<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากบอลโลกพนันพุ่ง-ยึดทรัพย์51ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูดม่านบอลโลก &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; เผยจับกุมนักพนันได้กว่า 1.5 หมื่นราย แยกเป็นเจ้ามือ 700 ราย ยึดทรัพย์ 51 ล้าน เฉพาะคู่ชิงชนะเลิศจับกุมได้ถึงกว่าพันราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สถิติการปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 15 กรกฎาคม สามารถจับผู้ลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลได้จำนวนกว่า 15,000 ราย มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย เป็นเจ้ามือการพนันทายผลฟุตบอลประมาณ 700 ราย ที่เหลือเป็นผู้เล่นการพนันทายผลฟุตบอล พร้อมทั้งยึดทรัพย์ 51 ล้านบาท สำหรับคู่การแข่งขันที่มีการจับกุมสูงที่สุดคือ คู่ชิงอันดับ 1 ระหว่างทีมชาติโครเอเชียและฝรั่งเศส มียอดจับกุมสูงกว่า 1,000 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ชุดสืบสวนได้เฝ้าระวังในพื้นที่ 11 จังหวัดที่พบสถิติการกู้ยืมเงินสูงผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 1 เดือนนี้ โดยพบว่ามียอดเงินกู้ยืมบางรายสูงถึง 1 ล้านบาทขึ้นไป จึงคาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการกู้ยืมเพื่อไปเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสถิติการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลกปี 2014 สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 5,064 ราย แบ่งเป็นเจ้ามือ 258 ราย ผู้เล่น 4,679 ราย คนเดินโพย 127 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นเงิน 12,444,517 บาท ส่วนสถิติปี 2018 พบว่า จับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบทายผลฟุตบอลโลก จำนวน 15,868 ราย แบ่งเป็นเจ้ามือ 695 ราย ผู้เล่น 15,007 ราย คนเดินโพย 166 ราย ยึดของกลาง 51,216,072 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเทียบกับผลการจับคดีลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลบอลโลกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พบว่าครั้งนี้มียอดจับกุมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยตำรวจได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดทรัพย์สินทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 34 สถานี เอกซเรย์เฝ้าระวังจับตาดูพฤติกรรมเจ้าของโต๊ะรับแทง เซียนพนันบอล ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ พร้อมทั้งให้จับตากลุ่มมือปืนและแก๊งทวงหนี้ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นพิเศษ หลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่คาดว่าจะมีการรับจ้างทวงหนี้ให้กับเจ้าของโต๊ะรับแทง หรือหากพบพื้นที่ใดมีการเปิดโต๊ะรับแทงพนันฟุตบอลให้จับกุมอย่างเด็ดขาด รวมทั้งกวดขันจับกุมคดีอาชญากรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกันของผู้ต้องการหาเงินไปใช้หนี้พนัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนผลการจับกุมการพนันบอลตลอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จับกุมเจ้ามือ 4 ราย ผู้เล่น 80 ราย ของกลางเงินสด 45,510 บาท มูลค่าเงินในโพย 24,960 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.เจริญวิทย์ &amp;nbsp;ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล บช.ภ.4 เปิดเผยว่า ผลการจับกุมของ บช.ภ.4 พื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จับเจ้ามือ 130 ราย นักพนัน 1,113 ราย ของกลางเงินสด 191,328 บาท และเงินพนันในโพยทายผลรวม 287,430 บาท โดยมุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีผลการจับกุมนักพนันมากที่สุด รองลงมาคือ จ.มหาสารคาม ขณะที่ในส่วนของการจับกุมเจ้ามือนั้น จ.อุดรธานีมีผลการจับกุมมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13528</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล, พล.ต.ต.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4ca658c8180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รวบหนุ่มหัวหมอ!สวมรอยเป็นตร.รีดเงินญาติผู้ต้องหายาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.61 - &amp;nbsp;พ.ต.ท.ชัยยา &amp;nbsp;แก้วยก สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ได้ควบคุมตัวนายชนะกันต์ &amp;nbsp;ดาวสันเทียะ อายุ 35 ปี ชาว ต.บ้านกอก อ.เมือง จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดี ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน มาสอบสวน หลังจากถูกตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ติดตามกลุ่มนักค้ายาเสพติด ที่นำยาบ้ามาส่งในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และสามารถจับกุมคนร้าย พร้อมขยายผลไปล่อซื้อในพื้นที่หลายจังหวัดในเขตภาคอีสาน ได้ของกลางในแต่ละพื้นที่เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา มีญาติผู้ต้องหาคดีที่ถูกจับคดียาเสพติด มาติดต่อขอพบ พ.ต.ท.สยาม เกียรติบรรจง จนท.ชุดขยายผลปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกับนำเงินสดมามอบให้ จำนวน 20,000 บาท สร้างความสงสัยและมึนงงให้กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบสวนจนทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้โอนเงินให้บุคคลคนหนึ่งไปเป็นเงิน จำนวน 30,000 บาท เนื่องจากมีคนโทรศัพท์ไปแอบอ้างว่าเป็น &amp;ldquo;รองสยาม&amp;rdquo; หรือ พ.ต.ท.สยาม เกียรติบรรจง ว่าจะสามารถช่วยเหลือคดียาเสพติดได้ แต่มีค่าใช้จ่าย 50,000 บาท ตกลงจ่ายก่อน 30,000 บาท ที่เหลือให้มาจ่ายอีกครั้งที่ จ.บุรีรัมย์ จึงนำเงินมาจ่ายให้ตามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ พล.ต.ต.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ทราบเรื่องจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โทรศัพท์ไปหลอกให้โอนเงินมาดำเนินคดี เพราะเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการตำรวจ กระทั่งสามารถจับกุมตัวนายชนะกันต์ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.นคราชสีมา และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายชนะกานต์ &amp;nbsp;ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนโทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจจริง พร้อมให้การว่า ตนเองเล่นอินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์ ก่อนเห็นเพจๆ หนึ่ง แจ้งเตือนขึ้นมา จึงกดเข้าไปดูพบว่ามีข่าวสารมากมาย และไปพบว่ามีการจับกุมยาเสพติด จึงเอาชื่อคนร้ายไปหาข้อมูลญาติผู้ต้องหาและตำรวจชุดจับกุม จนกระทั่งรู้เบอร์โทรศัพท์ของญาติผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนะกานต์ กล่าวว่าจากนั้น จึงได้โทรไปหลอกญาติผู้ต้องหาที่ถูกจับคดียาเสพติด โดยอ้างตัวว่า เป็นตำรวจยศ รองผู้กำกับการ จริง ทั้งอ้างจะสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย 5 หมื่นบาท &amp;nbsp;เมื่อญาติผู้ต้องหาตอบตกลง นายชนะกานต์ จึงได้ให้บัญชีธนาคารของเพื่อนน้องสาวที่ฝากไว้ ส่งไปให้ญาติผู้ต้องหาเพื่อโอนเงินเข้า ทั้งอ้างว่า พึ่งทำเป็นครั้งแรก ส่วนเงินที่ได้รับโอนมาก่อนหน้านี้ ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว 10,000 บาท ส่วนที่เหลือจะใช้คืนให้ผู้เสียหายจนครบจำนวน 50,000 บาทต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาว่า พึ่งเคยก่อเหตุเป็นครั้งแรก เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายชนะกานต์ &amp;ldquo;ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo; โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องในการกระทำผิดบ้าง ก่อนจะคุมตัวขออำนาจศาลเพื่อฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8057</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียาเสพติด, ชนะกันต์  ดาวสันเทียะ, พ.ต.ท.สยาม เกียรติบรรจง, พล.ต.ต.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล, สภ.เมืองบุรีรัมย์, สวมรอยตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4368a054c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
