซึ่งหลายปีต่อมารวมตัวเป็นมวลมหาประชาชนในนาม กปปส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพโพสต์อีกว่า หนึ่งในนั้นคือนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ร่วมก่อตั้ง รปช. โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ หยุดระบอบทักษิณไม่ให้ทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนี้ นับว่าน่าสิ่วหน้าขวานพอสมควร เพราะคำว่าประชาธิปไตยถูกนำมาเป็นวาทกรรมหาเสียง โดยนายสุริยะใสมองเห็นเกมนี้มาแต่ต้น และพูดไว้ก่อนต้องคำพิพากษาจำคุกว่าประเทศยังไม่ปลอดภัย ประชาธิปไตยยังถูกบิดเบือน 24 มี.ค.นี้ ชาวพันธมิตรฯ ชาว กปปส. ฟังกันแล้วคิดให้ดี จะไว้ใจนักการเมืองเหมือนเดิม หน้าเดิม หรือเลือกพวกที่เคยต่อสู้มาด้วยกัน คิดดูดีๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ยังคงมีประเด็นเรื่องการร้องเรียนต่างๆ โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงผลการตรวจสอบกรณีผู้ใช้สิทธิใน จ.สมุทรสงคราม นำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปกากบาททั้งเล่มว่า อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจกัน แต่ก็ขอให้รอผลการสืบสวนที่ชัดเจน ส่วนเรื่องร้องเรียนที่มีเข้ามาในขณะนี้ทั้งหมด 93 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความปรากฏ โดยสำนักงาน กกต.จังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อแล้วเสร็จก็จะทยอยส่งมายัง กกต.กลาง ซึ่ง กกต.ก็จะพยายามพิจารณาเรื่องให้เสร็จสิ้นก่อนการประกาศผล&amp;nbsp;
จับโกงเลือกตั้งได้แสน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้มีสินบนรางวัลให้กับผู้ที่นำพยานหลักฐานมายื่นให้ กกต. เช่น สามารถเก็บหลักฐานได้ การถ่ายคลิปวิดีโอหรือถ่ายภาพผู้ที่มาแจกเงินซื้อเสียง หรือทำทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากหลักฐานนั้นสามารถนำไปสู่การที่ กกต.ระงับสิทธิสมัคร ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ ผู้ให้เบาะแสจะได้รับเงิน 100,000 บาท&amp;rdquo;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ประชาไทนำเสนอข่าวเพจ &amp;ldquo;กองการสื่อสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;rdquo; โพสต์ข้อความชวนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ว่า จากการตรวจสอบจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) แจ้งว่าเป็นการปลอมเฟซบุ๊กหน่วยขึ้นมาใหม่ ซึ่ง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ห่วงใยและได้มอบหมายให้ นทพ.ค้นหาต้นตอ และไปแจ้งความเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เพื่อให้ตรวจสอบเอกสารบันทึกข้อความของหน่วยงานทหาร ที่ระบุเนื้อหาสั่งการให้สนับสนุนพรรค พปชร. ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย แม้ พล.อ.ประวิตรจะระบุว่าเป็นเอกสารปลอมก็ไม่เพียงพอ และเป็นหน้าที่ที่ กกต.ต้องตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp;2 ลุงตอบกันไปคนละทิศคนละทาง พล.อ.ประวิตรตอบทันทีเอกสารปลอม ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ไม่น้อยหน้าตอบทันควันไม่ควรจะออกมา มันเป็นคนละเรื่องเดียวกันเลย ทำไมไม่เตี๊ยมกันมาก่อน ที่สำคัญลุงทั้ง 2 ตอบแบบเร็วมาก แทบไม่ต้องคิด โดยลุงไม่กลับไปเช็กก่อนเลยว่าเอกสารฉบับไหน มีจริงหรือไม่ รั่วจากไหน รั่วได้อย่างไร และถ้ากองทัพจะตรวจสอบให้โปร่งใสจริงๆ คนจะได้หายสงสัยกัน ดีกว่าการขู่จะเอาเรื่องเพจที่ปล่อยเอกสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรค พปชร. เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2561 ซึ่งมีบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคร่วมอยู่ด้วย เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และ 30 หรือไม่ เพราะแม้นายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ไม่พบการเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนพรรคอื่น แต่ภาพที่นายสันติและนายปรีชาสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมงานประชุมเปิดตัวพรรค พปชร. ที่โรงแรงชงกรี-ลา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.นั้น เหมือนการยินยอมให้บุคคลภายนอกร่วมกิจกรรมพรรคการเมือง และแจกเสื้อเพื่อจูงใจให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และ 30 ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 92 (3) กกต.ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31937</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จิรายุ ห่วงทรัพย์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อชาติ, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พานทองแท้ ชินวัตร, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c93aed3f0728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกทำภารกิจ2475 ธนาธรหวังอนาคตใหม่สานต่ออดีตสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลั่นรักและภูมิใจที่ได้เป็นทหาร &amp;nbsp;ชี้อย่าให้ใครมาปลุกปั่นให้เกลียด เดือด! พวกแช่งหลังต้องเปลี่ยนเครื่องมากระบี่ บอกรักทุกคนแม้ติดคุกยกเว้นพวกหนี แนะอย่าเลือกคนโกงและพวกสร้างความแตกแยก &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; โชว์ฟิตบอก &amp;ldquo;สตรองอาร์มี่&amp;rdquo; วินธัยย้ำ คสช.ไม่ได้เร่งคดีธนาธร แย้มผู้ถูกกล่าวหาอาจมีส่วนเร่งเอง &amp;ldquo;ไพร่หมื่นล้าน&amp;rdquo; เปิดความในใจบอกหวังปฏิวัติ 2475 เสร็จสมบูรณ์! &amp;ldquo;เจษฎ์&amp;rdquo; ชี้กรณีแต่งประวัติถึงขั้นยุบพรรคหากมีคนร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ที่กองบัญชาการกองทัพบก ในเวลา 07.00 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้นำนายทหารระดับ 5 เสือกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองบัญชาการกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยของกองทัพภาคที่ 1 และกำลังพลในสำนักงานผู้บังคับบัญชา ทดสอบร่างกายประจำปี 2562 ครั้งที่ 1 ตามนโยบาย &amp;ldquo;Smart Soldiers Strong Army&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการทดสอบได้มีเปิดเพลงหนักแผ่นดิน (อะคูสติกเวอร์ชั่น) มาร์ชกองทัพบก และความฝันอันสูงสุด เป็นต้น คลอไปด้วย ซึ่งระหว่างทดสอบ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (ผบ.ฉก.ทม.รอ. 904 ) ระบุว่า &amp;ldquo;ทหาร ทม.แข็งแรงทุกคน ยึดพื้น เข่าต้องไม่แตะพื้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการทดสอบ ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเหนื่อยมั้ย พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า &amp;ldquo;เหนื่อยอะไร ดูสิ ทหารรักกันจะตาย&amp;rdquo; พร้อมชี้ไปที่กำลังพลและผู้บังคับบัญชาระดับสูงก่อนกล่าวว่า &amp;ldquo;ให้กำลังใจ ทหารรักกันขนาดนี้ และพอใจสถิติวันนี้ในภาพรวม ผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีกำลังกายที่แข็งแรง ทำให้สถิติดีขึ้นทุกคน สตรองอาร์มี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า ช่วงนี้กองทัพถูกโจมตีเยอะ จะชี้แจงอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็นี่ไง สตรอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพบก ได้ชี้แจงถึงบทบาทและหน้าที่ของกองบัญชาการกองทัพไทย โดยไล่เรียงประวัติการจัดตั้งกองทัพ รวมทั้งยกเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาพร้อมระบุว่า กองทัพไทยถือกำเนิดคู่กับความเป็นชาติไทย เหล่าทหารหาญได้พลีเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ ซึ่งสิ่งที่ควรถามไม่ใช่ทำไมต้องมีกองบัญชาการกองทัพไทย แต่ควรถามว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยกันพัฒนาและเสริมสร้างให้กองบัญชาการกองทัพไทยสามารถขับเคลื่อนงานด้านการปฏิบัติการร่วมของกองทัพไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งห้วงสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้ง อาจเชื่อมโยงนำกองทัพไปเป็นประเด็นในการหาเสียง จึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม การนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองขอให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ยกกรณีขึ้นนั่ง&amp;ldquo;ซี130&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวมอบนโยบายแก่ข้าราชการและหน่วยงานในท้องถิ่นว่า ตั้งใจจะมาแต่เช้า จริงๆ ขึ้นเครื่องบินทหาร (ซี 130) มา แต่เครื่องมีปัญหา นี่คือเครื่องบินที่ใช้มา 30-40 ปีแล้ว นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราต้องหมุนเวียน เปลี่ยน จัดหา และซ่อมแซมเพิ่มเติม ซึ่งก็ซ่อมไม่รู้กี่ครั้งแล้ว และถ้ามันเสียบนอากาศมันก็แก้ไขไม่ได้ และวันหน้าเครื่องบินเหล่านี้เอาไว้ใช้รับพวกเรานั่นแหละ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงขึ้น เมื่อมันไม่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้รัฐบาลพยายามเร่งรัดซ่อมแซมจัดหามาทดแทน แต่อย่างว่า มันต้องใช้เวลาและงบประมาณ การจัดซื้อจัดหามันจำเป็นต้องซื้อ เพราะบินไปแล้วเหลือ 3 ใบพัดมันไหวที่ไหน วันนี้โลกเขามีเทคโนโลยีขั้นสูงแล้ว เราไม่ได้มีเอาไว้ยิงหรือรบกับใคร แต่มันทำให้ไม่ต้องรบกัน นั่นคือศักยภาพของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพลทหาร นายทหาร มันก็ลูกหลานของท่านทั้งนั้น มันไม่เหมาะที่จะมาโจมตีกันในตอนนี้ มันไม่ใช่เวลา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ใช่ทหารแล้ว แต่เป็นอดีตทหาร และยังมีความรัก ความมั่นใจในความเป็นทหาร ไม่อยากให้ใครมาทำลายความเชื่อมั่น ความไม่ไว้วางใจของตัวทหารทุกคน อย่าลืมถ้าทำให้เขาเสียขวัญ ไม่มีกำลังใจ แล้ววันหน้าใครจะมารบให้กับเรา อย่าให้ใครมาบิดเบือนตรงนี้ได้ ที่สำคัญในสมัยโบราณคนไทยก็เกณฑ์เป็นทหาร โดยไม่มีค่าจ้าง เวลาใครมาบุกประเทศ พระมหากษัตริย์นำทัพไปสู้รบใช่หรือไม่ ไม่ได้เงินได้ทอง ไปครั้งหนึ่ง 3-4 เดือน ออกจากบ้านคือไปแล้วไปลับเลย วันนั้นเขายังเสียสละได้ แต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามขึ้นว่า ใครเกลียดทหารขอให้ยกมือ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ถามอีกว่า ใครรักทหารขอให้ยกมือ ซึ่งประชาชนยกมือกันเต็มห้อง รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ก็ยกมือด้วย จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ภูมิใจในความเป็นทหาร เพราะไม่ได้ทุจริตคดโกงใครเขามา และก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย คนที่เป็นทหารผ่านการรบมาทั้งนั้น ชายแดนสู้ภัยคอมมิวนิสต์ ผ่านศึกสงครามมาทั้งนั้น ใครไม่เป็นก็ไม่รู้ ไอ้คนที่พูดวันนี้ไม่เคยเป็นทหารสักคนเลย ลูกหลานของเราทั้งนั้น เอาล่ะพอแล้วเรื่องทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า &amp;quot;มาช้าไปเปลี่ยนเครื่องมา ยังไงก็ต้องมา หลายคนบอกนายกฯ ลางไม่ดี กลับบ้านดีกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว บางคนก็แช่งให้ตกๆ ไปเลย อะไรวะนั่น แค่จะมาเยี่ยมประชาชนยังแช่งผมเลย มันเกลียดชังอะไรผมขนาดนี้ ผมก็รักทุกคน ใครจะด่าจะว่าก็เป็นคนไทย ยิ่งผมเป็นนายกฯ เป็นหัวหน้า คสช.ก็ต้องรักคนไทยทั้งหมด ตราบใดที่ไม่ติดคุก ติดคุกยังต้องรักเลย ส่วนที่หนีคุกไม่รัก เข้าใจยัง ผิดก็จะหนี ไม่ใช่บอกว่าถูกแล้วจะหนี ถ้าถูกแล้วไม่ต้องหนี ไม่ได้ว่าใครเลย ขอสักที สงบมาให้หลายวันแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งต้องสงบเรียบร้อย เพราะจะมีงานพระราชพิธีใช่หรือไม่ ใครสัญญาว่าจะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขอให้ยกมือ แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครทำอะไรได้ การเลือกตั้งต้องได้นายกฯ ที่มีคุณธรรม ไม่โกง ครั้งนี้ใครที่ทำให้คนไทยแตกแยก และทำให้ความรักความสามัคคีแตกสลาย เพื่อให้ตัวเองเข้ามามีอำนาจถือว่าใช้ไม่ได้ ทำให้คนอื่นอ่อนแอ แล้วตัวเองเข้ามาใช้ไม่ได้ ขณะเดียวกันสิ่งที่ทำทุกวันนี้แม้ใครไม่ชอบ ตนเองก็ไปเกลียดไม่ได้ ยิ่งว่ายิ่งต้องทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซัดธนาธรอาจทำให้คดีเร็วเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพวกกรณีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) กรณีไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2561 เป็นการเร่งรัดและเลือกปฏิบัติ ว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจ ยืนยัน คสช.ไม่ได้เร่งรัด และไม่เลือกปฏิบัติ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการขั้นตอนปกติทั่วไป แต่อาจมีบางบุคคลพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง และโดยทั่วไปในทุกๆ คดีที่ศาลยังไม่ตัดสิน ย่อมถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ และเปิดกว้างให้ตัวผู้ถูกกล่าวหาทุกคนสามารถไปแก้ต่างได้ตามช่องทางและกระบวนการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการมาก่อนประกาศวันเลือกตั้ง แต่ความคืบหน้านั้นอาจเป็นที่ความร่วมมือของผู้ถูกกล่าวหาเองด้วย&amp;rdquo; พ.อ.วินธัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานถึงขั้นตอนคดีกรณีดังกล่าวในวันที่ 27 ก.พ.2562 นั้น ตามหลักเเล้วนายธนาธรกับพวก ซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีการยื่นคำร้องฝากขัง เมื่อพนักงานสอบสวนนำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายธนาธรยื่นอัยการแล้วไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนอยู่แล้ว และเลยขั้นตอนการฝากขังมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธรกล่าวถึงคดีนี้ว่า ไม่กังวล ทุกคนในพรรคทดแทนกันได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความเป็นพรรคอนาคตใหม่จะดำรงอยู่ต่อไป ส่วนกระแสตอบรับจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างดีนั้น ขอขอบคุณทุกคนมาก แต่ยืนยันว่าอนาคตใหม่สนใจกลุ่มคนทุกช่วงวัย แต่ที่สนใจคนรุ่นใหม่มาก ก็เพราะพร้อมเปิดกว้างรับแนวความคิดที่ก้าวหน้าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการชี้แจงจากกองทัพว่างบประมาณได้รับมาจากฝ่ายการเมืองไม่เกี่ยวกับทหาร นายธนาธรกล่าวว่า นี่เป็นภาระของรัฐบาลพลเรือนในอนาคต กระแสการปฏิรูปกองทัพที่ทุกพรรคการเมืองพูดถึงในตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ก่อนหน้า 2-3 เดือนทุกคนต่างบอกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน ทำไม่ได้หรอก แต่ตอนนี้กลายเป็นวาระหลักของสังคม เมื่อเราร่วมกันผลักดันรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็เป็นไปได้ นี่คือสิ่งที่อนาคตใหม่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกระแสคนออกมาปกป้องในโลกโซเชียลว่า ซาบซึ้ง และขอบคุณกับสิ่งที่ทุกคนมอบให้กับเรามา คิดว่ากระแสฟ้ารักพ่อที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ทำ นี่คือดอกไม้บานตามธรรมชาติ คิดว่านี่คือความก้าวหน้าของสังคมไทยอีกขั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 12.30 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต นายธนาธรพร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่พบปะนักศึกษาและประชาชนละแวกชุมชนสวนอ้อย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการตอบรับอย่างดี มีการตะโกนฟ้ารักพ่อ นำน้ำมาให้ดื่ม ทิชชู่มาเช็ดเหงื่อ พร้อมพูดคุยทักทายจำนวนมาก จนต้องจัดแถวต่อคิวเซลฟีกับนายธนาธรนานนับชั่วโมง โดยมีรายหนึ่งขอให้ชู 2 นิ้ว แต่นายธนาธรทำท่าชู 3 นิ้ว อันหมายถึงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ซึ่งนักศึกษาทุกคนก็พร้อมใจกันทำตาม นอกจากนี้ ระหว่างการเดินพบปะประชาชนนักศึกษาพ่อค้าแม่ค้าวินมอเตอร์ไซค์นายธนาธรยังได้แนะนำให้ร่วมกันศึกษานโยบายของอนาคตใหม่ก่อนตัดสินใจไปเลือกตั้งด้วย
หวังปฏิวัติ 2475 สมบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายธนาธรได้ชวนนักศึกษาล้อมวง ก่อนกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก รณรงค์ปลุกใจให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ใจความว่า อีกไม่กี่วันจะถึงวันเลือกตั้งแล้ว น้องนิสิตนักศึกษาทุกคนถือเป็นคนรุ่นใหม่ เกิดมาโดยไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง แต่โตขึ้นมาก็ต้องมาพบกับความขัดแย้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง แล้วเราเรียนจบออกมาจะทำงานอะไร คนที่รับความซวยคือพวกเราที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง คนที่ต้องกำหนดอนาคต 20 ปี พวกเราต้องเป็นคนกำหนดเอง อย่ายอมให้ที่คนยึดอำนาจเข้ามากำหนดอนาคตให้เรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ต้องใช้การเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์ เพื่อส่งเสียงคนรุ่นใหม่ให้ดังว่า เราพร้อมแล้ว คนอายุระหว่าง 18-25 ปี มี 8 ล้านเสียง คิดเป็น 1 ใน 8 ของจำนวน ส.ส.ในสภา หรือ 62 ส.ส. ถือว่ามีความหมายมาก อย่าไปเชื่อว่าไม่มีความหมาย เสียงของเราเปลี่ยนประเทศไทยได้ อนาคตใหม่มุ่งมั่นที่เอาสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมกลับคืนมาให้สังคมไทย ใครฝันเหมือนกันให้มาร่วมลองทำกันให้ได้สักครั้ง สร้างสังคมที่เท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย มาร่วมกันทำภารกิจเมื่อ พ.ศ.2475 เพื่อให้ประชาธิปไตยยั่งยืนกัน ซึ่ง 86 ปียังทำไม่สำเร็จ ให้สำเร็จกันสักครั้ง&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เหตุการณ์ พ.ศ.2475 หรือเรียกว่าเป็นการปฏิวัติสยาม เกิดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 ซึ่งทำให้ราชอาณาจักรสยามเปลี่ยนรูปแบบประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยคณะราษฎร และทำให้ประเทศสยามมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงคดีของนายธนาธรว่า ขณะนี้ดำเนินคดีอาญาอยู่ ถ้าศาลตัดสินค่อยมาว่ากันอีกที เพราะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ส่วนหากถูกฝากขังหรือจำคุกโดยหมายของศาลนั้น ก็ต้องไปดูตัวบทกฎหมายอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์เปิดโปงประวัตินายธนาธรในเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ที่บิดเบือนว่า การปล่อยข้อมูลที่ผิดพลาดไว้ในเว็บไซต์พรรคนานถึง 5 เดือน ในแง่กฎหมายอาจไม่ได้มองว่าตั้งใจหลอกลวง แต่ความเป็นพรรคการเมืองที่ชูเรื่องของเทคโนโลยีและหาเสียงในโลกออนไลน์เป็นหลัก เมื่อพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจากความเป็นจริง ก็ควรรีบแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้นานถึง 5 เดือน การอ้างว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงาน แต่ทิ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไว้นานขนาดนี้ เป็นคำแก้ตัวที่อ้างยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) &amp;nbsp;กำหนดห้ามไม่ให้ผู้สมัครจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยการหลอกลวง ซึ่งความผิดนี้มีโทษถึงขั้นยุบพรรค จึงต้องติดตามดูว่าจะมีผู้ใดไปยื่นคำร้องเรื่องนี้ต่อ กกต. หรือไม่ เรื่องนี้จึงอาจถือว่าเป็นมรสุมการเมืองลูกใหม่ของพรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; นายเจษฎ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29664</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเจษฎ์ โทณวณิก, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6eb60872d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นไม่เบี้ยวเลือกตั้ง &#039;บิ๊กตู่&#039;ย้ำรธน.เขียนไว้แล้วโวยอะไรกันนักหนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; อัด &amp;ldquo;กลุ่มอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; ตั้งใจป่วน &amp;ldquo;กองทัพ&amp;rdquo; สำทับหวังผลยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย เตือนอย่าดึงท็อปบูตเป็นคู่ขัดแย้ง &amp;ldquo;จ่านิว&amp;rdquo; เปิดหน้าชนบิ๊กแดง บอกไม่ใช่ลูกผู้ชายโจมตีลับหลัง &amp;nbsp;&amp;ldquo;โบว์&amp;rdquo; ชี้ถูกกลั่นแกล้งแม้เรื่องเครื่องเสียง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำไม่เบี้ยวเลือกตั้งแน่ โวยอะไรนักหนา ย้อนยุคข้าชั่วเอ็งก็เลว &amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo; ซัดเพื่อไทยเป๋าตุงต้องถาม &amp;ldquo;บุญทรง จำนำข้าว&amp;rdquo; หญิงหน่อยสวนกลับต้องย้อนดูยุคซีทีเอ็กซ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.) ให้สัมภาษณ์ในระหว่างตรวจเยี่ยมและมอบโยบายปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่าไม่ได้ห่วง อยากให้ตำรวจทำงานให้ดี และกำลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ขอให้ทำงานเหมือนอย่างเดิม มีความซื่อตรงต่อประชาชน รักและสามัคคี ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า &amp;ldquo;ไม่กังวล ก็มีคนอยู่นิดเดียว จากคนตั้ง 70 ล้านคน กับคนร้อยกว่าคนไปกังวลอะไร ก็ตั้งใจป่วนมิใช่เหรอ ใช่มั้ย ก็ตั้งใจป่วน ไม่มีอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงเลือกตั้งขอให้ประชาชนคนไทยมีสติ และใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ว่ามีเจตนาอย่างไร หวังให้เกิดผลอะไรหรือไม่ การจัดการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในกรอบ 150 วัน คือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจะต้องอำนวยการพระราชพิธีสำคัญให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ขอให้คอยรับฟังข่าวสารและเหตุผลจาก กกต.ต่อไป
&amp;ldquo;ขอให้เชื่อมั่นว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือรัฐบาลจะร่วมบริหารจัดการตามที่ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกิดความสงบสุข ขออย่าได้นำกองทัพไปเป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือกลุ่มที่มีเบื้องหลังหวังผลยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายหรือความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง พี่น้องประชาชนควรเข้าใจในบริบทที่เกิดขึ้น ดูอย่างรอบด้านและช่วยกันนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยต่อไป&amp;rdquo; พล.ต.กฤษณ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวหลังประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ว่าที่ประชุมได้กล่าวถึงภาพรวมของประเทศที่อยู่ในช่วงวาระสำคัญที่จะมีพระราชพิธีและการจัดการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลและ กกต.กำลังเตรียมงานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในทุกมิติ สำหรับในส่วน คสช.เน้นย้ำให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ยังคงปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง สนับสนุนงานบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน และดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมเพื่อเอื้ออำนวยต่อการจัดการเลือกตั้ง ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ให้ประชาชน โดยเน้นสร้างการรับรู้ในเรื่องความคืบหน้าในการบริหารงานภาครัฐที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การเผยแพร่ข้อมูลจากรายการศาสตร์พระราชาฯ รวมทั้งชี้แจงข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้สังคมได้รับทราบ&amp;nbsp;
สวนบิ๊กแดงไม่ใช่ลูกผู้ชาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในช่วงเวลานี้การดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้งนั้น เป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่ กกล.รส.จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ คสช.กำหนดไว้ และได้กำชับส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหรืออำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมืองในการลงพื้นที่พบปะประชาชนและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่ต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเท่าเทียม เสมอภาค ตามแนวทางที่เหมาะสม ภายใต้กรอบกติกาและกฎหมาย เพื่อสร้างบรรยากาศของประเทศให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น&amp;rdquo; พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล.ร.6) และ ผบ.กกล.สุรนารี กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่าจะมีความวุ่นวายในการเคลื่อนไหวของนักการเมืองเกิดขึ้น โดยทุกอย่างยังปกติ ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในพื้นที่ก็ไม่พบการเคลื่อนไหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ &amp;nbsp;คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.วิจารณ์การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่าสร้างความวุ่นวาย ว่า &amp;quot;ผบ.ทบ.พูดจาแบบนี้ไม่ได้ ไม่เป็นลูกผู้ชายพอ เป็นทหารอย่ามาโจมตีประชาชนแบบลับหลังแบบนี้ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งพยายามชุมนุมไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของคนอื่นอยู่แล้ว การจัดการชุมนุมก็เป็นเพียงระยะสั้น&amp;quot;
&amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้งพร้อมชุมนุมต่อและกำหนดเส้นตายให้รัฐบาลภายในวันที่ 18 ม.ค. ให้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง อย่างช้าที่สุดควรอยู่ในช่วงวันที่ 10 มี.ค.จะเป็นกรอบที่อยู่ในเวลา &amp;nbsp;150 วันตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่ทราบว่าการตีความว่าแค่ลงคะแนนเสียงเสร็จ หรือต้องประกาศผลจนเปิดประชุมสภา&amp;rdquo; นายสิรวิชญ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวเรื่องนี้ว่า การชุมนุมโดยสันติวิธี ตามสิทธิเสรีภาพและสิทธิตามรัฐธรรมนูญทำได้ ลองนึกภาพบ้านเมืองที่ไม่มีการชุมนุม เราจะเกิดทรราชที่ใช้อำนาจได้อย่างตามอำเภอใจ โดยเฉพาะสภาที่ไม่มีฝ่ายค้านและสื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ การชุมนุมจึงเป็นช่องทางในการสื่อสารที่จำเป็น เรามาชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ไม่มีการยุยงปลุกปั่น ตอนนี้รัฐบาลพยายามทำให้สังคมเห็นว่าการชุมนุมเป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย ถ้าสังคมตั้งหลักตรงนี้ไม่ได้ เราก็จะเกิดการปิดปากกันเองด้วยการบอกว่าการชุมนุมเป็นสิ่งเลวร้าย เมื่อนั้นรัฐบาลเผด็จการจะสามารถทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐายังกล่าวว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้กล่าวโจมตีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และยังถูกกลั่นแกล้งเรื่องระดับเสียงของเครื่องเสียงด้วย ซึ่งเป็นเหมือนกลไกที่พยายามดิสเครดิตทุกวิถีทาง ทั้งที่กลุ่มพยายามสื่อสารเหตุผลของการไม่เลื่อนเลือกตั้งทุกวิถีทางคืออะไร คสช.ก็พยายามโยงไปเรื่องอื่นตลอดเวลา จึงฝากให้ทุกคนจับตาดูว่าการเลื่อนเลือกตั้งจนอาจทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ใครได้ประโยชน์ ซึ่งกลุ่มมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งภายในวันที่ 18 ม.ค.นี้ หากไม่มีความชัดเจนวันที่ 19 ม.ค.กลุ่มก็จะออกมาชุมนุมกันต่อ แต่ยืนยันว่าจะชุมนุมอย่างสันติวิธี และสถานที่ก็เป็นบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ทุกคนล้วนอยากให้บ้านเมืองสงบ โดยเฉพาะพรรคการเมืองก็อยากเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งต้องสงบก่อนจึงจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้ ดังนั้นไม่มีใครที่อยากทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย แต่อยากให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว และเป็นการเลือกตั้งที่สงบเรียบร้อย อีกทั้งไม่นานก็จะมีงานพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งเป็นงานที่น่าปีติยินดี เป็นช่วงเวลาสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ จึงหวังว่าคนไทยจะหล่อหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเตรียมงานพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ&amp;nbsp;
ตีมึนไม่รู้บิ๊กแดงหมายถึงอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่รู้ว่าสิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดหมายความว่าอย่างไร แต่พรรค พท.อยากเห็นความสงบเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และไม่เห็นประโยชน์ใดที่ใครจะสร้างความวุ่นวาย ทั้งนี้ก็ต้องฝากถึงทหารดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะสนับสนุนให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นเหตุเลื่อนเลือกตั้ง และการออกมาเรียกร้องของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็มองว่าไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่จะมาทำให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัฒน์ หาบุญพาด สมาชิกพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กว่าเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้ภาครัฐและฝ่ายทหารที่มีอำนาจเข้าใจประชาชน เข้าใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่าทำตัวเป็นเชื้อไฟให้เกิดความรุนแรง กลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ใช่มีเพียงที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ขณะนี้มีทุกจังหวัด เพียงแต่เขาอยากเห็นบ้านเมืองเดินทางไปสู่ความสงบเรียบร้อยเท่านั้น และขอฝากถึงผู้มีอำนาจที่คิดจะสืบทอดอำนาจ ขอให้ท่านคิดถึงอดีตที่เขาเคยทำกันมาในยุคก่อน สุดท้ายเป็นทรราชทั้งนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความไม่ชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งว่า จากที่ได้สัมผัสชาวบ้าน เขามองว่าอย่างไรเรื่องพระราชพิธีต้องยกไว้เหนือหัว แม้รัฐบาลระบุเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเนื่องจากเป็นห่วงกลัวจะกระทบพระราชพิธี ถ้าเป็นห่วงจริงควรเลื่อนวันเลือกตั้งให้เร็วกว่าวันที่ &amp;nbsp;24 ก.พ.เพื่อไม่ให้กระทบ ให้เลือกตั้งวันที่ 10 ก.พ.ก็ได้ แต่ที่ได้ยินมาเป็นเพราะคนบางคนในรัฐบาลไปเชื่อหมอดูบอกว่าฤกษ์วันที่ 24 ก.พ.ไม่ดีทั้งต่อรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องขยับออกไป และอีกเหตุผลคือเพื่อรอให้ผลงานรัฐบาลที่ได้ทำไปออกมา เพื่อที่จะส่งผลดีต่อพรรคที่สนับสนุนตัวเองใช่หรือไม่ &amp;nbsp;
ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเอกราช อุดมอำนวย ในฐานะประชาชนคนไทย คนอยากเลือกตั้งที่อดข้าวประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง ได้เดินทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังสำนักงาน กกต.เพื่อขอพบนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เพื่อเรียกร้องให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญาได้นัดพร้อมเพื่อตรวจหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน คดีชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งรวม 2 คดี คือ คดีหมายเลขดำ อ.1197/2561 และคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 โดยเป็นกรณีการชุมนุม &amp;ldquo;หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง : หมดเวลา คสช. ถึงเวลาประชาชน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ซึ่งจำเลยทั้งหมด 7 รายได้รับการประกันตัว โดยอัยการและทนายจำเลยคู่ความทั้งสองฝ่ายได้เสนอให้รวม 2 คดีเข้าด้วยกัน ซึ่งศาลเห็นชอบและนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 1 ส.ค.62
ลั่นไม่เบี้ยวเลือกตั้งแน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้เป็นสักขีพยานการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และได้พบปะพูดคุยกับประชาชนตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ขอบอกเลยว่าไม่ใช่นายกฯ บ้าอำนาจ ไม่ได้อยากมีอำนาจ ไม่ได้อยากที่จะต่อท่ออะไรทั้งนั้น แต่อยู่เพื่อทำงานให้สำเร็จ ส่วนการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ว่าไป และไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกตั้งซึ่งทุกคนคงรู้ว่าต้องเลือกคนอย่างไร จะเลือกอย่างไรจะได้นายกฯ อย่างไร ต้องรู้กติกาก่อน เพราะกติกาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ พูดอย่างนี้เพราะเป็นรัฐบาล จึงต้องขอให้ศึกษากติกาข้อมูลและรัฐธรรมนูญต่างๆ ให้ดีด้วย ส่วนเรื่องหาเสียงนั้นตนเองหาเสียงไม่ได้ แต่ต้องการให้ทุกคนเตรียมตัวเองให้เรียบร้อยในการเลือกตั้ง อีกทั้งพิธีสำคัญคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ใน 70 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนั้นในครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศอีกครั้งหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนแปลงจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพิธีต่างๆ มากมาย ดังนั้นขอให้พวกเรารักษาความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งแล้วหลังจากนั้นก็มีวิธีการ เช่นเรื่องการตั้งรัฐบาลก็มีเวลาที่ต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้นถึงอย่างไรก็ให้ทุกคนเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูนเขียนไว้แล้ว ผมจะมาเบี้ยวไม่ได้ หลายคนมาบอกว่าผมจะเบี้ยวไม่ให้เลือกตั้ง ถึงอย่างไรก็ต้องเลือกเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ เข้าใจหรือยัง แล้วมีใครปวดหัวปวดท้องกับเรื่องเลือกตั้งหรือไม่ มีผมที่ปวดอยู่ทุกวัน ตื่นเช้ามาก็มีแต่เลือกตั้งๆ เลื่อนเลือกตั้ง ไม่เลื่อนเลือกตั้ง มันอะไรกันนักหนา ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมเคารพกติกา แต่เมื่อมีเหตุมีความจำเป็นก็ไปว่ากันมา ก็ไปแก้กันมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องของผม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ต่างๆ โดยนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ &amp;nbsp;โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง แต่กลับพบว่ามีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐที่หมิ่นเหม่ว่าจะเป็นแทรกแซงการทำงานของ กกต.ออกมาให้เห็นอยู่ตลอด ล่าสุดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (กอ.รมน.ภาค 2) ได้ตั้งคณะทำงานประสานงานมวลชนขึ้นมา 1 ชุด มีทหารยศ พล.ท.เป็นหัวหน้า เพื่อพูดคุยกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 20 จังหวัดภาคอีสาน โดยอ้างว่าเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อเตรียมการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งจะจัดประชุมที่ จ.อุดรธานีในวันที่ 15 ม.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากดำเนินการจริง ขอตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการแทรกแซงการทำงานของ กกต.หรือไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร&amp;ldquo; นางลดาวัลลิ์กล่าวและว่า เป้าหมายที่แท้จริงเรื่องนี้คืออะไร &amp;nbsp;ต้องการเอื้อประโยชน์ให้พรรคที่ถูกมองว่าเป็นพรรคของรัฐบาล คสช.หรือไม่ ขอให้ทหารกลับกรมกองและให้ กกต.เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวจะเหมาะสมกว่า
ย้อนยุค &amp;#39;ข้าชั่วเอ็งก็เลว&amp;#39;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.นครราชสีมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สัมภาษณ์หลังระหว่างลงพื้นที่ปราศรัยช่วยว่าที่ ส.ส.ในพื้นที่ ว่ายังยืนเป้าหมายพรรคจะได้ ส.ส.ในภาคอีสานมากกว่า 60 คนอยู่ ส่วนกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าอยู่พรรคเพื่อไทยกระเป๋าตุง อยู่กับลุงตู่กระเป๋าแฟบ เรื่องนี้ขอถามคุณหญิงสุดารัตน์กลับไปว่า อยู่กับเพื่อไทยกระเป๋าตุง &amp;nbsp;กระเป๋าใครตุง ต้องให้ไปถามนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ดูว่ากระเป๋าใครตุง จะตอบได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ว่ากระเป๋าแฟบให้ดูที่ราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาข้าวพุ่งสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และชาวนายังได้ค่าเกี่ยวข้าว และลุงตู่ยังให้บัตรสวัสดิการประชารัฐ ทำให้ยุคลุงตู่ชาวนากระเป๋าตุงจริง ผิดกับสมัยยิ่งลักษณ์ชาวนากระเป๋าแฟบ แต่คนที่กระเป๋าตุงคือนายทุนและนักการเมืองผู้มีอำนาจบางคน &amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิง&amp;rdquo; นายสุริยะระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ตอบโต้เรื่องนี้ว่า อยากให้นายสุริยะเดินลงมาจากเวทีปราศรัย แล้วไปถามชาวบ้านที่เกณฑ์มานั่งฟังว่ากระเป๋าตุงแน่หรือ หรือตุงเฉพาะช่วงที่มีเครื่องตรวจวัตถุซีทีเอ็กซ์ อย่าคิดว่าทุกคนจะกระเป๋าตุงเหมือนนายสุริยะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในกรณีซีทีเอ็กซ์นั้นก็เกิดในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ซึ่งทั้งคุณหญิงสุดารัตน์เป็น รมว.เกษตรฯ และนายสุริยะก็เป็น รมว.คมนาคมในรัฐบาลดังกล่าวทั้งคู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวเช่นกันว่า เป็นในเชิงประชดประชันนั้น ทั้งที่ทุกวันนี้ไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำมากที่สุด และเรายังเผชิญภาวะคนจนยิ่งจนลง หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์ สิ่งที่คุณหญิงสุดารัตน์พูดเป็นสิ่งที่จับต้องได้ทางวิทยาศาสตร์ มีตัวชี้วัดชัดเจน นายสุริยะใสอย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร.กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศการลงพื้นที่พบปะประชาชนของทุกพรรคการเมืองเข้มข้น แต่ไม่ค่อยสร้างสรรค์ กลับไปสู่จุดเดิม เริ่มมีความขัดแย้งสูงขึ้นเรื่อยๆ มีการสาดโคลนโจมตีกันเหมือนเดิม ที่สำคัญ พปชร.ถูกกล่าวหาพาดพิงอยู่ตลอดเวลาว่าเอาเปรียบพรรคอื่น ทั้งที่ในความเป็นจริงเราไม่เคยเอาเปรียบใคร เล่นตามกติกา และไม่ขัดแย้งกับใคร ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงหันกระบอกปืนใส่เราตลอดเวลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวเตรียมยื่นใบลาออกจากการเป็นรองนายกฯ โดยกล่าวพร้อมหัวเราะว่า &amp;quot;ไม่เป็นความจริง วันนี้ยังเดินตรวจราชการกับนายกฯ อยู่เลย ไม่รู้ว่าข่าวออกมาได้อย่างไร ยืนยันว่ายังทำงานไปจนสิ้นรัฐบาล ไม่รู้สึกตกใจที่มีข่าวนี้ออกมา และเชื่อว่าเดี๋ยวก็มีข่าวลือรัฐมนตรีคนอื่นลาออกอีก&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีที่ถือครองหุ้นสัมปทาน ว่าสังคมกำลังถามหามาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย จะไปทำตัวเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่ถูกสังคมเรียกร้องมานานให้แสดงสปิริตลาออก หรือเกรงว่ากระแสกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีจะลามไปถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ที่เปิดเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ส่วนตัวสื่อสารกับสาธารณะ ว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีน้ำหนักยิ่งกว่า 4 รัฐมนตรี และอยากให้ กกต.เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ ก็ไม่ใช่มีผลเฉพาะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังจะทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นไปทั้งคณะด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26573</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชินวัฒน์ หาบุญพาด, ณัฏฐา มหัทธนา, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c98e857702.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพไทย&#039;แนะใช้วิจารณญาณรับรู้ข่าวสารช่วงเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ในช่วงเลือกตั้ง &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนคนไทยมีสติ และใช้วิจารณญานในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ว่ามีเจตนาอย่างไร หวังให้เกิดผลอะไรหรือไม่ การจัดการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นตามที่ รธน.กำหนดในกรอบ 150 วัน คือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.โดย กกต.จะพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจะต้องอำนวยการพระราชพิธีสำคัญให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ขอให้คอยรับฟังข่าวสารและเหตุผลจาก กกต.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้เชื่อมั่นว่าทางคสช.หรือรัฐบาลจะร่วมบริหารจัดการตามที่ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และสร้างสภาวะแวดล้อมให้มีเกิดความสงบสุขขออย่าได้นำกองทัพไปเป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือกลุ่มที่มีเบื้องหลังหวังผลยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายหรือความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง พี่น้องประชาชนควรเข้าใจในบริบทที่เกิดขึ้น ดูอย่างรอบด้านและช่วยกันนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเลือกตั้ง, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c023e65bf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
