<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบช.สอท.&#039;เผยพนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัว&#039;น้องไข่เน่า&#039;แน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64- พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)เผยว่า พนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัวแน่ และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพราะพฤติกรรมของ &amp;ldquo;น้องไข่เน่า&amp;rdquo; มีการชักชวนเยาวชนให้มาติดตามชมคลิปอนาจารในสื่อโซเชียลมีเดียที่เป็นสาธารณะ เข้าถึงได้ง่าย &amp;nbsp;และมีเป้าหมายจะขยายช่องทางเผยแพร่ไปลงในยูทูบและทวิตเตอร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเว็บไซต์ onlyfans ยังเป็นเพียงสื่อกลางที่เปิดให้ผู้ผลิตสื่อนำคลิปมาลง จึงไม่ถือว่ามีความผิด จึงยังไม่มีการประสานกีบกระทรวงดิจิทัลฯ ให้ปิดการเข้าถึง แต่กรณีของผู้ผลิตสื่อที่นำไปใช้ในทางที่ผิดเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร อยู่ระหว่างเฝ้าระวังติดตาม ซึ่งถ้าพบคนไทยผลิตสื่อลามกมาเผยแพร่เช่นนี้อีก เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน รวมทั้งจะประสานกับเว็บไซต์ onlyfans ให้ปิดแชนแนลผู้ผลิตสื่อเป็นรายกรณีไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117382</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง, ไข่เน่า, ไม่ให้ประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604edb94d4f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัจฉริยะไล่บี้หนัก คดีฆ่าน้องหญิง จ่อฟันพยาบาล ทำลายกางเกงใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฆ่าน้องหญิงบานปลาย เตรียมแจ้งจับพยาบาลเอากางเกงในเหยื่อไปทำลาย &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; เผยอาทิตย์หน้าครอบครัวน้องหญิงจะยื่นฟ้องเอาผิดตำรวจบางปะอินละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ยันมีหลักฐานรับเงิน 3 แสนล้มคดี ด้าน ผอ.รพ.การุญเวชแจงกางเกงในหายเป็นเพราะแม่บ้านเข้าใจผิดเอาไปทิ้งลงถัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมนี้ เฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ชมรมและครอบครัวน้องหญิงประชุมปรึกษากันแล้ว พรุ่งนี้ (7 ส.ค.) บ่าย 2 โมง จะเข้าแจ้งความที่กองปราบปรามกอง 2 ดำเนินคดีกับพยาบาลโรงพยาบาลการุญเวช และโรงพยาบาล ในความผิดทำลายหลักฐานวัตถุพยานกางเกงใน โดยมีเจตนาในการช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นผิด จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ น.ส.นรีกานต์ หรือน้องหญิง ยาวิราช อายุ 19 ปี ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะขึ้นรถเทรลเลอร์ของนายสุรพล หรืออ๊อฟ ดาราคำ อายุ 23 ปี ที่ น.ส.สิรินาถ หรือเป็ด รอบรัมย์ เพิ่งแนะนำให้น้องหญิงรู้จัก เพื่อกลับหอพัก แต่น้องหญิงกลับเสียชีวิตปริศนา โดยนายสุรพลอ้างว่าน้องหญิงเสียชีวิตเพราะกระโดดลงจากรถเทรลเลอร์ แต่ผลการชันสูตรของแพทย์ระบุว่าถูกตีด้วยของแข็งที่ท้ายทอย ซึ่งชมรมต่อต้านอาชญากรรมได้เปิดเผยข้อมูลทางคดี จนในที่สุดตำรวจได้แจ้งข้อหานายสุรพร เจตนาฆ่า ขณะที่ น.ส.สิรินาถก็ตกเป็นผู้ต้องหาเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยังโพสต์ด้วยว่า &amp;ldquo;คดีน้องหญิง ขอให้ทีมงานชุดใหม่ทำหน้าที่ด้วยความซื่อตรงให้สมกับเป็นที่พึ่งของประชาชน กอบกู้ชื่อเสียงขององค์กรกลับคืนมา ขณะนี้ชมรมมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือ เปิดเมื่อไรพังยับ พรุ่งนี้ติดตามการเปิดโปงแผนการร้ายจากคดีฆาตกรรมเป็นอุบัติเหตุ รับรองสะเทือน สภ.บางปะอิน พรุ่งนี้มาพบกัน ทีเด็ดที่นี้ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า กลางสัปดาห์หน้า ครอบครัวน้องหญิงเตรียมเดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 อาคารศาลจังหวัดสระบุรี เอาผิดกับตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ท้องที่เกิดเหตุ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 รับเงินจากครอบครัวของนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ ผู้ต้องหา เป็นเงิน 300,000 บาท ให้การล้มคดีและมีความพยายามทำคดีฆาตกรรมให้เป็นคดีอุบัติเหตุ ยืนยันมีพยานหลักฐานที่สามารถเอาผิดกับตำรวจ สภ.บางปะอินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า ทางชมรมยังเตรียมเปิดคลิปคำรับสารภาพของพยาบาลโรงพยาบาลที่น้องหญิงเข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บที่แรก ว่าเป็นคนนำกางเกงชั้นในของน้องหญิงแยกใส่ถุง 2 ถุง คือกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นใน และนำไปให้แม่บ้านนำไปทิ้งให้บริษัทกำจัดขยะติดเชื้อนำไปทำลาย พยาบาลคนนี้อ้างไม่เห็นร่องรอยผิดปกติ แต่เห็นเปียกน้ำจึงนำไปทิ้ง แต่ก่อนหน้านี้เมื่อญาติไปสอบถาม ทางโรงพยาบาลกลับอ้างว่าได้ส่งมอบให้ไปแล้ว แต่แท้จริงไม่ได้ให้ ทำให้เห็นความผิดปกติที่ให้การไม่ตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้มีการเรียกสอบเจ้าหน้าที่พยาบาล ทั้งคนที่เข้าเวรและทำการรักษาน้องหญิงในวันที่ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล ทราบว่าเมื่อรับผู้ป่วยเข้าทำการรักษา ได้เร่งช่วยเหลือน้องหญิง เพราะจะต้องมีการส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลปุทมธานี ซึ่งปกติเราจะแยกเสื้อผ้าผู้ป่วย ว่าเป็นเสื้อผ้าชนิดใด ติดเชื้อหรือไม่ โดยเสื้อผ้าปกติจะใส่ไว้ในถุงสีขาว ส่วนเสื้อผ้าติดเชื้อจะใส่ไว้ในถุงสีแดง ส่วนกางเกงชั้นในของน้องหญิงได้มีการแยกออกมา เกรงว่าจะติดเชื้อ ในวันนั้นเจ้าหน้าที่เร่งรีบที่จะช่วยเหลือ จึงส่งถุงสีขาวคืนให้กับญาติไปเพียงถุงเดียว ต่อมาแม่บ้านเห็นถุงสีแดงคิดว่าเป็นถุงติดเชื้อ เลยนำลงไปทิ้งลงถังแยกประเภทไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนะวัตรกล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่พยาบาลที่บอกทางญาติไปว่าคืนเสื้อผ้าหมดแล้ว ไม่ใช่คนที่ยื่นให้ แต่เป็นคนที่เห็นพยาบาลอีกคนยื่น จึงคิดว่าคืนไปหมดแล้ว ต่อมาภายหลังญาติมาถามกับคนที่เป็นคนยื่น จึงได้รับคำตอบว่ายื่นไปเพียงถุงเดียว&amp;nbsp;ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์และพยาบาลทำหน้าที่ตามหลักจรรยาบรรณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. กล่าวถึงกรณีที่พยานในคดีการเสียชีวิตของน้องหญิง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ปคม.เพื่อให้ข้อมูลว่า วันนี้ทาง ปคม.ได้เตรียมพนักงานสอบสวนหญิงไว้ ซึ่งจะสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงการเสียชีวิตของน้องหญิงว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ จะต้องดูการสอบปากคำว่ามีการบังคับขู่เข็ญหลอกลวงหรือไม่ โดยตนจะเข้าสอบปากคำด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทาง ปคม.ได้ลงพื้นที่ไปหาพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมดแล้ว คาดว่าหากสอบสวนพยาน 2 คนนี้ คือ น.ส.รุ้งและ น.ส.เจนแล้วเสร็จ จะมีความชัดเจนมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กรไชยกล่าวว่า เบื้องต้นเตรียมสอบถามทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยเฉพาะวัน-เวลาที่เกิดเหตุว่ามีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์ของน้องหญิงหรือไม่ เพื่อคลายข้อสงสัยและตอบคำถามสังคมได้ ซึ่งการเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ เป็นเพียงการพูดคุยเพื่อนำข้อมูลไปประกอบกับพยานหลักฐานและพยานวัตถุ พิจารณาว่าเป็นการเข้าข่ายมูลฐานความผิดค้ามนุษย์หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14832</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b6852db1342f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อวืดได้ตัวสมีเมธี! &#039;ป้อม&#039;ขอ3วันรู้เรื่องลี้ภัยเยอรมนี/จ่อดาบสอง&#039;ปิง&#039;ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชี้กวาดล้างเงินทอนวัดไม่ใช่คดีการเมือง ระบุเป็นเรื่อง &amp;quot;พระ-คน&amp;quot; ทำผิด กม. แจงขอโทษแทน ตร.บุกจับพระสงฆ์ไม่เหมาะสม เหตุเห็นกับผ้าเหลืองไม่เกี่ยวตัวบุคคล &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; เผย &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; ยังไม่ได้ลี้ภัยเยอรมนี ขอเวลา 3 วันรู้ได้ตัวกลับไทยหรือไม่ หลังส่งหลักฐานกระทำผิดเพิ่มน้ำหนักทางการเยอรมนีตัดสินใจ เชื่อสัมพันธ์สองประเทศดี &amp;quot;บัวแก้ว&amp;quot; หาช่องช่วยอีกแรง &amp;quot;ปคม.&amp;quot; ขยายผลสอบ &amp;quot;อดีตเจ้าคุณปิง&amp;quot; เอี่ยวค้ามนุษย์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;(คสช.) กล่าวระหว่างเดินทางเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการเดินทางไปประเทศเยอรมนีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อควบคุมตัวพระพรหมเมธี หรือนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ยังไม่ได้รับรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดำเนินคดีเงินทอนวัดที่มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องว่า พระพุทธศาสนาของไทย คำสอนของพระพุทธเจ้า บิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้มากว่า 2,500 ปีแล้ว มีความเป็นจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผิดหรือถูกนั้น อยู่ที่คน รวมทั้งพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ด้วย ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน กติกาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพระสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.สงฆ์และกฎหมายทั่วไปที่ต้องยึดถือทั้งสองแบบ ฉะนั้นวันนี้ถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะทำถูกหรือทำผิดก็เป็นเรื่องการกระทำผิดของบุคคล ของพระ และผู้ที่นับถือศาสนา ต้องแยกแยะออกจากกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่รัฐบาลทำแบบนี้ เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากในเรื่องเหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาเงินทอนวัด ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันในทางคดีความและกฎหมายต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้สิทธิกับทุกคน และไม่ใช่หนีออกไปต่างประเทศ ไม่ยอมรับกฎหมาย มันไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่ารัฐบาลทำลายพระพุทธศาสนา ยิ่งไม่ใช่ เราจะต้องช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับจากทุกหมู่และทุกฝ่าย ในการนับถือพระสงฆ์และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนก็ต้องมีข้อมูลเพื่อประสานการทำงานร่วมกัน และหารือว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ผมออกมาขอโทษในการกระทำของเจ้าหน้าที่ ที่เข้าจับกุมพระสงฆ์นั้น ไม่ใช่ขอโทษเพราะเป็นใคร แต่ขอโทษเพราะบุคคลนั้นแต่งสงฆ์ การดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องเหมาะสมต่อผู้ที่แต่งสงฆ์ ต้องเคารพผ้าเหลือง และเคารพพระสงฆ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องดูแลให้ถูกต้องในการทำอะไรก็ตาม วันนี้ก็มีการลงโทษกันแล้ว และอยากจะขอร้องสื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าไปตีข่าวครึกโครมจนกระทั่งกลายเป็นว่าเรากำลังรังแกพระสงฆ์เหมือนกับเป็นคดีการเมือง แล้วเราก็จะไม่ได้คนที่หนีไปกลับมาสักที ไปลี้ภัยบ้าง อะไรบ้าง เป็นปัญหาที่มันไม่ง่ายนักที่จะเอาคนกลับมาลงโทษ เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับกติกา กฎหมายของประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
เร่งขอ &amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39; กลับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของศาสนา เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของพระที่ทำถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ก็ต้องพิสูจน์กันมา ไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นคดีการเมืองไปเสียทั้งหมด เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องยาก ทั้งเรื่องการหารือส่งตัว กลายเป็นปัญหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตควบคุมตัวได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนีแล้วว่า อดีตพระพรหมเมธียังไม่ได้ลี้ภัย ทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาตรวจสอบก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ความจริงแล้วในการทำเรื่องขอส่งตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมา ทางเยอรมนีมีขั้นตอนดำเนินการ 2 เดือน แต่เราได้ขอให้ทางการเยอรมนีดำเนินการภายใน 3 วัน ทางเยอรมนีก็รับว่าจะไปดำเนินการ ขณะเดียวกันอดีตพระพรหมเมธีก็ไม่ยอมพบกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;อ้าว ปั๊ดโธ่ ก็ตอบไปแล้ว ขอเวลา 3 วัน จะได้ผลอย่างไรก็ว่ากันอีกที&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าอดีตพระพรหมเมธีไม่อยากพบ ผบ.ตร.จะสามารถนำคนอื่นไปแทนได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้อง อดีตพระพรหมเมธีเขาไม่เอาอยู่แล้ว เขาไม่พบคนไทย ทางเยอรมนีก็ดำเนินการตามกฎหมาย ที่ผิดกฎหมายในส่วนของไทยเราก็ได้ยื่นเรื่องไปแล้ว เพื่อให้มีน้ำหนักมากพอที่เยอรมนีจะให้ความร่วมมือกับไทย เราก็แลกเปลี่ยนกับเยอรมนีมาตลอด เป็นมิตรที่ดีต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า เชื่อว่าเยอรมนีจะเข้าใจหรือไม่ รองนายกฯ ระบุ &amp;ldquo;ผมก็ไม่ใช่เยอรมนีด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เชื่อต้องมีคนไทยให้การสนับสนุนอดีตพระพรหมเมธีอยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ และเขาก็วางแผนไว้แล้ว เพราะเยอรมนีมีกฎหมายให้ลี้ภัยได้ ก็ต้องไปประเทศนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.การต่างประเทศ) กล่าวว่า การนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับไทยยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม นอกจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อ สถานทูตไทยในเยอรมนีก็ยังไม่แจ้งมาที่กระทรวง รายละเอียดต้องรอคณะ ผบ.ตร.ที่ไปดำเนินการเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับเยอรมนี แต่ตอนนี้กำลังดูหลายๆ ด้านอยู่ แม้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้เข้าไปดูอย่างเป็นทางการกับเรื่องดังกล่าว แต่กำลังตรวจสอบดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งจะให้ทางกรมการกงสุลชี้แจง เพราะเป็นหน่วยงานที่รู้เกี่ยวกับคดีต่างๆ&amp;quot; นายดอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า เราขอยกเลิกหนังสือเดินทางเล่มสีน้ำเงินก่อนแล้วอดีตพระพรหมเมธีจะยังขอลี้ภัยได้หรือไม่ รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปตรวจสอบว่ามีการยกเลิกก่อนหรือหลัง
สอบเจ้าคุณปิงค้ามนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องอดีตพระพรหมเมธีมีการขอลี้ภัยหรือไม่ ต้องรอถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งไม่ทราบว่าจะเดินทางกลับมาวันไหน แต่เชื่อว่าการติดตามจำกุมอดีตพระพรหมเมธีนั้น ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงขั้นตอนการลี้ภัยในต่างประเทศ พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ทั่วไปในกรณีที่มีผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ต่างประเทศและขอลี้ภัย ประเทศต้นทางจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริงหรือไม่ มีถิ่นที่อยู่หรือแหล่งพำนักอยู่ที่ใด เมื่อทราบที่อยู่แล้วก็จะได้ดำเนินการในเรื่องของการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะต้องแปลสำนวนการสอบสวนเพื่อส่งให้อัยการต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในกรณีนี้ก็ต้องดูว่าประเทศนั้นๆ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกว่าในข้อหาที่อนุมัติจับกุมเป็นเรื่องที่เข้าองค์ประกอบการขอลี้ภัยหรือไม่ ในกรณีของอตีตพระพรหมเมธี ผมไม่ทราบว่าตำรวจสากลออกหมายน้ำเงิน หมายแดงหรือยัง และไม่ทราบว่าประเทศเยอรมนีมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยหรือไม่&amp;quot; พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีอดีตพระพรหมเมธีเข้าหลักเกณฑ์นี้หรือไม่ โฆษก สตช.กล่าวว่า อดีตพระพรหมเมธีจะเข้าหลักเกณฑ์ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ และจะสามารถนำตัวกลับมาไทยได้หรือเลยหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะมีรายละเอียดเยอะ ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอตรวจสอบก่อน ที่กล่าวมานั้นพูดถึงหลักการทั่วไปเหมือนคดีอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ข้อมูลของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุไทยกับเยอรมนีไม่มีการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน มีเพียงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ช่วงที่ ผบ.ตร.เดินทางไปติดตามคุมตัวพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 3-7 มิ.ย. &amp;nbsp;โดยตามกำหนดเดิม ผบ.ตร.จะเดินทางจากเยอรมนี ในวันที่ 6 มิ.ย. และคาดว่าจะถึงไทยในช่วงเช้าวันที่ 7 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่เดินทางไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น การเยอรมนีไม่ให้พบเจอตัวอดีตพระพรหมเมธี เนื่องจากเหตุผลเพื่อคุ้มครองสิทธิและเพื่อความปลอดภัยของผู้ยื่นคำขอลี้ภัย เพราะอดีตพระพรหมเมธีได้ยื่นคำขอลี้ภัยแล้ว และได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยผู้ลี้ภัยทันที จึงทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในเช้าวันที่ 6 มิ.ย.นี้หรือไม่&amp;quot; แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้ากรณีการตรวจค้นและจับกุมอดีตพระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นกุฏิเจ้าคุณปิง และยึดโทรศัพท์มาตรวจสอบพบภาพลามกอนาจาร ซึ่งเป็นภาพการร่วมเพศกันระหว่างเจ้าคุณปิงกับฆราวาสชาย และภาพเปลือยผู้ชายจำนวนหนึ่งในโทรศัพท์ ซึ่งผิดวินัยสงฆ์นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) กล่าวว่า ในส่วนคดี ทางกองบังคับการปราบปรามเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก &amp;nbsp;ขณะที่ บก.ปคม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานกับตำรวจกองปราบปราม โดยทราบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้จะต้องมีการไปตรวจสอบว่าฆราวาสชายคนดังกล่าวอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่ มั่นใจว่าจะสามารถตามตัวฆราวาสชายที่ปรากฏในภาพได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ส่วนสื่อลามกอนาจารที่พบในกุฏิ จะต้องมีการสืบสวนขยายผลอยู่แล้ว&amp;quot; ผบก.ปคม.กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มหาเถรสมาคม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16984a2e4d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแม่เล้าวัย17 นำวัย14ค้ากาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่เล้าวัย 17 ลวงเด็กหญิงวัย 14 จากอุบลราชธานีไปเที่ยวพัทยา แล้วบังคับให้ค้าประเวณีกับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เหยื่อหนีกลับบ้านก่อนเข้าแจ้งความ ตำรวจตามรวบได้ทั้งคู่ ดำเนินคดีข้อหาหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พร้อมตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจ 191, นักจิตวิทยา แถลงข่าวการจับกุมดำเนินคดีความผิดเรื่องค้ามนุษย์ หลังผู้ต้องหานำเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาค้าบริการทางเพศแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติย่านพัทยา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ น.ส.บี อายุ 17 ปี แม่เล้า และผู้ซื้อบริการชาวอินเดีย 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.บี อายุ 17 ปี ได้ชักชวน ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กให้ไปเที่ยวที่พัทยา โดยให้พักอาศัยร่วมกับเด็กและผู้ใหญ่อีกหลายคนในโรงแรมแห่งหนึ่ง จากนั้นได้พาไปรับแขกชาวอินเดีย โดยรับเงินมา 5,000 บาท แบ่งให้ น.ส.เอ 4,000 บาท ส่วน น.ส.บี รับเงิน 1,000 บาท ต่อมา น.ส.เอได้หลบหนีกลับไปบ้านที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนที่ น.ส.บีจะตามไปที่บ้านและอ้างว่า น.ส.เอขโมยเงิน ต้องการให้กลับไปทำงานที่พัทยา แต่ครอบครัวไม่ยอมและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.บี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลและเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้ 4 ราย จากการสัมภาษณ์พบเข้าข่ายกระทำผิดค้ามนุษย์ 1 ราย ส่วนอีก 2 รายไม่เข้าข่าย จึงได้ส่งให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการดูแล และอีก 1 ราย คือ น.ส.บี ทำหน้าที่เป็นแม่เล้า ตกเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีฐานกระทำการค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี, เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข้อหาอื่นๆ รวม 6 ข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังดำเนินคดีกับนายปาร์มอด คูมาร์ สัญชาติอินเดีย ที่ร่วมประเวณีกับ ด.ญ.เอ รวม 3 ข้อหา คือ พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ตำรวจ ปคบ.ได้จัดพนักงานสอบสวนหญิงร่วมกับนักจิตเวชทำการสอบปากคำผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานในการดำเนินคดีอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาจริงกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะเว็บไซต์สื่อลามกอนาจารต่างๆ มีการสั่งปิดไปแล้วกว่า 700 เว็บ และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของเว็บไซต์และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ปราบปรามการค้ามนุษย์, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16880d6b276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
