<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงกลางศาล3ศพ! อดีตจเรตำรวจฆ่า2ทนาย-เจ็บ2ก่อนโดนสวนดับเซ่นปมมรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุยิงกันกลางศาลซ้ำรอยอีก! คราวนี้ดับ 3 ศพ เจ็บอีก 2 &amp;quot;พล.ต.ต.ธานินทร์-อดีตจเรตำรวจ&amp;quot; ชักปืนกล็อกกระหน่ำยิงกลางห้องพิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี 2 ทนายดับ ภรรยาโจทก์เจ็บ ก่อนถูกเสมียนทนายโจทก์ขอปืนตำรวจยิงใส่จำเลยจนเสียชีวิต เซ่นปมพิพาทที่ดินมรดก ศาลยุติธรรมเต้น เร่งเพิ่มตำรวจศาล 300 นาย รมว.ยุติธรรมระบุถึงเวลาต้องสังคายนาความปลอดภัยพื้นที่ศาล สภาทนายฯ แถลงเสียใจ ฟื้นแนวคิดทนายพกปืนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน เกิดเหตุมีการใช้อาวุธปืนยิงกันภายในห้องพิพากษา บัลลังก์ที่ &amp;nbsp;2 ศาลจังหวัดจันทบุรี ระหว่างรอกระบวนพิจารณาคดีพิพาทมรดกที่ดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รอง ผบช.ภ.2) พร้อมด้วยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี (ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.จรัลได้เปิดแถลงการณ์เบื้องต้นว่า จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.หญิงปัญญาพร ศรีชาย รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนผู้เสียชีวิตตามไทม์ไลน์ ประกอบด้วย ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือ พล.ต.ต.ธานินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจเกษียณราชการ อายุ 67 ปี ส่วนคู่กรณีที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 4 คน คือ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ เป็นโจทก์, นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยานายบัญชา, นายวิจัย สุขรมย์ ทนาย และนายวิชัย อุดมธนภัทร ทนาย ส่วนสาเหตุการก่อเหตุสืบเนื่องจากคดีฟ้องแพ่งที่ดินกันมานานกว่า 10 ปี ครั้งนี้แตกสาขาเป็นคดีอาญาข้อหาฟ้องเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอาวุธที่พล.ต.ต.ธานินทร์ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นอาวุธปืนพกสั้น ปืนกล็อก 22.40 จำนวน 1 กระบอก ต่อมา พล.ต.ต.ธานินทร์ถูกตำรวจศาลยิงบาดเจ็บภายหลังจากก่อเหตุใช้อาวุธยิงผู้อื่นในศาลก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.พระปกเกล้า และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ &amp;nbsp;นายบัญชา, นายวิจัย และ พล.ต.ต.ธานินทร์ บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นางสุภาพร และนายวิชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะผู้พิพากษาศาล จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว. จันทบุรี พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ประชุมรวบรวมและประเมินสถานการณ์ชนวนเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงกันภายในศาล ทั้งในเรื่องการที่ผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนผ่านจุดตรวจจับเข้าไปภายในศาลได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาวันนี้ด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย โดยได้รับรายงานว่า ในการพิจารณาคดีที่ผ่านมามีการโต้เถียงกันของทั้งสองฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ขณะเกิดเหตุวันนี้ องค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธานินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
เสมียนทนายขอปืนตร.ยิงจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานศาลยุติธรรมขอเรียนว่า จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาล และบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุดังกล่าว จากนั้นนายสุรินทร์เผยว่า ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกาให้แถลงกับสื่อมวลชนว่า ประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรินทร์กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรีว่า เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาก่อนลงมือสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.ผู้ก่อเหตุ ช่วงเวลาเดียวกัน อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 กำลังตรวจเยี่ยมศาลจังหวัด โดยหัวหน้าศาลกำลังกล่าวรายงานได้ยินเสียงปืนหลายนัด ทราบภายในเวลาต่อมาว่าจำเลยที่ 3 ใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงโจทก์ ทนายโจทก์ตาย และกระสุนถูกภรรยา ทนายโจทก์บาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเวลาเดียวกัน ตำรวจจาก สภ.เมืองจันทบุรีวิ่งเข้าหน้าห้องพิจารณา แต่เกิดอาการไม่สบายทันด่วน เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ทางเสมียนทนายโจทก์เห็นจึงขอปืนจากตำรวจยิงใส่จำเลยที่ 3 ผ่านกระจกประตูห้องพิจารณา ถูกร่างจำเลยที่ 3 ถึง 6 นัด ทราบภายหลังว่าจำเลยที่ 3 เสียชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำ กับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากยังประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ
ศาลคุมเข้มมาตรการ รปภ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องของมาตรการความปลอดภัยบริเวณศาลนั้น ภายหลังจากที่เกิดเหตุ 3 ผู้ต้องขังชาย-หญิง คดียาเสพติด หนีจากห้องควบคุมตัวในศาลจังหวัดพัทยา โดยมีอาวุธปืนและมีดที่ลักลอบนำเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลได้รับบาดเจ็บไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม ให้แต่ละศาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลให้มากขึ้นกว่าเดิม ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2550 อย่างเคร่งครัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตาย เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หลังพิพากษาคดีความมั่นคง ณ ห้องพิจารณา 4 ศาลจังหวัดยะลา ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ เบญจกุล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เรากำลังตรวจสอบให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพื่อหามาตรการความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลที่รัดกุม โดยการดูแลความเรียบร้อยในศาลมีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนผู้ต้องขัง จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยบริเวณศาล และในส่วนของศาลเองมีเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่จัดสรรการจ้างมาจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งไม่มีอาวุธประจำกาย จะดูแลความเรียบร้อยทั่วไปบริเวณศาล ซึ่งปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของศาลนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมก็กำลังพัฒนาระบบเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือคอร์ตมาร์แชล (COURT MARSHAL) ซึ่งปัจจุบันนี้มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย โดยในปี 2563 เราจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังในส่วนนี้ที่ศาลจัดดำเนินการเอง กระจายไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะจัดกำลังเท่าที่กระจายไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน โดยภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้จะได้ผลสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ในด้านนโยบายเช้า ตนในฐานะเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับผู้อำนวยการศาลต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทุกชนิดที่ติดตั้งไว้ทุกศาลแล้ว ต้องพร้อมใช้งาน ทั้งกล้องวงจรปิดและเครื่องตรวจอาวุธขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณทางเข้าศาล และเครื่องตรวจอาวุธชนิดใช้มือถือขนาดเล็ก ทั้งนี้ เรื่องมาตรการปลอดภัยบริเวณศาลเราได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงเต็มความสามารถ หากตรวจสอบพบข้อบกพร่องก็จะดำเนินการป้องกันทันที
สภาทนายฯ ขอพกปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้นับว่าน่าตกใจ เนื่องจากเป็นการยิงกันในศาล การดำเนินคดีปกติแล้วจะมีความไม่พอใจกัน แต่ก็ต้องว่ากันไปด้วยตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งยังมีชั้นอุทธรณ์และฎีกา ไม่ควรถึงขนาดที่จะต้องยิงกัน นับเป็นเหตุที่ไม่คาดฝัน ไม่น่าเชื่อ ตนก็มีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ เราจะต้องมีแนวทางให้ทนายความป้องกันตัวเองได้ด้วยส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาเราเคยเสนอเรื่องทนายความอาจจะจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนพกพาไว้ป้องกันตัว เนื่องจากต้องเดินทางไปทั่วประเทศ เป็นการเดินทางไกล และทำงานที่มีความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกับท่านทนายบัญชาก็รู้จักกันดี ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ซึ่งทางสภาทนายความฯ ก็จะหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือในกรณีนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายกสภาทนายความฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ จันทเวช โฆษกสภาทนายความฯ ออกแถลงการณ์สภาทนายความฯ ขอแสดงความเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดซึ้ง ซึ่งสภาทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง สภาทนายความมีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ และจะประชาสัมพันธ์ให้ทนายความระมัดระวังป้องกันตนเอง ในการประกอบวิชาชีพทนายความต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ เป็นหัวหน้าสำนักงานบัญชา เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตสมาชิกสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และเป็นกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา เคยเป็นทนายความกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ และเคยเป็นอดีตทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ดูเหมือนว่าคู่กรณีไม่มีความพึงพอใจกันเป็นการส่วนตัวอย่างมากอยู่แล้ว อาวุธที่ใช้ก็เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนในศาล อันนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรการป้องกัน ทำให้มองไปถึงเหตุการณ์ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ที่ผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งคือมาตรการในการควบคุมดูแล ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันทบทวนดูมาตรการหาความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าพอเกิดการแย่งปืนแล้วไปยิงบุคคลสำคัญในศาลขึ้นมาจะเสียหายหนักขึ้นไปอีก ดังนั้นเรื่องของการทบทวนมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆ ต้องสังคายนาว่ากันระหว่างส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางศาล และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
เบื้องหลังปมชิงมรดก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าการสังคายนาจะทำอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า เขาคงทำกันอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย แต่มองดูว่าต้องทบทวน เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกัน และที่เขาทำอยู่ยังไม่ทันเรียบร้อยแล้วเกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมคนร้ายแล้วก็ว่าไปตามเรื่อง ไม่ต้องกำชับอะไร เป็นเรื่องของกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ให้กำชับอยู่นั่นแหละ ให้กำชับอะไร ในเมื่อกฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว ใครผิดก็ติดคุกไป ศาลตัดสินเอง ศาลดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์เดลินิวส์รายงานว่า สำหรับข้อพิพาททั้งหมดก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับที่ดิน 86 แปลง กว่า 3,800 ไร่ ในพื้นที่บ้านตาเลียว ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมพล โกศลานันท์ ก่อนที่มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่มีพระกิตติปัญญาคุณ หรือพระกิตติวุฑโฒ(ภิกขุ) เป็นผู้จัดการมูลนิธิฯ จะติดต่อขอซื้อด้วยเงิน 12 ล้านบาท เมื่อปี 2513 ใช้วิธีผ่อนชำระ &amp;nbsp;ต่อมานายสมพลได้เสียชีวิตลงในปี 2538 และทางครอบครัวตรวจสอบพบว่ามูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯ ขาดการผ่อนคงอย่างต่อเนื่องรวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท ศาลจึงสั่งให้ที่ดินทั้งหมดกลับคืนมาเป็นของครอบครัวนายสมพลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง พล.ต.ต.ธานินทร์ได้มาแต่งงานกับลูกสาวของนายสมพล ทำให้ถือว่ามาเป็นเขยของตระกูลโกศลานันท์ และ พล.ต.ต.ธานินทร์ยื่นเรื่องขอครอบครองที่ดินดังกล่าว แต่ทางฝั่งของนางสุภาพร ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสมพล เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะเป็นที่ดินของบิดา เป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท จึงร่วมกับผู้เป็นสามีคือ นายบัญชาทำการยื่นฟ้องแพ่งกับ พล.ต.ต.ธานินทร์ จากนั้นก็ต่อสู้กันทางคดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดฝั่งโจทก์คือนางสุภาพรและนายบัญชาผู้เป็นสามีตรวจสอบพบข้อมูลว่า พล.ต.ต.ธานินทร์ได้ปลอมแปลงเอกสารหลักฐานบางอย่าง จึงนำข้อมูลไปยื่นร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายหลังพบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานจริง ฝั่งโจทก์จึงแตกย่อยคดีมายื่นฟ้อง พล.ต.ต.ธานินทร์ ในคดีอาญาข้อหาแจ้งเท็จทำให้ในวันนี้ศาลจึงนัดทั้ง2 ฝ่ายมาพิพากษาในส่วนคดีอาญาแจ้งเท็จนี้ ก่อนจะเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, นิพนธ์ จันทเวช, บัญชา ปรมีคณาภรณ์, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สราวุธ เบญจกุล, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcac7260fe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแล้วฆ่าสาวอบต. ค้อนกระหน่ำตีอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วคนขับรถส่งผลไม้ฆาตกรฆ่าสาว อบต.วังโตนด ถูกเค้นสอบยอมคาย มีความใกล้ชิดกับผู้ตาย โกรธที่ผู้ตายจะแต่งงานกับแฟนใหม่ ซ้ำไม่ให้ยืมเงินเลยวางแผนโทร.ลวงให้ไปพบอ้างจะใช้หนี้ที่ยืมมา แล้วกระหน่ำตีที่อกด้วยค้อนจนขาดใจตาย ก่อนล้วงเอาเงิน 1.4 หมื่นพร้อมมือถือของเหยื่อหลบหนี ตำรวจเผยกล้องติดรถบันทึกทั้งภาพและเสียงเป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 เมษายนนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ จ.จันทบุรี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.ยอดชาย จำปาทอง ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.ท่าใหม่ ได้นำตัวนายวรวุฒิ หรือหมู วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 9 ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มาแถลงข่าว หลังตำรวจได้ติดตามจับกุมในคดีฆาตกรรม น.ส.จาริณี หรือแอน แจ่มจ้า หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งซูซูกิ สีเขียว ทะเบียน กท 4318 จันทบุรี จอดอยู่ในป่ากระถิน พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ โดยยึดได้ของกลางประกอบด้วยค้อนที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อผ้า หมวกแก๊ป และรถจักรยานยนต์พาหนะของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติกล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เวลา 19.20 น. ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ได้รับแจ้งพบศพหญิงอยู่ภายในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กท 4318 จันทบุรี จอดอยู่ในป่าริมถนน หมู่ที่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.จาริณี หรือแอน แจ่มจ้า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ที่ 8 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งญาติได้แจ้งความบุคคลหายไว้ที่ สภ.ทุ่งเบญจา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนของชุดสืบสวนตำรวจภูธรท่าใหม่ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายวรวุฒิ หรือหมู วิไลพัฒน์ ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกผลไม้จากจันทบุรีไปส่งที่ตลาดไท จึงออกติดตามหาตัว กระทั่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัวนายวรวุฒิ จึงนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.ท่าใหม่ จนที่สุดนายวรวุฒิรับว่าตนเองก่อเหตุฆ่า น.ส.จาริณี สาเหตุเนื่องจากนายวรวุฒิได้กู้ยืมเงินจากผู้ตายไปเป็นเงิน 6,000 บาท จากนั้นผู้ตายได้ติดตามทวงถามอยู่เป็นประจำ ในวันที่ก่อเหตุ นายวรวุฒิได้วางแผน โดยโทรศัพท์ไปบอกกับผู้ตายว่าจะนำเงินไปคืน ขอให้ผู้ตายขับรถมารับเงินที่บริเวณจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวว่า เมื่อ น.ส.จาริณีไปพบตามนัด ตนได้เอ่ยปากขอยืมเงินอีก 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้ และได้ทวงถามเงินที่ยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับนายวรวุฒิทราบว่าผู้ตายชอบพกเงินติดตัวอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้ค้อนที่นำมาตีไปยังบริเวณหน้าอกของผู้ตายจำนวนหลายครั้ง จนผู้ตายเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป จากนั้นนายวรวุฒิได้หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ของผู้ตายไป จำนวน 14,800 บาท และได้เอาโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปทิ้งที่บริเวณสะพานดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ตำรวจได้ตั้งข้อหานายวรวุฒิเบื้องต้น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายวรวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ และทำการขอขมาผู้ตาย โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปดูการทำแผนของผู้ต้องหารายนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ตรึงพื้นที่เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา โดยเฉพาะในหมู่ญาติผู้ตายที่แสดงความโกรธแค้นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายวรวุฒิได้คุกเข่ากล่าวขออโหสิกรรมต่อดวงวิญญาณของ&amp;nbsp;น.ส.จาริณี โดยกล่าวว่า &amp;quot;ด้วยกายกรรม วจีกรรม สิ่งใดที่ล่วงเกิน ด้วยกายและวาจา ขอให้แอนอโหสิ แอน เราขอโทษ ที่ทำกับแอนแบบนี้&amp;quot; จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ผู้ต้องหากลับไปที่โรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติเปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายวรวุฒิยังให้การวกวน ครั้งแรกบอกว่าฆ่าเพราะต้องการล้างหนี้และชิงทรัพย์ ต่อมาบอกว่า ได้รับการว่าจ้างจากลูกอดีต ส.ส.จำนวนเงิน 5 หมื่นบาทให้ไปฆ่า น.ส.จาริณี สาเหตุจากความหึงหวงที่ผู้ตายตีตัวออกห่างจะไปแต่งงานกับแฟนที่คบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต่อมาเมื่อถูกเค้นสอบหนักเข้า นายวรวุฒิก็กลับคำให้การว่าไม่ได้ถูกลูกอดีต ส.ส.จ้างวานฆ่า แต่มาจากสาเหตุแรกคือฆ่าแล้างหนี้และชิงทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการสืบสวนเชิงลึก พบว่าผู้ตายคบซ้อนกับผู้ต้องหา และลูกชายอดีตนักการเมือง ส่วนหลักฐานที่มัดตัวผู้ต้องหา คือคลิปหน้ารถของผู้ตายที่บันทึกเสียงที่ผู้ต้องหาหึงหวงถามผู้ตายเรื่องผู้ชายคนใหม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32736</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca211e2595ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การฯจันทบุรีสั่งล่า3นายพรานสุดเหี้ยมยิงกระทิงป่าตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.61- พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี(ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 3 พรานป่าดักซุ้มยิงกระทิงป่า ก่อนชำแหละเนื้อกระทิงป่าหวังจะนำไปขายและกิน ในพื้นที่ป่าเขาอ่างฤาไน หมู่ที่ 17 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัว 3 พรานป่าที่ก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่าตายทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ชอบเที่ยวป่าและล่าสัตว์ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน 3 พรานป่า แต่ไม่พบ 3 พรานป่าอยู่ภายในบ้านคาดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตรวจยึดปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ที่ 3 พรานป่าใช้ในการก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่าตาย ก่อนนำไปตรวจสอบพบว่าปืนดังกล่าว ตรงกับปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.แก่งหางแมว รวบรวมพยานหลักฐาน และจัดชุดไล่ล่า 3 พรานป่าที่หลบหนีแล้ว พร้อมทั้งประสานกับทางญาติของ 3 พรานป่าให้มามอบตัว หากพบว่า 3 พรานป่ายังไม่เข้ามามอบตัว ก็จะมีการขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรี ออกหมายจับทันที มั่นใจว่าจะได้ตัว 3 พรานป่าที่ก่อเหตุดักซุ้มยิงกระทิงป่า ก่อนชำแหละเนื้อกระทิงป่าหวังจะนำไปขายและกินมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เร็วนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนซากกระทิงป่าที่ถูก 3 พรานป่าดักซุ้มยิง และชำแหละเนื้อหวังจะนำไปขาย และกิน ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง ได้มีการนำรถแบ็คโฮเล็ก ทำการขุดหลุมฝังกลบซากกระทิงป่า พร้อมโรยปูนขาวเพื่อป้องกันเชื้อโรคในจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12043</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิง, จันทบุรี, ตำรวจ, ป่าเขาอ่างฤาไน, ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พรานป่า, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3056498be89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบแล้วฆาตกรโหดฆ่าหญิงสาววัย 18 หมกป่ายาง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.61 - &amp;nbsp;เวลา 12.20 น.พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้นำตัว นายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ อายุ 19 ปี พร้อมด้วยของกลาง เป็นชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ แท่นปูนสี่เหลี่ยม และไม้หน้าสาม มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังนายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุฆ่าโหด นางสาวพลอย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 18 ปี ทิ้งบ้านร้างกลางสวนยางพารา หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะขวาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวานนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้มีการสืบสวนหาข่าวเชิงลึกจนรู้ว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเป็นใคร จึงได้นำกำลังเข้าไปจับกุมตัว นายชัชวาล &amp;nbsp;หรือแม็ค ศรีจันทร์ ผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในตัวเมืองจันทบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการควบคุมตัวมาแถลงข่าว ยังจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นนายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าโหด นางสาวพลอย จริง โดยนายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ ให้การว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านางสาวพลอย เพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนอีก 3 คน ที่เป็นเยาวชนจับได้แล้ว 2 คน และหลบหนีอยู่ 1 คน ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นางสาวพลอย เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่นายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ ต้องลงมือฆ่าโหด นางสาวพลอย มาจากเรื่องหึงหวง ที่นางสาวพลอย ไปมีแฟนใหม่ จึงได้ลวง นางสาวพลอย ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาที่บ้านร้างภายในสวนยางพาราเพื่อมาพูดคุยเจรจาเพื่อขอคืนดี แต่นางสาวพลอย ไม่คืนดีด้วย จึงเกิดบันดาลโทสะ ก่อนที่ นายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ จะใช้ไม้หน้าสามตีศีรษะของ นางสาวพลอย จนสลบ และใช้แท่นปูนสี่เหลี่ยมทุบที่ใบหน้าของ นางสาวพลอยอีกครั้ง จนนางสาวพลอย เสียชีวิตและได้ขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเพื่อนอีก 3 คน ที่เป็นเยาวชน คอยดูลาดราวอยู่ด้านนอก โดยนายชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์ ให้การไม่ได้มีการข่มขืนนางสาวพลอยแต่อย่างไร ส่วนไม้ค้ำยันที่พบในจุดเกิดเหตุ เป็นเพราะ นางสาวพลอย ได้ประสบอุบัติเหตุมา ไม่ใช้เป็นผู้พิการแต่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายชัชวาลทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้ให้ความสนใจเดินทางมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือการเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหารายนี้แต่อย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการคุมเข้มดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้หญิง ไม่ทราบชื่อถูกฆ่าถึงแก่ความตายเมื่อวานซึ่งการทำงานของตำรวจก็ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น ทหารเรือ ทหารบก ก็ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้อย่างเร่งด่วน และใช้เวลาไม่นานก็สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ทั้งนี้ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้ที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้อีก ล่าสุดได้จับผู้ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 2 คน เป็นเยาวชน อีก 1 คน ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามมาดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรมโหด, จันทบุรี, ชัชวาล หรือแม็ค ศรีจันทร์, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, หึงหวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180331/image_big_5abf331531edf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
