<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งกักตุนหน้ากาก ยึดของกลาง5แสนชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับ 2 สาวใหญ่ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยนำเข้าจากต่างประเทศ ลักลอบจำหน่ายเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด พบของกลางกว่า 5 แสนชิ้น พร้อมแจ้งข้อหา 2 กระทง กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตร. (ผบช.สทส.) และ หน.ฝอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับ นางสลิล ปันศรี หรือ กิ๊ฟ อายุ 56 ปี และ น.ส.วีณ์รฐา วิภารัตนเศรษฐ์ หรือ น้ำ อายุ 55 ปี ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยและขายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมด้วยของกลางหน้ากากอนามัย 497,000 ชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่วงโอกาส กักตุนหน้ากากอนามัยนำเสนอจำหน่ายผ่านทางโซเชียลมีเดีย แล้วนำมาจำหน่ายในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเทคนิคและสืบสวน ศปอส.ตร. สืบสวนพบว่ามีกระบวนการนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศ แล้วลักลอบจำหน่ายในปริมาณมาก ลักษณะการขายส่งในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมื่อผู้ค้ารายย่อยมาซื้อไปแล้วจะนำไปขายต่อให้กับผู้ค้ารายอื่นหรือขายให้กับประชาชนทั่วไปก็จะมีการบวกกำไรอีกเป็นทอดๆ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก เป็นการซ้ำเติม สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นจะต้องใช้หน้ากากอนามัยจึงได้ประสานงานกับ บก.ปคบ. และ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมดำเนินการ โดยได้ให้สายลับแฝงตัวไปอยู่ในกลุ่มผู้ค้าหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางสลิล ปันศรี ได้ติดต่อกับสายลับอ้างมาว่า สามารถหาหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายจำนวนมากกว่า 10 ล้านชิ้น ให้สายลับหานายทุนมาซื้อได้ ชุดสืบสวนจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ วางแผนการล่อซื้อ กระทั่งวันที่ 18 เม.ย. เจ้าหน้าที่จึงติดต่อล่อซื้อหน้ากากอนามัยจาก น.ส.วีณ์รฐา โดยมีนางสลิลเป็นนายหน้า ได้ตกลงจะซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 11.50 บาท รวมเป็นเงิน 11.5 ล้านบาท นัดหมายรับสินค้ากันในวันที่ 19 เม.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมนางสลิลและ น.ส.วีณ์รฐาได้ที่บริษัท กานต์สลิล ซัพพลายเออร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 3/354 ซ.เทพนิมิตรเหนือ ถ.เอกชัย-บางบอน แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยประมาณ 5 แสนชิ้น พร้อมกล่องไม่ระบุยี่ห้อ จำนวน 7,500 กล่อง ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นแจ้งข้อหา พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหน้ากากอนามัย 1.จงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งราคาของสินค้า (หน้ากากอนามัย) อันมีความผิดมาตรา 29 และมีโทษตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เป็นผู้ผลิตไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต กระบวนการผลิต และวิธีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีความผิดมาตรา 25 และมีโทษตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตกล่าวอีกว่า ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนขออย่าได้หลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่โพสต์โฆษณา ชวนเชื่อให้ซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ เพราะจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินได้ อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนมีเบาะแส หรือได้รับความเดือดร้อนจากการเอารัดเอาเปรียบในการจำหน่ายหน้ากากอนามัยหรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1155 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63748</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์, วีณ์รฐา วิภารัตนเศรษฐ์, สลิล ปันศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d9374035f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปคบ.รวบหนุ่มปลอมเฟซบุ๊ก หลอกขายหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธวัช ปิ่นประยงค์ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ศุภศิษฏ์ อึ้งสุวรรณพานิช สว.กก.1 บก.ปคบ. และ พ.ต.ต.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ. ร่วมแถลงผลจับกุม นายวัชรวิทย์ สุภาษิต อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารไทยพานิชย์ 1 ใบ สร้อยคอทองคำ หนัก 50 สตางค์ 1 เส้น แหวนทองคำ หนัก 25 สตางค์ 1 วง เงินสด 3,140 บาท และ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นนูโว สีชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp; 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณ ถนนโรจนะ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. เวลาประมาณ 22.00 น.

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น และไม่เพียงพอต่อความต้องการ มิจฉาชีพจึงได้ฉวยโอกาสดังกล่าวหลอกลวงขายหน้ากากอนามัยโดยวิธีต่างๆ ซึ่งทาง บก.ปคบ. ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสของคนร้าย จึงมอบหมายให้ กก.1 บก.ปคบ. ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายวัชรวิทย์ ได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อ&amp;nbsp; &amp;ldquo;Mask-หน้ากากอนามัย ราคาโรงงาน-ปลีกส่ง&amp;rdquo; และอีกหลายเพจ เพื่อใช้ในการหลอกขายหน้ากากอนามัยให้กับผู้เสียหายแต่ไม่มีสินค้าจริง

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต่อมา ได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับที่ 313/2563 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2563 ข้อหา &amp;ldquo;ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการ&amp;rdquo; กระทั่งเวลา 22.00 น. ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่พบตัวผู้ต้องหาขณะขับขี่รถจักรยานยนต์บริเวณสถานที่จับกุมจึงแสดงตัวพร้อมหมายจับ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับ

&amp;quot;นอกจากนี้ ตำรวจ ปคบ.ได้ร่วมกรมการค้าภายใน จับกุมผู้ค้าหน้ากากอนามัยขายเกินราคากำหนดและไม่แสดงป้ายราคาชัดเจน รวม 50 ราย ของกลาง 27,676 ชิ้น มูลค่ากว่า 2.8 แสนบาท ทั้งนี้ เริ่มมีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกขายหน้ากากอนามัยแต่ไม่ได้รับสินค้าหรือขายเกินราคา การกระทำดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1135 บก.ปคบ.&amp;quot; พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าเปิดขายผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดขายเพียง 2 วันมีผู้เสียหายเกือบ 200 คน ที่หลงโอนเงินมาให้ มูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีจำนวนจำกัดขายเพียงคนละ 2 กล่อง ก่อนปิดเพจหนีไป โดยนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปใช้จ่ายส่วนตัว และพบว่ากระทำลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบผลเส้นทางการเงินพบว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีหมายจับคดีฉ้อโกง ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58969</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e60db3d5e84b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตุ๊กๆ&#039;จี้เร่งรัดคดีโกงซื้อรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิผู้บริโภคนำกลุ่มตุ๊กๆ เข้าร้อง บช.ก. เร่งรัดคดีถูกสหกรณ์โกงสัญญาซื้อรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) มูลนิธิผู้บริโภคนำผู้เสียหายกลุ่มคนขับสามล้อเครื่อง หรือรถตุ๊กๆ เข้าติดตามความคืบหน้าทางคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการกองอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ย.2561 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับสหกรณ์บริการจักรเพชร กรรมการ และผู้จัดการสหกรณ์ ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเยาวราช และผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาสยามพารากอน ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน กรณีที่มีการทำสัญญากู้ยืมเงินสหกรณ์บริการจักรเพชร จากนั้นสหกรณ์อ้างว่ามีเงินฝากไว้กับธนาคารออมสิน จึงให้ไปเอาเงินจากธนาคาร แต่ทั้งนี้ต้องมีการทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารอีกครั้งหนึ่งเป็นเงินคนละ 500,000 บาท รวม 331 ราย เพื่อซื้อรถสามล้อ แต่การตรวจสอบพบรถสามล้อมีราคาประมาณคันละ 400,000 บาท เงินส่วนต่างอีก 100,000 บาท กลับไม่ได้รับคืน เพราะสหกรณ์แจ้งว่าเป็นค่าดำเนินการ และยังสงสัยว่าหากมีการผ่อนชำระเงินค่างวดรถกับทางธนาคารแล้วจะได้เป็นเจ้าของรถหรือไม่ จึงเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ภายใน 7 วันจะทราบในรายละเอียดทั้งหมด ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39552</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d136bb6e46fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
