<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบทลายเครือข่ายค้าอาวุธเถื่อนออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช องผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์&amp;nbsp;จับกุม นายสิปปวุฒิ พรหมประสิทธิ์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ นายไตรภพ ล้าเลิศ อายุ 57 ปี และ นายนัฐพงษ์ ศรีงาม อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา ร่วมกันค้าอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนสั้นและยาว รวม 23 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 1,000 นัด นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมลูกค้าที่ซื้อปืนจากเครือข่ายนี้ได้เพิ่มอีก1ราย พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นอีก 1 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีอาวุธปืนทั้งถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย อยู่ในท้องตลาดค้าขายปืนจำนวนมาก โดยมีกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ค้าอาวุธในตลาดมืดเป็นตัวขับเคลื่อนให้ปืนเหล่านี้กระจ่ายไปสู่ลูกค้าที่ต้องการ&amp;nbsp; โดยใช้ช่องทางการซื้อขายผ่านทางออนไลน์&amp;nbsp; ซึ่งจะมีการตั้งเป็นกลุ่มลับเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบในอาวุธปืน เพื่อสามารถจัดซื้อขายกันอยางเสรี และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; ซึ่งอาวุธปืนส่วนใหญ่ที่กระจายออกไปมักจะไปอยู่ในมือกลุ่มนักสะสมมือปืนรับจ้าง และเครือข่ายค้ายาเสพติด&amp;nbsp;ดังนั้นหากปล่อยให้เครือข่ายค้าปืนเถือนออนไลน์ยังสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้ต่อไป อาจจะส่งผลต่อการก่อเหตุอาชญากรรมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.พงศ์ปณต กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์ของกองปราบปราบที่ผ่านมา&amp;nbsp; เริ่มจากการขยายผลการซื้อขายอาวุธ ผ่านเพจชุมชนตลาดดำ โดยเริ่มปราบปราบตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 ราย ยึดของกลางปืนสั้น และปืนยาว 154 กระบอก วัตถุระเบิดจำนวน14ลูก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบ100ล้านบาท โดยหลังจากนี้ทางกองปราบจะดำเนินการตรวจสอบ และปราบปรามต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, ค้าอาวุธออนไลน์, ปืนเถื่อน, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1dac93b3b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์เครือข่าย &#039;หลงจู๊สมชาย&#039; 880 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64 - ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รีองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.),พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.),พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการหนุมานดับบูรพา จับกุมนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊สมชาย อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีจ้างวานฆ่า และนายธนา จุติกิติ์เดชา อายุ 26 ปี ลูกชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันและร่วมกันฟอกเงิน พร้อมพรรคพวกรวม 8 คน หลังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 21 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ชลบุรี และ กรุงเทพมหานคร ยึดของกลางมูลค่า 880 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรเดอะแคปิตอล 5 โครงการ รถยนต์ 6 คัน เรือยอร์ชหรู 1 ลำ มีชื่อนายธนา เป็นผู้ครอบครอง และสมุดบัญชีธนาคาร 12 เล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการขยายผลสืบสวนจากคดีที่มีผู้ต้องหา 2 ราย ที่ใช้ปืนยิงนายประทุม สอาดนัก วินจักรยานยนต์รับจ้างที่แอบไปถ่ายรูปบ่อนการพนัน ใน จ.ระยอง จนเป็นเหตุให้บ่อนถูกปิด ซึ่งตอนแรกผู้ต้องหาให้การอ้างเป็นเจ้าของ แต่ความจริงเป็นเพียงพนักงาน และตำรวจพบหลักฐานความเชื่อมโยงว่ามีหลงจู๊ เป็นเจ้าของ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ และออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีการฟอกเงินเพิ่มอีก 35 หมายจับ รวมผู้ต้องหา 22 คน ก่อนนำหมายค้นศาลอาญากระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุดในวันนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คน พร้อมยึดทรัพย์ได้อีก 880 ล้านบาทรวมถึงยังมีทรัพย์สินอื่นๆ อีก 720 ล้านบาทที่เตรียมยึดอายัด ตามขั้นตอนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุผลที่นายประทุม ไปลอบถ่ายรูปบ่อนพนัน จนภาพไปปรากฎในที่ประชุมกรรมาธิการกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีคำสั่งมาหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถจับกุมหลงจู๊ เมื่อครั้งที่เข้าจับกุมคดีบ่อนการพนันนั้น เพราะหลักฐานยังไม่รัดกุม โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำให้ทำคดีตามข้อเท็จจริง หากผิดก็คือผิด สำหรับคดีบ่อนการพนัน ที่หลงจู๊ได้รับการประกันตัวนั้น เป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาให้ใส่กำไลอีเอ็ม ยืนยันตำรวจไม่ได้ให้ประกันตัวและสั่งคัดค้านไปด้วย เช่นเดียวกับคดีนี้ ที่จะสั่งคัดค้านการประกัน แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลจะพิจารณาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ว่านายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาบจะมาขอเข้าพบนั้น มองว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด ยืนยันว่าคณะทำงานดำเนินการตามข้อเท็จจริง หากจะกล่าวหาก็ยินดีรับฟัง แต่ก็อยู่ที่ผู้คนจะตัดสินว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายหลงจู๊ครั้งนี้ มีหลักฐานการเงินเชื่อมโยงไปถึงเครือญาติพวกตัวเอง พบการโอนเงินยักย้ายถ่ายเทและแปรเป็นทรัพย์สิน รวมถึงโครงการหมู่บ้านจัดสรร เดอะแคปิตอล ที่มีนายสมชาย และลูกชายเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ยังไม่พบว่ามีนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวและเส้นทางการเงินอื่นๆ แต่ยังมีผู้ต้องหาที่ต้องสืบสวนขยายผลเอาผิดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสันธนะ อดีตนายตำรวจสันติบาล เดินทางมาขอร่วมรับฟังการแถลงข่าวแต่ถูกเข้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ ก่อนจะกล่าวว่า ตนได้พบผู้ต้องหาทั้ง 2 รายที่เป็นคนฆ่านายประทุม ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นคนสนิทของหลงจู๊ ยืนยันว่าได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 3 ล้านบาทให้มาฆ่าจริง จึงต้องการมาให้ข้อมูลกับตำรวจกองปราบวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลงจู๊ กับเสี่ยโป้ นายสันธนะ กล่าวยืนยันว่า เสี่ยโป้ไม่ใช่เจ้าของเว็บพนันกาแล็กซี่ออนไลน์ที่ทำให้มาถูกจับกุม แต่คือนายตือ คอสโม่ ที่อยู่ชายแดนประเทศไทย และเชื่อว่าการจับกุมคดีการฟอกเงินของเครือข่ายหลงจู๊ในวันนี้ เพราะมีเครือญาติของนายตือ มาเกี่ยวข้องกับการเงินอยู่ด้วย ซึ่งนายตือ ทำธุรกิจบ่อนคาสิโน่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทำเว็บพนันออนไลน์ที่ชายแดนประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างตำรวจคุมตัวนายสมชายและนายธนา ไปคุมขังนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงกับนายสมชาย ว่าเป็นผู้สั่งการตามหมายจับจริงหรือไม่ เจ้าตัวมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามโดยส่ายหน้าเล็กน้อย ส่วนนายธนา ลูกชายของหลงจู๊ ก็ได้ไม่ตอบคำถามใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97274</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หลงจู๊สมชาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c69ba7f6cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ก้นร้อนลุยปราบบ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; เต้น! พบหญิงติดโควิดจากกทม.เดินทางไปเล่นบ่อนพนันย่านเทพารักษ์ สั่ง จนท.เร่งตรวจสอบ ลั่นอยู่โรงพักไหนโดนเด้งทันที &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; ลุยล้างเล่นพนันเมืองกรุงจับผู้ต้องหา 22 รายยึดไพ่-ลูกเต๋าไฮโลอื้อ &amp;quot;ศรีราชา&amp;quot; ไม่หวั่นโควิด แอบเล่นป๊อกเด้งอีก &amp;quot;กทม.&amp;quot; เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีพบผู้ป่วยหญิงรายที่ 256 ของ กทม.มีไทม์ไลน์เดินทางไปบ่อนการพนันเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการตรวจสอบว่ามีการติดโควิดจากบ่อนพนันพื้นที่ใด หากมีจริงก็ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหมือนท้องที่อื่น เพราะขณะนี้ยังไม่มีรายงานบ่อนอยู่ท้องที่ไหน หากใครมีเบาะแสแจ้งมาเข้ามาได้ พร้อมตรวจสอบให้ทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จเรตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ในส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนที่แพร่เชื้อโควิด-19 ใน จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราดหรือไม่นั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎ ก.ตร. มีเวลา 60 วัน ที่คณะกรรมการฯ ต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงเหตุผล หากพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว โดยเราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ในฐานะหัวหน้าคณะทํางานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทําความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บกป. เร่งสืบสวนจับกุมกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันตามพื้นที่ต่างๆ จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 5 คดี รวมผู้ต้องหา 22 ราย ยึดของกลาง อาทิ ไพ่กว่า 20 สำรับ, ลูกเต๋า,อุปกรณ์สำหรับการเล่นไฮโล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า การกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีแหล่งมั่วสุมหรือพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้ จึงสั่งการให้ตำรวจในสังกัดกระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส เข้าตรวจสอบสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ ที่เชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาทิ ย่านบางพลัด, นครไชยศรี, &amp;nbsp; ปทุมวัน, ชุมชนแปดสิบห้อง และซอยริมทางรถไฟ 3 แขวงบางยี่เรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหา 22 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ส่วนใหญ่จะลักลอบเล่นไฮโลและไพ่รัมมี่ ทั้งนี้ ได้ให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นนำตัวผู้กระทำผิดและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามท้องที่ต่างๆ&amp;quot; ผบก.ป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ พลวงษ์ศรี ผกก.สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนักพนักจำนวน 9 ราย ที่บริเวณห้องเช่าไม่มีชื่อ เลขที่ 244/6 หมู่ 10 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีการมั่วสุมเล่นการพนันอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว&amp;nbsp;
จับบ่อนป๊อกเด้งศรีราชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคาะประตูห้องที่ได้รับแจ้ง พอมีคนเปิดประตูออกมาพบนักพนันกำลังล้อมวงนั่งเล่นพนันไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้า จึงแสดงตัวเข้าจับกุมนักพนันทั้งหมด พร้อมของกลางไพ่ป๊อก จำนวน 1 สำรับ เงินสดจำนวน 280 บาท ผ้าปูการเล่นจำนวน 1 ผืน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเล่นการพนันกันจริง โดยมี นายเซเรรัด กิม อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา ยอมรับว่าเป็นเจ้ามือ และนางสมพร สิทธิดำรง อายุ 51 ปี รับเป็นเจ้าบ้าน และนักพนันอีก 7 ราย นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันโดยเอาทรัพย์สินกันและกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการจับกุมครั้งนี้ มีการวัดอุณหภูมิเบื้องต้นทั้งหมดไม่พบว่ามีอุณหภูมิที่สูงเกินกำหนด จึงนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าทั้งหมดได้รู้จักกัน และได้พักอาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว ในวันหยุดจึงชักชวนกันมาเล่นไพ่กันสนุกๆ โดยลืมคิดว่าอยู่ในช่วงที่มีการห้ามมั่วสุมชุมนุมกัน คิดว่าจะไม่มีอะไร จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบมีผู้ติดเชื้อใหม่ 22 คน แบ่งได้ 3 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรก ติดเชื้อภายในประเทศจากการไปพื้นที่เสี่ยง มีอาชีพเสี่ยง หรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ จำนวน 14 ราย เป็นสัญชาติไทย 13 ราย และกัมพูชา 1 ราย ประกอบด้วย เพศชาย 6 ราย อายุ 14, 29, 31, 42, 53 และ 54 ปี เพศหญิง 8 ราย อายุ 25, 29 (2 ราย), 39, 41, 50, 53 และ 61 ปี มีอาการป่วย 9 ราย และไม่มีอาการ 5 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง 1 ราย, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช 2 ราย, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 1 ราย, โรงพยาบาลเอกชนใน กทม. 9 ราย และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่ 2 อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 2 ราย และกลุ่มที่ 3 จากการคัดกรองเชิงรุกอีก 6 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมใน กทม. (15 ธ.ค.2563-10 ม.ค.2564) มีจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 419 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร เผยแพร่ข้อมูลไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเขต กทม. จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย 1.ผู้ป่วยรายที่ 264 ชาย อาชีพค้าขายออนไลน์ นั่งวินมอเตอร์ไซค์ (วินเพชรเกษม 42) แล้วนั่งแท็กซี่ไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS จากบางหว้า-สยาม ไป Kerry สาขาสยาม ซ.10 ส่งของให้ลูกค้าบริเวณลานเชื่อมสยามพารากอน-สยามเซ็นเตอร์ ครั้งละ 2-3 คน (ใส่หน้ากากตลอด) ไปรับแฟนที่ตลาดท่าพระ และไปงานเลี้ยงแถวสาทร 2.ผู้ป่วยรายที่ 265 ชาย อาชีพพนักงานทำความสะอาดร้านมะรุมพลาซ่า แถวเคหะพระราม 2 มักจะเดินทางด้วยรถเมล์สาย 147 และ 101 แล้วแต่วัน โดยมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง 3.ผู้ป่วยรายที่ 266 หญิง ทำงานที่ร้านมะรุมพลาซ่า บางแค มักจะเดินทางไปทำงานด้วยรถแท็กซี่ และมีประวัติซื้ออาหารทานใน ซ.เพชรเกษม 67
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ผู้ป่วยรายที่ 267 หญิง ทำงานอาชีพนักร้องที่ร้านมะรุมพลาซ่า บางแค มีประวัติไปที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค บริเวณซูเปอร์มาร์เก็ต 1 ชม. หลังจากไปตรวจหาเชื้อ 5.ผู้ป่วยรายที่ 268 หญิง พนักงานร้านมะรุมพลาซ่า บางแค มีประวัติไปทำงานที่ร้านดังกล่าว รับประทานอาหารที่ร้านครัวหัวป่า ถ.พุทธมณฑลสาย 1 และไปเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่บานจอดรถร้านมิลโรส เดินทางใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก 6.ผู้ป่วยรายที่ 269 หญิง พนักงานร้านมะรุมพลาซ่า ประวัติไม่ได้ไปไหน อยู่ที่ห้องพัก มีลงมาซื้ออาหารและเข้าร้านสะดวกซื้อในละแวกที่พัก
ไทม์ไลน์ป่วยโควิด กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ผู้ป่วยรายที่ 270 หญิง พนักงานร้านมะรุมพลาซ่า บางแค โดยสารรถแท็กซี่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ไปทำงานทุกวัน และมีประวัติไปบ้านญาติแถวพุทธมณฑลสาย 3 ส่วนรายที่ 8 ผู้ป่วยรายที่ 271 หญิง นักศึกษา จ.ระยอง มีประวัติไปตลาดปูน จ.ระยอง สถานีขนส่งหมอชิต 2, ร้านหมูจุ่มใต้สะพานพระราม 8, วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม, วัดพนัญเชิงฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และร้านเฉินหลงกุ้งย่าง แถวบางกะปิ และ 9.ผู้ป่วยรายที่ 272 ชาย อาชีพค้าขายอาหารทะเล มีประวัติไปรับอาหารทะเลแถวเขตบางขุนเทียน ไปขายต่อที่เจ้นวน ตลาดแม่พ่วง ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ก่อนแวะกลับบ้านพักแถวบางขุนเทียน โดยจะแวะรับประทานอาหารตามสั่งหน้าปาก ซ.พันท้ายนรสิงห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รายที่ 273-278 เป็นผู้ป่วยจากต่างจังหวัดที่เข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลของ กทม. โดยการแจ้งข้อมูลการสอบสวนโรค จะรายงานข้อมูลที่ไม่พาดพิงถึงบุคคล ก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ เป็นตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 10&amp;quot; สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีมีการแชร์หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือเฟกนิวส์ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าที่ผ่านมายังคงพบมีการนำเข้า ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อมูล ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะข้อความในลักษณะที่ทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความสับสน ตื่นตระหนก ในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยกตัวอย่าง เช่น มีเฟกนิวส์หลอกว่า Line Official ที่ชื่อว่า Away Covid-19 หลอกลวงขอข้อมูลจากผู้ใช้บริการ ห้ามเพิ่มเพื่อนเด็ดขาด แต่ได้รับการยืนยันจากผู้พัฒนาแล้วว่าข้อความที่แชร์ดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีการหาผลประโยชน์ใดๆ จากผู้ใช้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (2)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสำหรับผู้แชร์หรือส่งต่อข้อความในลักษณะดังกล่าว มีความผิดฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่น่าจะเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนฯ มาตรา 14 (5) ทั้งสองอนุมาตรา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากเตือนไปยังผู้ที่กระทำความผิดว่า อย่าซ้ำเติมประชาชนด้วยการสร้างข่าวปลอมในลักษณะดังกล่าว ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ทุกภาคส่วนกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะแชร์หรือส่งต่อข้อความใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะอาจตกเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกลวง หรืออาจไปสร้างความสับสน เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้อื่น ซึ่งอาจเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ&amp;quot; โฆษก สอท.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89403</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffb05cddfc62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบพ่อเลี้ยงโฉด ข่มขืน6ขวบนาน6ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพ่อเลี้ยงโฉด ข่มขืนลูกเลี้ยงตั้งแต่วัย 6 ขวบจนผ่านมา 6 ปีเด็กตั้งท้องไปปรึกษาครูก่อนพาเข้าแจ้งความ รับสารภาพอาศัยช่วงแม่เด็กนอนหลับหรือออกไปทำธุระนอกบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. ร.ต.อ.ณรงค์ หาญสันเทียะ รรท.สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายกช อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.101/2557 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 ข้อหา &amp;quot;ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย&amp;quot; จับกุมได้ที่ริมถนนบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 ได้มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พา ด.ญ.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี ว่าถูกนายกช ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ก่อเหตุใช้กำลังบังคับข่มขืนภายในบ้านพักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี จนเด็กตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ต้องหาจะอาศัยช่วงเวลาที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ภรรยาซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของ ด.ญ.น้ำ นอนหลับหรือออกไปทำธุระนอกบ้าน แอบบุกเข้ามาภายในห้องนอนของ ด.ญ.น้ำ แล้วลงมือก่อเหตุ ก่อนจะข่มขู่บังคับห้ามนำเรื่องไปบอกคนอื่น แต่ผู้เสียหายทนรับพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ไหว จึงนำเรื่องมาบอกครูประจำชั้นฟัง ก่อนจะพากันเข้าแจ้งความจนมีการออกหมายจับ แต่ระหว่างนั้นนายกชทราบเรื่องว่าถูกแจ้งความเอาผิด จึงชิงหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปเสียก่อน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ปัจจุบันนายกชได้กลับเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่อีกครั้ง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายกชให้การรับสารภาพ โดยรับข่มขืนผู้เสียหายมานานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึง 2556 เพราะคิดว่าคงไม่มีใครรู้เรื่อง จนกระทั่งเรื่องมาแตกเพราะ ด.ญ.น้ำตั้งครรภ์ จนมีการแจ้งความ จึงได้พยายามหลบหนีคดีเรื่อยมา กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.สารภีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72741</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, ร.ต.อ.ณรงค์ หาญสันเทียะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางขวางขังเดี่ยวบรรยิน ใช้&#039;ชุดหนุมาน&#039;คุมไปศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางขวางสั่งขังเดี่ยว &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; สกัดแหกคุก! กองปราบฯ ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานประกบระหว่างเดินทางไปศาล 22 มิ.ย. ดับฝันชิงตัวกลางทาง ขณะที่ศาลสั่งพิจารณาคดีลับให้เฉพาะคู่ความเเละบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าฟัง เพื่อความสงบเรียบร้อย ตร.ประชุมเครียด เชิญอดีตนักการเมืองที่ไม่ยอมร่วมแผน มาสอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน มีรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า ในช่วงเช้า พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้รายงานข้อมูลต่อผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมถึงเบาะแสความพยายามวางแผนจะหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และคดีอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ชุดสืบสวนกองปราบปรามได้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ ทำให้ต้องเพิ่มมาตรการการคุมขังให้เข้มข้นขึ้น จากนั้นสั่งย้าย พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรือนจำสำหรับคุมขังนักโทษระหว่างการพิจารณาคดี ไปยังเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงเพื่อควบคุมดูแลเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังพบว่า พ.ต.ท.บรรยินได้วางแผนชิงตัวระหว่างเดินทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปฟังการพิจารณาคดีที่ศาลอาญา แต่ชุดสืบสวนกองปราบปรามรู้ความเคลื่อนไหวก่อน จึงประสานให้กรมราชทัณฑ์ปรับมาตรการการคุมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีเบาะแสระบุว่า พ.ต.ท.บรรยินได้วางแผนให้ทนายความยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีชิงทรัพย์รายหนึ่งที่ขังอยู่ด้วยกันกับพ.ต.ท.บรรยิน ให้ออกจากเรือนจำ เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ก่อนก่อนที่ชุดสืบสวนกองปราบปรามจะเข้าจับกุมตัวนายโจ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ได้ที่ซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ หลังได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ยังคงมีหมายจับค้างเก่าติดตัวอีก 1 หมาย ก่อนนำมาสอบปากคำเบื้องต้น นายโจให้การรับสารภาพว่าที่ได้ประกันตัวออกมาเป็นเพราะ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่รู้จักกันในเรือนจำ ได้ให้ทนายความส่วนตัวติดต่อทนายความอีกคนให้มาประกันตัวนายโจออกจากเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท.บรรยิน ช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นเพราะขณะที่รู้จักกันในเรือนจำ พ.ต.ท.บรรยินมีคำสั่งให้ตนทำงานให้ 2 ข้อ ข้อแรก ให้หาทางชิงตัว พ.ต.ท.บรรยินออกจากคุก แต่ถ้าข้อแรกทำไม่สำเร็จ ให้ลักพาตัวภรรยาของ ผบ.เรือนจำ มาให้ได้เพื่อไว้ใช้ในการต่อรองกับ ผบ.เรือนจำ เรื่องการหนีออกจากคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ยังสืบทราบว่า พ.ต.ท.บรรยินให้ลูกน้องประสานกับอดีต ส.ส.รายหนึ่งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการหลบหนี แต่ถูกปฏิเสธ จึงประสานไปยังศาลยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้ช่วยดูแลและตามตัวผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกไป จนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ สอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหารายดังกล่าวยอมรับว่า พ.ต.ท.บรรยินสั่งให้หาทางช่วยเหลือออกจากคุกจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ต.ท.บรรยินยังวางแผนให้คนมาวางระเบิดข้างเรือนจำ แล้วจะล้มเสาธงชาติกลางลานสนามหญ้าเพื่อใช้ปีนหนี เมื่อออกมาได้จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับตัวอีกที ในที่สุดกรมราชทัณฑ์ได้ย้าย พ.ต.ท.บรรยินไปฝากขังที่เรือนจำกลางบางขวางแทน ทำให้ พ.ต.ท.บรรยินเกิดอาการเครียดอย่างหนัก และในช่วงเวลา 18.00 น. วันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา พ.ต.ท.บรรยินคิดฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พบก่อนจึงช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
กรมคุกยอมรับมีเค้าวางแผนหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.บรรยินได้ขอสิทธิพิเศษต่างๆ โดยขอให้ทางเรือนจำย้ายตัวเองไปอยู่ในแดนที่มีความสะดวกสบาย แต่ผู้บัญชาการเรือนจำไม่ยินยอม เนื่องจากผิดหลักเกณฑ์และระเบียบของกรมราชทัณฑ์ พร้อมข่มขู่ผู้บัญชาการเรือนจำให้ปล่อยตัว มิเช่นนั้นจะอุ้มภรรยา นอกจากนี้ พ.ต.ท.บรรยินให้ลูกน้องประสานกับอดีต ส.ส.รายหนึ่งในพื้นที่นครสวรรค์ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ถูกปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.ท.บรรยินถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเป็นจำเลยในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุก พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกรวม 3 คน คนละ 8 ปี, คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ซึ่งจะมีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.-23 ก.ย.นี้ และจะเริ่มสืบพยานฝ่ายจำเลย 24 ก.ย.-14 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีอุ้มฆ่าพี่ชาย น.ส.พนิดา พ.ต.ท.บรรยินถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับนายมานัส อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน อายุ 33 ปี , ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด อายุ 63 ปี ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดตรวจหลักฐานในวันที่ 22 และ 25 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีตำรวจกองปราบปรามเข้าสืบสวนข้อเท็จจริง หลังได้รับเบาะแส พ.ต.ท.บรรยินวางแผนแหกคุกว่า กรณีดังกล่าวกรมราชทัณฑ์คงไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดหรือยืนยันเหตุการณ์ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อีกทั้งข้อมูลที่มีการเผยแพร่ก็เป็นเพียงแหล่งข่าวเท่านั้น ตนในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์คงไม่สามารถให้สัมภาษณ์ในลักษณะเป็นการยืนยันเหตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ส่วนมาตรการควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ก็คงบอกไม่ได้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างไร เป็นเรื่องของมาตรการระบบความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า ตั้งแต่ พ.ต.ท.บรรยินถูกนำตัวมาคุมขังที่เรือนจำ ได้มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เพื่อวางแผนหลบหนีว่า ตรงนี้ก็พอมีเค้าอยู่บ้าง เนื่องจาก พ.ต.ท.บรรยินเคยเป็นอดีตข้าราชการ เป็นตำรวจเก่า แต่รายละเอียดก็เป็นข้อมูลเชิงลับ คงเปิดเผยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยทั้งของตัวเจ้าหน้าที่และผู้ต้องโทษ ตามปกติอยู่แล้วเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมนตรี บุนนาค ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง เปิดเผยว่า พ.ต.ท.บรรยินถูกย้ายมาขังที่เรือนจำบางขวางได้ 5-6 วันแล้ว เรือนจำได้ทำการประเมินความเครียด รวมทั้งทดสอบทางจิตวิทยาและติดตามพฤติกรรมผ่านกล้องวงจรปิดของเรือนจำ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยจับตาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องขังเคยพยายามทำร้ายตัวเอง
ขังเดี่ยว&amp;quot;บรรยิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า กระแสข่าวที่มีความพยายามจะหลบหนีนั้น เรือนจำไม่มีข้อมูล แต่ได้กำหนดมาตรการควบคุมผู้ต้องขังพิเศษเท่านั้น ซึ่งรายที่ต้องควบคุมดูแลเป็นพิเศษการคุมตัวไปศาลต้องรัดกุมที่สุด ส่วนแผนการแหกคุกตนคงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่ได้วางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าว โดยขณะนี้เรือนจำอนุญาตให้เฉพาะทนายเข้าเยี่ยมได้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเรือนจำกลางบางขวางได้แยก พ.ต.ท.บรรยินออกมาขังเดี่ยว และจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยควบคุมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องขังมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง ซึ่งการแยก พ.ต.ท.บรรยินออกมาขังเดี่ยวไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง เพราะการขังร่วมกับผู้ต้องขังอื่นจำนวนมากเช่นเดียวกับการขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะทำให้ พ.ต.ท.บรรยินสร้างความสนิทสนมกับผู้ต้องขังคดีอื่น และใช้เงินซื้อตัวเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังไว้เป็นพวก เพื่อวางแผนก่อเหตุจลาจลในเรือนจำ หรือวางแผนจัดหาทนายประกันตัวออกไปก่อเหตุแหกหักชิงตัวประกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์พฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตายของ พ.ต.ท.บรรยิน ยังเชื่อว่าไม่ได้ต้องการฆ่าตัวตายจริง แต่อาจเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อดึงดูดความสนใจและคอยสังเกตพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินการกับ พ.ต.ท.บรรยิน อย่างไร ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท จึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ผู้ต้องขังอาจจะจับเจ้าหน้าที่หรือผู้อื่นเป็นตัวประกัน กรมราชทัณฑ์จึงต้องป้องกันเหตุให้รอบด้าน เพราะคนที่เข้าตาจนสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์กล่าวอีกว่า สำหรับการเบิกตัวพ.ต.ท.บรรยินไปศาลนั้น ที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งให้เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยินไปขึ้นศาลแล้วหลายครั้ง แต่ช่วงเกิดเชื้อไวรัสโคโรนาระบาดกรมราชทัณฑ์และศาลยุติธรรมได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันให้ผู้ต้องขังเบิกความผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดย พ.ต.ท.บรรยิน มีนัดตรวจหลักฐานที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ก็ได้ทำหนังสือขออนุญาตศาลเพื่อขอให้ พ.ต.ท.บรรยินเบิกความผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่ขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดศาลทุจริตมีคำสั่งวันจันทร์ (22 มิ.ย.) ให้พิจารณาลับเฉพาะคนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเข้าห้องพิจารณาได้
ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ทางตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีอื่น ซึ่งให้การอ้างว่า พ.ต.ท.บรรยินมีแผนการตามที่เป็นข่าวจริง ขณะที่ตำรวจกองปราบปรามกำลังสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าคำให้การของนายโจ หนึ่งในลูกน้องที่ทนายความของ พ.ต.ท.บรรยิน ประกันตัวจากเรือนจำออกมาดำเนินการตามแผนนั้นเป็นจริงมากน้อยเพียงใด หากพบว่าจริง ต้องนำมาพิจารณาข้อกฎหมายว่าจะแจ้งข้อหาใดเพิ่มเติมแก่ใครได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ป.เผยอีกว่า ตำรวจกองปราบปรามมีมาตรการป้องกันการหลบหนีและมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว อย่างเช่นกรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจากนี้ไปคดีของ พ.ต.ท.บรรยินก็จะมีการใช้กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานเข้าไปสนับสนุนกำลังตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เวลาต้องคุมตัวไปศาล รวมไปถึงการสืบหาข่าวร่วมกับทางกรมราชทัณฑ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รองผบก.ป.) เปิดเผยถึงแผนชิงตัวว่า กรณีที่เกิดขึ้น นายโจและนายท็อปถือว่าเป็นผู้ที่ถูก พ.ต.ท.บรรยินใช้ให้ไปเตรียมก่อเหตุชิงตัวออกจากเรือนจำ พ.ต.ท.บรรยินถือเป็นผู้ใช้จ้างวานหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นให้กระทำผิด ตามที่ระบุในมาตรา 87 ของประมวลกฎหมายอาญา มีอัตราโทษ 1 ใน 3 ของความผิดที่ก่อขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากแผนการชิงตัวเกิดขึ้นจริง นายโจและนายท็อปจะต้องรับโทษเท่ากับผู้ใช้หรือสั่งการให้กระทำผิดด้วย แม้ตอนนี้ทั้งคู่จะยังไม่ได้ก่อเหตุขึ้น แต่ตำรวจมีหลักฐานว่านายโจพยายามขอความช่วยเหลือจากอดีตนักการเมืองรายหนึ่งให้พา พ.ต.ท.บรรยินหนีออกจากเรือนจำจริง แต่นักการเมืองรายนี้ไม่ร่วมด้วย จากนี้จะต้องเชิญอดีตนักการเมืองนี้มาสอบปากคำ รวมถึงทนายความที่นายโจให้การอ้างว่า พ.ต.ท.บรรยินให้มาช่วยประกันตัวออกไปว่ามีส่วนรู้เห็นกับแผนการชิงตัวนักโทษด้วยหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมร่วมระหว่างตำรวจกองปราบปรามและตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาลเกี่ยวกับคดีนี้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมที่จะเบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ว่าขณะนี้คดีสำคัญที่ พ.ต.ท.บรรยินตกเป็นจำเลยมีอยู่ 2 คดี คือคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ และคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ศาลอาญาพระโขนง การดำเนินการเรื่องแผนรักษาความปลอดภัยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรก เจ้าพนักงานตำรวจศาล ส่วนที่ 2 คือการประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุร้ายหรือการชิงตัวจำเลย เราดำเนินการไปทั้งหมด
ศาลรักษาความปลอดภัยเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องต้องใช้กำลังแค่ไหน และเฝ้าระวังจุดไหนบ้างนั้น ตรงนี้อยู่ในแผนรักษาความปลอดภัยที่จะต้องเป็นความลับ เพื่อไม่ให้ผู้ประสงค์ที่จะก่อเหตุทราบถึงยุทธวิธี เรามีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการส่งเจ้าหน้าที่มาหลายหน่วย ทั้งจาก บช.น., กองปราบฯ รวมถึงหน่วยพิเศษอื่น ซึ่งถือว่าเป็นแผนการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด จะมาดูแลทุกนัดที่ พ.ต.ท.บรรยินมาขึ้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในทางข่าวกรองมีการรายงานเบาะแสบ้างหรือไม่ นายสราวุธตอบว่า ปกติเราจะได้รับรายงานข่าวกรองตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมของสำนักงานศาลฯ ที่มีการประสานทั้งหน่วยงานข้างนอก รวมถึงการวางกำลังรักษาความปลอดภัยของเราเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าที่ปรากฏเป็นข่าว พ.ต.ท.บรรยินมีการวางแผนแหกคุก โดยจะใช้วิธีจับตัวประกันต่อรอง ซึ่งเป็นพฤติการณ์รุนแรงแบบเดียวกับที่เคยจับตัวพี่ชายผู้พิพากษา ตรงนี้ผู้พิพากษามีการหวั่นถึงความไม่ปลอดภัยหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า การทำหน้าที่ของผู้พิพากษาจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง อิสระ ฉะนั้นการดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาเป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะต้องดูแลให้เกิดความปลอดภัย ทางสำนักงานศาลฯ พร้อมดำเนินการให้ หากมีการร้องขอเข้ามา เราพร้อมดำเนินการทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดตรวจพยานหลักฐานคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ ศาลมีคำสั่งว่า เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลและคู่ความในวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณศาล จึงเห็นสมควรให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์, พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยที่ 1-2 มาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดี ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงรายละเอียดที่ได้สรุปบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้โจทก์, จำเลยที่ 2-6 พร้อมด้วยทนายความมาศาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากคู่ความไม่มาในวันนัดตรวจหลักฐานดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลจะพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปตามรูปคดีที่ปรากฏในสำนวนและตามรายงานของเจ้าพนักงานคดี.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69254</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, มนตรี บุนนาค, สราวุธ เบญจกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eee1dbe69419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งบันไรกัน ขายปืนออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดหนุมานกองปราบปูพรมค้น 31 จุดใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ จับ 9 ผู้ต้องหาแก๊ง &amp;quot;บันไรกัน&amp;quot; ขายปืนและกระสุนทางออนไลน์ พร้อมเค้นสอบผู้ต้องสงสัยอีก 5 คน หนึ่งในนั้นปล่อยกู้ให้ลูกค้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกับตำรวจ กก.1 บก.ป.และชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมานกองปราบ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายขายอาวุธปืนและกระสุนออนไลน์ทั้งหมด 9 ราย ได้แก่ 1.นายปริญญา เอี่ยมละมัย อายุ 38 ปี 2.นายพัฒนะ การะเกตุ อายุ 37 ปี 3.นายเทพพร แก้วพระอินทร์ อายุ 31 ปี 4.นายสมยศ อยู่เจริญ อายุ 22 ปี 5.นายวรายุ กะลำพา อายุ 30 ปี 6.นายศรศักดิ์ นาระหัส อายุ 32 ปี 7.นายสิธร ศรีใส อายุ 27 ปี 8.นายวรวุฒิ พิมพ์สา อายุ 29 ปี และ 9.นายธนพัฒน์ ค้องรัมย์ อายุ 30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันทำและมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืน และเป็นอั้งยี่&amp;rdquo; หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบกระจายกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในพื้นที่เป้าหมาย 31 จุด 14 จังหวัดทั่วประเทศ ยึดอาวุธปืนได้ 11 รายการ กระสุน 600 นัด ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกว่าร้อยรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า เมื่อปี 2562 ตำรวจกองปราบฯ ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีแก๊ง &amp;quot;บันไรกัน&amp;quot; ได้สาธิตการใช้อาวุธปืนผ่านยูทูบและโฆษณาขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาหลักหมื่นบาท ซึ่งต่ำกว่าปืนถูกกฎหมายหลายเท่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 9 ราย วันนี้ได้นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้งหมด จากการสืบสวนพบว่าพฤติกรรมของขบวนการนี้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.แอดมินกลุ่มไลน์ ทำหน้าที่จัดหาเสนอขายและรีวิวอาวุธปืน 2.ผู้ผลิต จะจัดทำสินค้าตามที่มีการสั่งเข้ามาผ่านแอดมิน 3.ผู้จัดส่งสินค้าผ่านทางบริษัทเอกชน และ 4.ฝ่ายบัญชี นอกจากนี้ตำรวจยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 5 ราย รวมผู้ต้องหา 14 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 ราย ทำหน้าที่อะไร เนื่องจากพบว่ามีการโอนเงินให้กับนายหน้าที่ขายอาวุธปืนในกลุ่ม และ 1 ใน 5 รายนี้ ยังทำหน้าที่ปล่อยกู้เงินสำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อปืนอีกด้วย จากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบยอดเงินหมุนเวียนในบัญชี พร้อมตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ได้จากการขายจะถูกนำไปใช้กระทำความผิดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การซื้อขายหรือผลิตอาวุธปืนต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์นั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงบีบีกันที่นำมาดัดแปลงก็ถือเป็นอาวุธปืน มีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน ซึ่งจะมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี&amp;quot; พ.ต.อ.เอนกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนพัฒน์ ค้องรัมย์, ปริญญา เอี่ยมละมัย, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พัฒนะ การะเกตุ, วรวุฒิ พิมพ์สา, วรายุ กะลำพา, ศรศักดิ์ นาระหัส, สมยศ อยู่เจริญ, สิธร ศรีใส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพพร แก้วพระอินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb60770a06e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าวัดเสพเมถุนคบชู้-มั่วกับสีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ บุกวัดดัง จับเจ้าอาวาสพาสีกาเล่นจ้ำจี้ในกุฏิ คุมตัวส่งเจ้าคณะอำเภอสึก เผยสาเหตุจากสามีสาวใหญ่สงสัย เมียไปทำบุญวัดนี้ถี่ยิบ แอบค้นกระเป๋าพบถุงยาง ให้ลูกติดตามพฤติกรรมจนได้ข้อมูลชัด แจ้งตำรวจจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสําโรง รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.เกริก เสนาะสําเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกําลังข้าราชการตํารวจ ชุดปฏิบัติการ 2 กองกํากับการ 5 บก.ป. ร่วมกับนายสหัส บรรจงเมือง นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพระสรรเสริญ หรือนายสรรเสริญ กระต่ายทอง อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พาสีกาเข้ามามีเพศสัมพันธ์ภายในกุฏิวัดอันเป็นการผิดวินัยสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 พระสรรเสริญได้ไปพบนางเอ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี จากนั้นก็มีการสนทนาถูกคอกัน พระสรรเสริญจึงเชื้อเชิญให้นางเอไปทำบุญที่วัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาสบ้าง นางเอก็เดินทางไปตามคำเชิญ แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางเอเดินทางไปบ่อยครั้งแทบทุกสัปดาห์จนผิดปกติ ทำให้นายบี (นามสมมติ) อายุ 50 ปี สามีของนางเอเกิดความสงสัย แต่นางเอก็อ้างว่าไปงานกฐิน, งานผ้าป่า หรืองานวัดต่างๆ ทุกครั้งก็จะพาลูกสาวอายุ 14 ปีไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายบีได้สอบถามลูกสาวถึงพฤติกรรมของนางเอผู้เป็นแม่ ได้ความว่า เมื่อนางเอไปถึงวัดจะเดินเข้าไปในกุฏิของพระสรรเสริญ จากนั้นพระสรรเสริญจะเดินตามเข้าไปและล็อกห้อง หายไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยให้ตนอ่านหนังสือรออยู่ข้างนอก นายบีจึงยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้น และเมื่อนางเอกลับจากวัด นายบีได้แอบค้นข้าวของในกระเป๋า พบถุงยางอนามัยซุกอยู่ด้วย นายบีจึงขอให้ลูกสาวแอบดูพฤติการณ์นางเอว่าเข้าไปทำอะไรในกุฏิของพระสรรเสริญ ลูกจึงได้เห็นภาพพระสรรเสริญกับแม่มีเพศสัมพันธ์กัน หลังนายบีทราบเรื่องเห็นว่าพระมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงได้ร้องเรียนกองปราบปรามช่วยตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 9 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.5.บก.ป. ได้มาตรวจสอบตามข้อร้องเรียนและพบพระสรรเสริญกําลังมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งภายในกุฏิ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้สํานักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมตรวจสอบ พบพยานหลักฐานในการกระทําความผิดจริง และพระสรรเสริญรับสารภาพว่าได้ร่วมมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวจริง เจ้าหน้าที่จึงนำไปสึกกับพระโสภณกาญจนาภรณ์ เจ้าคณะอําเภอเมืองกาญจนบุรี ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม โดยนายสรรเสริญจะไม่สามารถกลับมาบวชได้อีกแล้วเพราะอาบัติปาราชิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68344</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.เกริก เสนาะสําเนียง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, สรรเสริญ กระต่ายทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d04f62b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
