<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอบสำนวนส่ง&#039;ปปช.&#039;เชือดจนท.สรรพสามิต-ศุลกากรโกงภาษีน้ำมัน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 -&amp;nbsp; ที่สำนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางมาพบกับ นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อนำส่งสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยนำเอกสารหลักฐานกว่า 8 แฟ้ม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปนม.ตร.) ได้ลงพื้นที่สอบสวนพฤติกรรมการโกงภาษีน้ำมัน มายื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนความผิดใน 2 คดี คือกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐจากกรมสรรพสามิต 3 คน และกรมศุลกากร 3 คน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงภาษีน้ำมัน มีความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามมาตรา 162 ที่รับรองเอกสารอันเป็นเท็จ ส่วนอีกคดีคือกรณีบริษัทเอกชนเป็นผู้ร่วมสนับสนุนให้มีการกระทำผิด โดยทั้ง 2 คดีนี้ทางป.ป.ช.ระบุว่า หากผู้เกี่ยวข้องในสำนวนมีความเชื่อมโยงกัน ก็สามารถรวมการไต่สวนเข้าด้วยกันได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะก่อนหน้านี้ ป.ป.ป.ได้ลงพื้นที่ทำข้อมูลอย่างรัดกุมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบพบว่าบริษัทผู้ค้าน้ำมันแห่งหนึ่ง ทำเรื่องขอซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันตามมาตรา7 ที่มีสิทธิ์ขอยกเว้นหรือคืนภาษีตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต 2560 ในจังหวัดชลบุรี อ้างว่านำไปขายต่อให้ บริษัทในประเทศเมียนมา แต่ข้อเท็จจริงกลับพบว่า มีการขนส่งน้ำมันไปขายให้ปั๊มน้ำมันที่จังหวัดพิษณุโลกจำนวน 32,000 ลิตร ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ส่วนน้ำมันที่เหลือ ค่อยนำส่งที่ชายแดนอำเภอเเม่สอด ซึ่งการสืบสวนพบว่า ทำมาแล้ว 36 ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปนม.ตร., ปปช., ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช., พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbef32423de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้ายึดทรัพย์อดีตปลัดพม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินหน้ายึดทรัพย์คดีแพ่งบุคคลเกี่ยวข้องโกงเงินคนจน &amp;quot;ปปป.-ปปง.-ป.ป.ท.&amp;quot; ร่วมหารือคดีฟอกเงิน &amp;quot;อดีตปลัด พม.&amp;quot; รับตรวจสอบยากเนื่องจากแปรสภาพเป็นรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และไม่ได้ฝากสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดไปฝากเครือญาติกว่า 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) วันที่ 12 กรกฎาคม &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการคดีฟอกเงิน กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ หญิงสาวคนสนิท ผู้ต้องหาคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.กมลกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกันของพนักงานสอบสวน ปปป., &amp;nbsp;ปปง., ป.ป.ท. เพื่อหารายละเอียดแนวทางดำเนินคดีฟอกเงิน เช่น จำนวนเงินที่กระทำความผิดเท่าไหร่ ความผิดเกิดขึ้นเมื่อใด และสถานที่กระทำความผิดที่ไหนบ้างโดยเบื้องต้น ปปง.พบมีจำนวน 26 แห่ง เป็นงบประมาณปี 59 ซึ่งจะตรวจสอบว่าแต่ละแห่งมีจำนวนเงินกระทำความผิดเท่าไหร่ รวมทั้งนอกจาก 2 รายแรกที่เข้าแจ้งความแล้วยังมีคนอื่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนคดีทางอาญาของอดีตปลัด พม.ที่เสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตายต้องยุติลง ส่วน น.ส.วาสนายังให้รักษาตัวไป ก่อนจะมาเรียกสอบปากคำอีกครั้ง แต่ในคดีทางแพ่ง จะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาเส้นทางการเงิน หากเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็จะเรียกมาชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยากล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการตรวจสอบงบประมาณปี 59 แต่ ปปง.จะขยายผลเพิ่มเติม หากพบกระทำผิดก่อนหน้านี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติอายัดทรัพย์สินครั้งแรกที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์และพวก รวม 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้การตรวจสอบทรัพย์สินค่อนข้างยาก เนื่องจากมีการแปรสภาพเป็นรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงไม่ได้ผ่านสถาบันการเงิน แต่หิ้วเงินสดนำไปฝากบุคคลอื่น ทั้งเครือญาติและคนใกล้ชิด เชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนทรัพย์สินออกนอกประเทศ ส่วนจะมีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ใหญ่กว่าปลัด พม. กำลังตรวจสอบ โดย ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์ก่อน 2 ราย คือ นายพุฒิพัฒน์ และ น.ส.วาสนา หลังจากนั้นจะขยายผลกล่าวโทษบุคคลอื่นเพิ่มเติม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการฆ่าตัดตอนนั้น นายวิทยากล่าวว่า ดูจากพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมาประกอบกัน คาดว่าไม่น่าเป็นการตัดตอน เพราะไม่พบการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, วาสนา ตะเภาพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769ef8b287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ป.ป.ท.ลั่นอดีตปลัดพม.กินยาฆ่าตัวตายไม่กระทบคดี ปปง.เผยคดีอาญายุติแต่ยังคงยึดทรัพย์ต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มิ.ย.61- พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดรกะทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตโกงเงินคนทั่วประเทศได้กินยาฆ่าตัวตายพร้อมสาวคนสนิทภายในบ้านพักย่านจ.ปทุมธานีจนเสียชีวิต ว่า ขอยืนยันการทำคดีของป.ป.ท.ยังคงดำเนินการต่อไปและไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีอย่างแน่นนอน เนื่องจากการดำเนินคดีส่วนใหญ่จะเป็นระดับเจ้าหน้าที่ และ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วันนพ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับอดีตปลัดพม.ทาง ป.ป.ท.ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว เนื่องจากเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
แหล่งข่าวระดับสูง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ยืนยันการดำเนินคดีทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาจะระงับไปทันที ส่วนการติดตามยึดอายัดทรัพย์สินนั้น ทาง ปปง.ยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับสาวคนสนิทที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นจะยังมีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาเช่นเดิม และดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนข้อกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำคดีหรือไม่นั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกันและไม่เกิดผลกระทบแน่นอน เช่นเดียวกับความคืบหน้าของคดีนี้หลังจากแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ปปป. ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หลังจากมีพยานหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน&amp;rdquo; แหล่งข่าวระดับสูง ปปง. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจกับทางครอบครัวผู้ถูกกล่าวหา และอยากให้ทางผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ต่อสู้ทางคดีตามกฎหมายมากกว่า ไม่อยากให้หนีความผิดคิดสั้นฆ่าตัวตายเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กว่า 10 คน หนึ่งในนั้น คือ นายพุฒิพัฒน์ เพราะปปง.ตรวจสอบพบเส้นทางการทุจริตเงินปีงบประมาณ 2559-2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12367</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโกงเงินคนจน, นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, ป.ป.ท., ปปง., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, วิทยา นิติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35d2e65b500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมธีจบแล้วอยู่ที่&#039;เขา&#039; ป้อมทิ้งปริศนาตามล่าตัว ยึดทรัพย์&#039;บิ๊กพม.&#039;88ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ทิ้งปริศนา ตามล่าตัว &amp;quot;เมธี&amp;quot; จบแล้ว! ได้ตัวหรือไม่อยู่ที่ &amp;quot;เขา&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่ปารีส ไปดูปืน เด้ง ผกก.ตม.นครพนม! เซ่นปล่อยเข้าลาว ขณะที่คู่หู &amp;quot;ทนายแดง-พระสำนักสงฆ์เถื่อน&amp;quot; ร้องกองปราบฯจับ ผอ.พศ.ดำเนินคดี เพราะจับพระเงินทอนไม่ยอมจับเจ้าหน้าที่ ส่วน ปปง.มีมติยึดทรัพย์ 88 ล้านบาทของแก๊งบิ๊ก พม.โกงเงินคนจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประสานขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากล เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ที่หลบหนีไปประเทศเยอรมนีแล้วยื่นขอลี้ภัย ว่า &amp;quot;ทุกอย่างจบแล้ว ให้เขาดำเนินการไป ส่วนจะได้ตัวหรือไม่ ก็อยู่ที่เขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันตามโซเชียลฯ &amp;nbsp;ต่างๆ ได้นำภาพพร้อมรายละเอียดการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ซึ่งเป็นการเดินทางตามคำเชิญของตำรวจฝรั่งเศส เพื่อเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภาพและคลิปที่ปรากฏ เป็นภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ระหว่างไปเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับนายตำรวจ 2 นาย ยศ &amp;nbsp;&amp;quot;ร.ต.อ.&amp;quot; กับ &amp;quot;ด.ต.&amp;quot; ที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)นครพนม กรณีปล่อยให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีไปยังประเทศลาว และเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีนั้น ล่าสุด มีคำสั่งจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 (บก.ตม.4) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ให้ พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.นครพนม ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.ท.นิธิวัชร์ ดิลกพงศ์โยธิน รอง ผกก.ตม.นครพนม รักษาราชการแทน ขณะที่ยังไม่มีการสรุปผลการสอบสวนตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผบก.ตม.4 ให้เหตุผลที่มีคำสั่งย้าย ผกก.ตม.นครพนม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ ตม.ที่อยู่ที่ด่านจะต้องตรวจเอกสารบุคคลว่าตรงกับรูปหรือไม่ และต้องไปตรวจในรถอีกครั้งว่ามีคนมาครบตามเอกสารหรือไม่ ซึ่งในวันดังกล่าว มีร้อยเวรยศ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; เข้าเวร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจประทับตราเอกสารยศ &amp;rdquo;ร.ต.ท.&amp;rdquo; พบว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ คือไม่ตรวจสอบให้ครบ จึงต้องไปถึงผู้บังคับบัญชาตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผกก.จึงถูกดำเนินการ เมื่อผู้บังคับบัญชาผิดไม่ตรวจสอบดูแล ต้องถูกดำเนินการทางวินัย ต่อไปต้องให้ ผกก.ตม.นครพนมชี้แจงว่ามีการอบรมประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาถึงขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ หากพบว่ามีการสั่งการตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ถือว่าไม่เป็นข้อบกพร่อง เพราะการปฏิบัติหัวหน้าหน่วยต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ
&amp;quot;ถ้าผลสอบออกมาพบว่ามีการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดถึงข้อปฏิบัติ ถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนผลการสอบสวนของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 นายนั้น คณะกรรมการสอบเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการจะเสนอขึ้นมา ต้องดูว่าผิดหรือไม่อย่างไร โทษระดับไหน ถ้าร้ายแรงก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; &amp;nbsp;ผบก.ตม.4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวรากร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธมโม ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี 2600 ปี และเป็นพระลูกวัดโพธิ์ทะเล จ.พิจิตร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ &amp;nbsp;รองผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ทางกองปราบฯ มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีการทุจริตเงินทอนวัด ในความผิดตามมาตรา 157 &amp;quot;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรากรกล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทาง พศ.ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัด จนมีการจับกุมพระสงฆ์จำนวนหลายรูป แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ที่ผ่านมายังคงมีข้าราชการของสำนักพุทธฯ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีหลายราย ตนเองจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนขยายผล และดำเนินคดีให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
พระก็ต้องใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า อยากให้มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ตามความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่มีการออกหนังสือคำสั่งที่ 0001/06036 ฉบับลงวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ที่มีการขอให้ทำการตรวจสอบบัญชีวัด และชี้แจงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทางตนและประชาชนคนอื่นๆ นั้นไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เป็นเพียงผู้สนับสนุนพระ ไม่ใช่ผู้ปกครองพระ &amp;nbsp;และการกระทำแบบนี้ จึงเป็นการกระทำเกินหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธากล่าวว่า พระเองก็มีความจำเป็นในการใช้เงินในการดำรงชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป เพราะพระเองก็ต้องใช้เงินเพื่อใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้จ่ายในเรื่องการเรียนการสอน เพราะเป็นกฎกติกาของสังคมในปัจจุบัน ส่วนการถือครองเงินควรเป็นรูปแบบบัญชีของวัดหรือไม่นั้น มองว่าวัดแต่ละแห่งมีรูปแบบการจัดการระบบเงินแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละวัดจะนำมาใช้จ่ายแบบใด อีกทั้งพระสงฆ์บางรูปมีทรัพย์สินบางส่วนติดตัวมาตั้งแต่ก่อนบวช ในรูปแบบของมรดก จึงอยากให้แยกบัญชี เพราะพระบางรูป ช่วงเวลาการบวชแตกต่างกัน เมื่อสึกออกไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินดังกล่าวออกไปใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อประท้วงกรณีที่ดินของสำนักสงฆ์ฯ ถูกยึด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา และเคยใช้สำนักสงฆ์เผาศพหญิงไร้ญาติบนกองฟืนจนถูกชาวบ้านประท้วงมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดที่วัดธาตุพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งทางวัดยืนยันว่างบประมาณที่ได้รับนั้นเป็นการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งที่วัดธาตุพระอารามหลวงแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจริง โดยมีการโอนเงินมาให้ ทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 18 ล้านบาท คงเหลือให้วัดเพียง 1 ล้านบาท โดยอีก 17 ล้านบาทมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.นั้นมารับเงินสดไป
สอบย้อนหลัง 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปมทุจริตเงินทอนวัดให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน โดยมีนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว คลังจังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ ว่ามีเจ้าหน้าที่คนใด พระสงฆ์รูปไหน วัดไหน ในจังหวัดขอนแก่น เข้าไปเกี่ยวข้อง เอื้ออำนวยให้ความสะดวก หรือไปเชื่อมโยงทำให้มีขบวนการเชื่อมโยงในรูปแบบเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบดังกล่าวนี้จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง ว่า 10 ปีที่ผ่านมามีงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโอนมาให้ผิดปกติมากน้อยเพียงใด&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนของ บก.ปปป.เพื่อหาพยานหลักฐานวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบอุดหนุนเกิน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการร้องทุกข์ และยังไม่มีวัดใดถูกดำเนินคดี เพราะต้องรอ พ.ต.ท.พงศ์พรตรวจสอบสำนวนก่อนดำเนินการร้องทุกข์ จึงจะสรุปว่ามีจำนวนกี่วัด อย่างไรก็ตาม บก.ปปป.ได้ประชุมร่วมกับ พศ.ทุกเดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าอยู่แล้ว กรณีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ควรจะสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ พศ.ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่สังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางมาพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมหญิงสาวคนสนิท และพวกที่เป็นอดีตข้าราชการใน พม. ในคดีทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิทยานำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอน แต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคาร เป็นแบบหิ้วกลับ จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ โดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ 80 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ซึ่งก่อนที่ ปปง.จะเข้ามายึดอายัดทรัพย์ พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ทั้งนี้ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุ และส่งต่อมาที่ปลัด พม. แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวิทยายังกล่าวอีกว่า ปปง.จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สินเข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินภายใน 30 วัน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะคืนทรัพย์สินให้ แต่หากชี้แจงไม่ได้ จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ยึดทรัพย์แก๊ง พม.88 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมลระบุว่า เบื้องต้นได้นัด ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด ประกอบด้วย ปปง., ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควร แต่ทาง ปปง.ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน เพื่อให้ ปปป.มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน โดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม., นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัด พม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สินสามารถเดินทางมาชี้แจงได้ที่ ปปง. ภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากถูกอายัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงาน ปปง. จะได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญาความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินีที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิดทุกคน ก็ยังอาจต้องถูกลงโทษจำคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย มีโทษจำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง หากประชาชนพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ สามารถโทร.แจ้งสายด่วน ปปง.1710&amp;quot; พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตไปแล้ว 11 คน แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่กันตัวไว้เป็นพยานอีก 15 คน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปผลในส่วนนี้ จึงต้องรอให้เสร็จเรียบร้อยถึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและพยานอาจจะมีหลักฐานเกี่ยวข้องกัน หากเปิดเผยรายละเอียดอาจจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางคดีความได้ และคาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดรวม 26 ราย ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม, พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212d2b306b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิสิฐชัย&#039; คือใครในดงเหลือง?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมนี่ สันดานเสียอยู่ (หลาย) อย่าง ถ้าข้องแล้วเก็บคาไว้ จะนอนไม่หลับ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างกรณี...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&amp;quot; พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ข้าราชการเด็กๆ เป็นถึงระดับ ๘ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยพลังพระดันก้น หวิดโจนพรวดจาก ๘ ขึ้น ๑๐ กินตำแหน่งแทน พ.ต.ท.พงศ์พร มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็น ๘ ดีกรี &amp;quot;เนติบัณฑิตไทย&amp;quot;.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไฉนจึงใช้ความรู้-ความเข้าใจกฎหมายระดับเด็กประถม ๑ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โพสต์ข่าว &amp;quot;เงินทอนวัด&amp;quot; ปั่นให้สงฆ์กับบ้านเมือง เกิดทัศนคติปฏิปักษ์ สู่การหักล้างรุนแรง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือไม่อีกที.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คล้ายส่งสัญญาณให้คน &amp;quot;สันหลังหวะ&amp;quot; ในคดีเงินทอนวัด รีบเผ่นตาม &amp;quot;เสี่ยนงค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อน &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; หรือ ปปป.จะบุกวัด!?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมว่า มันผิดปกติ &amp;quot;มาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวาน (๑๑ มิ.ย.๖๑) นายพิสิฐชัย โพสต์ fb อีกครั้ง ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตามที่ข้าฯ ได้โพสต์เกี่ยวกับการดำเนินการวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ ๔ วัด โดยข้าฯ ติดตามข่าวจากสื่อสารมวลชนต่างๆ แล้วเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน จึงขอแก้ไขข่าวว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีการดำเนินการตามที่โพสต์แต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดที่โพสต์ไป มีวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติฯ วัดบวรฯ วัดราชสิทธิฯ จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไร..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดีเอสไอ ดีกรีเนติบัณฑิต อ้างเข้าใจคลาดเคลื่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันจบ &amp;quot;ทางคดี&amp;quot; ได้ง่ายๆ อย่างนี้เชียวหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนกองปราบฯ ก็ไม่เอาเรื่อง-เอาคดี กับการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทาง ปปป.เอง &amp;quot;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา&amp;quot; ผู้บังคับการ ปปป.ก็ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ไม่จำเป็นต้องเรียกนายพิสิฐชัยมาสอบสวน เพราะไม่มีบุคคลใดร้องทุกข์หรือแจ้งความเอาผิด กรณีโพสต์ลักษณะนี้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีแต่ทาง DSI ต้นสังกัด..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ&amp;quot; รองโฆษก ดีเอสไอ บอกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอมีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย พ้นจากกองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่ &amp;#39;สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ&amp;#39; โดยมีผลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้กองภาษีอากร ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมเชิญผู้แทน พศ.และ ปปป.มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญาหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟังดู ขึงขัง-จังจริง.............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ &amp;quot;แค่นี้แหละ&amp;quot; ไม่ต้องคิดมากให้เยี่ยวเหลือง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องหน้า เป็นอนาคตยังมาไม่ถึง ฉะนั้น ไม่ต้องพูด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เบื้องหลัง เป็นเรื่องอดีต.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นย่อมมีร่องรอยเป็นฐานให้มองเหตุปัจจุบัน ว่าโพสต์ของนายพิสิฐชัย มีเหตุจูงใจ สู่เป้าหมายด้วยเจตนาใด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เว็บไซต์ไทยโพสต์&amp;quot; เมื่อวาน เขานำเสนอเป็นข่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก แต่เขาแนะนำตัวเองผ่านการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....ผมเป็นลูกศิษย์พระหลายๆ วัดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เขียนไปแล้วก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.หลวงปู่ดุลย์ อตุโร วัดบูรพาราม วัดสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.หลวงปู่พุทธทาส วัดสวนโมกข์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๓.สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ วัดบวรนิเวศวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๔.สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๕.สมณะโพธิรักษ์ วัดสันติอโศก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๖.พระอริยมุนี (ศรี ฐิติพโล) วัดเทวราชกุญชร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีโอกาสจะเขียนให้อ่านอีกมีอีกหลายวัดครับ....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ผมกระหายใคร่รู้ &amp;quot;ตัวตน&amp;quot; นายพิสิฐชัยให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะที่บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นลูกศิษย์ &amp;quot;หลวงปู่ดูลย์ อตุโล&amp;quot; หรือ &amp;quot;พระราชวุฒาจารย์&amp;quot; อริยสงฆ์ ผู้เป็นศิษย์ &amp;quot;หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลวงปู่ดูลย์.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่านจำพรรษาอยู่วัดบูรพาราม สุรินทร์ ละสังขารไป ๓๕ ปีแล้ว คือเมื่อ ๓๐ ตุลา ๒๖ ด้วยอายุ ๙๖&amp;nbsp; ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลองค้นๆ ดู พบเพจ &amp;quot;ชมรมส่งเสริมคนทำดี โดย ชัย วัฒนา หรือ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาโพสต์ประวัติตัวเองย่อๆ ไว้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร เกิด ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๑&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติศาสตรบัณฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนติบัณฑิตไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สมัยเด็กเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดุลย์ อตุโร วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -เดิมชื่อ นายเรืองแสง ปรีชาธรรม ต่อมา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทาน ชื่อและนามสกุลใหม่ว่า พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่ปรึกษาอธิการบดี (พระพรหมบัณฑิต) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านกฎหมาย สมัยที่ ๔ (หนึ่งสมัย ๔ ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -อนุกรรมการ (ไต่สวน) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -กรรมการและเลขานุการโครงการอิ่มบุญส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรม ในอุปถัมภ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสารคณะกรรมการติดตามข้อมูลข่าวสาร มหาเถรสมาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ ๙ กันยายน ๒๕๖๐ นายพิสิฐชัย โพสต์อีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกติผมจะไม่เขียนถึงครูบาอาจารย์ที่ยังมีชีวิต ครั้งนี้ขอยกเว้นสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนอายุ ๑๙ ปี เคยไปวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีต้นไม้มาก กุฏิพระหลังเล็กๆ เข้าไปคุยกับพระ แต่ก็ไม่สนใจอะไรมาก หลังจากนั่น อายุ ๒๐ ก็บวช ก็เดินทางไปศึกษาตามวัดต่างๆ หลายวัดหลายแห่ง และกลับมาวัดในกรุงเทพฯ ที่เคยมา อยู่ปฏิบัติธรรมระยะหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดนี่ไม่ฉันเนื้อสัตว์ กลางวันไม่นอน แต่จะทำงาน ทำหนังสือธรรมะ พระห้ามมีเงิน ถือว่าปฏิบัติเน้นศีล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พออายุ ๒๗ บวชได้ ๗ พรรษา อยากศึกษาชีวิตทางโลก ก็สึกออกมา ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างที่สื่อมวลชนหลายแห่งสงสัย ว่ามีปัญหาอะไรถึงต้องสึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสึกมา ก็ไปทำงานแบบคนทั่วไป ลำบากครับ เริ่มต้นเป็นกรรมกรแบกหาม แถวๆ วรจักร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้น ก็ไปเป็นเด็กถ่ายเอกสาร เด็กล้างจาน ลำบากครับ และไปเรียนนิติศาสตร์ รามฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียนสองปีครึ่ง ก็จบ ระหว่างเรียนราม ไปเข้ากลุ่มรามบูชาธรรม ของวัดในกรุงเทพฯ ที่เคยได้ ได้เป็นหัวหน้ารุ่นปี ๒๕๓๙ ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั่นผมชื่อ เรืองแสง ปรีชาธรรม ตอนผมเรียนรามผมเป็นเด็กวัดนี้ อยู่ที่วัดนี้ครับ ตื่นตีสามทุกวันไปจ่ายตลาดซื้อผักมาทำอาหารมังสวิรัติขาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นร้านของกลุ่มครับ ทุกคนทำงานฟรี แต่ได้กินได้อยู่ มีค่าลงทะเบียนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อยู่วัดประมาณ ๒ ปี ได้ฟังธรรมะตลอด เพลินดี ท่านเจ้าอาวาสก็ใจดีครับ เทศน์ดีมาก เคร่งครัดเรื่องศีล ยังคงคิดถึงท่าน สมณะโพธิรักษ์ แห่งวัดสันติอโศก ครับผม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเคยบอกพวกท่านแล้วจริงๆ แล้วผมเป็นลูกศิษย์ทุกวัดจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนายพิสิฐชัยโพสต์ประวัติ เป็นช่วงตำแหน่ง &amp;quot;ผอ.สำนักพุทธ&amp;quot; ว่าง เพราะ พ.ต.ท.พงศ์พร ถูกนายกฯ ย้ายไปประจำสำนักนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๓๐ สิงหา ๖๐ นายพิสิฐชัย นำข้อเขียนของผู้ใช้นาม &amp;quot;สนั่น ภูวดล&amp;quot; มาโพสต์ ความตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจจะเป็นคนนี้...พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย.....สนั่น ภูวดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่มีข่าวลือเล็กๆ ว่า มีแคดิเดท ถึง ๓ คน ที่จะมารับไม้ผลัดมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระดับ ๑๐ หรือ นายกฤษณพงศ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อได้มาพินิจพิจารณาผลงานที่น่าจะเป็นไปได้สูง เหลือเพียงสองคน ที่น่าจะเข้าข่ายอันดับแรกก็คือ ปลัด วธ. กฤษณะพงศ์..ฯลฯ... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนต่อมาก็คือ นายพิสิฐชัย ....ฯลฯ.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งคนนี้เพิ่งมีบทบาทที่โดดเด่น กรณีที่ ดีเอสไอ สนธิกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ มาปิดล้อมวัดพระธรรมกายเพียงเพื่อมาจับกุมพระธรรมชโย เพียงรูปเดียว เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นระยะเวลาร่วมเดือน แต่ก็ไม่สามารถเข้าพบพระธรรมชโยได้ เพราะลูกศิษย์ลูกหาจำนวนเรือนหมื่นออกมาคัดค้าน ด้วยการสวดมนต์บทธรรมจักกัปปวัตนสูตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเห็นว่าทางดีเอสไอใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่มาแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบภายในวัดได้ แต่ไม่ยอมทำ แต่จะใช้กำลัง ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางดีเอสไอ จึงได้ส่งนายพิสิฐชัยซึ่งถือเป็นสายประนีประนอม เพื่อลดแรงต่อต้านจากบรรดาลูกศิษย์เรือนหมื่น และพระผู้ใหญ่ของทางวัดพระธรรมกาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ประวัตินายพิสิฐชัยคนนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา น่าจะเข้าใจพระผู้ใหญ่ได้ดี จึงได้เป็นกรรมการและเลขานุการโครงการอิ่มบุญส่งเสริมเยาวชนปฏิบัติธรรมในอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช....ฯลฯ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เป็นที่ปรึกษาอธิการบดี (พระพรหมบัณฑิต) มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ด้านกฎหมาย...ฯลฯ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๔ กันยา นายพิสิฐชัย ยังปั่นข่าวปั้นตัวเองต่ออีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ไทยรัฐพรุ่งนี้ ลงว่าตำแหน่ง ผอ.พศ.มีตัวเลือกตอนนี่&amp;nbsp; ๒ คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๑.นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๒.นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ ๒๖ กันยา ครม.มีมติให้ พ.ต.ท.พงศ์พรกลับมาเป็น ผอ.สำนักพุทธตามเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอามหาเถรฯ ฝ่ายดันก้นนายพิสิฐชัย &amp;quot;ช้ำใน&amp;quot; จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่หาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาเถรฯ ที่ว่านี้ ใครบ้าง อยากรู้น่าจะไปถาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รักสยาม นามานุภาพ&amp;quot; นายกสมาคม ปธ.๙&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รท.รศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ&amp;quot; นายกสมาพันธ์ชาวพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา&amp;quot; นายกสมาคมวิชาการพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มหาโชว์-มหาประสาร&amp;quot; ด้วยก็ได้.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องพรรค์นี้ ๒ ขุนพลเหลือง รู้แจ้ง-แทงตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, ปปป., ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พระอริยมุนี (ศรี ฐิติพโล) วัดเทวราชกุญชร, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, รท.รศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ, สมณะโพธิรักษ์ วัดสันติอโศก, สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ วัดบวรนิเวศวิหาร, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ, หลวงปู่ดุลย์ อตุโร วัดบูรพาราม วัดสุรินทร์, หลวงปู่พุทธทาส วัดสวนโมกข์, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาวัดต้นแบบพระไม่จับเงิน DSIเด้งพิสิฐชัยตั้งกก.สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โฆษก พศ.&amp;quot; แจงหนังสือสำรวจบัญชีการเงินวัดทั่วประเทศ แค่หาวัดต้นแบบที่พระไม่จับเงิน อ้างนำไปเป็นตัวอย่าง ปัดตอบพระสงฆ์ในวงประชุม มส.ข้องใจคำสั่งหรือไม่ &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; เด้ง &amp;quot;พิสิฐชัย&amp;quot; พ้นเก้าอี้ พงส.กองคดีภาษีอากร ไปอยู่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญฯ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน &amp;quot;มือโพสต์เชือด 4 วัดใหญ่&amp;quot; ชิงแก้ตัวอ้างตามข่าวสื่อแล้วเข้าใจคลาดเคลื่อน สะพัด! DSI จะเข้าแจ้งความจับเองฐานผิด พรบ.คอมพ์ ก่อนนำตัวส่ง ตร. 12 มิ.ย.นี้ &amp;quot;วัดเทพศิรินทร์&amp;quot; เปิดประตูให้ตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม วันที่ 11 มิ.ย. มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 16/2561 โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานในที่ประชุม พร้อมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม รวมทั้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมประชุมโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รอง ผอ.พศ. ในฐานะโฆษก พศ. พร้อมด้วยนายสิปป์บวร แก้วงาม รองโฆษก พศ.แถลงผลการประชุม โดยนายณรงค์กล่าวว่าตามหนังสือที่พระเทพสุธี เจ้าคณะภาค 1 &amp;nbsp;รายงาน ตามที่พระธรรมสุธี รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร รายงานว่าด้วยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถอดถอนสมณศักดิ์พระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่ปรากฏตามในราชกิจจานุเบกษา จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 วรรค 2 แห่งกฎมหาเถรสมาคม &amp;nbsp;ฉบับที่ 19 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการณ์แทนเจ้าอาวาส จึงได้แต่งตั้งให้ พระเทพรัตนมุนี &amp;nbsp;อายุ 54 พรรษา 32 วิทยฐานะ เปรียญธรรม 7 ประโยค เจ้าคณะภาค 12 และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก พศ.กล่าวถึงกรณีมีเอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุดของ พศ. ที่ 0001/06036 ลงวันที่ 8 &amp;nbsp;มิ.ย.61 เรื่องขอข้อมูลวัดที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด (พศจ.) จนสร้างความสับสนว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดนั้น ต้องขอชี้แจงตามแถลงการณ์ของ พศ.ว่า หนังสือที่ออกไปมีวัตถุประสงค์เพื่อขอทราบแนวทางปฏิบัติได้จริง หลักการคือภิกษุมิต้องมาถือเงิน แต่ผ่านบัญชีส่วนกลาง เพื่อให้วัดที่ยังไม่ได้ดำเนินการนำไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับวัดนั้นๆ และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยต่อไป
พศ.อ้างหาวัดไม่จับเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องการหาวัดตัวอย่างที่พระไม่จับเงิน ซึ่งเป็นไปตามพระวินัยปิฎก พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้อย่างชัดเจน ไม่ให้พระภิกษุรับหรือใช้ให้คนอื่นไปรับ หรือแม้กระทั่งยินดีในเงินที่เขาเก็บไว้ให้ตน นอกจากนี้ยังรวมถึงอะไรที่มีค่าในการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ เช่น &amp;nbsp;ธนบัตร เหรียญ เช็ค บัตรกดเงินสด บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต การรับเงินทองจึงผิดพระวินัยและเป็นการอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ของพระภิกษุที่รับ ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดๆ เช่นการรับเพื่อตัวหรือเพื่อสงฆ์ก็ตาม&amp;quot; โฆษก พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณรงค์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ออกหนังสือไปเพื่อหาวัดตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นๆ &amp;nbsp;ตามที่สื่อเผยแพร่ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่การบังคับแต่อย่างใด เพียงต้องการหาวัดตัวอย่างเพื่อเป็นต้นแบบให้วัดอื่นปฏิบัติตามเท่านั้น และทำให้การบริหารจัดงานในวัดมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกับคณะสงฆ์ใน มส.หรือไม่ และมีข้อโต้แย้งใดๆ หรือไม่ นายณรงค์กล่าวว่าไม่ทราบ จากนั้นโฆษก พศ.ได้ปฏิเสธที่จะอธิบายเพิ่มเติม ก่อนออกจากห้องแถลงข่าวในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายสิปป์บวรถึงกรณีนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด &amp;nbsp; นายสิปป์บวรกล่าวเพียงว่า ตนขอชี้แจงเพียงแค่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมในส่วนนี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ทั้งวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, วัดพิชยญาติการามวรวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า ดีเอสไอมีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยพ้นจากกองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ โดยมีผลทันทีและให้กองภาษีอากรตั้งคณะกรรมการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราให้เชิญผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญาหรือไม่ แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย&amp;quot; พ.ต.ต.วรณันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกนายพิสิฐชัยไปสอบปากคำเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง รองโฆษกดีเอสไอกล่าวว่า ดีเอสไอไม่มีข้อมูลที่ตำรวจเรียกสอบปากคำนายพิสิฐชัย ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับนายพิสิฐชัยแต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่โพสต์นั้นจะมีเจตนาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมานายพิสิฐชัยจะมีการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีที่รับผิดชอบกับบุคคลอื่นหรือไม่นั้น ผมเองก็ไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ รวมทั้งวันนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจากกองคดีภาษีอากรว่านายพิสิฐชัยมาทำงานหรือไม่&amp;quot; รองโฆษกดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิสิฐชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ตามที่ข้าฯ ได้โพสต์เกี่ยวกับการดำเนินการวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ 4 วัด โดยข้าฯ ติดตามข่าวจากสื่อสารมวลชนต่างๆ แล้วเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน จึงขอแก้ไขข่าวว่าไม่มีการดำเนินการตามที่โพสต์แต่อย่างใด วัดที่โพสต์ไปมีวัดปากน้ำ วัดพิชยญาติฯ วัดบวรฯ วัดราชสิทธิฯ จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้&amp;quot;
DSI จ่อแจ้งจับ &amp;#39;พิสิฐชัย&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีเงินทอนวัดได้เชิญนายพิสิฐชัยไปสอบปากคำถึงกรณีการโพสต์ข้อความดังกล่าวในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่ที่กองปราบปราม เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชน &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการพูดคุยนายพิสิฐชัยให้ความร่วมมืออย่างดี โดยรับสารภาพว่าเป็นการโพสต์ข้อความดังกล่าวด้วยตัวเองจริง เพราะต้องการให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายพิสิฐชัยยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ส่วนตัวทั้งหมด ซึ่งพบว่าก่อนหน้านี้นายพิสิฐชัยได้เคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการจับกุมคดีเงินทอนวัดชุด 3 ด้วย แต่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีใดๆ เพราะยังไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งให้ดำเนินคดีกับนายพิสิฐชัย&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เบื้องต้นดีเอสไอจะเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ในกรณีดังกล่าวเอง เนื่องจากเป็นการตรวจพบมูลฐานการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตนเอง โดยในวันที่ 12 มิ.ย.61 จะนำตัวนายพิสิฐชัยมารับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบปรามเองในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยนำข้อมูลคดีเงินทอนวัดมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากสำนวนคดีของ บก.ปปป.และไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคนดังกล่าวนำข้อมูลมาจากที่ใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเบื้องต้น บก.ปปป.ยังไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสอบสวน เพราะไม่มีบุคคลใดร้องทุกข์หรือแจ้งความเอาผิดกรณีที่มีการโพสต์ในลักษณะนี้&amp;quot; พล.ต.ต.กมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดชุดที่ 4 ผบก.ปปป.กล่าวว่า การสอบสวนขยายผลเงินทอนวัดชุดที่ 4 ตอนนี้ชุดทำงานของ บก.ปปป.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตามวัดทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถให้รายละเอียดในขณะนี้ได้ เนื่องจาก พศ.ยังไม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในส่วนความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เตรียมเข้าตรวจค้นวัดเทพศิรินทราวาสฯ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด เนื่องจากเป็นวัดที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ปี 2556 ประมาณ 10 ล้านบาท เป็นงบเดียวกับที่วัดสามพระยาฯ และวัดสัมพันธวงศารามฯ ได้รับจาก พศ.ด้วยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเป็นไปด้วยความเงียบสงบ ไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นแต่อย่างใด มีเพียงบรรดาสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว โดยมีนายอำนวย ศรีตระกูลชัย พร้อมคณะลูกศิษย์วัด ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวยหนึ่งในลูกศิษย์วัดเทพศิรินทร์กล่าวว่า ถ้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาดำเนินการตรวจค้น ถ้ามีหมายศาลถูกต้องก็พร้อมที่จะให้ดำเนินการตรวจค้น เพราะไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว และเชื่อมั่นในความดี อย่างไรก็ตามขอให้สื่ออย่าเขียนข่าวกันไปเอง ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ทรงอารมณ์, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พิสิฐชัย, วัดเทพศิรินทร์, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8c005c8d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์ไม่ได้พบเมธี เปิดปากเยอรมนีอากาศดี/&#039;ธรรมกาย&#039;ปัดเอี่ยวเรื่องขอลี้ภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่บอกนักข่าวเยอรมันอากาศดี แต่ไม่ได้ไปพบอดีตพระพรหมเมธี&amp;nbsp;ด้านธรรมกายชิ่ง ปัดไม่ได้รับการติดต่อ ไม่รู้เรื่องขอลี้ภัย เหน็บสื่อแยกไม่ออกความเห็นกับความจริง ส่วนเงินทอนล็อต 4 คืบ พบแล้วกว่า 30 วัดในพื้นที่ภาคเหนือและกลาง ใช้วิธีการเดิมเจ้าหน้าที่ พศ.รวมหัวกับพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์กรณีสื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ขอยื่นลี้ภัยในประเทศเยอรมนี และคาดการณ์ว่าจะพำนักที่สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี หรือวัดสาขาอื่นในทวีปยุโรปนั้น ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพราะไม่ทราบความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธี อีกทั้งไม่ได้มีการติดต่อประสานกันแต่อย่างใด และในขณะนี้ทั้งหน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบในคดีและสื่อมวลชนต่างๆ ยังไม่มีโอกาสได้พบตัวท่านแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดจึงเป็นเพียงข้อคิดเห็นและการคาดเดาของคนบางกลุ่มเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังระบุว่า ในกรณีข่าวของพระสงฆ์ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้สาธารณชนผู้รับฟังข้อมูลโปรดใช้วิจารณญาณ และขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ซึ่งต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง &amp;quot;ความคิดเห็น&amp;quot; กับ &amp;quot;ความจริง&amp;quot; ตามหลักจรรยาบรรณของสื่อที่พึงมีพึงเป็นอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวติดตามดักรอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประเด็นการติดตามจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะบินด่วนไปรับตัวถึงประเทศเยอรมนี แต่ต้องกลับมามือเปล่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การเดินทางกลับมาครั้งนี้ ยังไม่มีใครพบเห็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แต่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนดการเดิม เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3), กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) และชุดสืบสวนกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กิโลกรัม ยาอี 2,822 เม็ด และยาเคชนิดเกล็ดน้ำ 38 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตนครบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา มีเพียง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสด ิ์ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน ์เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกันแถลงข่าวเท่านั้น โดยมีผู้สื่อข่าวที่เฝ้ารอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์จำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชาญเทพได้ชี้แจงกรณีที่ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ไม่สามารถเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ได้ เนื่องจากติดประชุมงบประมาณที่รัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังปิดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินลงจากห้องประชุมเพื่อขึ้นรถออกจากรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวได้ดักสอบถามกรณีเดินทางไปประเทศเยอรมนีเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีอะไร อากาศดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;ถามต่อว่าได้เจอตัวอดีตพระพรหมเมธีหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่ได้เดินทางไปพบท่าน&amp;rdquo; จากนั้นก็รีบขึ้นรถโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ทั้ง 6 กองกำกับการ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกิน 1 ล้านบาท และมีการรายงานผลปฏิบัติให้กับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) รับทราบทุกเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีหลักฐานชัดเจน ผอ.พศ.จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการขยายผลต่อไป สำหรับ ปปป. ทำคดีเกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่วนคดีฟอกเงินจะประสาน ปปง.ช่วยตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะพนักงานสอบสวน ปปป. ที่รับผิดชอบดูแลสำนวนทุจริตเงินทอนวัดพบความเชื่อมโยงของขบวนการทุจริตที่ขยายเกี่ยวข้องไปยังหลายวัด ทำให้มีการเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่ามีการทุจริตงบประมาณในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติมประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้พบการกระทำความผิดไม่มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานถึงรูปแบบการทุจริตเงินทอนวัดในล็อต 4 ว่าคล้ายกับการทุจริตในล็อต 1, 2 และ 3 คือมีเจ้าหน้าที่พศ.และพระชั้นผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการทุจริต กระจายงบประมาณ ขอนำเงินผ่านบัญชีแต่ละวัด จากนั้นเรียกเงินทอนคืน แต่การทุจริตในล็อตที่ 4 มีรูปแบบพิเศษขึ้นคือ ปปป.พบความผิดส่วนตัวของพระบางรูปชัดเจนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเงินทอนวัดล็อต 1 นั้น ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพบการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันกับการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 ของ ปปป. คือการติดต่อวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อขอนำเงินผ่านบัญชีมากว่า 10 วัด จากนั้นนำเงินทั้งหมดโอนกลับมาบัญชีตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนวนการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศรามวรวิหาร โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีสำนวนกลับมาให้ ปปป.ดำเนินคดีต่อนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม การออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่ง ปปป.เตรียมขออายัดตัวพระ 4 รูปที่ถูกคุมขังจากคดีฟอกเงินของกองปราบปราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, อดีตพระราชอุปเสนาภรณ์ หรือพระสังคม สังฆะพัฒน์, พระวิจิตธรรมภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนีในคดีฟอกเงิน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีรายงานจากแหล่งข่าวกองปราบปรามว่าเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ ผู้ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนีรวม 5 คน โดยในจำนวนนี้มีคนไทย 2 คน และคนลาว 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคนไทย 2 คน เป็นสีกา จ. หรือนางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล อีกคนเป็นคนขับรถพาหนีมายังจังหวัดนครพนม คือนายพีระวิทย์ &amp;nbsp;ศรีศรัทธา หรือโค้ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนลาวอีก 3 คนที่มีส่วนช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี คือครอบครัวของนางจันตะนา รัตตะนะวง มีนางจันตะนาเองและลูกสาวคือนางกิตติมา และท้าวน้อย ลูกชายของนางจันตะนา คนที่ขับรถของอดีตพระพรหมเมธีไปเก็บจนเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบในที่สุด โดยล่าสุดศาลจังหวัดนครพนมได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ ไปพบแพทย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนทำการส่องกล้องเพื่อตรวจดูหาสาเหตุถ่ายออกมาอุจจาระดำ และมีแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์พบเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ก่อนให้ยามารับทานเพื่อรักษาอาการดังกล่าว ก่อนนัดตรวจผลอีกครั้งวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ส่วนผู้ต้องขังอดีตพระอีก 7 คนนั้น ก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว มีการแต่งกายใส่กางเกงสีน้ำเงินแบบผู้ต้องขังทั่วไป แต่เสื้อเรือนจำอนุโลมให้ใส่เสื้อขาวไปก่อน และยังคงมีการปฏิบัติแบบสงฆ์ เช่น สวดมนต์ และไม่กินข้าวเย็นเหมือนตอนเป็นพระ การกระทำดังกล่าวอนุโลมให้ทำได้ หากไม่ขัดต่อระเบียบเรือนจำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ประเทศเยอรมนี, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193237dfed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
