<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเจซันได้ประกันตัว ตร.ยันหลักฐานมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนยื่นผัดฟ้องฝากขังดีเจซันคดีฆ่าแมวผลัดแรก ก่อนที่ศาลจะให้ประกันตัวไปด้วยวงเงิน 4 หมื่นบาท ผู้ต้องหาหลบนักข่าววุ่น ผกก.เพชรเกษมยันมีหลักฐานแน่นหนาเอาผิดได้แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ที่ศาลแขวงธนบุรี ถนนเอกชัย พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้นำตัว น.ส.วรารัตน์ กระแสร์ หรือดีเจซัน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีทารุณกรรมทุบลูกแมวตาย มายื่นคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-3 พ.ย.นี้ ภายหลังผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่แล้วเสร็จ โดยต่อมาศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้ว อนุญาตให้ผัดฟ้องฝากขังได้เป็นเวลา 6 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทนายความของ น.ส.วรารัตน์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 40,000 บาท จากนั้น น.ส.วรารัตน์ก็ได้เดินทางกลับไปโดยหลบเลี่ยงสื่อมวลชน เช่นเดียวกับเมื่อช่วงเดินทางมาศาล น.ส.วรารัตน์ หรือดีเจซัน สวมแมสปิดหน้าเดินทางมาศาลพร้อมกับทนายความ โดยไม่ยอมเข้าทางด้านหน้าศาล เพราะต้องการหลบสื่อมวลชลที่มารอทำข่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.วรารัตน์ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ตามที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก ซึ่ง น.ส.วรารัตน์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่ขอให้ปากคำใดๆ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ที่นำเข้าสู้คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ต.ค.2561 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Issaraporn Samutgalin ได้โพสต์ข้อความผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;หาบ้านน้องหมา น้องแมว&amp;rdquo; เพื่อตามหาหญิงสาวรายหนึ่งชื่อว่า &amp;ldquo;ซัน&amp;rdquo; ที่ได้รับเลี้ยงลูกแมว หลังได้ประกาศหาบ้านให้ลูกแมวจรจำนวนทั้งหมด 4 ตัว โดยหญิงสาวรายดังกล่าวรับเลี้ยงไปจำนวน 1 ตัว แต่หลังจากโทรศัพท์ไปหาเพื่อสอบถามและติดตามความปกติ กลับพบว่าหญิงสาวรายดังกล่าวพูดจาไม่รู้เรื่อง และตอบกลับมาว่าไม่ได้รับแมวไปเลี้ยง จึงนำมาโพสต์เพื่อให้หญิงสาวรายดังกล่าวนำแมวมาคืน ไม่อย่างนั้นจะดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย ต่อมาผู้โพสต์ได้อัพเดตว่าหญิงสาวรายดังกล่าวได้พยายามติดต่อขอไกล่เกลี่ย จากนั้นเมื่อวันที่ 20 ต.ค.2561 ตำรวจ สน.เพชรเกษมได้โทร.มาแจ้งผู้โพสต์ว่าหญิงสาวรายดังกล่าวมารอพบที่สถานีตำรวจ พร้อมนำแมวมาในสภาพที่ถูกทุบเสียชีวิตแล้ว อีกทั้งยังพบว่าหญิงสาวรายนี้มีอาการหลอนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งพูดจาวกไปวนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม เข้ารายงานความคืบหน้าทางคดีต่อ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. จากนั้นเปิดเผยว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน คดีนี้ผู้กระทำผิดยังมีเพียงแค่คนเดียว ส่วนที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยขอรับบริจาคแมวมาเลี้ยงก่อนหน้าถึง 27 ตัว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาแจ้งความ หรือแสดงตัวยืนยันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แม้คดีจะอยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรซากแมวจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รวมถึงผลตรวจดีเอ็นเอจากขนแมวและคราบเลือดที่เก็บได้จากบ้านพักของผู้ต้องหาย่านพรานนก ฝั่งธนบุรี แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่มี ว่าจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีอยู่นอกเหนือจากผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว ได้แก่ หนังสือ 2 เล่ม ที่ยึดได้จากที่พักของผู้ต้องหา โดยเนื้อหาเล่มแรกแสดงวิธีทรมานสัตว์ ส่วนอีกเล่มเนื้อหาเกี่ยวกับการนำสัตว์มาปรุงเป็นอาหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20968</URL_LINK>
                <HASHTAG>Issaraporn Samutgalin, พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์, วรารัตน์ กระแสร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd710aa102ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉแย่งคุมโต๊ะสนุ้ก 2แก๊งฆ่ากลางกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้อมเสียงแข็งไม่มีแล้วมาเฟีย แบกอาก้ามาถล่มกันที่ประตูน้ำแค่ทะเลาะกันธรรมดา ด้านผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว 1 เตรียมออกหมายจับอีก 5 ขณะที่หัวหน้าหลบหนีมุ่งหน้าเข้าเขมร เผยเหตุแก๊งตึกแดงเข้าคุมโต๊ะสนุ้ก ทำให้แก๊งราชปรารภไม่พอใจยกพวกราวี ตำรวจระบุมีการใช้ปืน 4-5 ชนิด เยียวยานักท่องเที่ยวอินเดียที่เสียชีวิต 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันอังคาร กรณีกราดยิงใส่กันย่านประตูน้ำ ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่า มีการออกหมายจับไปแล้ว 1 คน กำลังสืบสวนสอบสวน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกน้องของผู้กว้างขวางแถวประตูน้ำ บางซื่อ เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของตัวบุคคล ต้องให้ตำรวจสอบสวนว่าเป็นกลุ่มไหน แต่สิ่งสำคัญต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ตนได้กำชับไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เร่งกวาดล้างอาวุธสงครามที่นำมาใช้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มมาเฟียยังมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นการทะเลาะกัน คงไม่ใช่กลุ่มมาเฟียมาก่อเหตุ ขณะนี้กลุ่มมาเฟียไม่มีแล้ว เพราะเรากวาดล้างไปเป็นจำนวนมาก ส่วนการดูแลเยียวยานักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 1 คน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม เพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่นในคดีนี้ที่มีไม่ต่ำกว่า 5 คน ส่วนสาเหตุของการทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ เป็นเรื่องของ 2 แก๊งวัยรุ่นที่มีความบาดหมางกัน ก่อนที่จะก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม คือนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล หรือตั้ม ชุมชนตึกแดง อายุ 28 ปี โดยเจ้าตัวได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงว่า นายปรีชา หรือตั้ม ศักดิ์อุดมไพศาล หนึ่งในแก๊งวัยรุ่นคุมโต๊ะสนุ้ก สถานที่เกิดเหตุ ที่เข้ามอบตัว จากการสอบสวนให้การว่าเป็นการทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่มีนายพรเทพ พุ่มพวง เป็นหัวหน้า ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นการทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ไม่ใช่ผู้มีอิทธิหรือมาเฟียแต่อย่างใด จากการขยายผลทราบว่ามีคนร้ายอีกคนพยายามจะหลบหนีออกต่างประเทศ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทธ์ รอง ผบก.น.1 ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และชุดสืบสวน สน.พญาไท ได้ประชุมเร่งรัดคดีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มคือกลุ่มชุมชนตึกแดง และกลุ่มเจ้าถิ่นในซอยราชปรารภ 2 ยกพวกใช้อาวุธสงครามยิงถล่มกัน ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.คัชชากล่าวว่า นอกจากนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล ที่เข้ามอบตัว ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอีกประมาณ 5 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุประมาณ 4 ตัว ส่วนประเด็นเป็นลูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลนั้นไม่เป็นความจริง สาเหตุทราบว่ามาจากนายบำเพ็ญ หรือม็อก พุ่มพวง อายุ 44 ปี พ่อของนายพรเทพ พุ่มพวง เจ้าถิ่นเคยส่งลูกน้องมาข่มขู่นายปรีชาหลายครั้ง เนื่องจากไม่พอใจที่มาคุมโต๊ะสนุ้กใหม่ จึงเกิดเหตุการณ์ยิงถล่มมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. กล่าวว่า ต่อจากนี้น่าจะมีผู้ก่อเหตุทยอยมอบตัวกันเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากมีการใช้อาวุธปืนในที่เกิดเหตุจำนวน 4-5 ชนิด และคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 กระบอก จะตรวจสอบสอบอาวุธปืนทั้งหมด ใครเป็นผู้ครอบครองบ้าง เบื้องต้นทราบว่าในฝั่งของผู้ก่อเหตุที่บุกเข้ามามีเรื่องกับฝั่งโต๊ะสนุ้ก คือฝั่งที่ใช้อาวุธปืนอาก้ายิงออกมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่มือกับต้นขา ส่วนฝั่งนายปรีชาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าไม่เกิดความยุ่งยากในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ได้มีอำนาจและหมดอิทธิพลไปนานแล้ว และตัวผู้มีอิทธิพลที่พูดถึงถูกจำคุกในเรือนจำ ไม่มีทางที่จะทำให้คดีดังกล่าวยุ่งยากได้ เพียงแต่ผู้ก่อเหตุเป็นคนละแวกแถวนั้น สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งกันเองเท่านั้น&amp;quot; พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ตอบคำถามที่ว่าผู้มีอิทธิพลย่านประตูน้ำจะทำให้คดีมีความยุ่งยากหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเร่งด่วน หลังจากนั้น นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิตจากเหตุยิงกันที่ประตูน้ำ จำนวน 1 ล้านบาท และอนุมัติในหลักการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกเหนือจากการจ่ายของบริษัทประกัน&amp;nbsp;เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ภาณุกล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียในปี 2560 อยู่ในลำดับที่ 6 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทย คือประมาณ 1,411,942 คน ขยายตัว&amp;nbsp;18.20% จากปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวไทยราว 62,404 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcb8840b6ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งอาก้าถล่มกรุง นักท่องเที่ยวตาย1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันธพาลครองเมือง คว้าอาวุธสงครามไล่ยิงกันสนั่นย่านประตูน้ำเขย่า สตช. หลังนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถูกลูกหลงเสียชีวิต บาดเจ็บอีก 4 บิ๊กโจ๊กสั่งตำรวจท่องเที่ยว ตม.ร่วมล่า 3 มือปืน สั่งปิดชายแดนสกัดหนีออกนอก &amp;quot;บิ๊กหยม&amp;quot; นำ พฐ.ควานหาหลักฐาน พบทั้งหัวกระสุน ปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม.ที่ใช้กับอาก้า หรือเอเค 47 เจอหยดเลือดกลางซอยคาดเป็นของคนร้าย ส่งตรวจดีเอ็นเอหาตัวบุคคล เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวเมื่อวันจันทร์ กรณีวัยรุ่นวิวาทกันแล้วใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงคู่อริ กระสุนถูกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลียน ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนหาตัวคนร้ายซึ่งพอทราบแล้วว่าผู้ที่ก่อเหตุมี 3 ราย และช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจคนที่บ้าน แต่ไม่พบตัว ขณะเดียวกันเตรียมขอศาลออกหมายจับแล้ว ส่วนมูลเหตุในการก่อเหตุพบว่า วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน เมื่อเจอกันจึงลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อหมายจับออกแล้วจะปิดกั้นด่านชายแดนทั้งหมด ควบคู่กับการสืบสวนจับกุม ส่วนการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ได้สั่งเจ้าหน้าที่เรื่องการออกวีซ่าอำนวยความสะดวกการอนุญาตให้พักอยู่ในประเทศต่อในการรักษาตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันอาทิตย์ ตำรวจ สน.พญาไทได้รับแจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณลานจอดรถห้างเซ็นทาราฯ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ไปตรวจสอบ พบผู้บาดเจ็บจำนวน 5 คน เป็นชาวอินเดีย 2 คน ชาวไทย 2 คน และชาวลาว 1 คน จึงนำส่ง รพ. ต่อมานักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิตที่ รพ.ตำรวจ 1 คน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนหลายชนิดตกอยู่จำนวนหนึ่ง ขณะที่พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำนักท่องเที่ยวชาวอินเดียไปช็อปปิ้งที่ห้าง โดยมีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ลานจอดรถเพื่อรอขึ้นรถทัวร์กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 20 คน วิ่งไล่กันออกจากโต๊ะสนุกเกอร์ที่อยู่ติดกับลานจอดรถ โดยมีทั้งปืน มีดและไม้ วิ่งเข้าไปในซอยข้างห้าง เจอวัยรุ่น 3 คน สะพายปืนอาก้าออกมา กราดยิงใส่กลุ่มคู่อริ จนแตกฮือหนีต่ายกันอลหม่าน รวมทั้งนักท่องเที่ยวบริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ถูกยิง ได้แก่ นายเคียววงสา โทนเคียว อายุ 24 ปี ชาวลาว, นายทักษิณ สุขเอียด, นายพรเทพ พุ่มพวง, นายชาร์มา แดตฮามแมนดาร์ อายุ 45 ปี ชาวอินเดีย อาการสาหัส ถูกกระสุนเข้าบริเวณท้อง ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นายกักเฮอร์จา ดีราช อายุ 42 ปี ชาวอินเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท วันที่ 8 ตุลาคมนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเพื่อคลี่คลายคดี โดยมี พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์เปิดเผยว่า กลุ่มก่อเหตุทราบแล้วเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งกัน อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ลงมือก่อเหตุ และคาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืน จำเป็นต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นปืนชนิดใด และให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับทางสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยแล้ว ส่วนการออกหมายจับอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ภายหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างคน 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มเจ้าถิ่นที่อาศัยอยู่ละแวกจุดเกิดเหตุ อีกกลุ่มมาจากที่อื่น มาเล่นสนุกเกอร์ภายในซอยดังกล่าว และเคยมีเรื่องกันมาก่อนหลายครั้ง เมื่อพบกันและต่างฝ่ายต่างมีอาวุธ จึงยิงปืนใส่กัน ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบใน 4 จุด เริ่มจากที่เต็นท์ร้านขายน้ำชา พบคราบเลือดของชายชาวอินเดียที่เสียชีวิต จากนั้นไปตรวจที่โต๊ะสนุกเกอร์จุดเกิดเหตุแรกที่มีเรื่องเขม่นกันของทั้งสองกลุ่ม แล้วไปตรวจสอบตู้อะลูมิเนียมหน้าร้านอาหารที่มีร่องรอยกระสุนปืน พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจุดสุดท้ายคือเส้นทางการก่อเหตุและหลบหนี เป็นตรอกที่ทะลุออกซอยร่วมใจ พบปลอกและเศษหัวกระสุนขนาด 7.62 มม. และ 9 มม. ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดซึ่งคาดว่าจะเป็นของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บ จึงส่งตรวจดีเอ็นเอเพื่อระบุตัวบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า เหตุวิวาทครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการใช้อาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย คดีนี้ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่ง บช.น.ได้เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีจำนวนผู้ก่อเหตุกี่คน และมีความขัดแย้งในประเด็นใดบ้าง คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานระบุว่า ขณะนี้พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุอย่างน้อย 3 ชนิด ประกอบด้วย ปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม. ที่คาดว่าใช้กับปืนอาก้า หรือเอเค 47 รวมถึงปลอกกระสุนขนาด .38 สเปเชียล และปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จึงสันนิษฐานว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีมือปืนไม่ต่ำกว่า 3 คน หลังจากนี้จะนำปลอกกระสุนปืนไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับมือปืนที่ลงมือก่อเหตุต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการใช้อาวุธสงครามกราดยิงนักท่องเที่ยวจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะอาวุธที่ผิดกฎหมาย ซึ่งยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราสามารถกวาดล้างอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมากแล้ว โดยเฉพาะอาวุธปืนมีกว่าพันกระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดียิงกันที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเสียชีวิต และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยขณะนี้ได้รับรายงานว่าทางฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาล และฝ่ายสืบสวน บก.น.1 บูรณาการในการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว โดยตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ตรวจตรา อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมาย ประกอบกับจัดทำข้อมูลท้องถิ่น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งคาดโทษท้องที่หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวว่า คดีนี้ตนเองซึ่งรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงต้องเข้าไปดู เพราะมีชาวต่างชาติเสียชีวิต ส่วนการใช้อาวุธสงครามกลางเมืองต้องสืบสวนสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสืบสวนพูดมากไม่ได้ เพราะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาร์มา แดตฮามแมนดาร์, ทักษิณ สุขเอียด, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พรเทพ พุ่มพวง, พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคียววงสา โทนเคียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb636472353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
